ปลาดุกลำพันคืนถิ่นเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดพัทลุง : มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับส่วนราชการในจังหวัดพัทลุง เตรียมจัดกิจกรรมปล่อย“ ปลาดุกลำพันคืนถิ่นเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดพัทลุง ” | วิชาการ.คอม


ปลาดุกลำพันคืนถิ่นเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดพัทลุง : มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับส่วนราชการในจังหวัดพัทลุง เตรียมจัดกิจกรรมปล่อย“ ปลาดุกลำพันคืนถิ่นเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดพัทลุง ”

สารบัญ

nonglak onkrang

ปลาดุกลำพันคืนถิ่นเฉลิมพระเกียรติ: มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับส่วนราชการในจังหวัดพัทลุง เตรียมจัดกิจกรรมเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยปล่อยลูกพันธุ์ปลาดุกลำพันคืนถิ่นอาศัย ณ ท่าน้ำ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ในเดือนพฤศจิกายน -ธันวาคม 2552 เพื่อช่วยในการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำที่สำคัญ และเป็นการทำนุบำรุงทรัพยากรที่แสดงถึงความป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพัทลุงอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2551 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ ทรงเยี่ยมชมการเพาะเลี้ยงปลาดุกลำพัน ณ หน่วยวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง  โดยมี อาจารย์ ดร.สุภฎา คีรีรัฐนิคม  เฝ้าฯ รับเสด็จฯ และถวายรายงาน

ผลงานวิจัยเรื่อง การพัฒนาปลาดุกลำพันสู่สัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดใหม่ โดย อาจารย์ ดร.สุภฎา คีรีรัฐนิคม นำเสนอในงาน นำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2552 (Thailand Research Expo 2009) เมื่อวันที่ 26-30 สิงหาคม 2552 ณ ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ    ภายใต้ชื่องานว่า "เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงโลก : ภูมิปัญญาทักษิณ ( ข้าว ปลา อาหาร )"

อาจารย์ ดร.สุภฎา คีรีรัฐนิคม  ผู้รับผิดชอบโครงการฯ กล่าวว่า  จากความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์ และอนุบาลปลาดุกลำพันวัยอ่อนของหน่วยวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง (Kiriratnikom et al., 2007)  ทำให้ปัจจุบันมหาวิทยาลัย มีพันธุ์ปลาดุกลำพัน ระยะวัยอ่อน และระยะวัยรุ่นเป็นจำนวนมาก และเนื่องจากชุมชนในจังหวัดพัทลุงได้ตระหนักดีถึงการลดจำนวนลงของปลาดุกลำพันในธรรมชาติ ประกอบกับเป็นปลาที่นิยมบริโภคในท้องถิ่น และมีราคาสูง จึงมีกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในจังหวัดพัทลุง และบุคคลทั่วไปเริ่มให้ความสนใจที่จะนำปลาดุกลำพันจากมหาวิทยาลัยทักษิณไปเลี้ยงทั้งในเชิงอนุรักษ์พันธุ์ปลาหายาก และเชิงเศรษฐกิจ เป็นจำนวนมาก

เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นับเป็นสิริมหามงคลฤกษ์ในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ตามเบื้องพระยุคลบาท การปล่อยปลาดุกลำพันคืนถิ่นอาศัยในแหล่งธรรมชาตินับเป็นกิจกรรมที่สำคัญอย่างยิ่งในการร่วมเฉลิมฉลองวโรกาสอันสำคัญของประชาชนชาวไทย และเป็นโอกาสที่เหมาะสมในการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำหายากใกล้สูญพันธุ์ให้ดำรงอยู่ในธรรมชาติ   ด้วยเหตุผลดังกล่าวการปล่อยลูกพันธุ์ปลาดุกลำพันคืนถิ่นอาศัย โดยเฉพาะแหล่งน้ำที่เป็นจุดเด่นของจังหวัดพัทลุง จึงเป็นกิจกรรมที่จะช่วยในการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำที่สำคัญ และเป็นการทำนุบำรุงทรัพยากรที่แสดงถึงความป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพัทลุงอย่างยั่งยืน 

ทะเลน้อยนับเป็นพื้นที่แหล่งน้ำจืดที่มีความสำคัญและเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพัทลุง และเป็นพื้นที่ที่ในอดีตพบปลาดุกลำพันแพร่กระจายเป็นจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันปลาดุกลำพันได้สูญหายไปจากทะเลน้อย โดยไม่มีรายงานการพบปลาดุกลำพันในแหล่งน้ำดังกล่าวมาเป็นเวลานาน  การอนุรักษ์พันธุ์ปลาดุกลำพันสามารถดำเนินการได้ 2 ลักษณะ ได้แก่การฟื้นฟูถิ่นอาศัยของปลาชนิดนี้ และการเพาะขยายพันธุ์ปลาดุกลำพัน เพื่อปล่อยลูกพันธุ์กลับสู่ถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ  โดยเฉพาะการผลิตลูกปลาดุกลำพันจากพ่อ-แม่พันธุ์ที่เพาะพันธุ์และเลี้ยงขึ้นเองในห้องปฏิบัติการ โดยมีการอนุบาลลูกปลาด้วยวิธีการที่เหมาะสม จนกระทั่งลูกปลามีขนาดที่สามารถดำรงชีวิตได้เองในธรรมชาติ แล้วปล่อยพันธุ์ปลานี้กลับสู่ถิ่นอาศัยในปริมาณ และช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยอาศัยความร่วมมือในการดูแลทำนุบำรุงรักษาทรัพยากร และถิ่นอาศัยของปลาจากชุมชนที่เล็งเห็นความสำคัญ  

ดังนั้น ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ จึงได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง  ศูนย์วิจัย และพัฒนาประมงน้ำจืดพัทลุง  กรมประมง  สำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง กรมประมง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สถานีพัฒนา และส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าทะเลน้อย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  จัดกิจกรรมเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยการปล่อยลูกพันธุ์ปลาดุกลำพันคืนถิ่นอาศัย ณ ท่าน้ำ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  อำเภอควนขนุน  จังหวัดพัทลุง  เพื่อช่วยในการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำที่สำคัญ และเป็นการทำนุบำรุงทรัพยากรที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพัทลุงอย่างยั่งยืน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน –เดือนธันวาคม 2552 

ข้อมูลเพิ่มเติม  ปลาดุกลำพัน เป็นปลาที่มีลักษณะส่วนหัวเล็กสั้น ครีบหลังและครีบก้นใหญ่ยาวเกือบเท่าความยาวลำตัว ครีบหางเล็กอยู่ชิดกับครีบหลังและครีบก้น บางตัวก็เชื่อมติดกัน ครีบท้องเล็ก ตัวสีคล้ำอมน้ำตาลแดง มีจุดเป็นแนวตั้งตลอดลำตัว ด้านท้องมีสีจาง ขนาดความยาวลำตัวประมาณ 30 ซม. ตัวใหญ่ที่สุดพบมีขนาด 60 ซม.  ปลาดุกลำพันเป็นปลาน้ำจืดที่มีถิ่นอาศัยเฉพาะในภาคใต้ของประเทศไทย  ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป  และภาคตะวันออกตั้งแต่จังหวัดจันทบุรี และยังพบในประเทศมาเลเซียถึงบอร์เนียว พบอาศัยในแหล่งน้ำที่เป็นกรดและมีสีชา เช่นตามป่าพรุและลำธารในป่าดิบชื้น มีพฤติกรรมชอบรวมกลุ่มกันเป็นฝูงในฤดูแล้ง มีขายเป็นครั้งคราวในตลาดสดทางภาคใต้เช่นที่จังหวัดพัทลุงและนครศรีธรรมราช เนื้อมีรสชาติดีกว่าปลาดุกชนิดอื่น ราคาค่อนข้างสูง และยังมีการเลี้ยงเป็นปลาสวยงามที่มีพบขายเป็นครั้งคราวในตลาดปลาสวยงาม   ปัจจุบันพบว่าเป็นสัตว์น้ำที่ใกล้สูญพันธุ์ในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เนื่องจากมีการบุกทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสภาพที่อยู่อาศัยของปลาดุกลำพัน ตลอดจนการจับปลามากเกินกำลังการผลิตตามธรรมชาติ ทำให้คาดการณ์ว่าปลาดุกลำพันในธรรมชาติอาจสูญพันธุ์หมดไปจากธรรมชาติในระยะเวลาอันสั้น  แม้ว่าจะมีงานวิจัยที่รายงานผลสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้แต่จนกระทั่งปัจจุบันยังไม่มีการผลิตลูกพันธุ์ปลาในปริมาณมากเพียงพอ   รวมทั้งยังไม่เคยมีงานวิจัยที่เกี่ยวกับการอนุบาลลูกปลาและเลี้ยงปลาชนิดนี้มาก่อน 

ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการร่วมกิจกรรม โปรดติดต่อ ดร.สุภฎา คีรีรัฐนิคม  ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง โทร. 074-693992   หรือ 084-7503986 หรือที่งานประชาสัมพันธ์ โทร.  074-442660  หรือ 074-311885-7 ต่อ 7203 , 7207

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา