วิชาการดอทคอม ptt logo

นักโบราณคดีอียิปต์โชว์ “มัมมี 2,300 ปี” สวยสุดเท่าที่เคยพบมา

อียิปต์โชว์มัมมีโบราณอายุกว่า 2,300 ปี ขุดพบบริเวณเมืองซัคคารา แม้ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นใครและตายอย่างไร แต่เชื่อว่าอยู่ในราชวงศ์ที่ 30 ร่างมัมมียังสมบูรณ์ตกแต่งลายผ้าด้วยสีสันสวยงาม พร้อมหน้ากากทำจากทองคำอย่างดี สะท้อนความรุ่งเรืองแห่งอียิปต์โบราณ ทางสภาโบ
ผู้เขียน: telek ชมแล้ว: 1,336 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 20 August 2009, 11:30 am ปรับปรุงล่าสุด: Thu 20 August 2009, 11:31 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - นักโบราณคดีอียิปต์โชว์ “มัมมี 2,300 ปี” สวยสุดเท่าที่เคยพบมา
<
ฮาวาสส์ พร้อมกับร่างมัมมี่ที่เชื่อว่าสวยงามที่สุดเท่าที่เคยขุดพบมา (ในอียิปต์)
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
หน้ากากที่ทำจากทองคำอย่างดี แสดงให้เห็นถึงฐานะของเจ้าของร่าง
สีสันลวดลายที่เพนท์บนโลง ชี้ถึงความรุ่งเรืองของฟาโรห์และอารยธรรม
ภาพโลงชั้นในซึ่งทำจากไม้
บริเวณที่ขุดพบมัมมี่สีสันสวยงาม ในเขตเมืองซัคคารา
เอพี/รอยเตอร์ - อียิปต์โชว์มัมมีโบราณอายุ กว่า 2,300 ปี ขุดพบบริเวณเมืองซัคคารา แม้ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นใครและตายอย่างไร แต่เชื่อว่าอยู่ในราชวงศ์ที่ 30 ร่างมัมมียังสมบูรณ์ตกแต่งลายผ้าด้วยสีสันสวยงาม พร้อมหน้ากากทำจากทองคำอย่างดี สะท้อนความรุ่งเรืองแห่งอียิปต์โบราณ ทางสภาโบราณสถานอียิปต์ระบุ “เป็นมัมมีที่สวยที่สุด”
       
       นักโบราณคดีอียิปต์โชว์มัมมีอายุ 2,300 ปีที่ขุดพบ ณ หมู่ปิรามิดซัคคารา (Saqqara) ทาง ตอนใต้ของกรุงไคโร ซึ่งมัมมีร่างดังกล่าวอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มีหน้ากากทองคำ พร้อมด้วยเทวรูปทั้งเทพและเทวีต่างๆ สีสันหลากหลายรายล้อมอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นร่างของใครในราชวงศ์ที่ 30 โดยหีบศพโบราณที่ทำจากหินโลงนี้ฝังอยู่ในทรายลึกลงไป 20 ฟุต
       
       ”พวกเราเชื่อว่านี่เป็นมัมมีที่สวยที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมาในอียิปต์” ซา ไฮ ฮาวาสส์ (Zahi Hawass) ผู้อำนวยการสภาโบราณสถานแห่งอียิปต์ (Egypt's Supreme Council of Antiquities) เปิดเผยขณะที่กำลังช่วยทีมงานขุดค้น และเปิดฝาโลงโชว์สิ่งที่พวกเขาค้นพบ ซึ่งฮาวาสส์อธิบายอีกว่าผู้ เชี่ยวชาญจะใช้เครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) เพื่อระบุว่าร่างดังกล่าวน่าจะเป็นของใคร และเจ้าของร่างที่เพิ่งขุดพบนี้มีชีวิตอยู่และตายอย่างไร เชื่อว่าภายในสัปดาห์หน้าน่าจะเปิดเผยรายละเอียดดังกล่าวได้
       

       มัมมีร่างนี้ นักอัยคุปต์วิทยาพบเมื่อ 2 เดือนก่อน จากนั้นมัมมีร่างดังกล่าวถูกนำมาโชว์ที่พิพิธภัณฑ์อิมโฮเทป (Imhotep) ในเมืองซัคคารา (อิมโฮเทป น่าจะได้รับการยกย่องว่าเป็น "นักวิทยาศาสตร์คนแรกของโลก" เพราะเกิดก่อน “เทลีส” (Theles) นักปราชญ์และนักวิทยาศาสตร์ชาวกรีก ซึ่งคว้าตำแหน่งนี้ไปครอง (มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 624 ถึงปี 546 ก่อนคริสตศักราช) ถึง 2,000 ปี อิมโฮเทปออกแบบและควบคุมการสร้างปิรามิดแบบขั้นบันได ที่หมู่บ้านซัคคาราใกล้ ๆ กับเมืองเมมฟีส ของอียิปต์โบราณ อิมโฮเทปยังได้รับการยกย่องว่า มีความรู้ใน ด้านต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางด้านการแพทย์โบราณ จนกระทั่งได้รับการยกย่อง โดยชาวอียิปต์รุ่นต่อมาว่า เป็นเสมือนหนึ่งเทพเจ้าแห่งการแพทย์) 
       
       ทั้งร่างของมัมมีที่ทางการอียิปต์เพิ่งเปิดเผยนี้ มี ผ้าปกคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างสมบูรณ์ด้วยผ้าที่มีสีสันสดใสและตกแต่งด้วย ลายกราฟิกอย่างสวยงาม อีกทั้งยังมีภาพเทวีมะอัต (Maat) เทพแห่งความยุติธรรมและความซื่อสัตย์ (บางครั้งปรากฏในรูปของเทพี ทรงเป็นเทพผู้ซึ่งถือขนนกไว้ในพระหัตถ์ เพื่อไว้ใช้ชั่งกับหัวใจของผู้ที่ผ่านพิธีในคัมภีร์มรณะ) นอกจากนี้ผ้าบนร่างมัมมียังมีภาพโอรสทั้ง 4 ของเทพฮอรัส (Horus) ที่มีหัวเป็นเหยี่ยวป่า (เป็นโอรสของโอสิริสและไอซิส) และภาพแสดงให้เห็นถึงพิธีกรรมการทำมัมมี
       
       ”มัมมีร่างนี้สร้างขึ้นเมื่อ 2,000 ปีก่อน โดยศิลปินทำร่างและวาดภาพบนผ้าห่อมัมมีนั้น แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของอารยธรรมอียิปต์โบราณ ด้วยการใช้สีัสันสวยงามจนตรึงตาและยังวาดเส้นลายกราฟิกที่ใบหน้า พร้อมด้วยหน้ากากที่ทำจากทองคำอย่างดี” ฮาวาสส์อธิบาย และระบุว่าดูจากตำแหน่งที่ฝังศพแล้วเชื่อว่าเจ้าของมัมมีร่างนี้มีฐานะร่ำรวย
       

       นอกจากนี้ เมื่อ 2 เดือนที่แล้วยังมีการค้นพบปิรามิดที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อนในเขตซัคคาราอีก ด้วย ซึ่งเมืองซัคคารานี้ห่างจากไคโร เมืองหลวงของอียิปต์ไปทางตอนใต้ประมาณ 12 ไมล์ และเป็นอีกเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยี่ยมชม เพราะมีวัด หลุมศพ และสุสานอีิยิปต์โบราณมากมาย ซึ่งความโดดเด่นของปิรามิดในเมืองซัคคาราก็คือ “ปิรมิดขั้นบันได” (Step Pyramid) หรือ “ซิกกูรัต” (Ziggurat) ออกแบบโดยอิมโฮเทป สร้างถวายให้ ฟาโรห์ซอสเซอร์ (Zoser) ทำด้วยหินทรายมีอายุประมาณ 2,750 ปีก่อนคริสตกาล

ขอบคุณแหล่งที่มา/http://www.manager.co.th




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด