วิชาการดอทคอม ptt logo

สาเหตุและอาการของวัณโรคปอด

สาเหตุและอาการของวัณโรคปอด
ผู้เขียน: จันทิรานาคมะณี ชมแล้ว: 11,385 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 22 December 2009, 8:08 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 22 December 2009, 8:09 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - สาเหตุและอาการของวัณโรคปอด
<

สาเหตุของวัณโรคปอด

          วัณโรคปอดเกิดจากเชื้อวัณโรค  ซึ่งเป็นแบคทีเรียชื่อ  ไมโครแบคทีเรียมทูเบอร์คูโลซิส  บางครั้งเรียกว่า  เชื้อเอเอฟบีวัณโรคปอดมักจะมีการติดต่อโดยการสูดเอาละอองเสมหะของผู้ป่วยที่ไอจาม  หรือหายใจรด  ซึ่งผู้ติดเชื้อจะสูดเอาเชื้อวัณโรคเข้าไปในปอดโดยตรง  ดังนั้นผู้ติดเชื้อจึงมักมีประวัติสัมผัสใหล้ชิด  เช่น  นอนห้องเดียวกัน  หรืออยู่บ้านเดียวกันกับผู้ป่วยวัณโรคปอด
           ส่วนการติดต่อโดยตรงทางอื่นนับว่ามีโอกาสน้อยมาก  แต่ก็มีบางกรณีที่อาจพบได้ก็โดยการกลืนเชื้อที่ติดมากับอาหารหรือภาชนะ  โดยเชื้อจะเข้าทางต่อมทอนซิลหรือลำไส้  แล้วเข้าไปอยู่ในต่อมน้ำเหลือง  ซึ่งบางครั้งอาจลุกลามเข้ากระแสเลือดไปยังปอด  สมอง  กระดูก  ไต  หรืออวัยวะอื่น ๆ  ได้

        ผู้ป่วยมักจะได้รับเชื้อวัณโรคเข้าไปในร่างกายครั้งแรกในระยะที่เป็นเด็กหรือในบางรายอาจได้รับเชื้อตอนโตก็ได้โดยไม่มีอาการแสดงแต่อย่างไร  ยกเว้นบางคนอาจมีอาการของปอดอักเสบเล็กน้อยอยู่สักระยะหนึ่งแล้วหายไปได้เอง  เพราะร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานขึ้นกำจัดเชื้อวัณโรค  ดังนั้น  ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ได้รับเชื้อวัณโรคครั้งแรกจึงมักจะเข็งแรงเป็นปกติดี
          แต่อย่างไรก็ตาม  เชื้อวัณโรคที่ยังอาจหลงเหลืออยู่บ้าง  ซึ่งก็จะหลบซ่อนอยู่ในปอดและอวัยวะอื่น ๆ  อย่างสงบนานแรมปี  ตราบใดที่ร่างกายแข็งแรงดีก็จะไม่เกิดโรคแต่อย่างไร  แต่ถ้าต่อมาซึ่งอาจกินเวลาหลายปีหรือสิบ ๆ  ปี  เมื่อร่างกายเกิดอ่อนแอด้วนสาเหตุใดก็ตาม  เชื้อที่หลบซ่อนอยู่ก็จะแบ่งตัวเจริญเติบโตจนทำให้เกิดเป็นวัณโรคของปอด
          นอกจากนี้  ในผู้ป่วยบางรายที่รับเชื้อวัณโรคเข้าสู่ร่างกายเป็นครั้งแรก  เชื้อก็อาจลุกลามจนกลายเป็นวัณโรคในทันทีได้  ทั้งนี้  บางกรณีก็อาจกลายเป็นวัณโรคชนิดร้ายแรงได้

อาการของวัณโรคปอด

          ผู้ติดเชื้อวัณโรคปอดมักจะค่อย ๆ  ป่วยด้วยอาการของวัณโรคปอดดังต่อไปนี้

  • มีอาการอ่อนเพลีย
  • บางครั้งอาจะมีมีอาการเบื่ออาหาร  และมีน้ำหนักลด
  • อาจมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว  หรือเป็นไข้ต่ำ ๆ  ตอนบาย
  • มีเหงื่อออกตอนกลางคืน
  • มีอาการไอ  โดยระยะแรก ๆ  ไอแห้ง ๆ  ต่อมาจึงมีเสมหะ  และไอมากเวลาเข้านอน  หรือตื่นนอนตอนเช้า  หรือหลังอาหาร  ทั่งนี้  อาการไอจะเรื้อรังเป็ฯแรมเดือน  แต่บางคนอาจไม่มีอาการไดเลยก็ได้
  • ผู้ป่วยอาจรู้สึกแน่นหรือเจ็บหน้าอกโดยที่ไม่มีอาการไอ
  • ในรายที่เป็นมาก  อาจจะมีอาการหอบหรือไอเป็นเลือดก้อนแดง ๆ  หรือดำ ๆ  แต่น้อยรายที่จะมีเลือดออกมากถึงกับช็อก
  • ในรายที่เป็นน้อย ๆ  อาจไม่มีอาการอะไรเลย  และมักตรวจพบโดยบังเอิญจากการเห็นจุดในปอดบนภาพถ่ายเอกซเรย์
  • ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเป็นไข้นานเป็นแรมเดือน  โดยไม่รู้สาเหตุ
  • ในกรณีที่เกิดในเด็ก  อาการมักจะรุนแรงกว่าผู้ใหญ่  เพราะเด็กมีภูมิคุ้มกัน



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






จันทิรานาคมะณี
()

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 878 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 4 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 50 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน