วิชาการดอทคอม ptt logo

เนื้องอกในมดลูก

เนื้องอกในมดลูก
ผู้เขียน: จันทิรานาคมะณี ชมแล้ว: 1,175 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 22 December 2009, 8:27 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 22 December 2009, 8:29 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - เนื้องอกในมดลูก
<

เนื้องอกในมดลูก  เกิดจากเซลล์กล้ามเนื้องของผนังมดลูกที่เจริญมากกว่าปกติ  จนกลายเป็นก้อนกลมอยู่ในผนังมดลูก  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเนื้ออกชนิดนี้มักจะไม่เป็นเนื้อร้าย  สามารถรักษาให้หายได้และไม่ทำให้เกิดอันตรายอะไร

อาการที่ชวนสงสัยว่าเป็นเนื้องอกในมดลูก

คนที่มีเนื้องอกในมดลูกบางคนอาจไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ เลยก็ได้  แต่เนื้องอกที่โตอยู่ในมดลูกของคุณ  อาจทำให้เกิดอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้  เช่น

  • ประจำเดือนที่มากหรือนานหรือบ่อยผิดปกติ
  • ปัสสาวะลำบาก  ท้องอืดหรือท้องผูก
  • รู้สึกปวดและหน่วงในท้องน้อย  ปวดปัสสาวะบ่อย ๆ
  • ปวดหลัง
  • ภาวะมีบุตรยาก

          คนส่วนน้อยมากที่หากไม่ได้รับการตรวจพบว่ามีเนื้องอกมดลูกแล้วเนื้องอกเจริญมากขึ้นจนทำให้เกิดปัญหาร้ายแรง  เช่น กลายเป็นเนื้อร้าย

รักษาได้หลากหลายวิธี

 

          เนื้องอกมดลูกในแต่ละคนไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีเดียวกัน  การเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ  จำนวน  ขนาด  ตำแหน่ง  และความเร็วในการโตของเนื้องอก  และยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาด้วย  ปัจจบันมีทางเลือกในการรักษาหลายวิธี  ซึ่งคุณหมอจะให้คำปรึกษาแนะนำวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณได้  หลังจากที่ได้ตรวจอย่างละเอียดแล้ว
          ในขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย  คุณหมอจะถามประวัตอาการของคุณ  แลบะตรวจถายในด้วย  นอกจากนี้คุณหมออาจแนะนำให้ตรวจเพิ่ทมเติมด้วยวิธีการอื่น     ๆ เพื่อให้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมด้วยวิธีการอื่น ๆ เพื่อให้ทรายข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขนาดและตำแหน่งของก้อยเนื้องอกในาดลูกที่มีอยู่

ตรวจภายในไม่น่ากลังอย่างที่คิด

          การตรวจภายในจะบอกถึงรูปร่างลักษณะ  ขนาดโดยรวมความเรียบของผิวนอก  รวมทั้งอาการเจ็บปวดของมดลูกได้  หากคุณมีปัญหาเลือกออกผิดปกติด้วย  คุณหมอก็จะตรวจดูผนังช่องคลอดและปากมดลูกว่ามีอาการอักเสบติดเชื้อ  หรือรอยแผลหรือไม่  และคุณหมอจะทำการตรวจเช็กมะเร็งปากมดลูกที่เรียกว่า  Pap smear  ไปในคราวเดียวกันด้วย  และเนื่องจากก้อนเนื้องอกในมดลูกอาจซ่อนอยู่ในผนังด้านหลังของมดลูกได้  ดังนั้นคุณหมออาจต้องตรวจทางทวารหนักด้วยก็ได้  นอกจากนี้การตรวจอื่น ๆ ที่ใช้กันบ่อย  คือการตรวจด้วยเครื่องตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงหรืออัลตราซาวนด์  สามารถทำได้เร็ว  ง่าย  และไม่เจ็บปวด  ส่วนการส่องกล้องตรวจจเข้าไปในโพรงมดลูก  และการส่องกล้องตรวจทางหน้าท้อง  จะต้องใช้เครื่องมือผ่านเข้าไปในร่างกายเพื่อตรวจ

หากมดลูดผิดปกติดล่ะ

          หาพพบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นก็ไม่ต้องตกใจ  คุณกับคุณหมอควรจะปรึกษาร่วมกันในการเลือกทางรักษา  โดยทั่วไปถ้าหมอแน่ใจว่าไม่ใข่เนื้อร้ายจะแนะนำให้เฝ้าติดตามเนื้องอกไปเรื่อ ๆ  ก่อน  ในบางรายอาจพิจารณาให้ตัดก้อนเนื้องอกออก  หรือตัดเอาตัวมดลูกออกไปเลย  ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการของคุณ  ขนาดและผลกระทบของก้อนเนื้องอก  รวมทั้งความเร็วที่เนื้องอกโตมากขึ้นซึ่งก่อนที่จะตัดสินใจตัดมดลูกออก  คุณจะต้องคำนึงถึงโอกาสและความต้องการมีบุตรในอนาคตของคุณเองด้วย  แต่ที่แน่ ๆ  ไม่ว่าจะเลือกวิธีใดรักษาต้องคำนึงถึงผลได้ผลเสียให้ดีถี่ถ้วนเสียก่อน  ซึ่งวิธีการรักษาอาจจะเลือกได้จาก

  • การผ่าตัดเอาก้อนเนื้องอกออก  อาาจพิจารณาทไได้โดยใช้กล้องส่องเข้าโพรงมดลูกผ่านทางช่องคลอด  หรือโดยการผ่าตัดผ่านทางแผลเปิดที่หน้าท้อง  วิธีการเหล่านี้จะช่วยเก็บรักษามดลูกไว้ได้สำหรับการตั้งครรถ์ในอนาคต   แต่ก็อาจกลับมีเนื้องอกมดลูกอีกได้เช่นกัน  คุณหมออาจพิจารณาให้ยนาต้านฮอร์โมนเอสโตรเจนเพื่อให้เนื้องอกมีขนาดเล็กลงก่อนผ่าตัด
  • การผ่าตัดเอามดลูกออกทั้งหมด  แต่จะไม่สมารถตั้งครรถ์ได้อีก  วิธีนี้เหมาะสมในกรณีที่เนื้องอกมีขนาดใหญ่หรือมีจำนวนหลายก้อน  หรือทำให้เกิดอาการผิดปกติอย่างมาก  การตัดเอาตัวมดลูกรวมทั้งปากมดลูกออก  อาจทำได้ผ่านทางแผลผ่าตัดทางหน้าท้งอหรือผ่าตัดออกทางช่องคลอด  ส่วนการจะตัดเอารังใข่ออกไปด้วยหรือไม่นั้น  อาจตพิจจารณาตามความสามารถที่จะเก็บรังใข่ไว้เพื่อทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนต่อไปได้นานเพียงใด
  • การจี้ทำลายเยื่อบุโพรงมดลูก  เป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งอาจเหมาะสมในกรณีที่มีประจำเดือนออกมาก  แตค่มีเนื้องอกมดลูกขนาดเล็กไม่กี่ก้อน  วิธีการนี้จะใช้เครื่องจี้ไฟฟ้าหรือเลเซอร์  จี้ทำลายเยื่อบุโพรงมดลูกรวมทั้งเนื้องอกที่ยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก  หลังการจี้แล้วเลือดมักอกน้อยลงหรืออาจไม่มีประจำเดือนอีกเลย  การฟื้นตัวหลังรักษาด้วยการจี้ก็เร็วมาก  อย่างไรก็ตามหากเนื้องอกยังโตขึ้นอีก  ก็อาจจำเป็นต้องผ่าตัดมดลูกออกในภายหลังก็ได้
     



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






จันทิรานาคมะณี
()

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 878 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 4 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 50 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน