วิชาการดอทคอม ptt logo

การบริหารงานวิชาการในโรงเรียนประถมศึกษา ศูนย์คุณภาพการศึกษา บรบือ 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 1

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักดังนี้ 1) ศึกษาความคิดเห็นของผู้บริหารและครูเกี่ยวกับ การบริหารงานวิชาการในโรงเรียนประถมศึกษา ศูนย์คุณภาพการศึกษา บรบือ 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 1
ผู้เขียน: วิญญู ปักสาโก ชมแล้ว: 3,377 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 24 March 2010, 9:42 am ปรับปรุงล่าสุด: Wed 24 March 2010, 9:43 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - วิญญู ปักสาโก การบริหารงานวิชาการในโรงเรียนประถมศึกษา ศูนย์คุณภาพการศึกษา บรบือ 3

ชื่อเรื่อง     :  การบริหารงานวิชาการในโรงเรียนประถมศึกษา ศูนย์คุณภาพการศึกษา บรบือ 3

                         สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 1

ผู้วิจัย         :  นายวิญญู ปัสสาโก ตำแหน่ง ผู้อำนวยการ วิทยฐานะ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ

                         โรงเรียนบ้านหนองโก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 1

                         สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ปีที่พิมพ์      :      2553

 

บทคัดย่อ

 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักดังนี้  1) ศึกษาความคิดเห็นของผู้บริหารและครูเกี่ยวกับ

การบริหารงานวิชาการในโรงเรียนประถมศึกษา ศูนย์คุณภาพการศึกษา บรบือ 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 1  2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครูเกี่ยวกับการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนประถมศึกษา ศูนย์คุณภาพการศึกษา บรบือ 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 1 จำแนกตามเพศ อายุ วุฒิการศึกษา ตำแหน่งหน้าที่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และขนาดของโรงเรียน  3) ศึกษาปัญหาและข้อเสนอแนะในการบริหารงานวิชาการของของผู้บริหารและครูในโรงเรียนประถมศึกษา ศูนย์คุณภาพการศึกษา บรบือ 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 1

                กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 13 คน และครูผู้ปฏิบัติการสอนจำนวน 150 คน รวม 163 คน จากโรงเรียนประถมศึกษา ศูนย์คุณภาพการศึกษา บรบือ 3 สำนักงาน

เขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 1 ปีการศึกษา 2552 ได้มาโดยวิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า ค่าอำจำแนกตั้งแต่ 0.21 – 0.79 ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.98 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าที (t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) และการทดสอบพหุคูณตามวิธีการของเซฟเฟ่ (Scheffe’s Method)

 

                ผลการศึกษาพบว่า

                   1.  การบริหารงานวิชาการในโรงเรียนประถมศึกษา ศูนย์คุณภาพการศึกษา บรบือ 3สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 1 ตามความคิดเห็นของผู้บริหารและครู ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก การพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทุกด้านอยู่ในระดับมาก ยกเว้น การนิเทศการเรียน

การสอนอยู่ในระดับปานกลาง

                   2.  ผู้บริหารและครูที่มีเพศ และวุฒิการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนประถมศึกษา ศูนย์คุณภาพการศึกษา บรบือ 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 1 ไม่แตกต่างกัน ผู้บริหารและครูที่มีอายุและตำแหน่งหน้าที่ต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนประถมศึกษา ศูนย์คุณภาพการศึกษา บรบือ 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 1 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

                   3.  ผู้บริหารและครูจากโรงเรียนที่มีนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนประถมศึกษา ศูนย์คุณภาพการศึกษา บรบือ 3 นักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 1 ในภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

แต่เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการวัดและประเมินผลไม่แตกต่างกัน

                   4.  ผู้บริหารและครูจากโรงเรียนที่มีขนาดต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนประถมศึกษา ศูนย์คุณภาพการศึกษา บรบือ 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 1 ในภาพรวมแตกต่างกันอย่างนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่เมื่อพิจารณาเป็น

รายด้าน พบว่า ด้านการนิเทศการเรียนการสอนไม่แตกต่างกัน

                   5.  ข้อเสนอแนะในการบริหารงานวิชาการของของผู้บริหารและครูในโรงเรียนประถมศึกษา ศูนย์คุณภาพการศึกษา บรบือ 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 1 ดังนี้ โรงเรียนควรจัดอบรมแก่ครูให้เข้าใจงานด้านหลักสูตร และการนำ หลักสูตรไปใช้ ควรจัดครูเข้าสอนตามความ

ถนัด หรือตามวิชาเอกที่สำเร็จการศึกษา ควรทำความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้ที่มีหน้าที่นิเทศกับครูที่รับการนิเทศการวัดและประเมินผล ควรจัดให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร โดยสร้างแบบทดสอบ

ที่เป็นมาตรฐานสำหรับการวัดและประเมินผล




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด