ทราบหรือไม่ว่า ลิฟต์ ที่เราใช้กันอยู่ มีที่มาอย่างไร | วิชาการ.คอม


ทราบหรือไม่ว่า ลิฟต์ ที่เราใช้กันอยู่ มีที่มาอย่างไร

สารบัญ

ทราบหรือไม่ว่า ลิฟต์ ที่เราใช้กันอยู่ มีที่มาอย่างไร

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด  

ลิฟต์ (Elevator)

ชักรอกอย่างง่ายๆ 

 

 มีการ ใช้ลิฟต์หรือกระเช้าชักรอกอย่างง่าย ๆ มาตั้งแต่ยุคกลางสามารถสืบย้อนต้นกำเนิดไปได้ถึงศตวรรษที่สามก่อนคริสตกาล ลิฟต์เหล่านี้ทำงานด้วยแรงงานและสัตว์หรือไม่ก็อาศัยกลไกที่มีน้ำเป็นตัว ผลักดัน

  ในทศวรรษที่ 1800 ลิฟต์ในลักษณะที่เราคุ้นเคยเริ่มพัฒนาขึ้น โดยมีน้ำหรือไอน้ำเป็นแหล่งพลังงาน เช่น ผู้คนจะเข้าไปยืนอยู่ในกล่อง จากนั้น ก็เติมน้ำลงในท่อกลวงจนถึงระดับที่ แรงไฮดรอลิค (hydraulic) จะดันกล่องนั้นขึ้นไปตามท่อกลวง

  ในช่วงแรกยังไม่มีวิธีปรับปรุงความเร็วของกล่องแต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็มีการปรับปรุงพัฒนาเครื่องยกไฮดรอลิคและนำลิ้นปิดเปิดประเภทต่าง ๆ เข้ามาช่วยควบคุมความเร็ว โดยมี เครื่องยก (lifts) เพื่อช่วยให้กล่องลอยสูงขึ้นลงด้วยเชือกไหลผ่านรอกและคานถ่วงน้ำหนัก เครื่องยกที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศอังกฤษคือ บรรพบุรุษของลิฟต์ในปัจจุบัน

 

ลิฟต์ของโอทิส (Otis elevator)

 

โอทิสแสดงให้ผู้สนใจลิฟท์ได้ชม

   ลิฟต์ ที่ใช้พลังงานตัวแรกปรากฏขึ้นเมื่อกลางศตวรรษที่สิบเก้าในสหรัฐอเมริกา โดยถูกใช้เป็นกระเช้าส่งสินค้าขึ้นลงระหว่างสองชั้นในอาคารที่นิวยอร์ก

  ช่วงเวลาอันสำคัญของลิฟต์มาถึงในปี 1853 เมื่อ เอลิซา กราเวส โอทิส (Elisha Graves Otis ค. ศ.1811-1861) เจ้าของนามสกุลที่ปัจจุบันนี้ยังปรากฏอยู่บนลิฟต์จำนวนมาก ได้ออกแบบลิฟต์ซึ่งเน้นความปลอดภัยเป็นสำคัญ ถ้าระบบยกตัวของลิฟต์ล้มเหลวปล่อยตู้ลิฟต์ลงมา ระบบทำงานทั้งหมดของลิฟต์จะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติก่อนที่ตู้ลิฟต์จะตกถึงฐาน เพลา

  ลิฟต์โอทิส (Otis elevator) เพื่อการขนส่งผู้คนตัวแรกได้รับการติดตั้งในห้างสรรพสินค้า อี.วี. ฮอฟวูท (E.V. Houghwout department) ในนิวยอร์กด้วยยอดเงินไม่ถึง 300 ดอลลาร์ ลิฟต์ของโอทิสใช้พลังงานไอน้ำ ปี 1867 ลีออน เอดูซ (Leon Edoux) ได้คิดค้นและประดิษฐ์ลิฟต์ที่ใช้พลังงานไฮดรอลิคขึ้น

  สิบปีต่อมา ลูกชายของโอทิสได้ตั้ง บริษัทโอทิส บราเธอส์ (Otis Brothers Company) ขึ้นในยอร์กเซียร์ นิวยอร์ก บริษัทนี้ผลิตลิฟต์นับพันตัวและกลายเป็นบริษัทมีชื่อเสียงในวงการอุตสาหกรรม ด้านลิฟต์ ในปี 1873 มีการใช้ลิฟต์ของโอทิสกว่าสองพันตามอาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ทั่วอเมริกา

 

มอเตอร์ไฟฟ้า

 

ลิฟท์ของโอทิส

    กระทั่งปี 1884 จึงเกิดลิฟต์ไฟฟ้าตัวแรกขึ้น โดยเป็นผลงานการคิดค้นของ แฟรงค์ สปราจ (Frank Sprague ค.ศ.1857-1934) ติดตั้งในโรงงานฝ้ายที่ลอว์เรนซ์ แมสซาซูเซ็ทส์ เขายังเป็นผู้ประดิษฐ์การควบคุมด้วยระบบปุ่มกดอีกด้วย

  มีการใช้ลิฟต์ไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ครั้งแรกเมื่อปี 1889 หลังมีการติดตั้งลิฟต์สองตัวในอาคารเดอมูเรส ในนิวยอร์ก เมื่อไฟฟ้าเป็นพลังงานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น มอเตอร์ไฟฟ้าก็ถูกนำมาผนวกเข้ากับเทคโนโลยีการผลิตลิฟต์โดยนักประดิษฐ์ชาว เยอรมัน เวอร์เนอร์ วอน ซีเมนส์ (Werner von Siemens ค.ศ. 1816-1892) ทำการติดมอเตอร์ตรงก้นลิฟต์และใช้อุปกรณ์เกียร์ขยับเพลาซึ่งมีฟันเฟืองติดอยู่ให้เคลื่อนที่ขึ้นลง

  มีบัลติมอร์ในปี 1887 มีการนำไฟฟ้ามาใช้เป็นแหล่งพลังงานให้ลิฟต์เคลื่อนที่ ลิฟต์นี้ใช้เชือกและก้ามปูพันไว้โดยรอบ แต่ติดปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งที่นำไปสู่การเลิกใช้ลิฟต์ชนิดนี้คือ ความสูงของอาคารยิ่งเวลาผ่านไป อาคารก็ยิ่งสูงขึ้น ทำให้เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเชือกยาวขึ้นก้ามปูเริ่มใหญ่ขึ้นเสียกระทั่งความ กว้างของอุปกรณ์ทั้งสองไม่ได้สมดุล

  เทคโนโลยีด้านมอเตอร์และเกียร์พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ในปี 1889 ลิฟต์ไฟฟ้าใช้เกียร์แบบต่อตรงก็เอื้อให้สร้างอาคารได้สูงยิ่งขึ้นครั้นปี 1903 รูปแบบของลิฟต์ได้รับการพัฒนาให้เป็นลิฟต์ไฟฟ้าไร้เกียร์ ลิฟต์ประเภทนี้ใช้ติดตั้งในอาคารที่มีความสูงเกินหนึ่งร้อยชั้น ภายหลังมีการนำมอเตอร์ความเร็วหลายระดับเข้ามาปรับใช้แทนที่มอเตอร์ความเร็ว ระดับเดียว เพื่อช่วยในการจอดและทำให้การทำงานโดยรวมของทั้งระบบมีความราบรื่นยิ่งขึ้น

 

เทคโนโลยีของลิฟท์

 

ลิพท์ที่ใช้สายเคเบิลชักขึ้นและลง

     เมื่อ เวลาผ่านไป เทคโนโลยีแม่เหล็กไฟฟ้าก็เข้ามาแทนที่เชือกการควบคุมด้วยระบบสัญญาณที่หลาก หลายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของลิฟต์ผู้คิดค้นและผลิตลิฟต์ยังคำนึงถึงเรื่อง ความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลาด้วยตัวอย่างเช่น ชาร์ล โอทิส (Charles Otis ค.ศ. 1842-1910) บุตรชายของเอลิซา กราเวส โอทิส ผู้คิดค้นประดิษฐ์ลิฟต์ขึ้นมาเป็นคนแรกนั้นได้พัฒนาปุ่ม นิรภัย (safety) ซึ่งช่วยปรับปรุงความสามารถใรการหยุดของลิฟต์ที่กำลังจะขึ้นลงด้วยความเร็วเท่าใดก็ตามได้

    ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีที่ซับซ้อนมาใช้อย่างแพร่หลาย เช่น นำระบบแผ่นกุญแจเข้ามาใช้แทนระบบปุ่มกด มีการออกแบบกลไกเปิดปิดและตัวตัดต่าง ๆ เพื่อควบคุมความเร็วของลิฟต์ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ลิฟต์จำนวนมากทำงานเองโดยอิสระ แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่ได้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยเสริมในการทำงาน

    ลิฟต์สมัยใหม่คือปัจจัยทำให้การทำงานและพักอาศัยเหนือพื้นดินขึ้นไปหลายสิบ ชั้นเป็นไปได้ เมืองใหญ่มีแต่ตึกระฟ้าอย่างนิวยอร์กล้วนต้องพึ่งพิงลิฟต์ แม้กระทั่งในอาคารที่มีเพียงไม่กี่ชั้น ลิฟต์ยังเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้ผู้พิการขึ้นไปยังสำนักงานหรือที่พักอาศัย ได้ ลิฟต์ขนของก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา