ส่งข้อสอบวิชาการจัดการนวัตกรรมและสารสนเทศ | วิชาการ.คอม


ส่งข้อสอบวิชาการจัดการนวัตกรรมและสารสนเทศ

สารบัญ

     
หน้าที่ 1 ข้อ 1 การเรียนการสอนทางเว็บ (WBI Web Based Instruction) ทำได้อย่างไร มีปัญหาและอุปสรรคอะไรบ้าง ให้ท่านอธิบายเรื่องแบร็นวิท ว่าเกี่ยวข้องกับปัญหาการศึกษาทางเว็บอย่างไร ท่านมีวิธีแก้ปัญหาเหล่านั้นอย่างไร
หน้าที่ 2 ข้อ 3 มนุษย์เน็ตรุ่นใหม่ ๆ ใน Net generation 2 3 4 ( 2G 3G 4G ) มีลักษณะอย่างไร ให้ท่านอธิบายลักษณะของผู้เรียนและผู้สอน และเทคโนโลยีรุ่น สอง สาม สี่ ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร อภิปรายพร้อมเปรียบเทียบกับรุ่นหนึ่งและปัจจุบัน ทั้งด้านบวกและลบ
หน้าที่ 3 ข้อ 6 Social Network ดังต่อไปนี้มีความสามารถในการใช้ต่างกัน หรือเหมือนกันอย่างไร และนำมาใช้เพื่อการศึกษามวลชน โดยเชื่อมโยงกับการจัดการศึกษาได้อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่างจริงมาให้เห็น
หน้าที่ 4 ข้อ 7 โทรทัศน์ ร้อยช่อง จะนำมาใช้เดื่อการศึกษา จะทำได้อย่างไร แตกต่างจากโทรทัศน์แบบเดิม ๆ อย่างไร ควรมีช่องที่สำคัญเสนอการศึกษาด้านใดบ้าง ให้นักศึกษาเขียนโครงการสมมุติและวิเคราะห์ให้เห็นว่าครูและนักเรียน สามัญชนสามารถจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ทางอินเทอร
หน้าที่ 5 ข้อ 8 ห้องสมุดมีชีวิต ทำได้อย่างไร แตกต่างจากห้องสมุดแบบเดิม ๆ อย่างไร และจะเชื่อมโยงกันทั่วประเทศได้อย่างไร ให้นักศึกษาเขียนโครงการและวิเคราะห์ให้เห็น นวัตกรรมที่แตกต่าง การเชื่อมโยงกับการจัดการศึกษาระหว่างห้องสมุด
หน้าที่ 6 ข้อ 10 การศึกษาทางไกลสู่มวลชนผ่านอินเทอร์เน็ต

ข้อ 6 Social Network ดังต่อไปนี้มีความสามารถในการใช้ต่างกัน หรือเหมือนกันอย่างไร และนำมาใช้เพื่อการศึกษามวลชน โดยเชื่อมโยงกับการจัดการศึกษาได้อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่างจริงมาให้เห็น

ข้อ 6    Social Network  ดังต่อไปนี้มีความสามารถในการใช้ต่างกัน หรือเหมือนกันอย่างไร และนำมาใช้เพื่อการศึกษามวลชน โดยเชื่อมโยงกับการจัดการศึกษาได้อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่างจริงมาให้เห็น

Social network แต่ละสังคมแตกต่างและมีความสามารถในการใช้งานหลากหลาย บางสังคมของ network เพียงแต่รับส่งฝากข้อความเช่น MSN,  My space ทั้งสองสังคมนี้จะคล้ายกันคือเป็นโปรแกรมส่งข้อความข้ามระบบเครือข่ายแบบทันทีทันใด โดยสามารถใช้ได้ร่วมกันระบบปฏิบัติการวินโดส์ ทั้ง XP, Vista, Server 2003, บางสังคมของ rou network สามารถมองเห็นภาพ และพูดคุยติดต่อกันได้ทันทีเช่น Camfrog, Twitten, You Tube บางสังคมสามารถส่งข้อความ ส่ง Multimedia เช่น Hi5, Facbook, Tagged ในสังคม network สิ่งที่คล้ายๆกันคือ การมีปฏิสัมพันธ์ในการสื่อสาร ส่งข้อความ ข้อแตกต่างการเชื่อมต่อสื่อสารทางสังคม ไม่เห็นภาพ ไม่มีเสียง บางสังคมเห็นภาพ เห็นเสียง มีภาพเคลื่อนไหว

               ในสังคม network เราสามารถนำมาใช้เพื่อการศึกษามวลชนได้อย่างมากจะเห็นว่าปัจจุบันไม่ว่าเป็นเรื่องข้อมูลข่าวสาร หรือสังคมเศรษฐกิจ ปัจจุบันนี้เกือบร้อยเปอร์เซ็นส่วนใหญ่จะมีการเชื่อมโยงบนอินเตอร์เน็ต เพราะสังคมอินเตอร์เน็ตเป็นสังคมที่เป็นสากล คือทั่วโลกสามารถเชื่อมโยงโดยไม่มีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพรมแดน สัญชาติ ภาษา คือพูดง่ายๆสังคม network เป็นสังคมไร้พรมแดน จะเห็นว่า network ได้เข้าไปมีบทบาทในสังคมมนุษย์หลายส่วนๆ และก็ไม่เว้นด้านการศึกษา ดังตัวอย่างที่มีเกิดขึ้น เช่น ตัวอย่างการจัดการการศึกษาทางไกลผ่านอินเตอร์เน็ต เช่น E-learning, E-book, E-classroom ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันสังคม network  ได้เข้ามามีส่วนในการจัดการศึกษามวลชนอย่างมาก และเป็นการศึกษาที่เปิดกว้างให้กับมวลชนในการเข้าถึงการศึกษา ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการศึกษาในสังคม network  ได้ทุกที่ได้ทุกเวลา

ประโยชน์ของ   Social  Networking   คือ

1.      Social  Networking      ช่วยให้เรามีเพื่อนฝูง

2.      Social  Networking      ช่วยให้เราเจอเพื่อนเก่าที่หายสาบสูญ

3.      Social  Networking      ช่วยให้เราประหยัดเงินค่าโทรศัพท์

4.      Social  Networking      ช่วยฝึกภาษาอังกฤษ

5.      Social  Networking      ช่วยให้เรามีเว็บไซต์ส่วนตัว

6.      Social  Networking      ช่วยให้เราไม่ลืมวันเกิดเพื่อน

7.   Social  Networking      สามารถใช้เว็บเหล่านี้เป็นเครื่องมือเพื่อการศึกษา              ( Educational  Blog )  ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยในต่างประเทศมักจะใช้บล็อกเป็นสื่อในการสอน หรือแลกเปลี่ยนความคิดกัน

8.      Social  Networking      ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญทางการเมือง

9.   Social  Networking      ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญทางการตลาดของทั้งอดีตนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีปัจจุบัน

10. Social  Networking      สามารถใช้เว็บเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารข้อความต่าง ๆ ไม่ว่าของตนเองหรือขององค์กร  ออกไปยังคนกลุ่มหนึ่ง  โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทางด้านการตลาดแต่อย่างใด   บางคนก็เรียกเป็นกลยุทธ์ปากต่อปาก  หรือ  Viral  Marketing  ที่เมื่อเราโพสต์ข้อความบางประการลงไปในเว็บสังคมออนไลน์เหล่านี้  คนจำนวนมากที่เป็น  “ เพื่อน ”  ของเรา  หรือติดตามเราอยู่ก็จะได้รับข้อมูลเหล่านั้น และถ้าข้อความดังกล่าวมีความน่าสนใจ ข้อความดังกล่าวก็จะถูกสื่อสารต่อออกไปเรื่อย ๆ   อย่างเช่น  Twitter  ของนายกฯ  และอดีตนายกฯ ที่ต่างก็พยายามใช้สื่อนี้ในการทำ  Viral  Marketing   อย่างเช่นกรณีของอดีตนายกฯ นั้น  ก็เขียนไว้ใน  Twitter  ของตนเองว่า “ เมื่อวานนี้ได้รับสิทธิทำลอตเตอรี่ในอูกานดา เพื่อนำรายได้มาคัดเด็กเก่ง ๆ ส่งไปเรียนต่างประเทศ  บางคนก็จะส่งมาเรียนในไทย  รวมทั้งส่งเสริมฟุตบอลด้วย ”    ในขณะที่  Twitter ของนายกฯ ปัจจุบัน  ก็เขียนไว้ว่า  “ เปิดตัวเว็บไซต์ประจำตัวนายกรัฐมนตรีไทย  และเพิ่มช่องทางสื่อสารใหม่ของประชาชนผ่านทาง  http://www.pm.go.th ”   ซึ่งเชื่อว่านักข่าวก็ติดตาม  Twitter  ของบุคคลทั้งสอง เพื่อที่จะได้เผยแพร่นำข้อมูลเหล่านี้ไปเผยแพร่ผ่านทางสื่อมวลชนอีกต่อไป

11. Social  Networking      สามารถใช้เว็บสังคมออนไลน์เป็นที่ที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับองค์กรที่เราทำงาน เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่เราใช้ หรือเกี่ยวกับการเมือง  เช่น  เมื่อทดลองพิมพ์ค้นหาคำว่า  Abhisit ลงไปใน  Twitter  ก็จะเจอความเห็นใน  Twitter  ของประชาชนทั่ว ๆ ไป  ทั้งในเชิงบวกและลบ เกี่ยวกับนโยบายและกิจกรรมของนายกฯ   หรือพิมพ์คำว่า   McDonald  ลงไปใน  Twitter  ก็จะเจอความเห็นเกี่ยวกับสินค้าของ  McDonald   อยู่เต็มไปหมด   ดังนั้น ถ้าใช้ให้ดีแล้ว สังคมออนไลน์เหล่านี้ จะกลายเป็นช่องทางในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าและบริการต่าง ๆ  ซึ่งในไม่ช้า องค์กรต่าง ๆ ก็คงต้องหาคนมาคอยเฝ้าเว็บสังคมออนไลน์เหล่านี้ เพื่อคอยสืบและติดตามข่าวเกี่ยวกับองค์กรตนเอง

12. Social  Networking      สามารถใช้เมื่อองค์กรของตนเองมีข่าวหรือกิจกรรมอะไรที่น่าสนใจ ก็สามารถใช้เว็บเหล่านี้เป็นกลไกในการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข่าวสารดี ๆ เกี่ยวกับองค์กรของตนเองไปยังบุคคลต่าง ๆ  รอบ ๆ  ตัวเรา

13. Social  Networking      สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการตอบคำถาม หรือข้อข้องใจของลูกค้า  เกี่ยวกับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าและบริการต่าง ๆ โดยจะมีพนักงานคนหนึ่งทำหน้าที่ในการติดตามข่าวสารหรือข้อร้องเรียนต่าง ๆ ที่ปรากฏใน  FB  และ  Twitter  และทำหน้าที่ในการชี้แจงข้อมูล ข้อเท็จจริงต่าง ๆ  รวมทั้งตอบคำถามที่ปรากฏอยู่ในเว็บสังคมออนไลน์เหล่านี้  ในความเป็นจริงแล้วก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ติดตามข้อมูลข่าวสารบนเว็บสังคมออนไลน์เท่านั้น แต่อาจจะเป็นหน้าที่ของพนักงานทุกคนเลยก็ว่าได้ ว่าถ้าเจอข้อวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้ปรากฏขึ้นเมื่อไร ก็จะต้องทำหน้าที่ในการตอบและชี้แจงทันทีไม่ต้องรอให้คนที่รับผิดชอบเป็นคนคอยมาตอบและดูแลเท่านั้น

 

เว็บทางสังคม (Social web) จัดเป็นเครื่องมือทันสมัยที่นำมาใช้ในการจัดการความรู้อย่างแพร่หลาย จึงนับเป็นเรื่องสำคัญที่บรรณารักษ์ หรือนักสารสนเทศจะต้องสร้างบทบาทในเชิงรุกในการเรียนรู้ และสร้างเครือข่ายทางสังคม (Social   networks )  เพื่อการแบ่งปันความรู้ ส่งเสริมการเข้าถึงความรู้ในกลุ่มผู้ใช้และประชาชนไทยโดยรวม การบูรณาการระหว่างเทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศกับเครื่องมือการจัดการความรู้  จึงเป็นพื้นฐานอันสำคัญยิ่งในการสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา