เติมน้ำกลั่นให้"แบต"ชาร์จพลังรถ | วิชาการ.คอม


เติมน้ำกลั่นให้"แบต"ชาร์จพลังรถ

สารบัญ

เติมน้ำกลั่นให้"แบต"ชาร์จพลังรถ

ใน ช่วงเวลาที่ต้องเร่งรีบเดินทางไปทำธุระหรือประชุมกับลูกค้า หลายคนคงเคยเจอปัญหาเฉพาะหน้าเกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งเรื่องเครื่องยนต์เริ่มสตาร์ตติดยาก ไฟหน้ามีความสว่างน้อยลง หรือระบบไฟฟ้าภายในรถยนต์เริ่มทำงานผิดปกติ โดยปัญหาเหล่านี้นับว่าเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงสภาพความเสื่อมของแบตเตอรี่หรือกำลังไฟของแบตเตอรี่ต่ำ เรา สามารถป้องกันและเตรียมความพร้อมให้กับแบตเตอรี่ก่อนการเดินทางทุกครั้งได้ ด้วยการเติม "น้ำกลั่น" เพื่อลดปริมาณน้ำกรดที่กัดกร่อนแผ่นธาตุให้เจือจางลง เป็นสาเหตุให้แบตเตอรี่เสื่อมคุณภาพเร็ว และควรตรวจเช็คระดับน้ำกลั่นเป็นประจำเพื่อความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งาน ของแบตเตอรี่ได้อีกนานบริษัท สยามยีเอส แบตเตอรี่ จำกัด และบริษัท สยามยีเอส เซลส์ จำกัด ให้คำแนะนำว่า การเติมน้ำกลั่นให้กับแบตเตอรี่เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องตรวจเช็คเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดย สามารถแบ่งลักษณะการเติมได้ตามประเภทของแบตเตอรี่ มีอยู่ 2 ชนิด คือ แบตเตอรี่ชนิดเปียก (LeadAcid) ควรตรวจเช็คและเติมน้ำกลั่นสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และแบตเตอรี่ชนิดแห้ง (MF-MaintenanceFree)ควรตรวจเช็คและ เติมน้ำกลั่นเป็นประจำทุกเดือน โดยสังเกตระดับน้ำกลั่นได้จากช่องตาแมว (Indicator) และควรเติมน้ำกลั่นให้ได้ตามระดับที่กำหนด ไม่ควรเติมน้อยกว่าระดับเพราะจะทำให้ปริมาณน้ำกรดเข้มข้นเป็นสาเหตุให้แผ่น ธาตุถูกกัดกร่อนเร็วขึ้น และไม่ควรเติมมากกว่าระดับที่กำหนด เพราะจะทำให้น้ำกรดล้นออกมาจากแบตเตอรี่และเกิดคราบขี้เกลือเกาะบริเวณขั้ว แบตเตอรี่ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การส่งกระแสไฟฟ้าระหว่างแบตเตอรี่และอุปกรณ์ไฟฟ้าใน รถยนต์ทำงานได้ไม่เต็มที่วิธีเติม"น้ำกลั่น"ชาร์จพลังแบตเปิด ฝาจุกด้านบนของแบตเตอรี่ทั้ง 6 ฝา เพื่อเช็คสภาพน้ำกลั่นว่าอยู่ในระดับใด ถ้าน้ำกลั่นอยู่ในระดับต่ำกว่าที่กำหนด หรือลดลงจนไม่ท่วมแผ่นทองแดง ควรเติมน้ำกลั่นลงไปให้ท่วม แผ่นทองแดงประมาณ 10-15 มิลลิเมตรอย่า เติมน้ำกลั่นให้ล้นออกมาจากแบตเตอรี่ หากน้ำกลั่นล้นออกมานอกแบตเตอรี่ให้รีบนำผ้ามาเช็ดให้แห้งทันที เมื่อเติมเสร็จเรียบร้อยให้ปิดฝาจุกทั้ง 6 ฝาให้เรียบร้อยนอกจากนี้ แบตเตอรี่จะเริ่มเสื่อมสภาพเมื่อเริ่มใช้ประมาณ 1-2 ปี ดังนั้น การตรวจเช็คสภาพของแบตเตอรี่ให้มีความพร้อมอยู่เสมอจึงเป็นวิธีการยืดอายุ การใช้ที่ดีที่สุด สามารถทำได้ด้วยตัวเองง่ายๆ เป็นประจำทุกอาทิตย์ควร เช็ค "แบตเตอรี่" เช็คความมั่นใจก่อนเดินทาง อย่าให้มีรอยแตกร้าว เพราะจะทำให้แบตเตอรี่ไม่เก็บประจุไฟฟ้า ดูแลขั้วแบตเตอรี่ให้สะอาดเสมอ ถ้ามีคราบขี้เกลือเกิดขึ้นควรรีบทำความสะอาด ตรวจสภาพของระดับน้ำกลั่นแบตเตอรี่ทุกๆ 1 สัปดาห์สำหรับช่วงอากาศ หนาวหรืออุณหภูมิต่ำ ประสิทธิภาพการแพร่กระจายของน้ำกรดและน้ำกลั่นจะด้อยลง เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้กระแสไฟมากๆ ขณะอากาศเย็นควรศึกษาถึงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ให้เหมาะสมกับแบตเตอรี่และไดชาร์จ เพื่อที่จะให้วงจรการไหลของไฟฟ้าเป็นไปด้วยดีควร ดูแลรอบตัวแบตเตอรี่ให้สะอาดและแห้งอยู่ตลอดเวลา ถ้าส่วนบนของแบตเตอรี่สกปรก ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดออกให้สะอาด และระวังอย่าให้น้ำเข้าไปในแบตเตอรี่แค่นี้ก็ยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ อุปกรณ์สำคัญอีกอย่างในรถของคุณได้

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา