วิชาการดอทคอม ptt logo

แพทย์รามาฯรักษาจอประสาทตาเสื่อม

แพทย์รามาฯรักษาจอประสาทตาเสื่อม
ผู้เขียน: สำรวญสุทธิเจริญ ชมแล้ว: 2,982 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 28 September 2009, 5:27 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 28 September 2009, 5:29 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - แพทย์รามาฯรักษาจอประสาทตาเสื่อม
<

รศ.นพ.วิชัย ประสาทฤทธา หัวหน้าหน่วยจอประสาทตา ภาควิชาจักษุวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยถึงความก้าวหน้านวัตกรรมรักษาโรคตาเสื่อมด้วยเทคโนโลยีชีวภาพที่เพิ่งผ่านการจดทะเบียนเมื่อเร็วๆนี้ ว่า หนึ่งในสาเหตุหลัก ที่ทำให้ผู้ที่อายุมากกว่า 55 ปีขึ้นไปตาบอด คือการเสื่อมสภาพของดวงตาที่ทำให้ความสามารถในการมองเห็น รายละเอียดของวัตถุ สีสันและแสงสว่างด้อยลง โดยเกิดจากการมีเส้นเลือดผิดปกติงอกขึ้นบริเวณใต้จอประสาทตา หรือที่เรียกว่า โรคจอประสาทตาเสื่อม (AMD) โรคนี้เกิดจากความเสื่อมสภาพของร่างกาย โดยผู้ป่วยจะค่อยๆสูญเสียการมองเห็นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการมองเห็นส่วนตรงกลางของวัตถุหรือภาพต่างๆ ที่ผ่านมาวิธีรักษาที่ช่วยชะลอความเสื่อมมีหลายวิธี เช่น การใช้แสงเลเซอร์ การรักษาแบบโฟโตไดนามิค และล่าสุดมีการรักษาด้วยการฉีดยา Anti-VEGF เข้าไปในน้ำวุ้นลูกตา ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่พบว่าให้ผลการรักษาที่ดี

 

 “การฉีดยา Anti-VEGF เข้าไปในน้ำวุ้นลูกตา จะเข้าไปทำให้เกิดการยับยั้งกระบวนการสร้างหลอดเลือดใหม่ที่งอกผิดปกติในชั้นคอรอยด์ โดยพบว่า ช่วยให้ผู้ป่วยคงความสามารถในการมองเห็น และบางส่วนยังช่วยเพิ่มการมองเห็นได้ดีขึ้นด้วย ถือเป็นการรักษาแนวใหม่ที่ช่วยยับยั้งสาเหตุการเกิดโรคได้ตรงจุดมากขึ้น ลดโอกาสในการสูญเสียสายตาของผู้ป่วยลงได้” รศ.นพ.วิชัยกล่าวและว่า ข้อจำกัดของการ รักษาวิธีนี้ในขณะนี้ คือ ยังมีราคาแพง เพราะ Anti-VEGF ที่ใช้ฉีดเข้าไปมีราคาสูงถึงเข็มละ 5-6 หมื่นบาท และต้องฉีดเดือนละเข็มให้ครบ 3 เข็มใน 3 เดือน

รศ.นพ.วิชัย กล่าวว่า ปัจจุบันอุบัติการณ์ของการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมในคนไทย พบได้มากขึ้นสาเหตุหลักๆมาจากอายุที่มากขึ้น โดยพบมากในคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป พันธุกรรม การสูบบุหรี่ โดยพบว่าการสูบบุหรี่ เป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคอย่างชัดเจน นอกจากนี้ คนไข้ที่ต้องกินยาลดความดันเลือด  และมีระดับของไขมัน  คอเรสเทอรอลสูงมีความเสี่ยงสูงมากต่อการเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมแบบสูญเสียการมองเห็นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งหญิงวัยหมดประจำเดือนที่ไม่ได้กินยาฮอร์โมนด้วย.




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 1 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 24 ส.ค. 2553 (15:02)
อายุ 28ปี สายตาสั้นประมาณ 1000 ตรวจเมื่อ 26/07/2552 ไปตรวจสภาพดวงตาที่ ร.พ.ศรีนครินทร์ เพื่ทำการรักษาด้วยวีธีเลสิค แต่กลับพบว่าเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม Retinitis pigmentosa (ตรวจเมื่อ 12/02/2553) ปัจจุนันยังไม่ได้ไปตรวจดวงตาอีกเลย
na_rong21
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 50 ดวง