วิชาการดอทคอม ptt logo

'โรคไข้หวัดใหญ่' สายพันธุ์ใหม่

'โรคไข้หวัดใหญ่' สายพันธุ์ใหม่
ผู้เขียน: khonthai159 ชมแล้ว: 1,241 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 28 August 2009, 8:08 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 28 August 2009, 8:09 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - 'โรคไข้หวัดใหญ่' สายพันธุ์ใหม่
<

หวาดผวากันไปทั่วโลกสำหรับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในเม็กซิโกและอีกหลายประเทศ โดยตอนแรกองค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกชื่อว่า สไวน์ อินฟลูเอ็นซ่า (swine influenza) บ้านเราจึงเรียกตามว่า "โรคไข้หวัดหมู" แต่จากการสอบสวนโรคไม่พบว่า มีการติดเชื้อจากหมูสู่คน เป็นการติดต่อระหว่างคนสู่คน ดังนั้นเพื่อไม่ให้คนไทยตื่นตระหนก จนเป็นโรคกลัวหมู กระทรวงสาธารณสุขของไทย จึงเรียกชื่อโรคว่า  "โรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก" และท้ายที่สุด องค์การอนามัยโลกได้เรียกชื่อใหม่ว่า influenza A (H1N1) หรือ "โรคไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ สายพันธุ์ H1N1" 
 
โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกไวรัสสัตว์สู่คน อธิบายว่า ไข้หวัดหมูมีจุดกำเนิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2461-2462 ในช่วงที่มีการระบาดครั้งใหญ่ทั่วโลกของไข้หวัดใหญ่ในคน คือ ไข้หวัดสเปน ซึ่งคร่าชีวิตไป 20-40 ล้านคนทั่วโลก ในช่วงนั้นมีการพบไข้หวัดในหมูเช่นกัน และจวบจน พ.ศ. 2473 จึงได้มีการแยกเชื้อได้
   
ไข้หวัดหมูยังเป็นหมูแท้ ๆ อยู่อีก 80 ปี โดยไม่มีลูกผสมเป็น 3 เกลอ (พันธุกรรมหมู นก คน) ดังเช่นปัจจุบัน แต่ถึงกระนั้นก็ก่อให้เกิดโรคใน คนอยู่เนือง ๆ มากกว่า 50 ราย เช่น ในสหรัฐ 19 ราย  เชโกสโลวาเกีย 6 ราย เนเธอร์แลนด์ 4 ราย รัสเซีย 3 ราย และประเทศแคนาดาและฮ่องกงอีกแห่งละ 1 ราย โดยที่ผู้ป่วย 61% มีประวัติสัมผัสกับหมูและอยู่ในช่วงอายุเฉลี่ยประมาณ 24 ปี หลังจากนั้น พ.ศ. 2517 ไข้หวัดหมูมีการพัฒนาโดยเกิดโรคในค่ายทหารที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ มีผู้ป่วย 13 ราย และเสียชีวิต 1 ราย และอีก 230 ราย ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการหรือมีอาการแต่น้อยมาก ทั้งหมดนี้ไม่มีประวัติสัมผัสหมู ซึ่งแสดงว่าน่าจะมีการพัฒนาจนมีการติดต่อระหว่างคนสู่คน
 
จากเหตุการณ์การติดต่อในค่ายทหารทำให้มีการใช้วัคซีนไข้หวัดหมูฉีดให้ประชาชนทั่วไป แต่พบว่าช่วงที่มีการฉีดวัคซีนมีผู้ป่วยเส้นประสาทอักเสบ แขน ขา อัมพาต ทำให้ล้มเลิกการใช้วัคซีนไป และข้อมูลสรุปของการเกิดอัมพาตอาจยังคลุมเครือจนปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2531 มีผู้หญิงตั้งครรภ์เสียชีวิต โดยมีประวัติสัมผัสหมูในรัฐวิสคอนซิน และเริ่มสงสัยว่าไข้หวัดหมูอาจไม่ใช่พันธุ์หมูล้วน จวบจน พ.ศ. 2541 จึงได้มีการพิสูจน์พบว่า หมูเลี้ยงในสหรัฐมีไวรัสไข้หวัดหมูกลายพันธุ์  โดยมีพันธุกรรมผสมระหว่าง หมู คน และนก เกิดสายพันธุ์ผสม H3N2  H1N2 และ H1N1 และสายพันธุ์ผสมนี้ยังพบได้ในเอเชีย และประเทศแคนาดา
 
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า การพัฒนาการของเชื้อโรคที่จะเข้าสู่คนนั้นแบ่งได้ 5 ระดับ
ระดับที่ 1 คือ เชื้อโรคอยู่ในสัตว์และไม่เคยติดต่อมายังคน เช่น เชื้อมาลาเรียในลิง
ระดับที่ 2 มีการติดต่อจากสัตว์มาคน แต่หยุดเพียงคน ๆ นั้น โดยไม่มีการแพร่จากคนสู่คน เช่น โรคพิษสุนัขบ้าจากสุนัข
ระดับที่ 3 เริ่มมีการข้ามสายพันธุ์ โดยไวรัสจากสัตว์ชนิดหนึ่งถ่ายทอดไปยังสัตว์อีกชนิดและแพร่มายังคน เช่น โรคอีโบล่า ที่มีแหล่งรังโรคในค้างคาวแพร่มายังลิง และส่งต่อมายังคน โดยมีการติดต่อคนสู่คนด้วย แต่อยู่ในวงจำกัด เนื่องจากโรคมีความรุนแรงมากในคนและผู้ติดเชื้อเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็วจนไม่สามารถส่งต่อไปคนอื่น ๆ อีก
ระดับที่ 4 เชื้อจะสิงสู่ในสัตว์ได้หลายชนิด ขึ้นกับสภาวะภูมิอากาศ ความแห้งแล้ง หรืออุดมสมบูรณ์ เช่น ไวรัสในตระกูลไข้เลือดออก ไข้สมองอักเสบโดยอาจแฝงในลิงหรือสัตว์ขุดรู  ต่าง ๆ และมียุงเป็นพาหะกัดคน และเมื่อคนมีจำนวนไวรัสหรือเชื้อโรคมาก ๆ ขึ้นก็จะถูกยุงมากัด และนำเชื้อไปให้คนอื่น ๆ อีก ซึ่งเห็นได้ชัดในโรคไข้เลือดออก และเป็นสาเหตุให้ต้องพยายามกำจัดยุง ในบริเวณบ้านคนที่เป็นไข้เลือดออก
ระดับที่ 5  มีการวิวัฒนาการในสัตว์จนสุกงอม และติดต่อมายังคน และติดเชื้อในคนได้อย่างสมบูรณ์ จนกระทั่งมีการติดต่อระหว่างคนสู่คนได้สำเร็จไม่ต้องอาศัยสัตว์อีกต่อไป เช่น กรณีของโรคเอดส์จากเชื้อ เอชไอวี ที่มีต้นกำเนิดมาจากลิง
     
ไข้หวัดหมูก็มีการพัฒนาการสุดยอด และอาจจะอยู่ในระดับที่ 5 ซึ่งต่อจากนี้จะมีการแพร่ระหว่างคนสู่คนเอง แต่จะมีประสิทธิภาพเพียงใดขึ้นกับการปรับตัวของไข้หวัดหมูในมนุษย์
 
การเกิดเชื้อในคนจากไข้หวัดหมูผสมสายพันธุ์ใหม่ พบในประเทศสเปน เดือน พ.ย. 2551 เป็นผู้หญิงอายุ 50 ปี มีการไข้ ไอ เหนื่อย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คันคอ และคันตา และหนาวสั่น ผู้ป่วยหายเองโดยไม่ต้องการการรักษาใด ๆ โดยที่ผู้ป่วยทำงานในฟาร์มหมูและสัมผัสใกล้ชิดหมู ไม่มีคนใกล้ชิดในละแวกมีการติดเชื้อ ข้อสรุป ณ ขณะนั้น ยังไม่คิดว่าไข้หวัดหมู แม้เป็นสายพันธุ์ผสมแล้วจะมีอันตรายมากนัก อย่างไรก็ดี เหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดมาก่อนในสหรัฐ ที่รัฐวิสคอนซิน ใน  วันที่ 7 ธ.ค. 2548 วัยรุ่นชายอายุ 17 ปี มีอาการของไข้หวัดใหญ่แต่อาการหายเองใน 3-4 วัน มีการติดเชื้อไข้หวัดหมูลูกผสม H1 N1 โดยผู้ป่วยไม่ได้มีการสัมผัสกับหมูหรือไก่ที่บริเวณบ้าน และในระหว่างช่วงเดียวกันมีรายงานการติดเชื้อลูกผสมใน แคนาดาในระหว่าง พ.ศ. 2548-2550
 
จากเหตุการณ์ดังกล่าวจะเห็นได้ว่าไวรัสไข้หวัดหมูมีการพัฒนาตัวเองมาตลอด โดยที่สามารถติดต่อมายังคน และเกิดโรคจากคนสู่คน แม้จะไม่ได้เป็นสายพันธุ์ลูกผสมก็ตาม และแม้แต่เป็นสายพันธุ์ลูกผสมแล้วก็ไม่ได้เกิดอันตรายร้ายแรง
 
ลักษณะดังกล่าวที่เกิดขึ้น ถึงแม้ไข้หวัดหมูขณะนี้จะก้าวล่วงไปถึงระดับ 5 โดยไม่ต้องอาศัยหมูแล้วก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้ความสำคัญต่อการเฝ้าติดตามเชื้อโรคในหมู และสิ่งที่ยากลำบาก คือ หมูที่ติดเชื้อไม่จำเป็นต้องแสดงอาการเจ็บป่วยก็ถ่ายทอดเชื้อได้ สำหรับหมูในประเทศไทยในขณะนี้แม้จะมีเชื้อลูกผสมวนเวียนอยู่ก็ตาม เหมือนในสหรัฐหรือยุโรป แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ แต่ยังคงต้องเกาะติดสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง.




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด