วิชาการดอทคอม ptt logo

รายงานวิจัย : การประเมินโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมในโรงเรียน การประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม

รายงานการวิจัย "การประเมินโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมในโรงเรียน การประยุกต์หลักธรรมาภิบาล" เพื่อเผยแพร่งานวิจัย ให้กับผู้ที่สนใจในเรื่องการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน
ผู้เขียน: titleupz ชมแล้ว: 93,325 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 14 November 2009, 3:32 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 23 January 2010, 11:11 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - บทที่ 1 : บทนำ

บทที่ 1

บทนำ


ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
        พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ได้บัญญัติสาระเกี่ยวกับแนวทาง การปฏิรูปการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นปรัชญาการศึกษา ความมุ่งหมายของการจัดการศึกษา การปฏิรูปการศึกษา และหลักการจัดการศึกษา ปรากฏในมาตรา 6 ได้กล่าวไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาศักยภาพของคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรม และวัฒนธรรมในการดารงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ ในหมวด 4 มาตรา 22 กล่าวไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคน มีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนสาคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องสามารถส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ และมาตรา 23 การจัดการศึกษาต้องเน้นความสาคัญทั้งความรู้ คุณธรรม และกระบวนการเรียนรู้ (สานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. 2542) อันนาไปสู่การพัฒนาคนไทยเป็นผู้ที่มีคุณภาพมีความสามารถที่จะปรับตัวได้อย่างรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่จะมาถึง
         การจัดการศึกษามุ่งเน้นความสาคัญทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถคุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อพัฒนาคนให้มีความสมดุล โดยยึดผู้เรียนสาคัญที่สุด ทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ ให้มีความสาคัญต่อความรู้เกี่ยวกับตน และความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม (กรมวิชาการ. 2544) ดังนั้น สถานศึกษาจึงมีบทบาทสาคัญที่จะต้องจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นคุณธรรม จริยธรรม โดยใช้คุณธรรมนาความรู้ ในการฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ใช้ความรู้มาใช้ป้องกันและแก้ไขปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติให้ทาได้ คิดเป็น ทาเป็น รักการอ่าน และเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง ผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ อานวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ และมีความรอบรู้คู่คุณธรรม สำหรับการดำเนินการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมตามหลักสูตรการศึกษา ได้มีการกาหนด
แนวทางในการดาเนินการไว้ กล่าวคือ การจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมต่าง ๆ ควรให้สอดแทรกการเสริมสร้างค่านิยมและการพัฒนาจริยธรรมอย่างสม่าเสมอ ในการเสริมสร้างค่านิยม ที่ระบุไว้ในจุดหมายต้องปลูกฝังค่านิยมที่เป็นพื้นฐาน เช่น ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทน มีวินัย รับผิดชอบการพึ่งตนเอง และการรู้จักประมาณตนควบคู่ไปด้วย (กรมวิชาการ. 2535 : 5) การสนองตอบรับนโยบายดังกล่าว ทุกสถานศึกษาจึงได้จัดโครงการเพื่อการพัฒนาเด็ก และเยาวชนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ทาหน้าที่ฝึกฝนจัดการอบรมบ่มนิสัย การถ่ายทอดคุณธรรมจริยธรรมต่าง ๆ ให้แก่เด็กและเยาวชน ส่วนหนึ่งย่อมอยู่ในความรับผิดชอบของครู ดังนั้น ภาระหน้าที่ในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมจึงเป็นความรับผิดชอบของครูหรือผู้สอนโดยตรง การอบรมสั่งสอนภายในห้องเรียนการจัดกิจกรรมเสริมบทเรียน การจัดกิจกรรมเสริมภายนอกห้องเรียนและโรงเรียนที่จะให้เกิดผลดีต้องอาศัยวิธีการหลากหลายประการ เมื่อสถานศึกษา ต้องดาเนินการตามนโยบายของกรมวิชาการ โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมมีปรัชญาของโรงเรียนว่า เรียนดี มีจริยธรรม นาชุมชนพัฒนา จากปรัชญาของโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียนได้ตระหนักถึงคุณธรรม จริยธรรมของนักเรียนโดยรวม จึงได้สนับสนุนให้คณะครูจัดทาโครงการการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม สาหรับนักเรียนขึ้นโดยมุ่งเน้นที่นักเรียนชั้นอนุบาล 1-2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6และมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 เพราะนักเรียนในวัยนี้มีจานวนไม่น้อยที่มีความประพฤติเบี่ยงเบนด้านคุณธรรม จริยธรรม เช่น ไม่รักษาระเบียบ ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองและส่วนรวม พฤติกรรมเหล่านี้เป็นเหตุผลที่สาคัญผลักดันให้คณะครูของโรงเรียนได้ดาเนินงานเกี่ยวกับโครงการการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 โดยให้นักเรียนชั้นอนุบาล 1-2 เข้ามามีส่วนร่วมในการทากิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งได้ดาเนินการพัฒนา คุณธรรม จริยธรรมให้แก่นักเรียนตั้งแต่ พ.ศ. 2549 จนถึงปัจจุบัน โครงการเป็นที่น่าพอใจขึ้น ในระดับหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ผู้ศึกษาและคณะครูจึงมีความเห็นสอดคล้องกัน ที่จะมีการประเมินโครงการเพื่อให้ผลของการประเมินโครงการเป็นข้อมูลสาหรับการนาไปพัฒนาโครงการ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อ ๆ ไป
       การศึกษาที่มุ่งส่งเสริมแต่หลักวิชา ไม่ได้สอนให้คนคิดเป็น ทาเป็น ทาให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งผลิตเด็กที่มีความรู้ แต่ไม่มีคุณธรรม บัณฑิตส่วนใหญ่ทางานเพื่อสนองผลประโยชน์ของบริษัทธุรกิจหรือนายทุน ไม่ได้เข้าใจสภาพชุมชนหรือปัญหาสังคมที่ตนเองเป็นสมาชิกอยู่ หรือนาความรู้ที่ได้เรียน มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและชุมชนตนเองได้ ระบบการศึกษาขาดคุณภาพ ไม่จูงใจให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถมาสมัครใจเป็นครูที่ดี ขณะที่สมาชิกที่เป็นนักศึกษาเปลี่ยนบทบาท จากการเป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัวมาเป็นภาระของครอบครัวที่พ่อแม่พี่น้องต้อง หาเงินมาส่งเสียให้เรียน นอกจากนี้แล้วยังมีผลกระทบต่อส่วนที่เป็นสานึกรับผิดชอบร่วมกัน ของสังคม
อันได้แก่การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพราะการที่สมาชิกในชุมชน ไม่รู้จักคุณค่าของทรัพยากร หรือไม่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน
ข้าพเจ้าในฐานะผู้บริหารโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ โครงการการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ได้ตระหนักถึงปัญหาและความสาคัญ และความจาเป็นดังกล่าว ของการจัดการศึกษา เพื่อให้นักเรียนเป็นผู้ที่มีผลการเรียนดี เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี อยู่ในกรอบคุณธรรม มีความขยัน อดทน ประหยัด ซื่อสัตย์และมีความรับผิดชอบ ความเป็นประชาธิปไตย มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม ร่วมในกระบวนการการพัฒนา มีความเป็นไทย และร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
       นอกจากนั้น ยังต้องการให้ครูปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียน เป็นแม่พิมพ์ที่ดี
ซึ่งจะได้ใช้ความรู้ความสามารถจัดกิจกรรมต่าง ๆ โดยยึดคุณธรรมนาความรู้ ควบคู่ไปกับการเรียนการสอนให้เกิดผลดีแก่นักเรียนอย่างเต็มที่ และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของโรงเรียนที่ว่า เด็กดีมีวินัยได้คุณภาพ ซาบซึ้งคุณธรรม น้อมนาประชาธิปไตย ชุมชนร่วมใจ ครูได้มาตรฐานมืออาชีพ ทั้งนี้ต้องการให้ครูทุกคนเป็นผู้นาในการดาเนินโครงการโครงการการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ที่เน้นผู้เรียนเป็นจุดศูนย์กลาง ตามแนวทางปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องและบรรลุ ตามจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ ให้นักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามจุดหมายของหลักสูตร เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข จึงได้ดาเนินการจัดทาโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมขึ้น
โครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียนที่มุ่งจัดการศึกษาให้มีคุณภาพได้มาตรฐานการศึกษาแห่งชาติและสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น เป็นที่ยอมรับของนักเรียน ผู้ปกครองและชุมชน โดยสามารถพัฒนาหลักสูตรและจัดการศึกษาได้อย่างหลากหลาย และ ไร้ขีดจากัด (Unconventional Curriculum and Learning) โดยอาศัยความร่วมมือและการสนับสนุนร่วมกัน (Participation and Supports) ระหว่างผู้ปกครอง โรงเรียนและชุมชน ด้วยระบบบริหารจัดการที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักเรียน ครู- อาจารย์และชุมชน (All for Education) เป็นโรงเรียนที่มุ่งพัฒนาสู่ ความเป็นเลิศ ทั้งด้านวิชาการและการประกอบอาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ ตามความสามารถ รักการแสวงหาความรู้อย่างไม่สิ้นสุด รู้ทันการเปลี่ยนแปลง และสามารถแข่งขันกับสังคมโลกได้ (กระทรวงศึกษาธิการ. 2541) นอกจากนี้ โรงเรียนคุณธรรม จริยธรรมยังถือได้ว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชน มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ใช้การบริหารจัดการแนวใหม่ที่มุ่งพัฒนาโรงเรียนทุกด้าน ทั้งด้านวิชาการ กระบวนการเรียนรู้ สภาพแวดล้อมของโรงเรียน และการนาเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และบริหารจัดการ โดยมุ่งหวังให้เด็กไทยเป็นคนดีมีคุณภาพ มีอนาคตที่สดใส และสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
        โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม เป็นโรงเรียนขนาดกลาง ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2465 มีชื่อเดิมว่า โรงเรียนประชาบาล 3 วัด บ้านนาเรียง พ.ศ. 2475 ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านสร้างอาคารเรียนชั่วคราวขึ้น ณ ที่ตั้งที่ตั้งโรงเรียนปัจจุบันและให้ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลตาบลโพนงาม 3 บ้านนาเรียง และในปีพุทธศักราช 2490 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนนาเรียงวิทยาคม” กระทั่งปีพุทธศักราช 2520 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนชุมชนจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม” จนถึงปัจจุบัน ได้ดาเนินการด้านการศึกษาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการและนโยบายของรัฐบาลจนเจริญหน้า ได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกจากสานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน )(2549, หน้า 39) รอบแรก เมื่อวันที่ 26 – 28 สิงหาคม พ.ศ. 2546 พบว่า ด้านผู้เรียน อยู่ในระดับคุณภาพพอใช้ จานวน 4 มาตรฐานและอยู่ในระดับดี จานวน 3 มาตรฐาน ดังนี้ มาตรฐานที่ 1 ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ มาตรฐานที่ 10 ผู้เรียนมีสุขนิสัย สุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีและมาตรฐานที่ 12 ผู้เรียนมีสุนทรียภาพและลักษณะนิสัยด้านศิลปะ ดนตรี กีฬา อยู่ในระดับดี ส่วนมาตรฐานที่ 4 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรองและมีวิสัยทัศน์ มาตรฐานที่ 5 ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จาเป็นตามหลักสูตร มาตรฐานที่ 6 ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง อยู่ในระดับพอใช้ และมีข้อเสนอแนะว่าควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้พัฒนาการคิดไปตามขั้นตอนของกระบวนการคิดแบบต่าง ๆ ส่วนการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนควรเน้นในเรื่อง การสร้างความคิดรวบยอดด้วยตัวนักเรียนเองตามขั้นตอนและกระบวนการสร้างความคิดรวบยอดเพื่อสร้างความเข้าใจในแต่ละเรื่องให้ถูกต้อง ชัดเจน ป้องกันการนาความคิดรวบยอดไปใช้ผิดที่
         จากการประเมินดังกล่าว จะเห็นได้ว่าโรงเรียนจะต้องจัดการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาให้นักเรียนเกิดทักษะในการสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง และสามารถนาองค์ความรู้ที่ได้ไปใช้ ในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับในเชิงวิชาการและในการดาเนินชีวิตประจาวัน ดังนั้นจึงจาเป็นที่จะต้องมีเทคนิคและวิธีการที่หลากหลายรูปแบบในการจัดการเรียนรู้ ทั้งด้านการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนมีความรู้พื้นฐานตามสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระที่เหมาะสมกับระดับ  ของนักเรียนและการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพื่อสร้างให้นักเรียนเป็น ผู้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้โรงเรียนเป็นเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ มีการพัฒนาการเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ที่มีความหลากหลายและต่อเนื่องตลอดชีวิต มีการบูรณาการความรู้ ทั้งเนื้อหาวิชา วิธีการ แหล่งเรียนรู้ และผู้รู้อย่างกว้างขวาง โดยให้เป็นไปตามศักยภาพผู้เรียนนั่นคือการเรียนแบบมีเหตุ มีผล หรือความพอดี พอประมาณ รวมทั้งการปลูกฝังระบบคุณค่าต่าง ๆ เพื่อให้เกิดสติปัญญา ความรอบรู้และศีลธรรมอันเป็นปัจจัยสาคัญในการดารงอยู่ได้อย่างเข้มแข็งภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ในปัจจุบัน การจัดการเรียนรู้ทั้งด้านแผนการเรียนรู้ กิจกรรมฐานและโครงการต่าง ๆ เพื่อให้ ผู้บริหาร คณะครู นักเรียนและบุคลากร ทุกคนปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การปฏิบัติงาน เน้นการมีส่วนร่วมของแต่ละกลุ่มงานภายในสถานศึกษา หน่วยงานและภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับร่วมกันกาหนดนโยบายและวางยุทธศาสตร์ด้านต่าง ๆ โดยเชื่อมโยงและสอดคล้องกับสาระท้องถิ่น หลักสูตรสถานศึกษาและมาตรฐานระดับชาติตาม
เพื่อให้การดาเนินโครงการดังกล่าวได้ทราบถึงข้อมูลย้อนหลังที่จะนากลับไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาการดาเนินโครงการให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้นผู้ประเมินจึงมีความสนใจที่จะทา การประเมินโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน: ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม เพื่อให้ทราบว่าผู้บริหาร นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครอง มีความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักเกี่ยวกับการนาแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดาเนินชีวิต และเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อันจะเป็นแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาโครงการต่าง ๆ ของโรงเรียนต่อไป


วัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการ
     1. เพื่อประเมินบริบทด้านความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ของโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม กับแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายการศึกษาของโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม กระทรวงศึกษาธิการ
     2. เพื่อประเมินความเหมาะสมของปัจจัยนาเข้าที่ใช้ในโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม
     3. เพื่อประเมินความเหมาะสมในการดาเนินการจัดกิจกรรมของโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม
     4. เพื่อประเมินผลผลิตของโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ในประเด็นต่อไปนี้
         4.1 เปรียบเทียบความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาลของนักเรียนก่อนและหลังดาเนิน
โครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม
        4.2 ศึกษาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนที่เกิดจากโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน: ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม

        4.3 ประเมินความพึงพอใจที่มีต่อโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน: ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม
     5. เพื่อประเมินผลกระทบที่เกิดจากโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน: ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม


ขอบเขตของการประเมินโครงการ
1. ด้านเนื้อหาและตัวแปร
ขอบเขตด้านเนื้อหา
      การวิจัยครั้งนี้เป็นการประเมินโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน: ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม พัฒนานักเรียน พัฒนาสังคม สู่คุณธรรม โดยประยุกต์ใช้รูปแบบการประเมินแบบของแดเนียล แอล สตัฟเฟิลบีม (Daniel L.Stufflebeam) หรือที่เรียกว่ารูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP model) โดยประเมินทั้งระบบของโครงการ 5 ด้าน คือ บริบท ปัจจัยนาเข้า กระบวนการ ผลผลิตและผลกระทบของโครงการตามทัศนะของผู้ที่เกี่ยวข้อง


ขอบเขตด้านตัวแปร
ตัวแปรที่ศึกษาในการประเมินมีดังนี้
     1.1 การประเมินบริบท (Context Evaluation) คือการประเมินเกี่ยวกับ
ความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ของโครงการกับแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
     1.2 การประเมินปัจจัยนาเข้า (Input Evaluation) คือการประเมินเกี่ยวกับ
ความรู้ ความพร้อม ความสามารถ ความเพียงพอ ความเหมาะสมของบุคลากร งบประมาณ ระยะเวลา วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการดาเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์
     1.3 การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) คือการประเมินเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการ การวัดผลและประเมินผล การใช้สื่อและเทคโนโลยีต่าง ๆ ในกิจกรรมสภาพการดาเนินงาน
     1.4 การประเมินผลผลิตที่เกิดขึ้น (Product Evaluation) คือการประเมิน
เกี่ยวกับความรู้เกี่ยวกับแนวปรัชญาของหลกัธรรมาภิบาล คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และความพึงพอใจ
     1.5 การประเมินผลกระทบของโครงการ (Impact Evaluation) คือการ
ประเมินเกี่ยวกับการนาความรู้และประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้รับจากการร่วมกิจกรรมของโครงการไปใช้ในการเรียนและการดาเนินชีวิตประจาวัน


2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ
     2.1 ผู้เชี่ยวชาญ จานวน 5 คน
     2.2 ผู้บริหารโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ที่ปฏิบัติหน้าที่ใน ปีการศึกษา 2550-2551 จานวน 1 คน
     2.3 ครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมที่ปฏิบัติหน้าที่ในปีการศึกษา 2550-2551 จานวน 25 คน
     2.4 นักเรียนโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ในปีการศึกษา 2550 จานวน 413 คน
     2.5 ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมจานวน 50 คน
     2.6 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ในปีการศึกษา 2550 จานวน 19 คน
ระยะเวลาดาเนินการ ปีการศึกษา 2550-2551
แหล่งข้อมูลการศึกษา ได้แก่ รายงานของผู้รับผิดชอบโครงการ การสอบถาม การสัมภาษณ์ การสังเกต และเอกสารที่เกี่ยวข้อง

นิยามศัพท์เฉพาะ
     1. การประเมินโครงการ หมายถึง การประมาณค่าของการดาเนินการของกิจกรรมใด ๆ อย่างมีระบบเพื่อปรับปรุงการดาเนินงานนั้นถึงในปัจจุบันและในอนาคต
     2. คุณธรรมที่กาหนด หมายถึง คุณธรรมที่ผู้ศึกษาค้นคว้ากาหนดสาหรับฝึกนักเรียน ซึ่งเป็นคุณธรรมตามที่กาหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 และ เป็นคุณธรรมที่หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมกาหนด
      3. โครงการ : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม หมายถึง โครงการพัฒนานักเรียนให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาล เกิดเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักษ์ศักดิ์ศรี มีคุณธรรม โดยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ 5 กิจกรรม และสามารถนาหลักการดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้ รวมถึงการพัฒนาผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยการจัดกิจกรรม การพัฒนาความรู้และทักษะการดาเนินชีวิตตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจและสามารถนาหลักธรรมาภิบาลไปปฏิบัติทั้งในการทางาน และการดาเนินชีวิตเพื่อสร้างสังคมแห่งความพอเพียงและเป็นสังคมที่มีแต่ความสงบสุขต่อไป
           3.1 กิจกรรมการส่งเสริมระเบียบวินัยตามหลักธรรมาภิบาล หมายถึง การจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ฝึกความมีระเบียบวินัยในตนเอง ตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบ มีบุคลิกภาพดี เห็นประโยชน์ของการเป็นผู้มีระเบียบวินัย
           3.2 กิจกรรมส่งเสริมความเป็นผู้นาตามหลักธรรมาภิบาล หมายถึง การจัดกิจกรรมนานักเรียนที่เป็นกลุ่มผู้นาและคณะกรรมการนักเรียนเข้าค่ายอบรมเกี่ยวกับการต่อต้านสิ่งเสพติดเพื่อให้นักเรียนเหล่านั้นกลับมาเป็นแกนนาในการต่อต้าน สิ่งเสพติดต่อไป
           3.3 กิจกรรมฐานคุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล หมายถึง การจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยจัดให้นักเรียนทุกระดับได้เรียนรู้ทุกวันอังคาร เวลา 08.30 – 09.00 น.
           3.4 กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาล หมายถึง การจัดกิจกรรมการบรรพชานักเรียนชาย ระดับชั้นมัธยมตอนต้น เพื่อให้ฝึกปฏิบัติตนเกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนา เกิดศรัทธาและเจตคติที่ดีต่อพระพุทธศาสนา นาไปสู่การเป็นคนดี มีจริยธรรมคุณธรรม
           3.5 กิจกรรมบูรณาการหลักธรรมาภิบาล สู่การจัดการเรียนรู้ หมายถึง กิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้ครูผู้สอนนาหลักธรรมาภิบาล สอดแทรกในแผน การเรียนรู้และนาไปใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน
           3.6 กิจกรรมการพัฒนาความรู้และทักษะการดาเนินชีวิตตามหลักธรรมาภิบาล หมายถึง การจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาเกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้ เกิดความรู้ ความเข้าใจและสามารถนาหลักการดังกล่าวไปใช้ในการทางานและในชีวิตประจาวันของตนเองเพื่อสร้างให้สังคมกลายเป็นสังคมแห่งคุณธรรม
     4. การประเมินโครงการ หมายถึง การประเมินโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม โดยประยุกต์ใช้รูปแบบการประเมินของแดเนียล แอล สตัฟเฟิลบีม (Daniel L. Stufflebeam) หรือที่เรียกว่ารูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP model) โดยประเมินทั้งระบบของโครงการ 5 ด้าน คือบริบท ปัจจัยนาเข้า กระบวนการ ผลผลิตและผลกระทบของโครงการตามทัศนะของผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
           4.1 การประเมินบริบท (Context Evaluation) คือ การประเมินเกี่ยวกับความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ของโครงการกับแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
           4.2 การประเมินปัจจัยนาเข้า (Input Evaluation) คือ การประเมินเกี่ยวกับความรู้ความพร้อม ความสามารถ ความเพียงพอ ความเหมาะสมของบุคลากร งบประมาณ ระยะเวลา วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการดาเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์
           4.3 การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) คือ การประเมินเกี่ยวกับ การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการ การวัดผลและประเมินผล การใช้สื่อและเทคโนโลยีต่าง ๆ ในกิจกรรม สภาพการดาเนินงาน
           4.4 การประเมินผลผลิตที่เกิดขึ้น (Product Evaluation) คือ การประเมินเกี่ยวกับความพึงพอใจ คุณลักษณะอันพึงประสงค์และความรู้เกี่ยวกับแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
           4.5 การประเมินผลกระทบของโครงการ (Impact Evaluation) คือ การประเมินเกี่ยวกับการนาความรู้และประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้รับจากการร่วมกิจกรรมของโครงการ ไปใช้ในการเรียนและการดาเนินชีวิตประจาวัน
      5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หมายถึง คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ในด้านรักษ์ศักดิ์ศรี มีคุณธรรม นาวิชาการ
      6. ผู้บริหาร หมายถึง ผู้อานวยการและรองผู้อานวยการโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ที่ปฏิบัติหน้าที่ในปีการศึกษา 2550
      7. ครูและบุคลากรทางการศึกษา หมายถึง ข้าราชการครู พนักงานราชการและครูอัตราจ้าง ที่ปฏิบัติหน้าที่สอนในโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ในปีการศึกษา 2550
      8. นักเรียน หมายถึง นักเรียนทุกคนของโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมในปีการศึกษา 2550
      9. ผู้ปกครองนักเรียน หมายถึง ผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนชุมชชนนาเรียงวิทยาคม ในปีการศึกษา 2550
      10. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ในปีการศึกษา 2550

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
      1. โรงเรียนมีข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับโครงการตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สาหรับสถานศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ ที่สนใจ
      2. นาข้อมูลที่ได้จากการประเมินไปใช้ในการกาหนดโครงการ การจัดสรรงบประมาณ และเพื่อแก้ไขและการบริหารจัดการโครงการต่าง ๆ ของโรงเรียนต่อไป
      3. โรงเรียนได้ดาเนินกิจกรรม 10 กิจกรรมของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม สร้างนักเรียน ที่สอดคล้องและเหมาะสมกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้วยความร่วมมือของ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครองและชุมชน
      4. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้น เนื่องจากนักเรียนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง รู้จักหน้าที่ของตนเอง มีความพอประมาณ ความมีเหตุผล ในการดาเนินชีวิต สามารถสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีบนเงื่อนไขของความรู้ และคุณธรรม
      5. ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครองและชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนาหลักหลักธรรมาภิบาล ไปใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างมีความสุข




หน้าที่ 2 - บทที่ 2 : รายละเอียดโครงการ วรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 2
รายละเอียดโครงการ วรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง


      การศึกษาการดาเนินการโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์ หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ผู้ประเมินได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมในโรงเรียน: ประยุกต์หลักธรรมา ภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ดังนี้
รายละเอียดโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน: ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม อาเภอร่องคา จังหวัดกาฬสินธุ์
      1. ความเป็นมาของโครงการ
      2. วัตถุประสงค์ของโครงการ
      3. เป้าหมายของโครงการ
      4. แนวทางในการจัดกิจกรรมม
      5. งบประมาณ
      6. การติดตาม กากับและประเมินผล

วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
1. หลักธรรมาภิบาล
      1.1 ความหมายของธรรมาภิบาล
      1.2 ความสาคัญของธรรมาภิบาล
      1.3 แนวคิดเกี่ยวกับธรรมาภิบาล
2. พระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545
3. นโยบายการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ.2550)
4. การประเมินโครงการ
5. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง



1. ความเป็นมาของโครงการ

       การจัดการเรียนการสอนในยุคการปฏิรูปการศึกษาในปัจจุบันจาเป็นจะต้องมีการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งด้านโครงสร้าง และเนื้อหาให้กลายเป็นหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 และเหมาะสมกับสภาพของแต่ละโรงเรียนและโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม เป็นโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นการให้บริการแก่ชุมชน โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 10 เดือนมกราคม พ.ศ. 2465 มีชื่อเดิมว่า โรงเรียนประชาบาล 3 วัดบ้านนาเรียง เปิดเรียนครั้งแรกมีนักเรียนชาย 99 คน หญิง 92 คน รวม 191 คน มีครู 3 คน มีนายเสน เบญมาศ เป็นครูใหญ่ พ.ศ. 2475 สมัยนายสอน จันทเคลิ้ม เป็นครูใหญ่ ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านสร้างอาคารเรียนชั่วคราวขึ้น ณ ที่ตั้งโรงเรียนในปัจจุบัน และให้ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลตาบลโพนงาม 3 บ้านนาเรียง” พ.ศ. 2490 เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนนาเรียงวิทยาคม” ได้ดาเนินการด้านการศึกษาตามหลักสูตรและนโยบายของรัฐบาล จนเจริญก้าวหน้าตามลาดับ พ.ศ. 2520 ได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนชุมชนจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม” จนถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม เปิดทาการสอน ตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา จนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สามารถจัดการเรียนการสอนจนประสบความสาเร็จหลาย ๆ ด้านจนได้รับการยกย่องชมเชยจากผู้บริหารระดับสูงตลอดมา โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 ตาบลสามัคคี อาเภอร่องคา จังหวัดกาฬสินธุ์ สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ระยะห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ 28 กิโลเมตร การคมนาคมระหว่างหมู่บ้านไปอาเภอหรือไปจังหวัด สามารถเดินทางได้โดยสะดวกทุกฤดูกาล ผู้เรียนผ่านการเรียนรู้แบบบูรณาการของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้หรือโครงการรวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและสามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน ได้เป็นอย่างดี มุ่งสร้างองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ มีการพัฒนาการเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ที่มีความหลากหลายและต่อเนื่องตลอดชีวิต มีการบูรณาการความรู้ ทั้งเนื้อหาวิชา วิธีการ แหล่งเรียนรู้และผู้รู้อย่างกว้างขวาง ไม่จากัดอยู่ในระบบโรงเรียนแบบเดิม โดยให้เป็นไปตามศักยภาพผู้เรียน เพื่อให้เกิดสติปัญญา ความรอบรู้และศีลธรรม อันเป็นปัจจัยสาคัญในการดารงอยู่ได้อย่างเข้มแข็งภายใต้กระแสของโลกาภิวัตน์ในปัจจุบัน
        ดังนั้นทางโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จึงเห็นควรให้มีการนาแนวทางการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม มาเผยแพร่เพื่อเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจเพิ่มเติมอีกทางหนึ่งแก่ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ตลอดจนผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งก่อให้เกิดความร่วมมือเป็นโครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนาหลักธรรมาภิบาล มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนตลอดจนการบริหารจัดการของสถานศึกษา นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้นาคุณธรรม จริยธรรม และหลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการดาเนินชีวิตประจาวันอีกด้วย

2. วัตถุประสงค์ของโครงการ

       2.1 เพื่อเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม ให้แก่นักเรียน ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
       2.2 เพื่อให้นักเรียน ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีส่วนร่วมในการนาหลักธรรมาภิบาลไปสร้างกิจกรรมหรือโครงการ ต่าง ๆ ที่สามารถนามาใช้ในการเรียนการสอนในโรงเรียน
       2.3 เพื่อให้นักเรียนเป็นผู้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คือ รักษ์ศักดิ์ศรี มีคุณธรรม นาวิชาการ ตามหลักธรรมาภิบาล

3. เป้าหมายของโครงการ

3.1 เชิงปริมาณ

    3.1.1 ผู้เชี่ยวชาญ จานวน 5 คน
    3.1.2 ผู้บริหารโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ที่ปฏิบัติหน้าที่ใน ปีการศึกษา 2550-2551 จานวน 1 คน
    3.1.3 ครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมที่ปฏิบัติหน้าที่ในปีการศึกษา 2550-2551 จานวน 24 คน
    3.1.4 นักเรียนโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมในปีการศึกษา 2550 จานวน 271 คน 2.5 ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมจานวน 271 คน 2.6 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ในปีการศึกษา 2550 จานวน 15 คน

3.2 เชิงคุณภาพ

3.2.1 นักเรียน ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาล

3.2.2 มีกิจกรรมหรือโครงการต่าง ๆ ที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนตามหลักธรรมาภิบาล 3.3.3 นักเรียนได้รับการพัฒนาให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลัก ธรรมาภิบาล ดังนี้

        1) หลักนิติธรรม เป็นหลักที่ไม่ต้องการให้มีอานาจใด อานาจหนึ่งมีอานาจเหนืออานาจอื่น ทั้งนี้เพื่อมุ่งคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของประชาชนจากการใช้อานาจรัฐ ซึ่งแยกเป็น หลักการย่อย 7 หลัก คือ

           ( 1.1) หลักการแบ่งแยกอานาจ

           (1.2) หลักการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

           (1.3) หลักความผูกพันต่อกฎหมายของเจ้าหน้าที่

           ( 1.4) หน่วยงานได้ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักความชอบด้วยกฎหมายในทางเนื้อหา

           ( 1.5) ผู้มีอานาจในการตัดสินใจในหน่วยงานมีความอิสระในการปฏิบัติหน้าที่

           ( 1.6) หน่วยงายยึดหลัก “ไม่มีความผิดและไม่มีโทษโดยไม่มีกฎหมาย”

           ( 1.7) หน่วยงานยึดหลักการทางานภายใต้กฎระเบียบสูงสุด

       2) หลักคุณธรรม เป็นหลักที่พิจารณาลักษณะพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้นา และบุคคลในองค์กร ซึ่งมีหลักการย่อย 3 หลัก คือ

           ( 2.1) การปลอดจากคอร์รัปชั่น

           ( 2.2) การปลอดจากการผิดวินัย

            (2.3) การปลอดจากการทาผิดมาตรฐานวิชาชีพนิยม และจรรยาบรรณ

        3) หลักความโปร่งใส เป็นหลักของความสุจริตที่พิจารณาความหมายเชิงเนื้อหาโครงสร้างและหลักเกณฑ์โดยเป็น 4 หลักการย่อยคือ

            (3.1) ความโปร่งใสด้านโครงสร้างของระบบงาน

            ( 3.2) ความโปร่งใสด้านระบบการให้คุณ

            ( 3.3) ความโปร่งใสในระบบการให้โทษ

            ( 3.4) ความโปร่งใสด้านการเปิดเผยของระบบงาน

       4) หลักการมีส่วนร่วม เป็นหลักของการกระจายโอกาสให้ประชาชน มีส่วนร่วมทางการเมือง และการบริหารเกี่ยวกับการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ รวมทั้งการจัดสรรทรัพยากรของชุมชน และของชาติ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชน โดยให้ข้อมูลแสดงความคิดเห็นให้คาแนะนา ปรึกษา ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ รวมตลอดจนการควบคุมโดยตรงจากประชาชน ซึ่งมีหลักการย่อย 4 หลัก คือ

            ( 4.1) หลักการให้ข้อมูลข่าวสาร

            (4.2) หลักการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

           ( 4.3) หลักการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ

           ( 4.4 ) หลักการพัฒนาขีดความสามารถในการมีส่วนร่วมของประชาชน

       5) หลักสานึกความรับผิดชอบ เป็นหลักการทางานที่มีหลักการ เหตุผล รับผิดชอบและสามารถตรวจสอบได้ โดยแบ่งเป็น 6 หลักการย่อย คือ

             ( 5.1) หน่วยงาน มีการสร้างความ เป็นเจ้าของร่วมกัน

             ( 5.2) หน่วยงานมีเป้าหมายที่ชัดเจน

             ( 5.3) หน่วยงาน มีการบริหารงานมีประสิทธิภาพ

             ( 5.4) หน่วยงานมีระบบติดตามประเมินผล

             ( 5.5) หน่วยงาน มีการจัดการผู้ไม่มีผลงาน

              (5.6) หน่วยงานมีแผนสารอง

       6) หลักความคุ้มค่า เป็นหลักการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จากัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม ซึ่งประกอบด้วย 3 หลักการย่อย คือ (

              (6.1) การประหยัด

              (6.2) การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

              (6.3) ความสามารถในการแข่งขัน

4. แนวทางในการจัดกิจกรรม ในการดาเนินโครงการการประเมินโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อให้นักเรียน มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น มีแนวทางการดาเนินการดังนี้

4.1 กิจกรรมส่งเสริมความเป็นผู้มีระเบียบวินัยตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้นักเรียนเป็นผู้มีระเบียบวินัย สามารถปฏิบัติตามระเบียบวินัยตาม หลักธรรมาภิบาล ดังนี้
       1) นักเรียนมีวินัยในตนเอง ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบของโรงเรียน
       2) นักเรียนสามารถบริหารเวลาของตนเองได้เหมาะสม
       3) นักเรียนอธิบายข้อดีของการเป็นผู้มีระเบียบวินัย
       4) นักเรียนลดพฤติกรรมการทาผิดระเบียบ
       5) ห้องเรียนมีความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย
       6) นักเรียนมีความตรงต่อเวลาในการเข้าแถวและเข้าเรียน
       7) นักเรียนมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองทั้งด้านการเรียนและการทางาน
       8) นักเรียนมีบุคลิกภาพดี สุภาพ ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นและสภาพแวดล้อมได้
       9) นักเรียนสามารถบอกประโยชน์ของการมีวินัยในตนเอง
     10) นักเรียนอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจถึงการเป็นผู้มีระเบียบวินัยที่ดี
     11) นักเรียนมีวินัยในตนเองในด้านที่เกิดประโยชน์และไม่ทาให้ผู้อื่นเดือดร้อน เช่น มีวินัยในการเรียน
     12) นักเรียนเป็นแบบอย่างที่ดีของการเป็นผู้มีวินัยในตนเอง

วิธีการ/กิจกรรม
      1) จัดกิจกรรมฝึกระเบียบแถว และการเดินสวนสนาม
      2) จัดกิจกรรมการฝึกบุคลิกภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

4.2 กิจกรรมส่งเสริมความเป็นผู้นาตามหลักธรรมาภิบาล หลักการและเหตุผล ด้วยนโยบายของโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม กาฬสินธุ์ วิสัยทัศน์ของโรงเรียนคือ โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จัดการศึกษาเพื่อให้นักเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เน้นความสามารถในการใช้ภาษาและคอมพิวเตอร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีความเป็นเลิศทางด้านการกีฬา เน้นคุณค่าในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รู้รักษาศิลปวัฒนธรรมไทยและท้องถิ่น ก้าวไกลสู่ความเป็นสากล บุคลากรได้รับการพัฒนาสู่ครูมืออาชีพ จากวิสัยทัศน์ดังกล่าวทางโรงเรียนต้องการเน้นไปที่การให้นักเรียน มีคุณธรรม จริยธรรมโดยเน้นที่ภาวะความเป็นผู้นาในโรงเรียนและสร้างความตระหนักในแนวทางปฏิบัติของการอยู่โรงเรียน ดังนั้นจาเป็นอย่างยิ่งที่บุคลากร อันได้แก่ นักเรียน คณะกรรมการนักเรียน ต้องมีความรู้ความเข้าใจ มีความเชื่อมั่น มีทัศนคติ วิสัยทัศน์ในการพัฒนาตนเองโรงเรียนและห้องเรียน ในการสร้างภาวะผู้นาและผู้ตามที่ดี ทางกลุ่มงานป้องกันยาเสพติดและแก้ไขพฤติกรรมนักเรียน ร่วมกับสานักกิจการนักเรียน จึงส่งเสริมให้บุคลากร นักเรียน คณะกรรมการนักเรียน ได้พัฒนาตนเอง อบรมนอกสถานที่ เพื่อสนองนโยบายของโรงเรียนและผู้ปกครอง ซึ่งเป็นการจุดประกายให้แก่นักเรียนผู้ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความสามารถ และเปรียบเสมือนเป็นเสาหลักในการสร้างเสริมพัฒนาโรงเรียน ได้เป็นแกนนาในการพัฒนาโรงเรียนให้มีความเข้มแข็ง นักเรียนได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด

  วัตถุประสงค์
      1) นักเรียนรู้จักตนเอง สามารถควบคุมตนเองและไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติด
      2) นักเรียนรู้บทบาทของการเป็นผู้นาและผู้ตามที่ดี
      3) นักเรียนมีเหตุผลในการหลีกเลี่ยงสิ่งเสพติด
      4) นักเรียนอธิบายโทษของสิ่งเสพติดได้
      5) นักเรียนรู้วิธีป้องกันตนเองจากสิ่งเสพติด
      6) นักเรียนช่วยเพื่อนให้รู้วิธีป้องกันตนเองจากสิ่งเสพติดได้
      7) นักเรียนสามารถบอกโทษของสิ่งเสพติดได้
      8) นักเรียนสามารถบอกวิธีหลีกเลี่ยงสิ่งเสพติดได้
      9) นักเรียนมีความประพฤติดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติด
    10) นักเรียนเป็นแบบอย่างที่ดีของการเป็นผู้นาที่ดีไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติด

วิธีการ/กิจกรรม
      1) จัดอบรม/บรรยายพิเศษ เรื่อง การพัฒนาภาวะผู้นา และบุคลิกภาพของผู้นา แผนและการพัฒนาโรงเรียนอย่างผู้นา การจูงใจเพื่อความเป็นผู้นาและเรื่องสิ่งเสพติด
      2) กิจกรรมภาคสนาม ( กิจกรรม OD )
      3) จัดสัมมนากลุ่มย่อย และกิจกรรม ฟั่นเกลียวใจให้เป็นหนึ่ง
      4) การปฏิบัตินั่งสมาธิ สวดมนต์
      5) การวางแผนโครงการพัฒนาโรงเรียนให้พ้นจากสิ่งเสพติด

4.3 กิจกรรมฐานคุณธรรมตามแนวหลักธรรมาภิบาล หลักการและเหตุผล พระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้สมบูรณ์ทั้งร่างกาย และจิตใจ สติปัญญา มีความรู้และคุณธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมในการดารงชีวิตสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม กาฬสินธุ์ตระหนักถึงเหตุผลดังกล่าว จึงได้จัดโครงการฐานคุณธรรมจริยธรรมขึ้น

   วัตถุประสงค์

       1. เพื่อให้นักเรียนได้สารวจตนเอง และเกิดจิตสานึกที่จะปรับปรุงตนเองให้ดี ยิ่งขึ้น

       2. นักเรียนเลือกหลักธรรมที่เหมาะกับตนเองไปปฏิบัติได้

       3. นักเรียนมีเหตุผลในการหลีกเลี่ยงสิ่งเสพติด

       4. นักเรียนอธิบายโทษของสิ่งเสพติดได้

       5. นักเรียนรู้วิธีป้องกันตนเองจากสิ่งเสพติด

       6. นักเรียนช่วยเพื่อนให้รู้วิธีป้องกันตนเองจากสิ่งเสพติดได้

       7. นักเรียนสามารถบอกโทษของสิ่งเสพติดได้

       8. นักเรียนสามารถบอกวิธีหลีกเลี่ยงสิ่งเสพติดได้

       9. นักเรียนมีความประพฤติดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติด

     10. นักเรียนเป็นแบบอย่างที่ดีของการเป็นผู้นาที่ดีไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติด


วิธีการ/กิจกรรม

     1. จัดอบรม/บรรยายพิเศษ เรื่อง การพัฒนาภาวะผู้นา และบุคลิกภาพของผู้นา แผนและการพัฒนาโรงเรียนอย่างผู้นา การจูงใจเพื่อความเป็นผู้นาและเรื่องสิ่งเสพติด

      2. กิจกรรมภาคสนาม

      3. จัดสัมมนากลุ่มย่อย และกิจกรรมฟั่นเกลียวใจให้เป็นหนึ่ง

      4. การปฏิบัตินั่งสมาธิ สวดมนต์

      5. การวางแผนโครงการพัฒนาโรงเรียนให้พ้นจากสิ่งเสพติด

4.4 กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ตามหลักธรรมาภิบาล หลักการและเหตุผล ด้วยโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมเป็นโรงเรียนที่มุ่งผลิตทรัพยากรบุคคลที่มี ระเบียบวินัย มีบุคลิกภาพดี มีความเป็นผู้นา มีความรู้ ความสามารถดี เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม จริยธรรม ทางโรงเรียนเล็งเห็นถึงความสาคัญของคุณธรรม จริยธรรมจึงได้จัด “กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ตามหลักธรรมาภิบาลขึ้น

วัตถุประสงค์
      1. นักเรียนรู้วิธีการประมาณตน รู้หลักธรรมเกี่ยวกับการเดินทางสายกลาง
      2. นักเรียนปฏิบัติตนตามหลักธรรมโดยยึดหลักทางสายกลาง
      3. นักเรียนรู้จักหลักธรรมในชีวิตประจาวันและอธิบายความหมายของแต่ละหลักธรรมได้
      4. นักเรียนอธิบายเหตุผลในการเลือกหลักธรรมมาปฏิบัติในชีวิตประจาวันได้
      5. นักเรียนปฏิบัติตนโดยป้องกันตนเองจากสิ่งยั่วยุต่าง ๆ ได้
      6. นักเรียนเป็นผู้มีจิตใจมั่นคง ไม่หวั่นไหวง่าย
      7. นักเรียนรู้จักและเข้าใจหลักธรรมที่ได้รับการอบรม
      8. นักเรียนอธิบายความหมายของหลักธรรมแต่ละเรื่องได้
      9. นักเรียนเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม
    10. นักเรียนมีความประพฤติดี และเป็นแบบอย่างที่ดี


วิธีการ/กิจกรรม

      1. ประชาสัมพันธ์การเข้าค่ายให้ผู้ปกครองทราบ

      2. ติดต่อประสานงานพระวิทยากรที่จะเป็นผู้อบรมฐานคุณธรรม

      3. พระวิทยากรทาการอบรมและฝึกธรรมปฏิบัติ

4.5 กิจกรรมการพัฒนาความรู้และทักษะการดาเนินชีวิตตามหลักธรรมาภิบาล หลักการและเหตุผล จากการบริหารโรงเรียนของผู้อานวยการโรงเรียนหลายคน มักประสบปัญหากับการบริหารเสมอ ทั้งไม่สามารถที่จะบริหารโรงเรียนและครูในโรงเรียนให้ปฏิบัติตามหน้าที่ของตนเองได้ ส่งผลให้เกิดปัญหาในการขับเคลื่อนโรงเรียนให้ก้าวไกลและพัฒนาไปให้ถึงขีดสุด ดังนั้นทางโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมจึงเห็นควรให้มีการนาหลักธรรมาภิบาลมาเผยแพร่เพื่อเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจเพิ่มเติมอีกทางหนึ่งแก่บุคลากรในโรงเรียน นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้นาหลักธรรมาภิบาลไปใช้เป็นทักษะในการดาเนินชีวิตประจาวันเพื่อให้สามารถดารงชีวิตในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุขอีกด้วย

วัตถุประสงค์
      1. รู้จักและเลือกแนวการดาเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
      2. นาหลักธรรมาภิบาลที่เหมาะสมกับตนเองไปใช้ในการทากิจกรรมต่าง ๆในชีวิตประจาวัน
      3. อธิบายเหตุผลของการเลือกหลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการทากิจกรรมต่าง ๆในชีวิตประจาวันได้
      4. ดาเนินชีวิตได้เป็นปกติและไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสสังคมโดยไม่มีเหตุผลที่ดีและเหมาะสม
      5. สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงได้
      6. มีความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาล
      7. เป็นผู้มีความประพฤติดี มีคุณธรรม จริยธรรม
      8. ดาเนินชีวิตตามหลักธรรมาภิบาล

วิธีการ/กิจกรรม
      1. ประชุมคณะกรรมการบริหารโรงเรียนเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ
เกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาล

      2. จัดทาเอกสารประกอบการอบรม

      3. อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาล แก่ คณะครูและบุคลากรในโรงเรียน

      4. สรุปและประเมินผลโครงการ

      5. งบประมาณ ( จานวน 22,200 ) ตาราง 1 รายละเอียดกิจกรรมการใช้งบประมาณ

กิจกรรม
งบประมาณ
ลักษณะงบประมาณที่ใช้
ระยะเวลาดาเนินการ/สถานที่
ค่าตอบ
ค่าใช้สอย
ค่าวัสดุ
อื่นๆ

กิจกรรม

1. กิจกรรมส่งเสริมระเบียบวินัยตามหลักธรรมาภิบาล

2. กิจกรรมส่งเสริมความเป็นผู้นาตามหลัก ธรรมาภิบาล

3. กิจกรรมฐานคุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล

4. กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ตามหลักธรรมาภิบาล

5. กิจกรรมการพัฒนาความรู้และทักษะการดาเนินชีวิตตามหลักธรรมาภิบาล

6. สรุปและรายงานผลการดาเนินโครงการ
60,500 45,500 10,000 56,000 450,000 (งบจาก สศช.) 40,000 10,000
10,000 19,000 1,000 19,000 20,000 2,000
35,000 1,000 1,000 1,000 1,000 1,000
20,500 3,000 10,000 7,500 10,000 3,000
5,000 31,500 29,500 10,000 11,500 4,000
ตลอดปีการศึกษา 27-29 ต.ค.51 ตลอดปีการศึกษา ตลอดปีการศึกษา ตลอดปีการศึกษา 15-20 มี.ค. 52
ตาราง 2 ระยะเวลาดาเนินงานโครงการ ปีการศึกษา 2550 – 2551
กิจกรรม
ระยะเวลาดาเนินงาน
ผู้รับผิดชอบ
1. ขั้นดาเนินการ 1. กิจกรรมส่งเสริมระเบียบวินัยตามหลักธรรมาภิบาล 2. กิจกรรมส่งเสริมความเป็นผู้นาตามหลักธรรมาภิบาล 3. กิจกรรมฐานคุณธรรมตาม หลักธรรมาภิบาล 4. กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ตามหลักธรรมาภิบาล 5.กิจกรรมการพัฒนาความรู้และทักษะการดาเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2.สรุปและรายงานผลการดาเนินโครงการ
ต.ค.50 และ มี.ค.51
กลุ่มบริหารงานบุคคล กลุ่มบริหารงานบุคคล กลุ่มสาระฯ สังคม กลุ่มสาระฯ สังคม ครูผู้สอนทุกคน ครูผู้สอนทุกคน
6. การติดตาม กากับและประเมินผล ตาราง 3 การติดตาม กากับและประเมินผล
ตัวชี้วัดความสาเร็จ
วิธีวัดและประเมินผล


เครื่องมือที่ใช้วัดและประเมินผล
      1. กิจกรรมส่งเสริมระเบียบวินัยตามหลักธรรมาภิบาล ศึกษาจากการดาเนินโครงการ สรุปและรายงานผล เอกสารสรุปและรายงานผลการดาเนินโครงการ
      2. กิจกรรมส่งเสริมความเป็นผู้นาตามหลักธรรมาภิบาล ศึกษาจากสรุปและรายงานผลการดาเนินโครงการ เอกสารสรุปและรายงานผลการดาเนินโครงการ
      3. กิจกรรมฐานคุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล ศึกษาจากสรุปและรายงานผลการดาเนินโครงการ เอกสารสรุปและรายงานผลการดาเนินโครงการ
      4. กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมตาม หลักธรรมาภิบาล ศึกษาจากสรุปและรายงานผลการดาเนินโครงการ เอกสารสรุปและรายงานผลการดาเนินโครงการ

10. กิจกรรมการพัฒนาความรู้และทักษะการดาเนินชีวิตตามหลักธรรมาภิบาล ศึกษาจากสรุปและรายงานผลการดาเนินโครงการ เอกสารสรุปและรายงานผลการดาเนินโครงการ
11.สรุปและรายงานผลการดาเนินโครงการ -มีเอกสารรายงานสรุปการดาเนินโครงการ เอกสารสรุปและรายงานผลการดาเนินโครงการ

      วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง การศึกษาการดาเนินการโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม อาเภอร่องคา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าเอกสาร ทฤษฎี และวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ดังรายละเอียดต่อไปนี้ คือ การศึกษาการดาเนินการโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม อาเภอร่องคา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังรายละเอียดต่อไปนี้ หลักธรรมาภิบาลในการบริหารงาน 1. ความหมายของธรรมาภิบาล ธรรมาภิบาล (good governance) ในภาษาไทยใช้คาเรียกที่แตกต่างกัน เช่นธรรมาภิบาล ธรรมรัฐ ธรรมราษณ์ การจัดการปกครอง การปกครองที่ดี สุประศาสน์การ การบริหารจัดการที่ดี บรรษัทภิบาล บรรษัทอภิบาล การกากับดูแลกิจการ และอื่น ๆ ในการวิจัยครั้งนี้จะใช้คาว่า “ธรรมาภิบาล” ซึ่ง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้อธิบายว่า “ธรรมาภิบาล” เป็นศัพท์ที่สร้างขึ้นจากคาว่า ธรรมกับอภิบาล ซึ่งคาว่า “ธรรม” แปลว่า ความดี หรือกฎเกณฑ์แนวความคิด “ธรรมาภิบาล” แบบสากลนี้ ก็ยังเป็นแนวความคิดที่ใหม่มาก มีนักวิชาการ และองค์กรระหว่างประเทศได้ให้คานิยามและความหมายของธรรมาภิบาลไว้ ดังต่อไปนี้ United Nation and Development Programme (UNDP) ให้นิยามธรรมาภิบาลว่า หมายถึง การดาเนินงานของภาคการเมือง การบริหารและภาคเศรษฐกิจที่จะจัดกิจการของประเทศ ในทุกระดับ ประกอบด้วยกลไก กระบวนการ และสถาบันต่าง ๆ ที่ประชาชนและกลุ่มสามารถแสดงออกซึ่งผลประโยชน์ปกป้องสิทธิของตนเองตามกฎหมาย และแสดงความคิดเห็น ที่แตกต่างกันบนหลักการของการมีส่วนร่วม ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ การส่งเสริมหลักนิติธรรม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการจัด ลาดับความสาคัญทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ยืนอยู่บนความเห็นพ้อมต้องกันทางสังคมและเสียงของคนยากจน ผู้ด้อยโอกาสได้รับการพิจารณาในการจัดสรรทรัพยากรเพื่อการพัฒนา ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (The Asian Development Bank : ADB) กล่าวว่า ธรรมาภิบาล คือ การมุ่งความสนใจไปที่องค์ประกอบที่ทาให้เกิดการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้แน่ใจว่านโยบายที่กาหนดไว้ได้ผล หมายถึง การมีบรรทัดฐานเพื่อให้มีความแน่ใจว่ารัฐบาลสามารถ สร้างผลงานตามที่สัญญาไว้กับประชาชนได้
        องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) กล่าวถึง ธรรมาภิบาล ใน “Participatory Development and Good Governance Report of the Aid Study Committee (1996)” ว่าเป็นรากฐานของการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมจะนาไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ตนเองได้และมีความยุติธรรมทางสังคม โคฟี่ อันนัน (Kofi Annan) เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ กล่าวว่า ธรรมาภิบาล เป็นแนวทางการบริหารงานของรัฐ ที่เป็นการก่อให้เกิดการเคารพสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม สร้างเสริมประชาธิปไตย มีความโปร่งใสและเพิ่มประสิทธิภาพ ในประเทศไทยเองก็มีองค์กร หน่วยงาน และบุคคลที่สนใจเกี่ยวกับธรรมาภิบาล ได้ให้ความหมายของคาว่า ธรรมาภิบาลที่แตกต่างกัน เช่น ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ (2541) อธิบายว่า “ธรรมาภิบาล” หมายถึงการบริหารกิจการของบ้านเมืองด้วยความเป็นธรรม เคารพสิทธิของผู้คนพลเมืองอย่างเสมอกัน มีระบบตัวแทนประชาชน ที่จะสะท้อน ความคิดของผู้คนได้อย่างเที่ยงตรง มีรัฐบาลที่ไม่ถืออานาจเป็นธรรม แต่ใช้อานาจอย่างมีประชาชนจะตรวจสอบได้ ตัวรัฐบาลเองก็มีความเอื้ออาทรต่อผู้คนสามัญ เป็นอาภรณ์ ประดับตน ไม่ดูถูกประชาชนด้วยการเอาความเท็จมาให้ และมีอารยะพอที่จะแสดง ความรับผิดชอบหากบริหารงานผิดพลาด หรือไร้ประสิทธิภาพ บุญศักดิ์ กาแหงฤทธิรงค์ (อ้างถึงใน บวรศักดิ์ อุวรรณโณ. 2542) เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ อธิบายว่า ธรรมาภิบาล หมายถึง รัฐที่ดาเนินการไปด้วยธรรม ประชาชนมีสติปัญญา ก่อให้สังคมเป็นปึกแผ่น ในความเป็นหนึ่งเดียว ฝ่ายที่คิดเป็นศัตรูย่อมทาอะไรไม่ได้ หากคนไทยรักเมืองไทย รู้จักความเป็นไทยมากกว่านี้จะมีพลังสติปัญญา มีการจัดการที่ใช้ความปรองดองสร้างสรรค์ ในที่สุดธรรมรัฐก็เกิดความเป็นธรรม ความโปร่งใส ความยุติธรรม โดยเน้นการมี ส่วนร่วมของคนดี ซึ่งแนวคิดเกิดจากการที่ประชาชนเห็นว่าระบบราชการล้าหลัง ทุกส่วนต้องการ การปฏิรูป ต้องมีการปรับโครงสร้างราชการให้ดีขึ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น และประชาชนต้องการให้มีการตรวจสอบโดยสื่อมวลชน ธรรมาภิบาล เป็นกระบวนการความสัมพันธ์ ( interactive relation) ร่วมกันระหว่างภาครัฐ สังคม เอกชน และประชาชน ซึ่งทาให้การบริหารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพ มีคุณธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีความร่วมมือของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และยังมองว่าในการที่จะสร้างธรรมาภิบาลในสังคมไทยได้นั้น ควรให้มีการปฏิรูประบบ 4 ส่วน คือ ปฏิรูปภาคราชการ ภาคธุรกิจ เอกชน ภาคเศรษฐกิจสังคม และปฏิรูปกฎหมาย ชัยอนันต์ สุมทวณิช (2541) ให้ความหมายธรรมาภิบาลว่า การที่กลไกของรัฐ ทั้งการเมือง และการบริหาร มีความแข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพ สะอาด โปร่งใส และรับผิดชอบ เป็นการ ให้ความสาคัญ กับภาครัฐและรัฐบาลเป็นด้านหลัก

        อานันท์ ปันยารชุน (2542) กล่าวถึง ธรรมาภิบาล คือ ผลลัพธ์ของการจัดการกิจกรรม ซึ่งบุคคล และสถาบันทั้งในภาครัฐและเอกชนมีผลประโยชน์ร่วมกัน ได้กระทาลงในหลายทาง มีลักษณะ เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจนาไปสู่ การผสมผสาน ผลประโยชน์ที่หลากหลายและขัดแย้งกันได้ โดยสาระ ธรรมรัฐ หรือ Good Governance คือ องค์ประกอบที่ทา ให้เกิ




หน้าที่ 3 - บทที่ 3 : วิธีดำเนินงานประเมิน

บทที่ 3
วิธีดำเนินการประเมิน


        การดาเนินงานตามโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม : ประยุกต์หลักธรรมภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม นั้น โรงเรียนได้กาหนดโครงการไว้ในแผนปฏิบัติงานของโรงเรียนในปีการศึกษา 2550 ผู้ประเมินขอนาเสนอวิธี การดาเนินงาน ดังนี้

วิธีการประเมินโครงการ
ประชากร
กรอบแนวคิดในการประเมิน
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูล
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
วิธีการประเมินโครงการ


       การประเมินโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม : ประยุกต์หลักธรรมภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ครั้งนี้ ผู้ประเมินได้ประยุกต์ใช้การรูปแบบการประเมินซิปป์ (CIPP Model) ของดาเนียล แอลของสตัฟเฟิลบีม (Danial L.Stuffelbeam) โดยมีรายละเอียดดังนี้
           1. การประเมินบริบท (Context Evaluation) คือการประเมินเกี่ยวกับความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ของโครงการกับแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ และนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
           2. การประเมินปัจจัยนาเข้า (Input Evaluation) คือการประเมินเกี่ยวกับความรู้ ความพร้อม ความสามารถ ความเพียงพอ ความเหมาะสมของบุคลากร งบประมาณ ระยะเวลา วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการดาเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์
           3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) คือการประเมินเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการ การวัดผลและประเมินผล การใช้สื่อและเทคโนโลยีต่าง ๆ ในกิจกรรม สภาพการดาเนินงาน
           4. การประเมินผลผลิตที่เกิดขึ้น (Product Evaluation) คือการประเมินเกี่ยวกับ ความพึงพอใจ คุณลักษณะอันพึงประสงค์และความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาล

           5. การประเมินผลกระทบของโครงการ (Impact Evaluation) คือการประเมินเกี่ยวกับ การนาความรู้และประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้รับจากการร่วมกิจกรรมของโครงการไปใช้ในการเรียนและการดาเนินชีวิตประจาวัน ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ

            1. ผู้เชี่ยวชาญ จานวน 5 คน

            2. ผู้บริหารโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ที่ปฏิบัติหน้าที่ในปีการศึกษา 2550 จานวน 1 คน

            3. ครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ที่ปฏิบัติหน้าที่ ในปีการศึกษา 2550 จานวน 24 คน

            4. นักเรียนโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ในปีการศึกษา 2550 จานวน271 คน

            5. ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ในปีการศึกษา 2550 จานวน 271 คน

            6. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ในปีการศึกษา 2550 จานวน 15 คน

กรอบแนวคิดในการประเมิน
       การประเมินครั้งนี้ เป็นการประเมินความก้าวหน้าของโครงการ ระหว่างการดาเนินโครงการและเมื่อสิ้นสุดโครงการ โดยยึดวัตถุประสงค์ ในการประเมินเป็นหลัก และกาหนดตัวแปรศึกษาลักษณะของข้อมูลที่ต้องการหรือประเด็นศึกษาตลอดจนแนวทางการตัดสินใจเชิงประเมิน ดังนี้

ตาราง 4 กรอบแนวคิดในการประเมินโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม


วัตถุประสงค์
ประเด็นศึกษา
แหล่งข้อมูล
วิธีรวบรวมข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูล
เกณฑ์ในการประเมิน
ประเมินบริบทของโครงการ
บริบทของการดาเนินโครงการ
- รายงานความก้าวหน้า
- ผู้เชี่ยวชาญ
- ผู้บริหาร
- ครูผู้รับผิดชอบโครงการ
- คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- แบบรายงานโครงการ
- แบบสอบถาม
- วิเคราะห์เชิงเนื้อหา
-พิจารณาความเหมาะสมของวัตถุประสงค์กับแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ตามระดับความคิดเห็นซึ่งมีข้อคาถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า(Rating Scale)โดยการหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
- ระดับความคิดเห็น
- พิจารณาจากระดับความคิดเห็นดังนี้
4.51 - 5.00 เหมาะสมมากที่สุด
3.51 - 4.50 เหมาะสมมาก
2.51 - 3.50 เหมาะสมปานกลาง
1.51 - 2.50 เหมาะสมน้อย
1.00 - 1.50 เหมาะสมน้อย
45
46
ตาราง 4 (ต่อ)
วัตถุประสงค์
ประเด็นศึกษา
แหล่งข้อมูล
วิธีรวบรวมข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูล
เกณฑ์ในการประเมิน
ประเมินปัจจัยนาเข้าของโครงการ
ปัจจัยนาเข้าของการดาเนินโครงการ
- รายงานความก้าวหน้า
- ผู้บริหาร
- ครูผู้รับผิดชอบ
- คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- แบบรายงานโครงการ
- แบบสอบถาม
- แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาล
วิเคราะห์เชิงเนื้อหา
- พิจารณาความพร้อม ความสามารถ ความเพียงพอ ความเหมาะสมของบุคลากร งบประมาณ ระยะเวลา วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการดาเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ ตามระดับความคิดเห็นซึ่งมีข้อคาถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า(Rating Scale)โดยการหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
- ระดับความคิดเห็น
-พิจารณาจากระดับความคิดเห็นดังนี้
4.51 - 5.00 เหมาะสมมากที่สุด
3.51 - 4.50 เหมาะสมมาก
2.51 - 3.50 เหมาะสม ปานกลาง
1.51 - 2.50 เหมาะสมน้อย
1.00 - 1.50 เหมาะสมน้อยที่สุด
46
47
ตาราง 4 (ต่อ)
วัตถุประสงค์
ประเด็นศึกษา
แหล่งข้อมูล
วิธีรวบรวมข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูล
เกณฑ์ในการประเมิน
ประเมินกระบวนการของโครงการ
กระบวนการดาเนินโครงการ
- รายงานความก้าวหน้า
- ผู้บริหาร
- ครูผู้รับผิดชอบ
- คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- แบบรายงานโครงการ
-แบบสอบถาม
- วิเคราะห์เชิงเนื้อหา
-พิจารณาการจัดกิจกรรมต่างๆ การวัดผลและประเมินผล การใช้สื่อและเทคโนโลยีต่างๆ
สภาพการดาเนินงานตามระดับ
ความคิดเห็นซึ่งมีข้อคาถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า(Rating Scale)โดยการหา
ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
- ระดับความคิดเห็น
- พิจารณาจากระดับความคิดเห็นดังนี้
4.51 - 5.00 เหมาะสมมากที่สุด
3.51 - 4.50 เหมาะสมมาก
2.51 - 3.50 เหมาะสม ปานกลาง
1.51 - 2.50 เหมาะสมน้อย
1.00 - 1.50 เหมาะสมน้อยที่สุด
47
48
ตาราง 4 (ต่อ)
วัตถุประสงค์
ประเด็นศึกษา
แหล่งข้อมูล
วิธีรวบรวมข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูล
เกณฑ์ในการประเมิน
ประเมินผลผลิตของโครงการ
ผลผลิตของการดาเนินโครงการ
- คุณลักษณะอันพึงประสงค์
- ความพึงพอใจ
- ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
- รายงานโครงการ
- นักเรียน
- ผู้บริหาร
- ครูผู้รับผิดชอบ
- คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ผู้ปกครอง
- แบบรายงานโครงการ
- แบบสอบถาม
- แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาล
- วิเคราะห์เชิงเนื้อหา
- พิจารณาเกี่ยวกับความพึงพอใจ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามระดับความคิดเห็นซึ่งมีข้อคาถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า(Rating Scale)โดยการหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
- ความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาลวิเคราะห์โดยใช้ t-test แบบ dependent
ระดับความคิดเห็น
- ความพึงพอใจและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พิจารณาจากระดับความคิดเห็นดังนี้
4.51 - 5.00 เหมาะสมมากที่สุด
3.51 - 4.50 เหมาะสมมาก
2.51 - 3.50 เหมาะสมปานกลาง
1.51 - 2.50 เหมาะสมน้อย
1.00 - 1.50 เหมาะสมน้อยที่สุด
- ค่าเฉลี่ยของคะแนนหลังเข้าร่วมโครงการสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโครงการอย่างมีนัยสาคัญทาง
สถิติที่ระดับ .05
48
49
ตาราง 4 (ต่อ)
วัตถุประสงค์
ประเด็นศึกษา
แหล่งข้อมูล
วิธีรวบรวมข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูล
เกณฑ์ในการประเมิน
ประเมินผลกระทบที่เกิดจากโครงการ
ผลกระทบจากการดาเนินโครงการ
- รายงานโครงการ
- นักเรียน
- ผู้บริหาร
- ครูผู้รับผิดชอบ
- คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ผู้ปกครอง
- แบบรายงานโครงการ
- แบบสอบถาม
- วิเคราะห์เชิงเนื้อหา
- พิจาณาเกี่ยวกับการนาความรู้และประโยชน์ต่างๆ ที่ได้รับจากการร่วมกิจกรรมของโครงการไปใช้ในการเรียนและการดาเนินชีวิตประจาวัน ตามระดับความคิดเห็นซึ่งมีข้อคาถามแบบมาตราส่วน
-ระดับความคิดเห็น
- พิจารณาจากระดับความคิดเห็นดังนี้
4.51 - 5.00 เหมาะสมมากที่สุด
3.51 - 4.50 เหมาะสมมาก
2.51 - 3.50 เหมาะสมปานกลาง
1.51 - 2.50 เหมาะสมน้อย
1.00 - 1.50 เหมาะสมน้อยที่สุด
49
50

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้ คือ

       1. แบบสอบถาม มีทั้งหมดจานวน 5 ฉบับ ดังนี้

           1.1 แบบสอบถามเกี่ยวกับบริบทของโครงการ ซึ่งสอบถามผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร ครูผู้รับผิดชอบโครงการ และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีลักษณะเป็นข้อคาถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ จานวน 8 รายการ

           1.2 แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยนาเข้าของโครงการ ซึ่งสอบถาม ผู้บริหาร ครูและ บุคลากรทางการศึกษา มีลักษณะเป็นข้อคาถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ จานวน 7 รายการ

           1.3 แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของโครงการ ซึ่งสอบถามผู้บริหาร ครูและ บุคลากรทางการศึกษา มีลักษณะเป็นข้อคาถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ จานวน 12 รายการ แบ่งออกเป็น 5 ฉบับย่อย ดังนี้

                 1.3.1 แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของกิจกรรมส่งเสริมระเบียบ วินัยตามหลักธรรมาภิบาล

                 1.3.2 แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของกิจกรรมส่งเสริมความเป็น ผู้นาตามหลักธรรมาภิบาล

                 1.3.3 แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของกิจกรรมฐานคุณธรรม ตามหลักธรรมาภิบาล

                 1.3.4 แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ตามหลักธรรมาภิบาล

                 1.3.5 แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของกิจกรรมการพัฒนาความรู้ และทักษะการดาเนินชีวิตตามหลักธรรมาภิบาล

           1.4 แบบสอบถามเกี่ยวกับผลผลิตของโครงการ ซึ่งสอบถามผู้บริหาร ครูและ บุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และนักเรียน มีลักษณะ เป็นข้อคาถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ แบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ

                  1.4.1 ศึกษาด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านรักษ์ศักดิ์ศรี มีคุณธรรม นาวิชาการ โดยใช้แบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 5 ฉบับย่อย ดังนี้

                          1) แบบสอบถามเกี่ยวกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ของกิจกรรมส่งเสริมระเบียบวินัยตามหลักธรรมาภิบาล

                          2) แบบสอบถามเกี่ยวกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ของกิจกรรมส่งเสริมความเป็นผู้นาตามหลักธรรมาภิบาล

                          3) แบบสอบถามเกี่ยวกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนของกิจกรรมฐานคุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล

                          4) แบบสอบถามเกี่ยวกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ของกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาล

                          5) แบบสอบถามเกี่ยวกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ของกิจกรรมการพัฒนาความรู้และทักษะการดาเนินชีวิตตามหลักธรรมาภิบาล

                 1.4.2 ด้านความพึงพอใจต่อผลผลิตของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม
                          1) แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ของนักเรียน มีลักษณะเป็นข้อคาถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ จานวน 12 รายการ จานวน 1 ฉบับ

            1.5 แบบสอบถามเกี่ยวกับผลกระทบของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ของนักเรียน ซึ่งสอบถามผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และนักเรียน มีลักษณะเป็นข้อคาถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ จานวน 5 รายการ การสร้างและการหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้ประเมินได้ดาเนินการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม แบ่งออกเป็น

                   1. แบบสอบถามของการประเมินโครงการ จานวน 5 ฉบับ มีวิธีดาเนินการสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือ ดังนี้

                       1.1 แบบสอบถามเกี่ยวกับบริบทของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ซึ่งสอบถาม ผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
                             1.1.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการประเมินโครงการ
ด้านบริบท เพื่อกาหนดวัตถุประสงค์ของการประเมิน เพื่อประเมินความสอดคล้องของโครงการกับนโยบายแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ และนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
                             1.1.2 กาหนดรูปแบบของแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วน ประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ จานวน 8 รายการ
                             1.1.3 เขียนแบบสอบถามเกี่ยวกับบริบทฉบับร่างเมินผลและ ด้านการวิจัยจานวน 5 ท่าน เพื่อหาความตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) ว่าสิ่งที่ประเมินแต่ละข้อมีความสอดคล้องหรือไม่ โดยใช้เกณฑ์การประเมิน ดังนี้ +1 หมายถึง แน่ใจว่าสิ่งที่ประเมินมีความสอดคล้องกับเนื้อหา 0 หมายถึง ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ประเมินมีความสอดคล้องกับเนื้อหา -1 หมายถึง แน่ใจว่าสิ่งที่ประเมินไม่มีความสอดคล้องกับเนื้อหา

                              1.1.4 นาผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ คานวณค่าดัชนีความสอดคล้อง ของความคิดเห็น (IOC) และคัดเลือกข้อที่ประเมินมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ซึ่งพบว่าใช้ได้ทุกข้อ

                              1.1.5 นาแบบสอบถามที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ทรงคุณวุฒิไปทดลองใช้ (Try out) กับครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ไม่ใช่ประชากร โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์ จานวน 70 คน เพื่อหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ทั้งฉบับ โดยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) ซึ่งได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ เท่ากับ 0.86

                               1.1.6 นาแบบสอบถามพิมพ์เป็นฉบับสมบูรณ์ และนาไปใช้ในการ ดาเนินการเก็บข้อมูลลักษณะของแบบสอบถามเกี่ยวกับบริบทของโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน: ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ จานวน 8 รายการ คะแนนที่กาหนดให้กับข้อคาถามที่เป็นมาตราส่วนประมาณค่า มีดังนี้ มากที่สุด เท่ากับ 5 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด มาก เท่ากับ 4 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ปานกลาง เท่ากับ 3 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง น้อย เท่ากับ 2 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อย น้อยที่สุด เท่ากับ 1 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อยที่สุด โดยใช้เกณฑ์ในการแปลความหมายดังนี้ ค่าเฉลี่ย ระดับความคิดเห็น 4.51 - 5.00 เหมาะสมมากที่สุด 3.51 - 4.50 เหมาะสมมาก 2.51 - 3.50 เหมาะสมปานกลาง 1.51 - 2.50 เหมาะสมน้อย 1.00 - 1.50 เหมาะสมน้อยที่สุด


1.2 แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยนาเข้าของโครงการพัฒนาคุณธรรม
       จริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ซึ่งสอบถาม ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน

         1.2.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการประเมินโครงการด้าน ปัจจัยนาเข้า กาหนดวัตถุประสงค์ของการประเมิน เพื่อวิเคราะห์ลักษณะของข้อมูลที่ต้องการโดยกาหนดเป็นข้อมูลด้านบุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ อาคารสถานที่ และระยะเวลา

         1.2.2 กาหนดรูปแบบของแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ จานวน 7 รายการ

         1.2.3 เขียนแบบสอบถามเกี่ยวกับบริบทฉบับร่าง

         1.2.4 นาแบบสอบถามที่สร้างขึ้น เสนอผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารการศึกษา ด้านการประเมินผลและด้านการวิจัย จานวน 5 ท่าน เพื่อหาความตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) ว่าสิ่งที่ประเมินแต่ละข้อมีความสอดคล้องหรือไม่ โดยใช้เกณฑ์การประเมิน ดังนี้ +1 หมายถึง แน่ใจว่าสิ่งที่ประเมินมีความสอดคล้องกับเนื้อหา 0 หมายถึง ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ประเมินมีความสอดคล้องกับเนื้อหา -1 หมายถึง แน่ใจว่าสิ่งที่ประเมินไม่มีความสอดคล้องกับเนื้อหา นาผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ คานวณค่าดัชนีความสอดคล้องของความคิดเห็น (IOC) และคัดเลือกข้อที่ประเมินมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ซึ่งพบว่าใช้ได้ทุกข้อ

         1.2.5 นาแบบสอบถามที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ทรงคุณวุฒิไปทดลอง ใช้ (Try out) กับครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ไม่ใช่ประชากร โรงเรียนชุมชนนาเรียง จังหวัดกาฬสินธุ์ จานวน 70 คน เพื่อหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ทั้งฉบับ โดยวิธีหา ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) ซึ่งได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม ทั้งฉบับ เท่ากับ 0.89

         1.2.6 นาแบบสอบถามพิมพ์เป็นฉบับสมบูรณ์ และนาไปใช้ในการ ดาเนินการเก็บข้อมูลลักษณะของแบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยนาเข้าในการดาเนินการของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ จานวน 7 รายการ คะแนนที่กาหนดให้กับข้อคาถามที่เป็นมาตราส่วนประมาณค่า มีดังนี้ มากที่สุด เท่ากับ 5 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด มาก เท่ากับ 4 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ปานกลาง เท่ากับ 3 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง น้อย เท่ากับ 2 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อย น้อยที่สุด เท่ากับ 1 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อยที่สุด

โดยใช้เกณฑ์ในการแปลความหมายดังนี้ ค่าเฉลี่ย ระดับความคิดเห็น 4.51 - 5.00 เหมาะสมมากที่สุด 3.51 - 4.50 เหมาะสมมาก 2.51 - 3.50 เหมาะสมปานกลาง 1.51 - 2.50 เหมาะสมน้อย 1.00 - 1.50 เหมาะสมน้อยที่สุด

 

1.3 แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของ 5 กิจกรรมในโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ซึ่งสอบถามผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้

       1.3.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการประเมินโครงการด้าน กระบวนการ โดยกาหนดเป็นข้อมูลความคิดเห็นเกี่ยวกับการดาเนินกิจกรรม 5 กิจกรรม

       1.3.2 กาหนดรูปแบบของแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ จานวน 12 รายการ

       1.3.3 เขียนแบบสอบถามเกี่ยวกับบริบทฉบับร่าง

       1.3.4 นาแบบสอบถามที่สร้างขึ้น เสนอผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารการศึกษา ด้านการ ประเมินผลและด้านการวิจัย จานวน 5 ท่าน เพื่อหาความตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) ว่าสิ่งที่ประเมินแต่ละข้อมีความสอดคล้องหรือไม่ โดยใช้เกณฑ์การประเมิน ดังนี้ +1 หมายถึง แน่ใจว่าสิ่งที่ประเมินมีความสอดคล้องกับเนื้อหา 0 หมายถึง ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ประเมินมีความสอดคล้องกับเนื้อหา -1 หมายถึง แน่ใจว่าสิ่งที่ประเมินไม่มีความสอดคล้องกับเนื้อหา นาผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ คานวณค่าดัชนีความสอดคล้องของความคิดเห็น (IOC) และคัดเลือกข้อที่ประเมินมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ซึ่งพบว่าใช้ได้ทุกข้อ

       1.3.5 นาแบบสอบถามที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้เชี่ยวชาญไปทดลองใช้ (Try out) กับครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ไม่ใช่ประชากร โรงเรียนโนนเมืองวิทยาคาร จานวน 70 คน เพื่อหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ทั้งฉบับ โดยวิธีหา ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) ซึ่งได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ เท่ากับ 0.87

       1.3.6 นาแบบสอบถามพิมพ์เป็นฉบับสมบูรณ์ และนาไปใช้ในการดาเนินการเก็บ ข้อมูลลักษณะของแบบสอบถาม เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ ข้อคาถามของทุกโครงการเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับกิจกรรม 5 กิจกรรมในด้านต่าง ๆ เช่นความเหมาะสม สถานที่ ระยะเวลา และความรู้ที่ได้รับ เป็นต้น คะแนนที่กาหนดให้กับข้อคาถามที่เป็นมาตราส่วนประมาณค่า มีดังนี้


มากที่สุด เท่ากับ 5 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด มาก เท่ากับ 4 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ปานกลาง เท่ากับ 3 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง น้อย เท่ากับ 2 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อย น้อยที่สุด เท่ากับ 1 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อยที่สุด โดยใช้เกณฑ์ในการแปลความหมายดังนี้ ค่าเฉลี่ย

ระดับความคิดเห็น 4.51 - 5.00 เหมาะสมมากที่สุด 3.51 - 4.50 เหมาะสมมาก 2.51 - 3.50 เหมาะสมปานกลาง 1.51 - 2.50 เหมาะสมน้อย 1.00 - 1.50 เหมาะสมน้อยที่สุด

1.4 แบบสอบถามเกี่ยวกับผลผลิตของ 5 กิจกรรม ในโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ซึ่งสอบถามผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และนักเรียน มีลักษณะเป็นข้อคาถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ แบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ

       1.4.1 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ซึ่งประกอบด้วย รักษ์ศักดิ์ศรี มีคุณธรรม นาวิชาการ สืบสานงานพระราชดาริของนักเรียนแยกตามโครงการย่อย จานวน 5 ฉบับ

                1) ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการประเมินโครงการด้าน ผลผลิตวิเคราะห์ลักษณะของข้อมูลที่ต้องการ โดยกาหนดเป็นข้อมูลความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านรักษ์ศักดิ์ศรี มีคุณธรรม นาวิชาการ สืบสานงานพระราชดาริของนักเรียนที่ได้รับจากการดาเนินของกิจกรรม 10 กิจกรรม

                2) กาหนดรูปแบบของแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณ ค่า (Rating scale) 5 ระดับ ดังนี้

                    2.1) กิจกรรมส่งเสริมระเบียบวินัยตามหลักธรรมาภิบาล จานวน 12 รายการ

                    2.2) กิจกรรมส่งเสริมความเป็นผู้นาตามหลักธรรมาภิบาลจานวน 10 รายการ

                    2.3) กิจกรรมฐานคุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาลจานวน 10 รายการ

                    2.4) กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาลจานวน 10 รายการ

                    2.5) กิจกรรมการพัฒนาความรู้และทักษะการดาเนินชีวิตตามหลักหลักธรรมาภิบาลจานวน 8 รายการ

               3) เขียนแบบสอบถามเกี่ยวกับบริบทฉบับร่าง

               4) นาแบบสอบถามที่สร้างขึ้น เสนอผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารการศึกษา ด้านการประเมินผลและด้านการวิจัย จานวน 5 ท่าน เพื่อหาความตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) ว่าสิ่งที่ประเมินแต่ละข้อมีความสอดคล้องหรือไม่ โดยใช้เกณฑ์การประเมิน ดังนี้ +1 หมายถึง แน่ใจว่าสิ่งที่ประเมินมีความสอดคล้องกับเนื้อหา 0 หมายถึง ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ประเมินมีความสอดคล้องกับเนื้อหา -1 หมายถึง แน่ใจว่าสิ่งที่ประเมินไม่มีความสอดคล้องกับเนื้อหา นาผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ คานวณค่าดัชนีความสอดคล้องของความคิดเห็น (IOC) และคัดเลือกข้อที่ประเมินมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ซึ่งพบว่าใช้ได้ทุกข้อ

               5) นาแบบสอบถามที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ทรงคุณวุฒิไปทดลองใช้ (Try out) กับครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ไม่ใช่ประชากร จานวน 70 คน เพื่อหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ทั้งฉบับ โดยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) ซึ่งได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ เท่ากับ 0.86

               6) นาแบบสอบถามพิมพ์เป็นฉบับสมบูรณ์ และนาไปใช้ในการดาเนินการ เก็บข้อมูลลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ ข้อคาถามของทุกข้อเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับกิจกรรม 5กิจกรรมในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้หลักธรรมาภิบาล ก่อให้เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ซึ่งประกอบด้วย รักษ์ศักดิ์ศรี มีคุณธรรม นาวิชาการ คะแนนที่กาหนดให้กับข้อคาถามที่เป็นมาตราส่วนประมาณค่า มีดังนี้ มากที่สุด เท่ากับ 5 คะแนน หมายถึง เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ อยู่ในระดับมากที่สุด มาก เท่ากับ 4 คะแนน หมายถึง เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ อยู่ในระดับมาก ปานกลาง เท่ากับ 3 คะแนน หมายถึง เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ อยู่ในระดับปานกลาง น้อย เท่ากับ 2 คะแนน หมายถึง เกิดคุณลักษณะอันพึง ประสงค์อยู่ในระดับน้อย น้อยที่สุด เท่ากับ 1 คะแนน หมายถึง เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ อยู่ในระดับน้อยที่สุด โดยใช้เกณฑ์ในการแปลความหมายดังนี้ ค่าเฉลี่ย ระดับความคิดเห็น 4.51 - 5.00 เหมาะสมมากที่สุด 3.51 - 4.50 เหมาะสมมาก 2.51 - 3.50 เหมาะสมปานกลาง 1.51 - 2.50 เหมาะสมน้อย 1.00 - 1.50 เหมาะสมน้อยที่สุด

         1.4.2 ด้านความพึงพอใจที่มีต่อโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ของนักเรียน มีลักษณะเป็นข้อคาถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ จานวน 12 รายการ จานวน 1 ฉบับ ซึ่งสอบถามผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และนักเรียน

                 1) ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยกาหนดเป็นข้อมูล ความคิดเห็นเกี่ยวกับความพึงพอใจที่ได้รับจากการดาเนินโครงการ

                 2) กาหนดรูปแบบของแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ จานวน 12 รายการ

                 3) เขียนแบบสอบถามเกี่ยวกับความพึงพอใจฉบับร่าง

                 4) นาแบบสอบถามที่สร้างขึ้น เสนอผู้เชี่ยวชาญจานวน 5 ท่านด้านบริหาร การศึกษาและด้านการประเมินผล เพื่อหาความตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) ว่าสิ่งที่ประเมินแต่ละข้อมีความสอดคล้องหรือไม่ โดยใช้เกณฑ์การประเมิน ดังนี้ +1 หมายถึง แน่ใจว่าสิ่งที่ประเมินมีความสอดคล้องกับเนื้อหา 0 หมายถึง ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ประเมินมีความสอดคล้องกับเนื้อหา -1 หมายถึง แน่ใจว่าสิ่งที่ประเมินไม่มีความสอดคล้องกับ เนื้อหา นาผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ คานวณค่าดัชนีความสอดคล้องของความคิดเห็น (IOC) และคัดเลือกข้อที่ประเมินมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ซึ่งพบว่าใช้ได้ทุกข้อ

                 5) นาแบบสอบถามที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ทรงคุณวุฒิไปทดลองใช้ (Try out) กับครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ไม่ใช่ประชากรในโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมจานวน 70 คน เพื่อหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ทั้งฉบับโดยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) ซึ่งได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ เท่ากับ 0.88

                 6) นาแบบสอบถามพิมพ์เป็นฉบับสมบูรณ์ และนาไปใช้ในการดาเนินการ เก็บข้อมูลลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ ข้อคาถามของทุกข้อเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับความพึงพอใจในด้านต่าง ๆ ต่อกิจกรรม 10 กิจกรรม คะแนน ที่กาหนดให้กับข้อคาถามที่เป็นมาตราส่วนประมาณค่า มีดังนี้ มากที่สุด เท่ากับ 5 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับ มากที่สุด มาก เท่ากับ 4 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ปานกลาง เท่ากับ 3 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับ น้อย เท่ากับ 2 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อย น้อยที่สุด เท่ากับ 1 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับ น้อยที่สุด โดยใช้เกณฑ์ในการแปลความหมายดังนี ค่าเฉลี่ย ระดับความคิดเห็น 4.51 - 5.00 เหมาะสมมากที่สุด 3.51 - 4.50 เหมาะสมมาก 2.51 - 3.50 เหมาะสมปานกลาง 1.51 - 2.50 เหมาะสมน้อย 1.00 - 1.50 เหมาะสมน้อยที่สุด

1.5 แบบสอ




หน้าที่ 4 - บทที่ 4 : ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

บทที่ 4
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล


        การประเมินโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ผู้ประเมินได้เสนอผลการประเมินที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการประเมิน แบ่งเป็น 7 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับสถานภาพผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา นักเรียน และผู้ปกครอง องโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม โดยการหาค่าร้อยละ
ตอนที่ 2 ผลการประเมินบริบทของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ของผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร ครูผู้รับผิดชอบโครงการ และคณะกรรมการสถานศึกษา โดยการหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นรายข้อและโดยภาพรวม แล้วแปลความหมายตามเกณฑ์ที่กาหนด
ตอนที่ 3 ผลการประเมินปัจจัยนาเข้าของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ของ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทาง การศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา โดยการหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นรายข้อและโดยภาพรวม แล้วแปลความหมายตามเกณฑ์ที่กาหนด และการหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเข้าร่วมโครงการโดยใช้แบบทดสอบ
ตอนที่ 4 ผลการประเมินกระบวนการของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษา โดยการหาค่าเฉลี่ย และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นรายข้อและโดยภาพรวม แล้วแปลความหมายตามเกณฑ์ที่กาหนด
ตอนที่ 5 ผลการประเมินผลผลิตของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ประกอบด้วย

        5.1 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชน นาเรียงวิทยาคม โดยการหาความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นรายข้อและโดยภาพรวม และทดสอบความแตกต่างของคะแนนด้วย t – test แบบ dependent แล้วแปลความหมายตามเกณฑ์ที่กาหนด

        5.2 การศึกษาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโดยการหา ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นรายข้อและโดยภาพรวม แล้วแปลความหมายตามเกณฑ์ที่กาหนด และการประเมิน

         5.3 การประเมินความพึงพอใจที่มีต่อโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ของผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครอง โดยการหา ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นรายข้อและโดยภาพรวม แล้วแปลความหมายตามเกณฑ์ที่กาหนด ตอนที่ 6 ผลการประเมินผลกระทบที่เกิดจากโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ของผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา นักเรียน และผู้ปกครอง โดยการหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นรายข้อและโดยภาพรวม แล้วแปลความหมายตามเกณฑ์ที่กาหนด ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ตาราง 5 สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถามโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม


รายการ
จานวน(คน)
ร้อยละ
1. เพศ 1.1 ชาย 1.2หญิง
253 334
43.14 56.86
รวม
587
100
2. อายุ 2.1อายุต่ากว่า 16ปี 2.2 อายุระหว่าง 20 -29 ปี 2.3 อายุระหว่าง 30 -39 ปี 2.4 อายุระหว่าง 40– 49 ปี 2.5 อายุ 50ปีขึ้นไป
271 32 64 130 90
45.86 5.93 10.99 21.99 15.23
รวม
587
100
63
ตาราง 5 (ต่อ)
รายการ
จานวน(คน)
ร้อยละ
3. ตาแหน่ง 3.1 นักเรียน 3.2 ครูและบุคลากรทางการศึกษา 3.3 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 3.4 ผู้ปกครอง 3.5 ผู้เชี่ยวชาญ
271 25 15 271 5
46.17 4.25 2.55 46.17 0.86
รวม
587
100
จากตารางพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศชาย จานวน 253 คน คิดเป็นร้อยละ 43.14 เพศหญิง จานวน 334 คน คิดเป็นร้อยละ 56.86 แบ่งออกเป็นอายุต่ากว่า 19 ปี จานวน 271 คน คิดเป็นร้อยละ 46.17 อายุระหว่าง 20 – 29 ปี จานวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 5.93 อายุระหว่าง 30 – 39 ปี จานวน 64 คน คิดเป็นร้อยละ 10.99 อายุระหว่าง 40- 49 ปี จานวน 130 คน คิดเป็นร้อยละ 21.99 อายุ 50 ปีขึ้นไป จานวน 90 คน คิดเป็นร้อยละ 15.23 และเป็นนักเรียน จานวน 271 คน คิดเป็นร้อยละ 46.17 ครูและบุคลากร จานวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 4.25 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จานวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 2.55 ผู้ปกครอง จานวน 271 คน คิดเป็นร้อยละ 46.17 และผู้เชี่ยวชาญ จานวน 5 คน คิดเป็น ร้อยละ 0.86 ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์การประเมินบริบทของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมของผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร ครูผู้รับผิดชอบโครงการ และคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน โดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นรายข้อและโดยภาพรวม แล้วแปลความหมายตามเกณฑ์ที่กาหนด 2.1 ความสอดคล้องของนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2550 และกลยุทธ์โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม
64
ตาราง 6 ความสอดคล้องของนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2550 และกลยุทธ์โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม
นโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ.2550)
กลยุทธ์ของโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม
1. เร่งรัดการปฏิรูปการศึกษา โดยยึดคุณธรรมนาความรู้ สร้างความตระหนักสานึกในคุณค่าของหลักธรรมาภิบาล ความสมานฉันท์สันติวิธี วิถีชีวิตประชาธิปไตย พัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงความร่วมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันทางการศึกษา และสถาบันการศึกษา 2. ขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชาชนชาวไทยให้กว้างขวางและทั่วถึงโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย 3. พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ 4. การกระจายอานาจไปสู่เขตพื้นที่และสถานศึกษา 5. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคเอกชนและท้องถิ่น
1. สร้างเสริมระเบียบวินัย ความเป็นผู้นา และปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม 2. ส่งเสริมผู้เรียนให้มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ตลอดจนมีความรู้และทักษะที่จาเป็นตามหลักสูตร 3. ส่งเสริมสุนทรียภาพ ลักษณะนิสัยด้านศิลปะ 4. ส่งเสริมและพัฒนาครูให้มีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ 5. ส่งเสริมและพัฒนาระบบการจัดการให้เอื้อต่อการเรียนการสอนและเหมาะสมกับโรงเรียน 6. ส่งเสริมโครงการตามแนวพระราชดาริในโรงเรียน 7. เสริมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน
การประเมินบริบทของโครงการเป็นรายงานการประเมินความสอดคล้องระหว่าง ความสอดคล้องของนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2550 และกลยุทธ์โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม
65
ผลการประเมินบริบทของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมกับนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งโครงการได้กาหนดวัตถุประสงค์ไว้ดังนี้ 1. เพื่อประเมินบริบทด้านความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ของโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม กับแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ และนโยบายการศึกษาของโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม กระทรวงศึกษาธิการ 2. เพื่อประเมินความเหมาะสมของปัจจัยนาเข้าที่ใช้ในโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม 3. เพื่อประเมินความเหมาะสมในการดาเนินการจัดกิจกรรมของโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม 4. เพื่อประเมินผลผลิตของโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ในประเด็นต่อไปนี้ 4.1 เปรียบเทียบความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาลของนักเรียนก่อนและหลังดาเนิน โครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม 4.2 ศึกษาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนที่เกิดจากโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม 4.3 ประเมินความพึงพอใจที่มีต่อโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม 5. เพื่อประเมินผลกระทบที่เกิดจากโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม นโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ(พ.ศ. 2550) มีดังนี้ 1. เร่งรัดการปฏิรูปการศึกษา โดยยึดคุณธรรมนาความรู้ สร้างความตระหนักสานึก ในคุณค่าของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท์สันติวิธี วิถีชีวิตประชาธิปไตย พัฒนาคน โดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงความร่วมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันทางการศึกษา และสถาบันการศึกษา 2. ขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชาชนชาวไทยให้กว้างขวางและทั่วถึง โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย 3. พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ 4. การกระจายอานาจไปสู่เขตพื้นที่และสถานศึกษา 5. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคเอกชนและท้องถิ่น 6. การพัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
66
จากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญจานวน 5 ท่าน วัตถุประสงค์ของโครงการโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน: ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม มีความสอดคล้องกับนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2550) คือผู้เชี่ยวชาญจานวน 5 ท่านมีความเห็นสอดคล้องกันทุกข้อ
67
ตาราง 7 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของระดับความคิดเห็นของการประเมินโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลัก
ธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม กับนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
รายการ
ผู้เชี่ยวชาญ
ผู้บริหาร
ผู้รับผิดชอบโครงการ
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
รวม
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
1. วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับที่ 9
4.40
0.50
มาก
4.57
0.58
มาก
4.47
0.51
มาก
4.46
0.60
มาก
4.48
0.50
มาก
2. วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับที่ 10
4.50
0.55
มากที่สุด
4.57
0.58
มาก
4.57
0.51
มาก
4.51
0.50
มากที่สุด
4.55
0.51
มากที่สุด
3. วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542
4.40
0.50
มาก
4.25
0.60
มาก
4.37
0.49
มาก
4.32
0.63
มาก
4.27
0.58
มาก
67
68
ตาราง 7 (ต่อ)
รายการ
ผู้เชี่ยวชาญ
ผู้บริหาร
ผู้รับผิดชอบโครงการ
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
รวม
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
4. วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2545-2559
4.10
0.55
มาก
4.50
0.62
มาก
4.40
0.52
มาก
4.47
0.55
มาก
4.44
0.50
มาก
5.วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
4.00
0.72
มาก
4.52
0.60
มาก
4.35
0.49
มาก
4.28
0.60
มาก
4.26
0.58
มาก
6. วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1
4.40
0.52
มาก
4.25
0.50
มาก
4.25
0.42
มาก
4.55
0.60
มากที่สุด
4.38
0.57
มากที่สุด
68
69
ตาราง 7 (ต่อ)
รายการ
ผู้เชี่ยวชาญ
ผู้บริหาร
ผู้รับผิดชอบโครงการ
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
รวม
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
7. วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียน
4.60
0.56
มากที่สุด
5.00
0.00
มากที่สุด
4.62
0.52
มากที่สุด
4.42
0.65
มาก
4.56
0.57
มากที่สุด
8. วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน
4.00
0.71
มาก
4.35
0.50
มาก
4.60
0.54
มาก
4.34
0.70
มากที่สุด
4.32
0.65
มาก
เฉลี่ยรวม
4.50
0.59
มาก
4.45
0.50
มาก
4.40
0.51
มาก
4.44
0.61
มาก
4.41
0.56
มาก
จากตาราง 7 พบว่าในภาพรวมผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และครูผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ประเมินว่าวัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับกับนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการอยู่ในระดับมาก (μ = 4.41)
69
70
เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.26 – 4.44 โดยอยู่ในระดับมากที่สุด 2 ข้อ และอยู่ในระดับมาก 6 ข้อ สาหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 7 วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียน (μ = 4.56) รองลงมาคือข้อ 2 วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติฉบับที่ 10 (μ = 4.55) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าสุดคือข้อ 5 วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (μ = 4.26) เมื่อจาแนกตามตาแหน่ง ในภาพรวมของผู้เชี่ยวชาญอยู่ในระดับมาก (μ = 4.00) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.00 – 4.55 โดยอยู่ในระดับมาก 6 ข้อ และอยู่ในระดับมากที่สุด 2 ข้อ สาหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 2 วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ และข้อ 7 วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียน (μ = 4.60) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าที่สุดคือข้อ 3 วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และข้อ 5 วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีค่าเฉลี่ย μ = 4.26 ในภาพรวมของผู้บริหารอยู่ในระดับมาก (μ = 4.45) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.25 – 5.00 โดยอยู่ในระดับมาก 7 ข้อ และอยู่ในระดับมากที่สุด 1 ข้อ สาหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 7 วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียน มีค่าเฉลี่ย μ = 5.00 ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าที่สุดคือข้อ 3วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 ข้อ 6 วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 (μ = 4.25) ในภาพรวมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานอยู่ในระดับมาก (μ = 4.44) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.28 – 4.55 โดยอยู่ในระดับมาก 6 ข้อ และอยู่ในระดับมากที่สุด 2 ข้อ สาหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 6 วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1(μ = 4.55) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าที่สุดคือข้อ 5 วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีค่าเฉลี่ย (μ = 4.28)
71
ตอนที่ 3 ผลการวิเคราะห์การประเมินปัจจัยนาเข้าของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมในโรงเรียน :ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นรายข้อและโดยภาพรวม แล้วแปลความหมายตามเกณฑ์ที่กาหนด ตาราง 8 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของระดับความคิดเห็นของการประเมินปัจจัยนาเข้า ของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา
รายการ
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
1.ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการ มีความพร้อมในการดาเนินโครงการ
4.36
0.66
มาก
2.บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการ มีความสามารถในการดาเนินโครงการ
4.42
0.65
มาก
3.บุคลากรในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ
4.42
0.63
มาก
4.บุคลากรในการดาเนินโครงการมี ความเหมาะสม
4.40
0.66
มาก
5. งบประมาณในการดาเนินโครงการมีเพียงพอ
4.33
0.65
มาก
6.มีคู่มือดาเนินโครงการ วัสดุ อุปกรณ์ในการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการมีเพียงพอ
4.39
0.64
มาก
7.ระยะเวลาในการดาเนินโครงการมี ความเหมาะสม
4.38
0.63
มาก
เฉลี่ย
4.38
0.64
มาก
จากตาราง 8 ในภาพรวมผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเมินปัจจัยนาเข้าของของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (μ = 4.38) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.36 – 4.42 สาหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 2 ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความสามารถใน การดาเนินโครงการ และข้อ 3 บุคลากรในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ (μ = 4.42) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าสุดคือข้อ 5 งบประมาณในการดาเนินโครงการเพียงพอ (μ = 4.33)
72
ตาราง 9 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของระดับความคิดเห็นของการประเมินปัจจัยนาเข้าของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ของกิจกรรมส่งเสริมระเบียบวินัยตามหลักธรรมาภิบาล
รายการ
ผู้บริหาร
ครูและบุคลากรทางการศึกษา
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
รวม
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
1. ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการ มีความพร้อมในการดาเนินโครงการ
4.75
0.50
มากที่สุด
4.57
0.62
มากที่สุด
4.67
0.49
มากที่สุด
4.66
0.60
มากที่สุด
2. ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการ มีความสามารถในการดาเนินโครงการ
4.75
0.50
มากที่สุด
4.49
0.58
มากที่สุด
4.53
0.65
มากที่สุด
4.58
0.60
มากที่สุด
3.บุคลากรในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ
5.00
0.00
มากที่สุด
4.61
0.57
มากที่สุด
4.50
0.63
มากที่สุด
4.68
0.58
มากที่สุด
72
73
ตาราง 9 (ต่อ)
รายการ
ผู้บริหาร
ครูและบุคลากรทางการศึกษา
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
รวม
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
4. บุคลากรในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม
4.75
0.50
มากที่สุด
4.47
0.65
มาก
4.53
0.52
มากที่สุด
4.58
0.62
มากที่สุด
5. งบประมาณในการดาเนินโครงการมีเพียงพอ
4.75
0.50
มาก
4.57
0.65
มาก
4.53
0.52
มาก
4.58
0.62
มาก
6. มีคู่มือดาเนินโครงการ วัสดุ อุปกรณ์ในการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการมีเพียงพอ
4.75
0.50
มากที่สุด
4.33
0.53
มาก
4.33
0629
มาก
4.47
0.55
มาก
7. ระยะเวลาในการดาเนินโครงการ มีความเหมาะสม
4.50
0.46
มาก
4.17
0.66
มาก
4.60
0.51
มากที่สุด
4.42
0.71
มาก
เฉลี่ยรวม
4.71
0.46
มากที่สุด
4.42
0.61
มาก
4.68
0.60
มากที่สุด
4.54
0.61
มากที่สุด
73
74
จากตาราง 9 พบว่า ในภาพรวม ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเมินปัจจัยนาเข้าของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ของกิจกรรมส่งเสริมระเบียบวินัย ตามหลักธรรมาภิบาล อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.54) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.42 – 4.68 โดยอยู่ในระดับมากที่สุด 4 ข้อ และอยู่ในระดับมาก 3 ข้อ สาหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 3 บุคลากรในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ (μ =4.68) รองลงมาคือข้อ 1 ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการ มีความพร้อมในการดาเนินโครงการ (μ =4.66) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าสุดคือข้อ 7 ระยะเวลาในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม (μ = 4.42) เมื่อจาแนกตามตาแหน่ง ในภาพรวมของผู้บริหารอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.71) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.50 – 5.00 โดยอยู่ในระดับ 5 ข้อ และอยู่ในระดับมาก 2 ข้อ สาหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 3 บุคลากรในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ (μ =5.00) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าที่สุดคือข้อ 7 ระยะเวลาในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม (μ =4.46) ในภาพรวมของครูและบุคลากรทางการศึกษา อยู่ในระดับมาก (μ = 4.42) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.17 – 4.61 โดยอยู่ในระดับมาก 5 ข้อ และอยู่ในระดับมากที่สุด 2 ข้อ สาหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 3 บุคลากรในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ (μ =4.63) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าที่สุดคือข้อ 7 ระยะเวลาในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม (μ = 4.17) ในภาพรวมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.68)เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.33 – 4.68 โดยอยู่ในระดับมากที่สุด 4 ข้อ และอยู่ในระดับมาก 3 ข้อ สาหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 1 ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมี ความพร้อมในการดาเนินโครงการ (μ = 4.67) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าที่สุดคือข้อ 6 มีคู่มือดาเนินโครงการ วัสดุอุปกรณ์ ในการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการเพียงพอ (μ = 4.33)
75
ตาราง 10 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของระดับความคิดเห็นของการประเมินปัจจัยนาเข้าของ ระยะเวลาในการดาเนินโครงการ มีความเหมาะสม ของกิจกรรมส่งเสริมความเป็นผู้นาตามหลักธรรมาภิบาล
รายการ
ผู้บริหาร
ครูและบุคลากรทางการศึกษา
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
รวม
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
1.ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความพร้อมในการดาเนินโครงการ
4.00
0.58
มาก
4.32
0.62
มาก
4.67
0.49
มาก
4.66
0.60
มาก
2. ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความสามารถในการดาเนินโครงการ
4.50
0.50
มากที่สุด
4.37
0.58
มากที่สุด
4.67
0.49
มาก
4.66
0.60
มาก
3. บุคลากรในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ
4.75
0.50
มาก
4.53
0.64
มาก
4.67
0.49
มาก
4.66
0.60
มาก
75
76
รายการ
ผู้บริหาร
ครูและบุคลากรทางการศึกษา
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
รวม
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
4. บุคลากรในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม
4.00
0.00
มาก
4.39
0.69
มาก
4.47
0.52
มาก
4.38
0.65
มาก
5. งบประมาณในการดาเนินโครงการมีเพียงพอ
4.50
0.50
มาก
4.14
0.64
มาก
4.53
0.52
มากที่สุด
4.22
0.64
มาก
6. มีคู่มือในการดาเนินโครงการ วัสดุ อุปกรณ์ในการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการมีเพียงพอ
4.75
0.50
มากที่สุด
4.23
0.71
มาก
4.40
0.51
มาก
4.28
0.67
มาก
7. ระยะเวลาในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม
4.50
0.50
มาก
4.59
0.55
มากที่สุด
4.40
0.63
มาก
4.55
0.56
มากที่สุด
เฉลี่ยรวม
4.46
0.51
มาก
4.35
0.58
มาก
4.40
0.60
มาก
4.37
0.64
มาก
ตาราง 10 (ต่อ)
76
77
จากตาราง 10 พบว่า ในภาพรวม ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเมินปัจจัยนาเข้าของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ของกิจกรรมส่งเสริมความเป็นผู้นาตามหลักธรรมาภิบาลอยู่ ในระดับมาก (μ = 4.37) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.22 – 4.55 โดยอยู่ในระดับมาก 6 ข้อ และอยู่ในระดับมากที่สุด 1 ข้อ สาหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 7 ระยะเวลาในการดาเนินโครงการเหมาะสม (μ =4.55) รองลงมาคือข้อ 3 บุคลากรในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ (μ =4.47) ส่วนขอที่มีค่าเฉลี่ยต่าสุดคือข้อ 5 งบประมาณในการดาเนินโครงการมีเพียงพอ (μ = 4.22) เมื่อพิจารณาตามตาแหน่ง ในภาพรวมของผู้บริหารอยู่ในระดับมาก (μ = 4.46) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.00 – 4.75 โดยอยู่ในระดับมาก 5 ข้อ และอยู่ในระดับมากที่สุด 2 ข้อ สาหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 2 ผู้บริหารและครูที่รับผิดชอบโครงการมีความสามารถในการดาเนินโครงการ และข้อ 6 มีคู่มือดาเนินโครงการ วัสดุอุปกรณ์ในการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการมีเพียงพอ (μ = 4.75) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าที่สุดคือข้อ 4 บุคลาการในดาเนินการมีความเหมาะสม ( μ = 4.00) ในภาพรวมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน อยู่ในระดับมาก (μ = 4.40) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.27 – 4.53 โดยอยู่ในระดับมาก 6 ข้อ และอยู่ในระดับมากที่สุด 1 ข้อ สาหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 5 งบประมาณในการดาเนินโครงการมีเพียงพอ (μ = 4.53) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าที่สุดคือข้อ 3 บุคลากรในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ (μ = 4.27)
78
ตาราง 11 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของระดับความคิดเห็นของการประเมินปัจจัยนาเข้า ของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ของกิจกรรมฐานคุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล
รายการ
ผู้บริหาร
ครูและบุคลากรทางการศึกษา
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
รวม
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
1.ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความพร้อมในการดาเนินโครงการ
4.00
0.50
มาก
4.37
0.40
มากที่สุด
4.40
0.51
มาก
4.36
0.67
มาก
2. ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความสามารถในการดาเนินโครงการ
4.25
0.50
มาก
4.37
0.68
มาก
4.40
0.63
มาก
4.37
0.66
มาก
3. บุคลากรในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ
4.50
0.58
มาก
4.50
0.58
มาก
4.27
0.70
มาก
4.68
0.57
มาก
ตาราง 11 (ต่อ)
78
79
รายการ
ผู้บริหาร
ครูและบุคลากรทางการศึกษา
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
รวม
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
μ
σ
ระดับความคิดเห็น
4. บุคลากรในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม
4.50
0.58
มาก
4.30
0.71
มาก
4.20
0.68
มาก
4.29
0.69
มาก
5. งบประมาณในการดาเนินโครงการมีเพียงพอ
4.25
0.50
มาก
4.37
0.73
มาก
4.33
0.72
มาก
4.36
0.71
มาก
6. มีคู่มือในการดาเนินโครงการ วัสดุ อุปกรณ์ในการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการมีเพียงพอ
4.50
0.58
มาก
4.36
0.66
มาก
4.40
0.51
มาก
4.37
0.63
มาก
7. ระยะเวลาในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม
4.50
0.58
มาก
4.47
0.61
มาก
4.40
0.63
มาก
4.46
0.60
มาก
เฉลี่ยรวม
4.44
0.56
มาก
4.39
0.67
มาก
4.33
0.65
มาก
4.38
0.65
มาก
79
80
จากตาราง 11 พบว่า ในภาพรวม ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเมินปัจจัยนาเข้าของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ของกิจกรรมฐานคุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล อยู่ในระดับมาก (μ = 4.38) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.29 – 4.48 โดยอยู่ในระดับมาก ทุกข้อ สาหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 3 บุคลากรในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ (μ =4.68) รองลงมาคือข้อ 2 ระยะเวลาในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม (μ =4.46) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าสุดคือข้อ 4 บุคลากรในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม (μ = 4.40) เมื่อพิจารณาตามตาแหน่ง ในภาพรวมของผู้บริหารอยู่ในระดับมาก (μ = 4.43) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.25 – 4.50 โดยอยู่ในระดับมากทุกข้อ สาหรับข้อที่ มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 1 ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความพร้อมใน การดาเนินโครงการ ข้อ 3 บุคลากรในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ ข้อ 4 บุคลากรใน การดาเนินโครงการ มีความเหมาะสม ข้อ 6 มีคู่มือดาเนินโครงการ วัสดุอุปกรณ์ในการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการ มีเพียงพอ และข้อ 7 ระยะเวลาในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม (μ = 4.50) ส่วนข้อที่ มีค่าเฉลี่ยต่าที่สุดคือข้อ 2 ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความสามารถในการดาเนินโครงการ และข้อ 5 งบประมาณในการดาเนินโครงการมีเพียงพอ (μ = 4.25) ในภาพรวมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน อยู่ในระดับมาก (μ = 4.34) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.20 – 4.40 โดยอยู่ในระดับมากทุกข้อ สาหรับข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 1 ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความพร้อมใน การดาเนินโครงการ ข้อ 2 ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความสามารถในการดาเนินโครงการ ข้อ 6 มีคู่มือดาเนินโครงการ วัสดุอุปกรณ์ในการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการมีเพียงพอ และข้อ 7 ระยะเวลา ในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม (μ = 4.40) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าที่สุดคือข้อ 4 บุคลากร ในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม (μ = 4.20)
81
ตาราง 12 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของระดับความคิดเห็นของการประเมินปัจจัยนาเข้าโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียน




หน้าที่ 5 - บทที่ 5 : สรุป อภิปรายผล และ ข้อเสนอแนะ

บทที่ 5
สรุป อภิปรายผล และ ข้อเสนอแนะ


      การประเมินโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้ประเมินได้สรุปผลการประเมิน ดังนี้

วัตถุประสงค์ของการประเมิน
กรอบการประเมิน
สรุปผลการประเมิน
อภิปรายผล
ข้อเสนอแนะ


วัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการ
       1. เพื่อประเมินบริบทของโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์ กับแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ และนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
       2. เพื่อประเมินความเหมาะสมของปัจจัยนาเข้าที่ใช้ในโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์
       3. เพื่อประเมินความเหมาะสมในการดาเนินการจัดกิจกรรมของโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์
       4. เพื่อประเมินผลผลิตของโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์ ในประเด็นต่อไปนี้
           4.1 เปรียบเทียบความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาลของนักเรียนก่อนและหลังดาเนิน โครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์
           4.2 ศึกษาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนที่เกิดจากโครงการพัฒนา คุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์
           4.3 ประเมินความพึงพอใจที่มีต่อโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมจังหวัดกาฬสินธุ์
        5. เพื่อประเมินผลกระทบที่เกิดจากโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์ กรอบการประเมิน ในการประเมินโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้ประเมินได้ดาเนินการตามกรอบการประเมิน ดังนี้

             1. การประเมินบริบท (Context Evaluation) คือการประเมินเกี่ยวกับความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ของโครงการกับแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ และนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ

             2. การประเมินปัจจัยนาเข้า (Input Evaluation) คือการประเมินเกี่ยวกับความรู้ ความพร้อม ความสามารถ ความเพียงพอ ความเหมาะสมของบุคลากร งบประมาณ ระยะเวลา วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการดาเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์

             3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) คือการประเมินเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการ การวัดผลและประเมินผล การใช้สื่อและเทคโนโลยีต่าง ๆ ในกิจกรรม สภาพการดาเนินงาน

             4. การประเมินผลผลิตที่เกิดขึ้น (Product Evaluation) คือการประเมินเกี่ยวกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์จากโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์และความพึงพอใจ

             5. การประเมินผลกระทบของโครงการ (Impact Evaluation) คือการประเมินเกี่ยวกับ การนาความรู้และประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้รับจากการร่วมกิจกรรมของโครงการไปใช้ในการเรียน และการดาเนินชีวิตประจาวัน ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ 1. ผู้เชี่ยวชาญ จานวน 5 คน 2. ผู้บริหารโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ที่ปฏิบัติหน้าที่ใน ปีการศึกษา 2550-2551 จานวน 1 คน 3. ครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมที่ปฏิบัติหน้าที่ในปีการศึกษา 2550-2551 จานวน 25 คน 4. นักเรียนโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ในปีการศึกษา 2550 จานวน 413 คน 5. ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมจานวน 50 คน
158
             6. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ในปีการศึกษา 2550 จานวน 19 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้ มี 2 ประเภท คือ

1. แบบสอบถาม มีทั้งหมดจานวน 5 ฉบับ ดังนี้

                  1.1 แบบสอบถามเกี่ยวกับบริบทของโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่ โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์

                  1.2 แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยนาเข้าของโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่ โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์และความพึงพอใจ

                  1.3 แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่ โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์และความพึงพอใจ แบ่งออกเป็น 5 ฉบับย่อย ดังนี้

                        1.3.1 แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของกิจกรรมส่งเสริมระเบียบ วินัยตามหลักธรรมาภิบาล

                        1.3.2 แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของกิจกรรมส่งเสริมความ เป็นผู้นาตามหลักธรรมาภิบาล

                        1.3.3 แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของกิจกรรมฐานคุณธรรม ตามหลักธรรมาภิบาล

                        1.3.4 แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาล

                        1.3.5 แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของกิจกรรมการพัฒนาความรู้ และทักษะการดาเนินชีวิตตามหลักธรรมาภิบาล

                   1.4 แบบสอบถามเกี่ยวกับผลผลิตของโครงการ แบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ

                        1.4.1 ศึกษาด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านรักษ์ศักดิ์ศรี มีคุณธรรม นาวิชาการ โดยใช้แบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 5 ฉบับย่อย ดังนี้

                                1) แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของกิจกรรมส่งเสริมระเบียบ วินัยตามหลักธรรมาภิบาล

                                2) แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของกิจกรรมส่งเสริมความเป็น ผู้นาตามหลักธรรมาภิบาล

                                3) แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของกิจกรรมฐานคุณธรรม ตามหลักธรรมาภิบาล

                                4) แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาล

                                5) แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของกิจกรรมการพัฒนาความรู้ และทักษะการดาเนินชีวิตตามหลักธรรมาภิบาล

                        1.4.2 แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมในโรงเรียน: ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม

                   1.5 แบบสอบถามเกี่ยวกับผลกระทบของโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่ โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ประเมินได้แก่ แบบสอบถาม 5 ชุด โดยชุดที่ 1 ใช้สาหรับสอบถามเชี่ยวชาญ ชุดที่ 2 ใช้สาหรับสอบถามผู้บริหาร ชุดที่ 3 ใช้สาหรับสอบถามคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน ชุดที่ 4 ใช้สาหรับสอบถามนักเรียนและชุดที่ 5 ใช้สาหรับสอบถามผู้ปกครองซึ่งผู้ประเมินได้เก็บรวบรวมข้อมูล แบบสอบถามด้วยตนเองทั้งหมด การวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ประเมินนาข้อมูลจากแบบสอบถามและแบบทดสอบที่เก็บวบรวมมาวิเคราะห์ ดังนี้

                          1. ข้อมูลเชิงคุณภาพและข้อมูลจากการประเมินรายงานโครงการใช้การวิเคราะห์ เนื้อหา(Content Analysis) 2. ข้อมูลเชิงปริมาณ วิเคราะห์โดยการแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่า t-test แบบ dependent ทาการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสาเร็จรูป สรุปผลการประเมิน จากการประเมินโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมา ภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์ตามความคิดเห็นและ การปฏิบัติของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียนและผู้ปกครอง ในด้านบริบทของโครงการด้านปัจจัยนาเข้าของโครงการ ด้านกระบวนการดาเนินงานของโครงการ ด้านผลผลิตของโครงการ และด้านผลกระทบของโครงการ โดยประยุกต์ใช้การประเมินแบบ CIPP Model เป็นกรอบแนวความคิดในการประเมิน สรุปผลได้ดังนี้ 1. ด้านบริบท พบว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความคิดเห็นว่าวัตถุประสงค์ของโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่ โรงเรียนชุมชน นาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์ มีความสอดคล้องกับนโยบายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สอดคล้องกับนโยบายของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์เขต 1 และสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน อยู่ในระดับมาก ยกเว้นความสอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนผู้บริหาร และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นว่าวัตถุประสงค์ของโครงการมี ความสอดคล้องกับแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 10 อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาในภาพรวม พบว่า ผู้บริหาร ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ ของโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่ โรงเรียนชุมชน - นาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

                          2. ด้านปัจจัยนาเข้า เมื่อพิจารณาในภาพรวม พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทาง การศึกษาและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของปัจจัยนาเข้าของโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่ โรงเรียนชุมชน -นาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์ว่ามีความพร้อมในการดาเนินงานของผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการการบริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความสามารถในการดาเนินโครงการ บุคลากรในการดาเนินโครงการมีความเพียงพอ บุคลากรในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม งบประมาณในการดาเนินโครงการมีเพียงพอ มีคู่มือดาเนินโครงการ วัสดุอุปกรณ์ในการปฏิบัติกิจกรรมมีเพียงพอและระยะเวลาในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากและเมื่อพิจารณาในแต่ละกิจกรรม สรุปผลได้ดังนี้

                               2.1 กิจกรรมส่งเสริมระเบียบวินัยตามหลักธรรมาภิบาล พบว่า ครูผู้รับผิดชอบ โครงการมีความพร้อมในการดาเนิน ครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความสามารถในการดาเนินโครงการบุคลากรในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ บุคลากรในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสมและมีคู่มือดาเนินโครงการ วัสดุ อุปกรณ์ในการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการมีเพียงพอ อยู่ในระดับมากที่สุด ยกเว้นงบประมาณในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอและระยะเวลาในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ส่วนคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นว่าบุคลากรในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอและมีคู่มือดาเนินโครงการ วัสดุ อุปกรณ์ ในการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการมีเพียงพออยู่ในระดับมาก เช่นเดียวกับ ครูและบุคลากรทางการศึกษา แต่ก็มีความคิดเห็นแตกต่างจากผู้อื่น คือผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความสามารถในการดาเนินโครงการ และบุคลากรในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในภาพรวม พบว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของปัจจัยนาเข้าของกิจกรรมส่งเสริมระเบียบวินัยตามหลักธรรมาภิบาล โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

                               2.2 กิจกรรมส่งเสริมความเป็นผู้นาตามหลักธรรมาภิบาล พบว่า คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นว่า ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความพร้อมในการดาเนินโครงการ ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความสามารถในการดาเนินโครงการ บุคลากรในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ บุคลากรในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม มีคู่มือดาเนินโครงการ วัสดุ อุปกรณ์ในการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการมีเพียงพอและระยะเวลาในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมาก ยกเว้นงบประมาณในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนผู้บริหาร มีความคิดเห็นว่า ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความสามารถในการดาเนินโครงการ และมีคู่มือดาเนินโครงการ วัสดุ อุปกรณ์ในการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการมีเพียงพอ อยู่ในระดับมากที่สุด และครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความคิดเห็นว่า บุคลากรในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ และระยะเวลาในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาในภาพรวม พบว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของปัจจัยนาเข้าของกิจกรรมส่งเสริมความเป็นผู้นาตามหลักธรรมาภิบาลโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

                               2.3 กิจกรรมฐานคุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นว่า ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบ โครงการมีความพร้อมในการดาเนินโครงการ ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความสามารถในการดาเนินโครงการ บุคลากรในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ บุคลากรในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม งบประมาณในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ มีคู่มือดาเนินโครงการ วัสดุ อุปกรณ์ในการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการมีเพียงพอ ระยะเวลาในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากทุกข้อ เมื่อพิจารณาในภาพรวม พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของปัจจัยนาเข้าของกิจกรรมฐานคุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาลโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

                               2.4 กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาล พบว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นว่า ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความพร้อมในการดาเนินโครงการ ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความสามารถในการดาเนินโครงการ บุคลากรในการดาเนินโครงการ มีจานวนเพียงพอ บุคลากรในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม งบประมาณใน การดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ มีคู่มือดาเนินโครงการ วัสดุ อุปกรณ์ในการปฏิบัติกิจกรรม ของโครงการมีเพียงพอ ระยะเวลาในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากทุกข้อ เช่นเดียวกับผู้บริหารแต่มีสิ่งหนึ่งที่เห็นแตกต่างจากผู้อื่น คือ มีความคิดเห็นว่างบประมาณใน การดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ และมีคู่มือดาเนินโครงการ วัสดุ อุปกรณ์ในการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการมีเพียงพอ อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาในภาพรวม พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของปัจจัยนาเข้าของกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาลโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

                              2.5 กิจกรรมการพัฒนาความรู้และทักษะ การดาเนินชีวิตตามหลักธรรมาภิบาล พบว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นว่า ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความพร้อมใน การดาเนินโครงการ ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความสามารถในการดาเนินโครงการ บุคลากรในการดาเนินโครงการ มีจานวนเพียงพอ บุคลากรในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม งบประมาณในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ มีคู่มือดาเนินโครงการ วัสดุ อุปกรณ์ ใน การปฏิบัติกิจกรรมของโครงการมีเพียงพอ และระยะเวลาในการดาเนินโครงการมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากทุกข้อ ส่วนผู้บริหารมีความคิดเห็นว่า ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความสามารถในการดาเนินโครงการและงบประมาณในการดาเนินโครงการมีจานวนเพียงพอ อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาในภาพรวม พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของปัจจัยนาเข้าของ กิจกรรมการพัฒนาความรู้และทักษะ การดาเนินชีวิตตามหลักธรรมาภิบาล โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

                          3. ด้านกระบวนการ เมื่อพิจารณาในภาพรวม พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทาง การศึกษาและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความพร้อมและ ความเหมาะสมของกระบวนการของโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน : ประยุกต์หลักธรรมาภิบาล สู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์ ว่ามีความพร้อมและความเหมาะสมเกี่ยวกับ การมีการวางแผนดาเนินโครงการสู่การปฏิบัติ ดาเนินกิจกรรมโครงการตามแผนที่กาหนดไว้ จัดกิจกรรมในรูปแบบที่หลากหลายได้ตามเป้าหมายที่กาหนดไว้ในโครงการประชาสัมพันธโครงการอย่างทั่วถึง การดาเนินโครงการเป็นไปตามโครงการที่กาหนด มีการติดตามประสานงาน การจัดกิจกรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง มีการกากับ ติดตาม ควบคุมการดาเนินงานเป็น ไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ขณะดาเนินงานตามโครงการมีการแก้ไขปรับปรุงวิธีการดาเนินโครงการเมื่อพบว่าบกพร่อง กาหนดหลักเกณฑ์และระยะเวลาในการประเมินผลโครงการตาม ความเหมาะสม ประเมินผลแต่ละกิจกรรมโดยใช้เทคนิคและวิธีการที่หลากหลาย ครบทุกกิจกรรม ผู้บริหารมีการประเมินผลการปฏิบัติงานตามโครงการอย่างเป็นระบบต่อเนื่องและโรงเรียนมี การขยายผลการปฏิบัติกิจกรรมลงสู่ชุมชน /เผยแพร่ อยู่ในระดับมากทุกข้อ และเมื่อพิจารณา ในแต่ละกิจกรรม สรุปผลได้ดังนี้

                              3.1 กิจกรรมส่งเสริมระเบียบวินัยตามหลักธรรมาภิบาล พบว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความคิดเห็นว่า มีการวางแผนดาเนินโครงการสู่การปฏิบัติ ดาเนินกิจกรรมโครงการตามแผนที่กาหนดไว้ จัดกิจกรรมในรูปแบบที่หลากหลายได้ตามเป้าหมายที่กาหนดไว้ในโครงการ ประชาสัมพันธ์โครงการอย่างทั่วถึง การดาเนินโครงการเป็นไปตามโครงการที่กาหนด มีการติดตามประสานงานการจัดกิจกรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง มีการกากับ ติดตาม ควบคุมการดาเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ขณะดาเนินงานตามโครงการ มีการแก้ไขปรับปรุงวิธีการดาเนินโครงการเมื่อพบว่าบกพร่อง กาหนดหลักเกณฑ์และระยะเวลาใน การประเมินผลโครงการตามความเหมาะสม ประเมินผลแต่ละกิจกรรมโดยใช้เทคนิคและวิธีการที่หลากหลาย ครบทุกกิจกรรม ผู้บริหารมีการประเมินผลการปฏิบัติงานตามโครงการอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง และโรงเรียนมีการขยายผลการปฏิบัติกิจกรรมลงสู่ชุมชน /เผยแพร่ อยู่ในระดับมากทุกข้อ เช่นเดียวกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เห็นแตกต่างคือ ขณะดาเนินงานตามโครงการมีการแก้ไขปรับปรุงวิธีการดาเนินโครงการเมื่อพบว่าบกพร่อง อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนผู้บริหารมีความคิดเห็นว่า มีการวางแผนดาเนินโครงการสู่การปฏิบัติ จัดกิจกรรมในรูปแบบที่หลากหลายได้ตามเป้าหมายที่กาหนดไว้ในโครงการ การดาเนินโครงการเป็นไปตามโครงการที่กาหนด และผู้บริหารมีการประเมินผลการปฏิบัติงานตามโครงการอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาในภาพรวม พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความพร้อมและความเหมาะสมของกระบวนการของกิจกรรมส่งเสริมระเบียบวินัยตามหลักธรรมาภิบาลโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

                               3.2 กิจกรรมส่งเสริมความเป็นผู้นาตามหลักธรรมาภิบาล พบว่าครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความคิดเห็นว่า มีการวางแผนดาเนินโครงการสู่การปฏิบัติ ดาเนินกิจกรรมโครงการตามแผนที่กาหนดไว้ จัดกิจกรรมในรูปแบบที่หลากหลายได้ตามเป้าหมายที่กาหนดไว้ในโครงการ ประชาสัมพันธ์โครงการอย่างทั่วถึง การดาเนินโครงการเป็นไปตาม โครงการที่กาหนด มีการติดตามประสานงานการจัดกิจกรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง มีการกากับ ติดตาม ควบคุมการดาเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ขณะดาเนินงานตามโครงการมี
การแก้ไขปรับปรุงวิธีการดาเนินโครงการเมื่อพบว่าบกพร่อง กาหนดหลักเกณฑ์และระยะเวลา ในการประเมินผลโครงการตามความเหมาะสม ประเมินผลแต่ละกิจกรรมโดยใช้เทคนิคและ วิธีการที่หลากหลาย ครบทุกกิจกรรม ผู้บริหารมีการประเมินผลการปฏิบัติงานตามโครงการอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง และโรงเรียนมีการขยายผลการปฏิบัติกิจกรรมลงสู่ชุมชน /เผยแพร่ อยู่ในระดับมากทุกข้อ เช่นเดียวกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เห็นแตกต่าง คือ ดาเนินกิจกรรมโครงการตามแผนที่กาหนดไว้ การดาเนินโครงการเป็นไปตามโครงการ ที่กาหนด และโรงเรียน มีการขยายผลการปฏิบัติกิจกรรมลงสู่ชุมชน /เผยแพร่ อยู่ในระดับมาก ที่สุด ส่วนผู้บริหารมี ความคิดเห็นว่า ดาเนินกิจกรรมโครงการตามแผนที่กาหนดไว้ประชาสัมพันธ์โครงการอย่างทั่วถึง การดาเนินโครงการเป็นไปตามโครงการที่กาหนด มีการกากับ ติดตาม ควบคุมการดาเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และขณะดาเนินงานตามโครงการมีการแก้ไขปรับปรุงวิธีการดาเนินโครงการเมื่อพบว่าบกพร่อง อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาในภาพรวม พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความพร้อมและความเหมาะสมของกระบวนการของกิจกรรมส่งเสริมความเป็นผู้นาตามหลักธรรมาภิบาล โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

                               3.3 กิจกรรมฐานคุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล พบว่า ครูและบุคลากรทาง การศึกษา มีความคิดเห็นว่า มีการวางแผนดาเนินโครงการสู่การปฏิบัติ ดาเนินกิจกรรมโครงการตามแผนที่กาหนดไว้ จัดกิจกรรมในรูปแบบที่หลากหลายได้ตามเป้าหมายที่กาหนดไว้ในโครงการ ประชาสัมพันธ์โครงการอย่างทั่วถึง การดาเนินโครงการเป็นไปตามโครงการที่กาหนด มีการติดตามประสานงานการจัดกิจกรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง มีการกากับ ติดตาม ควบคุมการดาเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ขณะดาเนินงานตามโครงการมี การแก้ไขปรับปรุงวิธีการดาเนินโครงการเมื่อพบว่าบกพร่อง กาหนดหลักเกณฑ์และระยะเวลาในการประเมินผลโครงการตามความเหมาะสม ประเมินผลแต่ละกิจกรรมโดยใช้เทคนิคและวิธีการที่หลากหลาย ครบทุกกิจกรรม ผู้บริหารมีการประเมินผลการปฏิบัติงานตามโครงการอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง และโรงเรียนมีการขยายผลการปฏิบัติกิจกรรมลงสู่ชุมชน /เผยแพร่ อยู่ในระดับมากทุกข้อ เช่นเดียวกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เห็นแตกต่างคือ มีการติดตามประสานงานการจัดกิจกรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนผู้บริหารมีความคิดเห็นว่า มีการวางแผนดาเนินโครงการสู่การปฏิบัติ จัดกิจกรรมในรูปแบบที่หลากหลายได้ตามเป้าหมายที่กาหนดไว้ในโครงการ มีการกากับ ติดตาม ควบคุมการดาเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการผู้บริหารมีการประเมินผลการปฏิบัติงานตามโครงการอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง และประเมินผลแต่ละกิจกรรมโดยใช้เทคนิคและวิธีการที่หลากหลาย ครบทุกกิจกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาในภาพรวม พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความพร้อมและความเหมาะสมของกระบวนการ ของกิจกรรมฐานคุณธรรมตาหลักธรรมาภิบาล โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

                                3.4 กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาล พบว่า ครูและ บุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นว่า มีการวางแผนดาเนินโครงการสู่การปฏิบัติ ดาเนินกิจกรรมโครงการตาม แผนที่กาหนดไว้ จัดกิจกรรมในรูปแบบที่หลากหลายได้ตามเป้าหมายที่กาหนดไว้ในโครงการประชาสัมพันธ์โครงการอย่างทั่วถึง การดาเนินโครงการเป็นไปตามโครงการที่กาหนด มีการติดตามประสานงานการจัดกิจกรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง มีการกากับ ติดตาม ควบคุมการดาเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ขณะดาเนินงานตามโครงการมีการแก้ไขปรับปรุงวิธีการดาเนินโครงการเมื่อพบว่าบกพร่อง กาหนดหลักเกณฑ์และระยะเวลาในการประเมินผลโครงการตาม ความเหมาะสม ประเมินผลแต่ละกิจกรรมโดยใช้เทคนิคและวิธีการที่หลากหลาย ครบทุกกิจกรรม ผู้บริหารมีการประเมินผลการปฏิบัติงานตามโครงการอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง และโรงเรียนมี การขยายผลการปฏิบัติกิจกรรม ลงสู่ชุมชน /เผยแพร่ อยู่ในระดับมากทุกข้อ เช่นเดียวกับผู้บริหาร แต่มีสิ่งที่เห็นแตกต่างคือ มีการวางแผนดาเนินโครงการสู่การปฏิบัติ ประชาสัมพันธ์โครงการอย่างทั่วถึง มีการกากับ ติดตาม ควบคุมการดาเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการขณะดาเนินงานตามโครงการมีการแก้ไขปรับปรุงวิธีการดาเนินโครงการเมื่อพบว่าบกพร่อง และโรงเรียนมีการขยายผลการปฏิบัติกิจกรรมลงสู่ชุมชน/เผยแพร่ อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาในภาพรวม พบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความพร้อมและความเหมาะสมของกระบวนการของกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมตาหลักธรรมาภิบาลโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

                                3.5 กิจกรรมการพัฒนาความรู้และทักษะ การดาเนินชีวิตตามหลักธรรมาภิบาล พบว่า ผู้บริหารมีความคิดเห็นว่า มีการวางแผนดาเนินโครงการสู่ การปฏิบัติ ประชาสัมพันธ์โครงการ อย่างทั่วถึง การดาเนินโครงการเป็นไปตามโครงการที่กาหนด มีการติดตามประสานงานการจัดกิจกรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง มีการกากับ ติดตาม ควบคุมการดาเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ขณะดาเนินงานตามโครงการมีการแก้ไขปรับปรุงวิธีการดาเนินโครงการเมื่อพบว่าบกพร่อง กาหนดหลักเกณฑ์และระยะเวลาในการประเมินผลโครงการตามความเหมาะสม ประเมินผลแต่ละกิจกรรมโดยใช้เทคนิคและวิธีการที่หลากหลาย ครบทุกกิจกรรม ผู้บริหารมีการประเมินผลการปฏิบัติงานตามโครงการอย่างเป็นระบบต่อเนื่องและโรงเรียนมีการขยายผลการปฏิบัติกิจกรรมลงสู่ชุมชน /เผยแพร่ อยู่ในระดับมาก และดาเนินกิจกรรมโครงการตามแผนที่กาหนดไว้ จัดกิจกรรมในรูปแบบที่หลากหลายได้ตามเป้าหมายที่กาหนดไว้ในโครงการ อยู่ในระดับมากที่สุด เช่นเดียวกับครูและบุคลากรทางการศึกษา แต่มีสิ่งที่แตกต่างคือ ดาเนินกิจกรรมโครงการตามแผนที่กาหนดไว้ จัดกิจกรรมในรูปแบบที่หลากหลายได้ตามเป้าหมายที่กาหนดไว้ในโครงการอยู่ใน




หน้าที่ 6 - บรรณานุกรม

บรรณานุกรม



กระทรวงศึกษาธิการ, สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา, คู่มือการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานนิติบุคคล (กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์องค์การ

                        รับส่งสินค้าส่งและพัสดุภัณฑ์(ร.ส.พ.),254.,

กระทรวงศึกษาธิการ. (2549). แผนปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อรองรับนโยบายรัฐบาล ปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 – 2551.

                        กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

_____________คู่มือการบริหารสถานศึกษาขั้นฐานที่เป็นนิติบุคคล (โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ : กรุงเทพมหานคร,

                        2546.

เกษม วัฒนชัย, “ธรรมาภิบาลบทบาทสาคัญของกรรมการสถานศึกษา”รายงานการปฎิรูปการศึกษาไทย 5,64 (15 เมษายน 2546 )

เกษม วัฒนชัย, ธรรมาภิบาลกับบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน(กรุงเทพฯ : สานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ

                        สานักนายกรัฐมนตรี,2546.

เกษม วิศวไพศาลและคณะ. (2546). การประเมินผลโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนนารีรัตน์ จังหวัดแพร่. การศึกษาค้นคว้า

                        ด้วยตนเอง กศ.ม., มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก.
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์, “ธรรมรัฐภาคเมือง : บทบาทภาคีเมือง,” สารวุฒิสภา ,41(กันยายน 2541)

โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจาประเทศไทย. (2550). รายงานการพัฒนาคนของประเทศไทย ปี 2550. ม.ป.ท.: ม.ป.พ.

จตุมงคล โสณกุล, “ธรรมรัฐภาคราชการ,”วัฏจักร (6 พฤษภาคม 2541)

เจริญ เจษฎาวัลย์, การวางมาตรฐานธรรมาภิบาล (กรุงเทพมหานคร : บริษัท พอดี จากัด,2545.

เฉลิม สมท่า. “การบริหารโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครูผู้ปฏิบัติการสอน สังกัดสานักงานเขต

                        พื้นที่การศึกษาเลย เขต 1” (รายงานการศึกษาอิสระ ปริญญาศึกษาศาสตร์ สาขาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย

                         มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2547.
ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, “จดหมายเปิดผนึกจากที่ประชุมคณาจารย์รัฐศาสตร์,” “เอกสารประกอบการประชุมทางวิชาการ เนื่องในวาระครบรอบ

                          50 ปี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541.186

ชัยอนันต์ สมุทวาณิช, “Good Governance กับการปฏิรูปการศึกษา – การปฏิรูปการเมือง ม.ร.พ.,2541, อ้างถึงในบุษบง ชัยเจริญวัฒนะ

                          ,เอกสาร “การประชุมวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ในส่วนภูมิภาค ประจาปี 2546 (ภาคใต้)”, 2546.

ชนะ ศักดิ์ ยุวบูรณ์ , “กระทรวงมหาดไทยกับการบริหารจัดการที่ดี,”.ในการปกครองที่ดี (Good Governance) กรุงเทพฯ: บพิธการพิมพ์

                         ,2543.

สานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) พ.ศ.2543,โครงการสาคัญ [ออนไลน์],เข้าถึงเมื่อ 18 สิงหาคม 2550, เข้าถึงได้จาก

                         http://www.ocsc.go.th

ไชยวัฒน์ คาชูและคณะ, ธรรมาภิบาล (กรุงเทพมหานคร : บริษัทสานักพิมพ์น้าฝนจากัด, 2545.

ธีรยุทธ บุญมี, ธรรมรัฐแห่งชาติ ยุทธศาสตร์กู้หายนะประเทศไทย (กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์สายธาร,2541.

บุญมี เณรยอด, อ้างถึงใน ธีระ รุญเจริญ และคณะ, การบริหารเพื่อปฏิรูปการเรียนรู้กรุงเทพฯ : บริษัทข้างฟ่าง จากัด,2546.

ทวีป ศิริรัศมี. (2545). การวางแผนพัฒนาและประเมินโครงการ. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ :สานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.).

ทิพาวดี เมฆสวรรค์, อ้างถึงใน จตุมงคล โสณกุล, “ธรรมรัฐภาคราชการ,”วัฏจักร(6 พฤษภาคม 2541)

เทียมจันทร์ พาณิชผลินไชย. (ม.ป.ป.). ระเบียบวิธีวิจัย. พิษณุโลก : ภาควิชาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ธีระ รุญเจริญ, การบริหารโรงเรียนยุคปฏิรูปการศึกษา กรุงเทพฯ : บริษัทข้าวฟ่าง จากัด, 2546.

นฤมล ทับจุมพล, “แนวคิดและวาทกรรมว่าด้วย “ธรรมรัฐแห่งชาติ”.”เอกสารประกอบการประชุมทางวิชาการ เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี

                       คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2541.

นิภาพร รุ่งโรจน์สาคร, “พฤติกรรมทางคุณธรรมตามระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดีของผู้บริหารสถานศึกษา จังหวัดสมุทรสาคร

                        (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตภาควิชาบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

                         ,2549),136.

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ,การสร้างธรรมาภิบาล (good governance) ในสังคมไทย,(กรุงเทพฯ : บริษัท สานักพิมพ์วิญญูชน,2542.

บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ และ บุญมี ลี้. รายงานการวิจัยตัวชี้วัดธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า.(กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว,

                         2544),2-3.
บุษบง ชัยเจริญวัฒนธ, “เอกสารการประชุมวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐศาสนศาสตร์ในส่วนภูมิภาค ประจาปี 2546 (ภาคใต้),”2546.

ประเวศ วะสี, ยุทธศาสตร์ชาติ กรุงเทพฯ: สานักงานกองทุนเพื่อสังคมธนาคารออกสิน,2542.

ปัญญา แก้วกียูร และสุภัทร พันธ์พัฒนกุล, สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, อ้างถึงใน “เอกสารการประชุมสัมมนาวิชาการโรงเรียน

                          นิติบุคคล : สู้เส้นทางแห่งความสาเร็จ” ภาควิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย

                           ศิลปากร,2548 (อัดสาเนา)

พวงรัตน์ ทวีรัตน์, วิธีวิจัยพฤติกรรมศาสตร์และสังคม กรุงเทพฯ : ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2540, ภาคผนวก.

พวงรัตน์ ทวีรัตน์, วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคม,พิมพ์ครั้งที่ 8 กรุงเทพฯ : สานักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา

                            มหาวิทยาลัยศรีนครินรวิโรฒ ประสานมิตร,2543.

พิทยา บวรวัฒนา,ทฤษฎีองค์กรการสาธารณะ(กรุงเทพฯ : ศักดิ์โสภาการพิมพ์,2541),294.

ไพศาล ตั้งสมบูรณ์ “การใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรสาคร”

                            วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปกร,2548.

ยุทธ วรฉัตรธาร, “ธรรมรัฐในการบริหารองค์กร,” วารสารนักบริหาร 21 (กรกฎาคม – กันยายน2544)

รุ่ง แก้วแดง, รีเอ็นจิเนียริ่ง ระบบราชการไทย กรุงเทพฯ สานักพิมพ์มติชน,2538.

รับขวัญ ภาคภูมิ, “ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษากับสุขภาพองค์การของสถานศึกษา

                            สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาแพงเพชร เขต 1” วิทยานิพนธ์ปริญญาคุรุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการ

                            บริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกาแพงเพชร, 2547.

วรภัทร โตธนะเกษม, “การสร้าง Good Govrnance ในองค์กร,” วารสาร กสท.(ตุลาคม 2542) :19. สถาบันพระปกเกล้า. กรุงเทพฯ :

                            โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2544.

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI), “จากวิกฤติสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” “ธรรมาภิบาลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน,” เอกสารการสัมมนา

                             วิชาการ TDRI ประจาปี 2541, 11-13 ธันวาคม 2541 ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้ จังหวัดชลบุรี 2541.

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI), “สังคมโปร่งใสไร้ทุจริต, การสัมมนาวิชาการ TDRI ประจาปี 2543, 18-19 พฤศจิกายน,

                              ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้ จอมเทียน จังหวัดชลบุรี,2543.

สุดจิต นิมิตกุล, “กระทรวงมหาดไทยกับการบริหารจัดการที่ดี,”ในการปกครองที่ดี (good governance) (กรุงเทพฯ : บพิธการพิมพ์,

                              2543.

สุวรรณ ทองคา, “สภาพการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลในโรงเรียน สังกัดสานักงานการประถมศึกษา จังหวัดสิงห์บุรี” (วิทยานิพนธ์

                              ปริญญาคุรุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี,2545.

สัญญา ชาวไร่ , “การศึกษาการรับรู้การบริหารจัดการโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน สังกัดสานักงานเขต

                              พื้นที่การศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด เขต 1” (รายงานการศึกษาอิสระ ปริญญาคุรุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการบริหาร

                              การศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์,2546.

สุทัศนา สุทธิคุณสมบัติ, what is good governance[ออนไลน์] , เข้าถึงเมื่อ 20 สิงหาคม 2550, เข้าถึง ได้จาก

                              http:// www.unescap.org/

สานักพัฒนาระบบบริหาร,สานักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติ,เอกสารประกอบการอบรมหลักสูตรฝึกอบรมผู้บริหารสถานศึกษา

                              ม.ป.ท.,2540. (อัดสาเนา)

สานักนายกรัฐมนตรี, “การบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542 ประกาศใน” ราชกิจจานุเบกษา, ฉบับประกาศทั่วไปเล่มที่

                             116,ตอนที่ 63 (ลงวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2542)

สานักงานคณะกรรมการข้าราชการครู, ตามรอยพระยุคลบาท (กรุงเทพมหานคร :บริษัทประชาชนจากัด, 2544.

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1, “ข้อมูลทางด้านคุณธรรม จริยธรรม” สานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.).,

                              การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี[ ออนไลน์ ], เข้าถึงเมื่อ 10 สิงหาคม 2550. เข้าถึงจาก

                              http://www.ocsc.go.th./good government/ggh.pdf

สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจาการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546, [ออนไลน์],

                               เข้าถึงเมื่อ 21 สิงหาคม 2550,เข้าถึงได้จาก http://www.moe.go.th/

สานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) พ.ศ.2543,โครงการสาคัญ [ออนไลน์],เข้าถึง เมื่อ 18 สิงหาคม 2550, เข้าถึงได้จาก

                                http://www.ocsc.go.th

สถาบันพระปกเกล้า, อ้างถึงในบุษบง ชัยเจริญวัฒนะ และ บุญมี ลี้. รายงานการวิจัยตัวชี้วัดธรรมาภิบาล (กรุงเทพ ฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา

                                ลาดพร้าว, 2544.

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1, “ข้อมูลสถานศึกษาสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1,” กลุ่มเลขานุการ

                                อ.ก.ค.ศ. กลุ่มบริหารงานบุคคล สพท.กจ.2 : 2550 เอกสารลาดับที่ 1 / 2550,2550.

สานักนายกรัฐมนตรี,”การบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542 ประกาศใน” ราชกิจจานุเบกษา, ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 116

                                ตอนที่ 63ง, (วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2542.
สานักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร ,2543.

ศิริยา โถแก้ว, “การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล : กรณีศึกษาโรงเรียนสิริวุฒิวิทยาจังหวัดสมุทรปราการ” (วิทยานิพนธ์ปริญญาคุรุศาสตร์

                                มหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลันราชภัฎธนบุรี,2549.

อรพินท์ สพโชคชัย, “สังคมเสถีรยภาพและกลไกประชารัฐที่ดี”, รายงานทีดีอาร์ไอ ฉบับที่ 20 ธันวาคม 2540, 4, อ้างถึงใน

                                บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, การสร้างธรรมาภิบาล (good governance) ในสังคมไทย (กรุงเทพฯ : บริษัท สานัก

                                พิมพ์วิญญชน,2542.

อมรา พงศาพิชญ์ และนิตยา ภัทรลีรดะพันธ์, องค์การให้ทุนเพื่อประชาสังคมในประเทศไทย กรุงเทพฯ : สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์

                                มหาวิทยาลัย,2541.
____________, ธรรมนูญกับประชาสังคมและองค์กรประชาสังคม, เอกสารประกอบ การสัมมนา เรื่อง สิ่งแวดล้อมในรัฐธรรมนูญ

                                แปลงแนวคิดสู่การปฏิบัติ (กรุงเพทฯ : กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ

                                สิ่งแวดล้อม,2534.

____________, “ธรรมรัฐและธรรมราษฎร์กับองค์กรประชาชนสังคม,”เอกสารประกอบการประชุมทางวิชาการ เนื่องในวาระครบรอบ 50

                                ปี คณะรัฐศาสตร์ จะฬาลงกรมหาวิทยาลัย,2541.

อานันท์ ปันยารชุน, “ธรรมาภิบาลในการบริหารมหาวิทยาลัย,” การสัมมนาวิขาการประจาปี 2542 ของที่ประชุมประธานสภาอาจารย์

                                มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ คณะคุรุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542.,47.(อัดสาเนา)

Chritina M.Blumei , “Foreign aid, donor coordination and the pursuit of good Governance(Kenya)”

                                (Ph.D.Dissertation, University of Maryland, 2000),25.

Daniel Katz and Robert L. Kahn, The Social Psychology of Organization, 2nd ed.(New York : John Wiley & Son,

                                1978).
John W. Best,Research in Education( New Jersey : Prentice – Hall inc., 1970), 190.

Thomas G. Weiss. Governance good governance and global : conceptual and actural challenges, (London :

                                Third World Quarterly, 2000), 795-814.

Lee J. cronbuch, Essential of Psychological Testing, 3rd ed.(New York : Harper & Row Publisher ,1974.

Marcella Casey-Cooper, Education governance of the Morongo Unified School Distric(CapellaUniversity,2005) ,

                                abstract [online]. Accessed 1 july 2007. Available from http://proques.umi.com/pqdweb

Philip. Kimmet, “The politics of good governance in Asean 4” (Master Degree,Griffith University,2005)32.

R.A.W. Rhodes. The New Governance : Governing without Government (Oxford : University of Newcastle –

                                 Tyne, 1996), 652-667.

Sam Agere, Promoting Good Governance : Principles, Practices and Perspective (London: Commonwealth

                                  Secretariat,2000),56.

Thomas G. Weiss. Governance good governance and global : conceptual and actural challenges, (London :

                                  Third World Quarterly, 2000), 795-814.

United Nation (UN) ,Building Partnership for Good Governance (New York :United Nation Press, 2000),15.

United Nations Development Program. (2007). Thailand Human Development Report 2007 : Sufficiency

                                   Economy and Human Development.,Thailand: n.p.




หน้าที่ 7 - กิตติกรรมประกาศ

กิตติกรรมประกาศ


       รายงานการประเมินโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน: ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ที่ได้จัดทาขึ้นฉบับนี้ เป็นการนาเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในโรงเรียน: ประยุกต์หลักธรรมาภิบาลสู่โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคมที่ได้ดาเนินการในปีการศึกษา 2550 โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือการนาหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารงานของโรงเรียน
ในการประเมินโครงการดังกล่าว ผู้รายงานได้อาศัยรูปแบบการประเมินโครงการ โดยประยุกต์ใช้รูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP model) ของแดเนียล แอล สตัฟเฟิลบีม (Daniel L. Stufflebeam) โดยประเมินทั้งระบบของโครงการ 5 ด้าน คือบริบท ปัจจัยนาเข้า กระบวนการ ผลผลิตและผลกระทบของโครงการตามทัศนะของผู้ที่เกี่ยวข้อง
        ขอกราบขอบพระคุณนายวิทยา ศิลารัตน์ ผู้อานวยการโรงเรียนนาจานวิทยา อาเภอเมือง สานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 นายรังสฤษ์ ศรีปัญญา ผู้อานวยการเชี่ยวชาญโรงเรียนดอนจาน กิ่งอาเภอดอนจาน สานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 นายวรายุทธ ตริสกุล ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 นายบุญถม กุดแถลง
ข้าราชการบานาญ อดีต ผู้อานวยการโรงเรียนเรียนหนองแปนโนนสูงนาเชือกวิทยาราษฎร์บารุง
อาเภอกมลาไสย สานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ดร. ประยูร แสงใส หัวหน้าภาควิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ที่ให้ความอนุเคราะห์เป็นผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบเครื่องมือ ให้คาปรึกษาในเรื่องต่าง ๆ ตลอดจนให้กาลังใจในการทางานในทุก ๆ ด้านเป็นอย่างดียิ่ง ทาให้ การประเมินโครงการฉบับนี้มีความสมบูรณ์และถูกต้อง ผู้รายงานต้องขอกราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วย
        ขอขอบคุณคณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม ที่ให้ความร่วมมือในการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการซึ่งทาให้การประเมินโครงการครั้งนี้ สามารถดาเนินไปได้ด้วยดี บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

 

สุวรรณ สมมูล




หน้าที่ 8 - ประวัติผู้วิจัย

ประวัติผู้วิจัย




ประวัติส่วนตัว :
ชื่อ-สกุล นายสุวรรณ สมมูล
สัญชาติ ไทย
เชื้อชาติ ไทย
ศาสนา พุทธ
วัน เดือน ปี เกิด 5 พฤษภาคม 2500

ที่อยู่ปัจจุบัน 185 หมู่ 2 ต.ร่องคา อ.ร่องคา จ.กาฬสินธุ์ 46210

สถานที่ทำงาน ตาแหน่งผู้อานวยการ วิทยฐานะ ชานาญการพิเศษ โรงเรียนชุมชน นาเรียงวิทยาคม

                   สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1

ประวัติการศึกษา :

พ.ศ. 2528-2530 ศษ.บ. (ประถมศึกษา) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

พ.ศ. 2548 กศม. (บริหารการศึกษา) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประวัติการทางาน :

พ.ศ. 2524 ครู 1 โรงเรียนนามนวิทยาคาร จ.กาฬสินธุ์

พ.ศ. 2525 ครู 2 โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม อ.ร่องคา จ.กาฬสินธุ์

พ.ศ. 2528 อาจารย์ 1 โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม อ.ร่องคา จ.กาฬสินธุ์

พ.ศ. 2533 อาจารย์ 2 โรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม อ.ร่องคา จ.กาฬสินธุ์

พ.ศ. 2536 อาจารย์ใหญ่ โรงเรียนไชยศรีเรืองวิทย์ อ.หนองกรุงศรี จ.กาฬสินธุ์

พ.ศ. 2537 อาจารย์ใหญ่ โรงเรียนบึงไฮโนนสวาง จ.กาฬสินธุ์

พ.ศ. 2544 อาจารย์ใหญ่ โรงเรียนโนนเมืองวิทยาคาร จ.กาฬสินธุ์

พ.ศ. 2547 ผู้อานวยการโรงเรียนโนนเมืองวิทยาคาร จ.กาฬสินธุ์

พ.ศ. 2551 ผู้อานวยการโรงเรียนชุมชนนาเรียงวิทยาคม อ.ร่องคา จ.กาฬสินธุ์




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






titleupz
(สุวรรณ สมมูล)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 1,006 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 4 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 50 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน