วิชาการดอทคอม ptt logo

อุโบสถไม้แกะสลัก 400 ปี โบสถ์วัดแจ้ง

โบสถ์ไม้แกะสลัก อายุหลายร้อยปี ของ วัดแจ้ง ในตัวเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับรางวัล จากสมเด็จพระเทพฯ เมื่อปี 2530
ผู้เขียน: ยรรยง สินธุ์งาม ชมแล้ว: 7,078 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 27 February 2010, 11:42 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 28 November 2011, 4:01 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - โบสถ์ไม้แกะสลัก ณ วัดแจ้ง ใจกลางเมืองอุบล

โบสถ์ไม้แกะสลักอายุหลายร้อยปี

ร่วมอนุรักษ์โดย  ยรรยง สินธุ์งาม


       ณ ใจกลางเมืองอุบลราชธานี บนถนนสรรพสิทธิ์  ตรงข้ามปั๊มน้ำมันเซลล์ เป็นที่ตั้งของ วัดแจ้ง เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ของกรมการศาสนา ขึ้นชื่อในเรื่องของ การทำต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ 

      และเป็น แหล่งเศรษฐกิจของชุมชน ในทุกวันพุธ ตลาดนัด วัดแจ้ง เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ทั้งในและต่างจังหวัด นโยบาย บ้าน วัด พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เป็นการปรับเปลี่ยนบทบาท ของวัดที่เหมาะสมกับยุคสมัย ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้มีนักธุรกิจรากหญ้า ได้ทำการค้าขายในชุมชน โดยไม่ต้องไปพึ่งพิง ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ของนายทุนจากต่างชาติ

      ต้องขอชมเชยแนวคิดก้าวหน้า ของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น เจ้าอาวาส คณะกรรมการฝ่ายต่างๆของวัด เทศบาลนครอุบล ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาค ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมไปถึงผู้จัดการตลาด พ่อค้าแม่ค้า ประชาชนในชุมชน ที่ทำให้
วัดแจ้ง กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ ทั้งในเชิง เศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ ศาสนาและวัฒนธรรม

      ซึ่งที่ วัดแจ้ง มีโบสถ์เก่า อายุหลายร้อยปี ที่มีเครื่องไม้แกะสลัก และได้รับ กิตติบัตร "ในการอนุรักษ์อุโบสถ"จาก สมเด็จพระเทพรัตนสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องในงาน "สถาปัตย์ 30" 


ทางวัดได้ทำเป็นจารึก ตั้งเชิดชูเกียรติ อยู่หน้าอุโบสถ เพื่อให้ผู้มาเยี่ยมชม ได้ร่วมชื่นชมยินดี กับ ศิลปะทางสถาปัตยกรรมไทย ที่แฝงอยู่ และเก็บรักษา ไว้ในศาสนสถาน 

     
             รายละเอียดข้อความในแผ่นจารึก


     ภาพอุโบสถด้านหน้า


      ภาพอุโบสถด้านข้าง เห็นหลังคากระเบื้องเกล็ดดินเผา


    ภาพอุโบสถด้านหลัง


   ฐานอุโบสถ ราวบันได เป็น ปูนปั้นรูปจระเข้ หมอบ ไม่อ้าปาก ซึ่งจะแตกต่างจากวัด ทั่วไปที่มักจะนิยม ทำเป็นรูปพญานาค และเป็น จระเข้ ที่ไม่มีลวดลายประดับประดา แฝงแนวคิดคติธรรมทางพุทธศาสนา ในเรื่อง การละวาง จาก ความโลภ  ความโกรธ สังเกตจากอาการที่สงบ ไม่อ้าปาก กล่าววาจา หรือแสดงท่าทางข่มขู่ผู้ใด  การละวางจาก ความหลง ดูจากการไม่ประดับประดา เครื่องทรงใดๆ เป็นการบ่งบอกว่า ไม่ยึดติดในวัตถุ  แม้เวลาจะผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว แต่คติธรรม ยังถูกแฝงอยู่ในงานศิลปะ มาจนถึงปัจจุบันนี้ ต้องขอชื่นชมบรรพบุรุษ ที่ท่านได้สร้างสรรเอาไว้ ช่างเป็นผู้เข้าถึงแก่นธรรมะ โดยแท้
     



   ด้านหน้าตัวอุโบสถ มีเสาไม้สี่ต้น เครื่องลวดลายเป็นไม้แกะสลักล้วนๆ ไม่ได้ใช้ปูนปั้น อย่างอุโบสถทั่วๆไป  น่าแปลกมาก ที่เลือกไม้มาสร้าง มีอายุใช้งานทนทาน นานนับร้อยๆปี



  ลวดลายรวงผึ้ง ไม้แกะสลัก บนเสา หน้าอุโบสถ อายุหลายร้อยปี


 ลายไม้แกะสลัก หน้าบัน มีบัวหัวเสา กระจังรวน ดาวจงกล นาคเชิงชาย



  เชิงชายไม้


   ไม้เชิงชาย แกะสลักรูปนาค ติดปีก อายุหลายร้อยปี 



   คันทวย ที่อยู่รอบโบสถ์


ไม้แกะสลัก เป็น นาคคันทวย ลักษณะ นาค ตามศิลปะไทย สกุลช่างอีสาน และเป็นนาคติดปีก 

     นำภาพมาให้ชมก่อนนะครับ รายละเอียดเชิงวิชาการ  ประวัติ ภูมิหลัง ต่างๆ จะนำมาเพิ่มเติมในคราวหน้า  ก็ขอขอบพระคุณครับ กับเว็บวิชาการ.คอม ที่มีส่วนร่วม ภาคภูมิใจในความเป็นไทย ภาคภูมิใจในความเป็นชาติ  และกราบขอบพระคุณ ท่านผู้เข้ามาเยี่ยมชมทุกท่าน อีกครั้งครับ


อ้างอิง 
   วัดแจ้ง  ถ.สรรพสิทธิ์  ต.ในเมือง  อ.เมือง จ.อุบลราชธานี  34000 
 
หมายเหตุ  เข้าเยี่ยมชมได้ทุกวัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ  แต่ วันพุธ จะหาที่จอดรถยาก


ร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรม โดย 

                ยรรยง สินธุ์งาม  และ วิชาการ.คอม  yanyong007@windowslive.com

แนะนำเรื่องราวที่น่าสนใจ 

 http://www.vcharkarn.com/vblog/11858  วิญญาณศึกษา 
 
http://www.vcharkarn.com/vblog/34073  ฉกามาพจร สวรรค์ 6 ชั้น
 
http://www.vcharkarn.com/vblog/47178 บั้งไฟพญานาค:ไขปริศนาบั้งไฟพญานาค
 
http://www.vcharkarn.com/vblog/89133 เมื่อข้าพเจ้าเผชิญหน้ากับพญานาค
 
http://www.vcharkarn.com/vblog/48534  ใคร คือ พญามาร
 
http://www.vcharkarn.com/vblog/52015  พบBig Foot ในไทย ขนาดใหญ่เป็น3เท่ายุโรป


 



 




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด