มนุษย์ต่างดาวผาแต้ม ภาค 1: Alien at Pha taem ,Thailand edition 1 (บทวิพากษ์ แนวคิด มนุษย์ต่างดาว จากจารึก ผาแต้ม 1) | วิชาการ.คอม

มนุษย์ต่างดาวผาแต้ม ภาค 1: Alien at Pha taem ,Thailand edition 1

4,000 years Pre-history paint in Thailand by Aliens !! : งานวิจัยที่ใช้การถอดรหัสจากภาพถ่าย เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ที่มนุษยชาติ เคยรับรู้ จากตำนาน กลายเป็น เรื่องจริง !! จากเรื่องจริง กลับกลายเป็นหลอกลวง !!
ผู้เขียน: ยรรยง สินธุ์งาม ชมแล้ว: 207,302 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sun 4 April 2010, 12:38 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 15 July 2012, 1:12 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-40 | 41-47


หน้าที่ 27 - บทวิพากษ์ แนวคิด มนุษย์ต่างดาว จากจารึก ผาแต้ม 1

วิพากษ์โดย ยรรยง สินธุ์งาม ฅนค้นผี

           บทวิพากษ์ แนวคิดมนุษย์ต่างดาว จากจารึกผาแต้ม

    หลังจากเปลี่ยนชื่อเรื่อง เป็น มนุษย์ต่างดาวผาแต้ม การสัมผัสเกี่ยวกับเพื่อนต่างดาว จากกล้องถ่ายภาพมีเพิ่มขึ้น และเข้าใกล้ชิดกันมากขึ้น ผมใช้กล้องถ่ายวิญญาณ จับการเคลื่อนไหวของพวกเขาได้ และอาจนำไปสู่การเปิดมิติใหม่ทางการฑูตระหว่างดวงดาว ในระยะเวลาอันใกล้ เฉกเช่นดวงดาวที่เจริญแล้วทั้งหลาย ในจักรวาล  นั่นก็คงเป็นเรื่องราวที่ต้องดำเนินไปตามวิถีของเหล่าสัตว์จักรวาล

   เมื่อมองกลับมาเรื่องแนวคิด ของ มนุษย์(ดาวอื่น)กลุ่มนี้ ที่ได้จารึกการเดินทางไว้ บนหน้าผาทั้งหลาย บนดาวโลก ผมขอวิพากษ์ไว้เป็นประเด็นต่างๆซึ่งยังไม่ได้จัดเป็นหัวข้อ แต่จะว่าไปเรื่อยๆ ดังนี้ โดยเสมือนว่า ข้อสรุป จาก ภาพเขียน ที่ผาแต้ม นั้น คือ จารึกของมนุษย์จากดาวดวงอื่น ณ ช่วงเวลาในอดีต ราว 6,000 กว่าปี ที่ผ่านมา  

แม้ว่าผมจะยังแปลความหมายยังไม่ครบทุกภาพ แต่เมื่อ ยานแม่ขนาดใหญ่ ปรากฏตัวให้เห็น ที่ ผาแต้ม นั่นเท่ากับว่า

เขามายืนยันว่า มนุษย์จากดาวดวงอื่น มีอยู่จริง  ผมเองจะไม่ค่อยใช้คำว่า มนุษย์ต่างดาว เพราะฟังดูแล้วให้ความรู้สึกในเชิงลบ เหมือน คนต่างด้าว อะไรทำนองนั้น  แต่ที่ใช้ชื่อเรื่องว่า มนุษย์ต่างดาวผาแต้ม ก็เพื่อให้สะดุดหู สะดุดตา ในเชิงโฆษณาประชาสัมพันธ์  เพราะเป็นคำคุ้นเคย ที่ง่ายต่อการสืบค้น นั่นเป็นความรู้สึกที่ผมอยากให้ผู้คนสนใจ ในเรื่องราวที่ตนนำเสนอ แต่นับจากที่เห็นภาพยานล่องหนในระยะใกล้  ความรู้สึกนึกคิดในลักษณะที่อยากมีชื่อเสียง ในฐานะผู้ค้นพบ เรื่องราวต่างๆ มันกลับหมดไป คงเหลือแต่อยากถ่ายทอดในสิ่งที่พบ ด้วยหลักฐานจากกล้องถ่ายภาพ และ อยากให้ผู้อื่นที่มีพลัง เชื่อมโยง จิตกับวัตถุหยาบ ซึ่งมีกันอยู่ทั่วโลก เปิดใจ ยอมรับ ภาพที่ตนถ่ายได้ อย่างตรงไปตรงมา ก็จะเป็นอีกหนึ่งพลังที่จะทำให้ ดาวโลกเป็นที่ยอมรับ ในหมู่สหพันธ์ดวงดาว ได้เร็วขึ้น     
 
  การเปิดเผยตัวตน ของมนุษย์จากดาวอื่น ทำให้ผมต้องผ่อนเรื่องการวิเคราะห์ภาพเขียนลงไป โดยปริยาย ทั้งๆที่กำลังถูกวิพากษ์อยู่ในวงกว้าง  

     อุทยานแห่งชาติผาแต้ม เอง  ก็กำลังจะเสนอตัวขอเป็น มรดกโลก ในสมาพันธ์ของดาวโลก  โดยที่มนุษย์โลกหารู้ไม่ว่า  ผาแต้ม เป็นมรดกจักรวาล มาตั้งนานแล้ว !!  แม้ว่า มนุษย์บนดาวโลก จะไม่เชื่อ ในเรื่องดังกล่าว ก็ไม่อาจจะไปลบล้างความจริง ดังกล่าวได้ การยอมรับหรือไม่ยอมรับ ของผู้ที่มีอารยะธรรม ล้าหลังกว่า ไม่เป็นเหตุให้สมาพันธ์ดวงดาว สั่นคลอน และ อีกประการ ดาวโลก ณ เวลานี้ มนุษย์โลกมีอายุขัย ที่สั้น เพียง 100 ปี โดยประมาณ
ต่างจากดาวที่เจริญแล้วดวงอื่นๆ ที่อายุเฉลี่ยของมนุษย์ อย่างต่ำก็ 1000 ปี  อย่างสูงก็ 2 หมื่นปี ข้อค้นพบเรื่องของอายุมนุษย์ ผมเทียบเคียง จาก บันทึกในพระไตรปิฎก  การที่มนุษย์มีอายุสั้น เราจึงไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว ส่วนผู้มีอายุ 2 หมื่นปี เมื่อแวะเวียนไปดาวต่างๆ ผู้นั้นก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลง โดยไม่ต้องรอให้ใครมาอธิบาย ในบางเรื่อง เพราะบางชิ้นงาน เป็นการทดลองของตนเองและทีมงาน เมื่อ ห้าพันปีก่อน เพียงแวะมาเก็บข้อมูล เท่านั้นเอง    

การไม่ปรากฏตัวให้ชาวดาวที่มีอารยะธรรมล้าหลังได้เห็น  เป็นข้อตกลงที่มีกันในสหพันธ์ดวงดาว บางท่านอาจจะแย้งว่า ทำไมคนในยุคโบราณถึงมีโอกาสพบเห็นได้  ก็น่าจะเกิดจาก ในสมัยดังกล่าว การมาปรากฎตัวของมนุษย์จากดาวดวงอื่น ได้สร้างความประหลาดใจให้กับ กลุ่มมนุษย์ดังกล่าว และ ได้ถูกมองว่าเป็น เสมือนเทพเจ้า และ มนุษย์จากดาวอื่น ก็ได้แฝงตัวในลักษณะดังกล่าว อยู่ระยะหนึ่ง โดยหารู้ไม่ว่า วิญญาณที่มาเกิดบนดาวโลก ในกัปล์นี้ มีได้ทุกระดับ ไม่ได้ถูกขวางกั้นไว้ ตั้งแต่ผู้ที่มีจิตใจต่ำ จนถึง ผู้ที่มีจิตใจสูง ล้วนมาเกิดได้ ในยุคสมัยของพระสมณะโคดมพุทธเจ้า  จึงทำให้มีการแก่งแย่ง ช่วงชิงอำนาจ เพื่อการครอบครอง เกิดการจราจล ในหลายๆแห่ง ทั่วทุกมุมโลก 

ทำให้สมาพันธ์ดวงดาว ลดระดับเครดิต ทางปัญญา ของ ดาวโลกลง โดยไม่หวงห้าม ในการเข้ามาศึกษาหาความรู้ แต่ห้ามการปรากฏตัวอย่างเปิดเผย ต่อชาวโลก  ถึงแม้จะมีการปรากฎสิ่งก่อสร้าง หลายอย่าง ที่แสดงถึง ความเจริญทางการฑูตระหว่างดวงดาว แต่เหล่ามนุษย์ก็หาได้มีมุมมองที่จะเปิดกว้าง เพื่อสานต่อความสัมพันธ์ดังกล่าวก็หาไม่ 

กลับมีเพียงความใจแคบที่ถูกเผยแพร่ ผ่านสื่อต่างๆ อาทิเช่น งานเขียนผ่านหนังสือ จินตนาการผ่านภาพยนตร์  ผ่านการ์ตูน  หล่อหลอมความคิดรุ่นต่อรุ่น ให้เข้าใจว่า มนุษย์ต่างดาว คือ ผู้บุกรุก  เป็นผู้ดุร้าย  เป็นเผ่าพันธุ์ที่น่ากลัว  หรือ เป็นลักษณะในภาพเชิงลบ มากกว่าการเป็นมิตร 

จนเวลาผ่านมาจนถึงวันนี้  มนุษย์ผู้หนึ่ง ยืนถ่ายภาพยานอวกาศขนาดยักษ์ ที่อยู่เบื้องหน้าอย่างไม่พรั่นพรึง  บนหน้าผา ท่ามกลางบรรยากาศที่หนาวเย็น เพียงลำพัง กลับกลายเป็นประเด็นที่สมาพันธ์ดวงดาว ต้องเริ่มให้ความสนใจ ในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว  

ฅนค้นผี เป็นฉายาที่แสดงเจตจำนงค์ ที่ชัดเจน ประเด็นการค้นคว้าเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ตรงกับธรรมชาติของสิ่งนั้น เป็นแนวทางที่แตกต่าง จากการค้นคว้า เพื่อความบันเทิง เพื่อความสนุก เพื่อความตื่นเต้น หรือ นำไปสู่การขายงานเขียน เพียงเพื่อแลกรายได้ สร้างชื่อเสียง เฉกเช่น มนุษย์โลกทั่วๆไป 20 กว่าปี ที่ย่ำเท้า ถ่ายภาพแบบซื่อตรง อดมื้อกินมื้อ ดื่มน้ำหวาน ต่างข้าวปลาอาหาร คิดค้น ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก โดยไม่ได้ยึดติด กรอบแนวคิด ทฤษฎีสมัยใหม่ ใดๆเป็นหลักตายตัว มีพียงเแนวคำสอนของพุทธศาสนา เป็นเครื่องมือหลัก ยามที่จิตไม่มีสมาธิ ดำรงชีพปกติ เหมือนคนบนโลก มีอาชีพ มีภรรยา มีบุตร ดื่มกินบ้าง แต่พองาม  การที่ทำทุกอย่างโดยปกติของมนุษย์ เพียงเพื่ออยากทดสอบว่า

การศึกษาหรือสัมผัสเรื่อง มิติวิญญาณ หรือ ผู้มีกายละเอียดจากดาวอื่น ไม่ใช่ทำได้เฉพาะผู้ที่เป็น นักพรต นักบวช  ถือศีล กินเจ หรือแต่งชุดขาว เพียงเท่านั้น  ขอเพียงมีจิตใจที่เป็นกลาง เปิดกว้าง มีสัจจะ  ความโลภ  ความโกรธ  ความหลง เบาบาง ทำสมาธิบ้าง ก็สามารถสัมผัสมิติดังกล่าว ได้ !!

และไม่เคยถือว่าเป็นเรื่องแปลก ไม่กลัว ที่จะตาย เพราะ เห็นว่า การเกิด การตาย เป็นเหตุปกติวิสัย เมื่อวางจิตให้ดำรงอยู่เช่นนี้ จนเป็น สันดาน ก็น่าจะสัมผัสมิติดังกล่าว ได้ ครับ  

แต่มนุษย์ทั้งหลายแหล่ หรือ เหล่า วิญญาณทั้งหลาย ต่างล้วนเป็นสรรพสัตว์ ที่ต้องเวียนว่าย ตาย เกิด ในวัฏฏสงสาร อยู่เช่นเดียวกัน เมื่อจิตใจได้ปฏิบัติธรรม จนมีความละเอียดขั้นสูง นับเนื่องแต่ ระดับ โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี และพระอรหันต์ จึงจะมีพลังที่ละเอียด หลุดพ้นจากแรงดูดของวัฏฏสงสาร เข้าไปอยู่ในมิติ ที่เรียกว่า นิพพาน ซึ่งมีชีวิตที่เป็นอมตะ  ดังที่หลายๆท่านพยายามค้นหากัน  ทั้งมนุษย์บนดาวโลก และมนุษย์จากดาวอื่น ครับผม


  

ยรรยง สินธุ์งาม   คนค้นผี    yanyong007@windowslive.com


ยังมีต่อ... 
 




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 51 ความเห็น, หน้า | 1 | 2 | 3 |
ความเห็น 36 27 ธ.ค. 2553 (15:27)
ขออนุญาตอธิบายข้อคิดเห็นของคุณยรรยงทีละย่อหน้านะครับ
dogtor
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 98 ดวง

ความเห็น 37 27 ธ.ค. 2553 (15:30)
ขออนุญาตอธิบายข้อคิดเห็นของคุณยรรยงทีละย่อหน้านะครับ



คุณยรรยง สินธุ์งาม : ...ถ้าเราเทียบเคียงอายุของมนุษยชาติตามความรู้ที่เรามี พบว่าคนในยุค 4000 ปี ในแหล่งอารยะธรรมอื่นๆ เป็นเพียงมนุษย์ถ้ำ

Dogtor : ไม่ทราบว่า 4,000 ปี คุณนับย้อนจากปีไหน นับย้อนจากปัจจุบัน หรือ B.C. (Before Christ)
ถ้าก่อนคริสต์ศักราช 4,000 ปี ช่วงเวลานั้นคือยุคโลหะ ซึ่งมีการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และสร้างชุมชน มีหลักแหล่งอาศัยอยู่ตามริมแหล่งน้ำ มีการถลุงเหล็ก หล่อสำริด และโลหะชนิดอื่นๆ ดังปรากฎให้เห็นแหล่งอารยธรรมเมโสโปเตเมียในภูมิภาคเอเชียตะวันตก แหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์ในอียิปต์ แหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุในอินเดีย แหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำฮวงโหของจีน และแหล่งวัฒนธรรมบ้านเชียงในประเทศไทย
เมืองโบราณอื่นๆ ในช่วง 4,000 ปีก่อนคริสตกาล ยกตัวอย่าง เช่น วัฒนธรรมอูเบด (Ubaid) ประมาณ 4,200-3,750 B.C.เป็นสมัยเริ่มอารยธรรมคนเมือง (Urban life) ของชาวสุเมเรียน ในระยะแรกชุมชนชาวสุเมเรียนเป็นหมู่บ้านยุคหินใหม่ หมู่บ้านเหล่านี้ได้ขยายตัวขึ้นเป็นชุมชนวัด และในเวลาต่อมา ชุมชนวัดแต่ละแห่งได้พัฒนาขึ้นเป็นเมือง ที่สำคัญ ได้แก่เมืองเออร์(Ur) เมืองอิเรค (Ereck) เมืองอิริดู (Eridu) เมืองลากาซ (Lagash) และเมืองนิปเปอร์ (Nippur) แต่ละเมืองมีชุมชนเล็กๆ ที่รายรอบอยู่เป็นบริวาร ทำให้มีลักษณะเป็นรัฐขนาดเล็กที่เรียกว่านครรัฐ (City State)
การขุดพบหมู่บ้านที่เมืองจาร์โม ซึ่งมีอายุราว 8,000 - 7,000 B.C. ในอิรักใกล้แม่น้ำไทกรีส เมืองซาทาลฮือยึค ภายใต้การปกครองของอนาโตเลีย
การขุดพบเมืองอัมรี บริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุ มีอายุราว 4,000 B.C.
dogtor
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 98 ดวง

ความเห็น 38 27 ธ.ค. 2553 (15:31)
ขออนุญาตอธิบายข้อคิดเห็นของคุณยรรยงทีละย่อหน้านะครับ



คุณยรรยง สินธุ์งาม : ...ถ้าเราเทียบเคียงอายุของมนุษยชาติตามความรู้ที่เรามี พบว่าคนในยุค 4000 ปี ในแหล่งอารยะธรรมอื่นๆ เป็นเพียงมนุษย์ถ้ำ

Dogtor : ไม่ทราบว่า 4,000 ปี คุณนับย้อนจากปีไหน นับย้อนจากปัจจุบัน หรือ B.C. (Before Christ)
ถ้าก่อนคริสต์ศักราช 4,000 ปี ช่วงเวลานั้นคือยุคโลหะ ซึ่งมีการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และสร้างชุมชน มีหลักแหล่งอาศัยอยู่ตามริมแหล่งน้ำ มีการถลุงเหล็ก หล่อสำริด และโลหะชนิดอื่นๆ ดังปรากฎให้เห็นแหล่งอารยธรรมเมโสโปเตเมียในภูมิภาคเอเชียตะวันตก แหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์ในอียิปต์ แหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุในอินเดีย แหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำฮวงโหของจีน และแหล่งวัฒนธรรมบ้านเชียงในประเทศไทย
เมืองโบราณอื่นๆ ในช่วง 4,000 ปีก่อนคริสตกาล ยกตัวอย่าง เช่น วัฒนธรรมอูเบด (Ubaid) ประมาณ 4,200-3,750 B.C.เป็นสมัยเริ่มอารยธรรมคนเมือง (Urban life) ของชาวสุเมเรียน ในระยะแรกชุมชนชาวสุเมเรียนเป็นหมู่บ้านยุคหินใหม่ หมู่บ้านเหล่านี้ได้ขยายตัวขึ้นเป็นชุมชนวัด และในเวลาต่อมา ชุมชนวัดแต่ละแห่งได้พัฒนาขึ้นเป็นเมือง ที่สำคัญ ได้แก่เมืองเออร์(Ur) เมืองอิเรค (Ereck) เมืองอิริดู (Eridu) เมืองลากาซ (Lagash) และเมืองนิปเปอร์ (Nippur) แต่ละเมืองมีชุมชนเล็กๆ ที่รายรอบอยู่เป็นบริวาร ทำให้มีลักษณะเป็นรัฐขนาดเล็กที่เรียกว่านครรัฐ (City State)
การขุดพบหมู่บ้านที่เมืองจาร์โม ซึ่งมีอายุราว 8,000 - 7,000 B.C. ในอิรักใกล้แม่น้ำไทกรีส เมืองซาทาลฮือยึค ภายใต้การปกครองของอนาโตเลีย
การขุดพบเมืองอัมรี บริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุ มีอายุราว 4,000 B.C.




คุณยรรยง สินธุ์งาม : ....เหมือนถูกวางแผนไว้เป็นอย่างดี...
Dogtor : ก็อย่างที่คุณยรรยงว่า "การวาดภาพเป็นการเล่าเรื่องราว"
ซึ่งผมจะอธิบายว่าแม้จะเป็นการเล่าเรื่องราวแต่เนื้อหาที่ปรากฎนั้นก็เป็นรูปภาพที่เขียนขึ้นเพื่อการบันทึกเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน (เพราะในสมัยนั้นยังไม่มีการคิดค้นระบบตัวอักษรขึ้นมา) ได้แก่ การล่าสัตว์ เครื่องมือดักปลา พิธีกรรม ฯลฯ ภาพที่เขียนจึงไม่ได้มีการจัดองค์ประกอบทางศิลปะหรือคิดconceptไว้ล่วงหน้า แต่เป็นการเขียนแบบวันต่อวันตามแต่ประสบการณ์ที่ได้พบเจอในชีวิตประจำวัน
ดังจะเห็นได้จาก ภาพเขียนบนเพิงผากับผนังถ้ำมีรูปคนทำท่าคล้ายกบ และภาพกลองมโหระทึกจะพบทั่วไปทั้งในบริเวณประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง แต่ที่มีมากและยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ในมณฑลกวางสี ทางตอนใต้ของจีน
ในโถงวัวของถ้ำลาส์โกซ์ในแคว้นดอร์ดอญของประเทศฝรั่งเศสมีจิตรกรรมผนังถ้ำที่เป็นที่ถูกเขียนขึ้นระหว่าง 15,000 - 10,000 B.C.
***ลองคิดดูว่า หากมีการวางแผนไว้*เป็นอย่างดี* จะsketch(ภาพร่างแนวความคิด)กันอย่างไรเพื่อที่จะเขียนภาพที่มีความยาวเกือบ 3 กิโลเมตร?



คุณยรรยง สินธุ์งาม : ถ้าเป็นเพียงมนุษย์ถ้ำ ก็ไม่น่าจะวาดได้ระยะยาวขนาดนี้ ถ้าจะบอกว่าเขาวาดเพราะมีผู้นำสั่ง หรือ มีผู้นำคอยบงการกลับไม่พบ ภาพของผู้นำ หรือ การบูชาเทพเจ้า หรือลัทธิใดๆ อย่างที่คุณเข้าใจ และในเมื่อเขาวาดภาพอื่นๆได้ ทำไมเขาไม่วาดภาพตัวเอง หรือภาพคนที่ตนรัก หรือภาพคนที่ตนเทิดทูน หรือภาพเทพเจ้าที่ตนบูชา

Dogtor : อย่าว่าแต่มนุษย์ถ้ำเลย แม้แต่มนุษย์ในยุคปัจจุบัน หลายคนยังวาดภาพเหมือนตัวเองไม่ได้เลย (ถ้าให้วาดภาพคนอื่นก็อย่าได้พูดถึง 555)


คุณยรรยง สินธุ์งาม : ดูอย่างทุกวันนี้ เราศรัทธาใคร เราก็บูชารูป บูชาเหรียญ สิ่งนี้แหละครับ เป็น ตัวบ่งชี้อีกอย่าง ที่บ่งบอกว่า ผู้วาดภาพ ไม่น่าจะเป็นความคิดของมนุษย์โลก เพราะมนุษย์โลก จะเต็มไปด้วยความกลัว มักจะสร้างสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงอำนาจ เช่น กลัวความมืด ก็บูชาเทพแห่งแสงสว่าง สร้างเทพเจ้ารา ขึ้นมา เช่นในอารยะธรรมอียิปต์ แม้ในยุคแห่งความเจริญ เราก็มีเทพเจ้าองค์ใหม่ขึ้นเยอะแยะ อาทิ จตุคามรามเทพ หรือ พระนักบวชที่บอกหวยแม่นๆ (ที่ยกตัวอย่างไม่ได้ลบหลู่)

Dogtor : --"

คุณยรรยง สินธุ์งาม : เหตุที่ยกมา เพื่อเปรียบเทียบ ความคิดและจิตใจ ของมนุษย์โลก ฉะนั้นผู้ที่ออกแบบภาพดังกล่าว ไม่น่าจะใช่ชาวโลก ครับผม

Dogtor : ในกรณีของภาพเขียนนั้น หากไม่มีการวาดเส้นง่ายๆขึ้นมาก่อน ก็ไม่อาจมีศิลปินเอกของโลกผู้สร้างผลงานอันมหัศจรรย์ที่เราทุกคนแทบไม่เชื่อสายตาว่าจะเป็นฝีมือการสร้างสรรค์ของมนุษย์ด้วยกันเอง
ซึ่งผมก็เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตต่างดาวก็น่าจะมีอยู่จริง แต่บางทีวิวัฒนาการของเขาอาจยังน้อยกว่าเราก็ได้ ดังนั้นเราจึงไม่ควรปรามาศภูมิปัญญาของชาวมนุษย์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบรรพบุรุษ แล้วยกความดีไปให้ชาวต่างดาวเสียทั้งหมด
dogtor
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 98 ดวง

ความเห็น 39 27 ธ.ค. 2553 (15:34)
คุณยรรยง สินธุ์งาม : ถ้าเป็นเพียงมนุษย์ถ้ำ ก็ไม่น่าจะวาดได้ระยะยาวขนาดนี้ ถ้าจะบอกว่าเขาวาดเพราะมีผู้นำสั่ง หรือ มีผู้นำคอยบงการกลับไม่พบ ภาพของผู้นำ หรือ การบูชาเทพเจ้า หรือลัทธิใดๆ อย่างที่คุณเข้าใจ และในเมื่อเขาวาดภาพอื่นๆได้ ทำไมเขาไม่วาดภาพตัวเอง หรือภาพคนที่ตนรัก หรือภาพคนที่ตนเทิดทูน หรือภาพเทพเจ้าที่ตนบูชา

Dogtor : อย่าว่าแต่มนุษย์ถ้ำเลย แม้แต่มนุษย์ในยุคปัจจุบัน หลายคนยังวาดภาพเหมือนตัวเองไม่ได้เลย (ถ้าให้วาดภาพคนอื่นก็อย่าได้พูดถึง 555)
dogtor
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 98 ดวง

ความเห็น 40 27 ธ.ค. 2553 (15:42)
คุณยรรยง สินธุ์งาม : ดูอย่างทุกวันนี้ เราศรัทธาใคร เราก็บูชารูป บูชาเหรียญ สิ่งนี้แหละครับ เป็น ตัวบ่งชี้อีกอย่าง ที่บ่งบอกว่า ผู้วาดภาพ ไม่น่าจะเป็นความคิดของมนุษย์โลก เพราะมนุษย์โลก จะเต็มไปด้วยความกลัว มักจะสร้างสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงอำนาจ เช่น กลัวความมืด ก็บูชาเทพแห่งแสงสว่าง สร้างเทพเจ้ารา ขึ้นมา เช่นในอารยะธรรมอียิปต์ แม้ในยุคแห่งความเจริญ เราก็มีเทพเจ้าองค์ใหม่ขึ้นเยอะแยะ อาทิ จตุคามรามเทพ หรือ พระนักบวชที่บอกหวยแม่นๆ (ที่ยกตัวอย่างไม่ได้ลบหลู่)
เหตุที่ยกมา เพื่อเปรียบเทียบ ความคิดและจิตใจ ของมนุษย์โลก ฉะนั้นผู้ที่ออกแบบภาพดังกล่าว ไม่น่าจะใช่ชาวโลก ครับผม

Dogtor : ในกรณีของภาพเขียนนั้น หากไม่มีการวาดเส้นง่ายๆขึ้นมาก่อน ก็ไม่อาจมีศิลปินเอกของโลกผู้สร้างผลงานอันมหัศจรรย์ที่เราทุกคนแทบไม่เชื่อสายตาว่าจะเป็นฝีมือการสร้างสรรค์ของมนุษย์ด้วยกันเอง
ซึ่งผมก็เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตต่างดาวก็น่าจะมีอยู่จริง แต่บางทีวิวัฒนาการของเขาอาจยังน้อยกว่าเราก็ได้ ดังนั้นเราจึงไม่ควรปรามาศภูมิปัญญาของชาวมนุษย์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบรรพบุรุษ แล้วยกความดีไปให้ชาวต่างดาวเสียทั้งหมด
dogtor
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 98 ดวง

ความเห็น 41 27 ธ.ค. 2553 (20:57)
ขอบพระคุณมากครับ กับความเห็นของ คุณ dogtor แนวคิดเหตุผล เชิงวิชาการ ดีมากๆ แต่ เสียดายที่ ขาดความจริงใจ ในการสนทนาไปนิดนึง ตรงที่ ไม่เปิดเผย ตัวตน

เพราะมารยาท และจรยาบรรณ ทางวิชาการ ผมจึงใช้ ชื่อจริง นามสกุลจริง ในการนำเสนอผลงาน ครับผม

ขอบพระคุณ เป็นอย่างสูง อีกครั้ง ครับ และ ขออวยพรปีใหม่ ให้คุณ dogtor และ ครอบครัว รวมทั้งผู้มีเกียรติทุกท่าน จงมีความสุข ความเจริญ มั่งมีศรีสุข ไร้ทุกข์โศก ไร้โรคภัย เจริญก้าวหน้า ในหน้าที่การงาน เงินทอง โชคลาภ ไหลมาเทมา ตลอดปี 54 ด้วย เทอญ

ด้วยความปรารถนาดี จาก ทีมวิจัย

ยรรยง สินธุ์งาม / ปรียากรณ์ ทะคำสอน
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 42 28 ม.ค. 2554 (02:42)
อย่าเพิ่งนอกเรื่องครับ ผมอยากฟังคำอธิบายและการวิพากษ์อย่างนักวิชาการ
ผู้ใดถามมาคุณเจ้าของกระทู้ก็ตอบไป แย้งมา-อธิบายเหตุผลกลับเพื่อสนับสนุนแนวคิดของคุณสิครับ
กระทู้นี้สนุกตรงที่มีการโต้แย้งและดูเหมือนจะไม่ธรรมดาเสียด้วย
ผมรอดูการวิพากษ์ก็เหมือนมีเพียงผู้เข้ามาแย้งเท่านั้น
กระทู้นี้hotมาก ผมจึงไม่พลาดที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งในที่นี้
hugebite
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 47 ดวง

ความเห็น 43 28 ม.ค. 2554 (07:23)
เรียน คุณ ยรรยง สินธุ์งาม และคุณ ปรียากรณ์ ทะคำสอน (ในความเห็นที่ 41)
***กรุณาอย่าหลงประเด็น*** คุณแสดงมารยาทต่อผู้มาแสดงความคิดเห็นกับบทความของคุณเช่นนี้หรือ!? เรื่องการใช้นามแฝงเป็นเรื่องปกติมากบนโลกออนไลน์ การที่คุณยรรยงตำหนิคุณ dogtor เรื่อง “ชื่อ” นั้น ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงทัศนะที่ “ไม่กว้างนัก” ของคุณยรรยงเอง ในเมื่อคุณต้องการจะเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะแล้วก็ต้องน้อมรับคำวิจารณ์ที่มีทั้งชื่นชม เสนอแนะ ขัดแย้ง เป็นต้น ผมเชื่อว่าถ้าคุณ dogtor ไม่จริงใจที่จะแสดงความคิดเห็น เขาคงไม่พยายามโพสต์มาหลายรอบหรอกครับ สิ่งที่คุณ dogtor เสนอแนะก็เป็นที่ประจักษ์ให้เห็นถึงข้อผิดพลาดของคุณยรรยง โดยที่คุณ dogtor ก็ได้อ้างอิงจากข้อมูลอันมีหลักฐานปรากฏและเป็นที่ยอมรับทางวิชาการ แล้วนำมาสนับสนุนกับแนวคิดที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริง ที่มีความสมดุลทางการโต้ตอบกันของเหตุและผล ซึ่งทางคุณยรรยงและคณะน่าจะนำข้อเสนอแนะดังกล่าวไปปรับปรุง และอาจประยุกต์ใช้กับผลงานชิ้นต่อๆไปได้ ทั้งนี้ด้วยเห็นว่าบทความของคุณยรรยง และคณะอยู่ในเว็บไซต์ “วิชาการ.คอม” ซึ่งน่าจะให้ความรู้ทางวิชาการมากกว่าแค่ “อ่านสนุก ลุ้นตลอด เหนือความคาดหมาย” ดังในสโลแกนของคุณยรรยง
“ความจริงใจ” และ “จรรยาบรรณ” ของนักวิชาการที่ดีนั้นไม่ได้อยู่ที่ว่า “ผู้เขียนชื่ออะไร” แต่อยู่ที่สารัตถะที่ผู้เขียนต้องการ “สื่อ” สารออกมา ประกอบกับเจตนาอันดีงาม ที่หวังจะให้สิ่งนั้นๆ เป็นประโยชน์กับผู้อื่น แต่ถ้าหากบทความเชิงวิชาการหรือสิ่งนั้นๆ เป็นเพียงจินตนาการที่ปรุงแต่งโดยอาศัยทัศนะที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์ (อันน้อยนิด) ของตน โดยมุ่งหวังจะอุปโลกน์ให้ความเพ้อฝันเหล่านั้นเป็นเรื่องจริง ซึ่งความ(ไม่)รู้นั้นอาจสร้างความสับสนให้กับเยาวชนหรือผู้ที่ตั้งใจค้นคว้าหาความรู้ได้ อย่างนี้สิ! ถึงเป็นเรื่องที่น่าอับอายและอัปรีย์ ของบุคคลที่อ้างตนว่าเป็น “นักวิชาการ”
ปล. มีนักวิชาการ นักประพันธ์มากมายที่ใช้ “นามแฝง” หรือ “นามปากกา” ตัวอย่างเช่น อัศวพาหุ, อ.น.ก., กฤษณา อโศกสิน, น. ณ ปากน้ำ, เปี๊ยกโปสเตอร์, ยาขอบ, ศรีบูรพา, ส. อาสนจินดา, นิ้วกลม ฯลฯ
อย่ายึดตึดอยู่กับ “ชื่อ(สมมติ)” เลยครับ “มีบทเพลงที่เราชื่นชอบอยู่มากมาย โดยไม่รู้ว่าใครเป็นคนร้อง”...
ผู้ทรงศิลป์
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 48 ดวง

ความเห็น 44 28 ม.ค. 2554 (13:34)
ขอบคุณ สมาชิกท่านผู้ ที่ให้ความสนใจ ผมไม่เคยปิดกั้นคำตอบ

ดังที่ผมได้เคยนำเรียนเอาไว้ ว่า ผู้ที่อยากสนทนาในเชิงลึก ให้คุยกันทางเมล์ ซึ่งคุณdogtor เอง ก็ไม่ส่งมาซักที ส่วนคุณview เข้ามาคุยกันทางเมล์ ผมก็พูดคุย จนเกิดความกระจ่าง

เหตุที่ให้พูดคุยทางเมล์ก็เนื่องมาจาก

1.ก่อนที่เราจะสนทนากับใคร อย่างหมดเปลือก ก็ต้องรู้พื้นฐานของคู่สนทนาก่อน เพราะบางครั้งเราคุยกะเด็ก อธิบายไป เขาก็เข้าใจเพียงแค่ประสบการณ์ที่เขามี ก็รังแต่จะเถียงเพื่อหักล้าง ข้างๆคูๆ

2.เวลาที่ผมจะตอบคำถามบางครั้ง ต้องอาศัยรูปภาพประกอบ ซึ่งหลายร้อยภาพ ยังไม่ได้ถูกวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน จึงไม่ตอบ ณ เวลานี้

3.เมื่อเวลาผมนำข้อมูลเชิงลึกเสนอ มีนักฉวยโอกาสอีกกลุ่มหนึ่ง คอยจ้องนำไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ โดยที่เราไม่รู้ตัว ผมจึงไม่อธิบาย

4.มีนักวิจัยต่างประเทศที่มุ่งดูดข้อมูล ที่สำคัญ เพื่อนำไปเป็นข้อมูล ยกอ้างว่า ตนคือผู้ค้นพบ ผมจึงไม่นำมากล่าวตอบ

5.ภาพนี้ถูกเขียนมา 4000 ปี ก่อนประวัติศาสตร์ ถ้านับรวมกับ ประวัติศาสตร์ อีก 2554 ปี ก็เป็น 6000 กว่าปี ภาพที่เห็นอยู่ คือ ส่วนที่เหลืออยู่ ไม่ใช่ภาพสมบูรณ์อย่างแท้จริง ต้องอาศัยการเก็บบันทึกภาพโดยถี่ถ้วน และการวินิจฉัย ให้เกิดความลำเอียงน้อยที่สุด จึงยังไม่ตอบ ณ เวลานี้

6.ขณะนี้ก็ยังคงวิจัยอยู่ ภาพเขียนชุดดังกล่าว ไม่ได้มีแค่ที่ผาแต้ม หากแต่ยาวไปโดยรอบ จากอุบล ถึง ภูผาเทิบ มุกดาหาร ถ้ำวัวแดง สกลนคร โน่น และ เมื่อวานผมเข้าไปอุทยาน พระรูปหนึ่งแจ้งว่าพบภาพเขียนชุดใหม่ อยู่ในถ้ำ อำเภอหนึ่งอยู่ทางทิศเหนือของโขงเจียม ฉะนั้นผมจึงยังไม่มีเวลาอธิบาย ขอรับ

7.ที่สำคัญ ผมก็เป็นคนเหมือนกับท่าน มีครอบครัว มีอาชีพ และดำรงชีวิต เหมือนคนปกติ ต้องเจียดเวลางาน ขับรถไปเป็น ร้อยกิโล จ้างวาน ชาวบ้านมั่ง เจ้าหน้าที่มั่ง ให้นำทาง ปีนเขา ไต่หน้าผา เพื่อหาข้อมูล พิสูจน์ความจริง ดั่งที่ท่านสงสัย ซึ่งเงินทอง ก็ขอจาก ภรรยา ที่มีอาชีพค้าขาย ข้าราชการเงินเดือนน้อย อย่างผมก็ขัดสนเรื่องงบประมาณในการวิจัย เพราะการวิจัยครั้งนี้ ถ้าจะว่าไป องค์ความรู้ที่ได้ มันอาจจะทำให้เกิดอาการช็อกโลก อย่างที่เพิ่งนำเสนอมาไม่เท่าไหร่ หลายๆท่านก็อยู่ไม่เป็นสุข แล้ว ผมกำลังจะบอกว่า นับแต่ 2533 ที่ผมเพียรพยายาม จนจวบปัจจุบัน สิบกว่าปี อดทนพอควร นะ ทุนตัวเองทั้งนั้นขอรับ เคยขอทุนจากหน่วยงานระดับชาติ เขาก็ปฏิเสธ นานมาแล้วล่ะ ก็เป็นเรื่องของเขา

และจะมีซักกี่คน ที่บอกผมว่า "น่าสนใจนะ เอาเลย ค้นเลย เดี๋ยวจะหาข้อมูลช่วย " หรืออะไรในทำนองนี้

คนบ้านเรา มักใจแคบ ต่างจากชาติตะวันตก ที่เขามีความเปิดกว้างทางความคิด ให้กำลังใจกัน ครับ
ผมจึงนำเรียนในเบื้องต้น ก่อนที่จะอ่าน เพื่อให้ท่านสบายใจ ว่า ใครขัดเคือง ก็คิดซะว่า อ่านนิยายวิทยาศาสตร์ เรื่องนึง ผมเองก็ไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย

8.เวลาที่ใครซักคนจะสนทนากับผม ก็ให้พูดคุย ด้วยถ้อยคำที่สุภาพ อย่าใส่อารมณ์ เหมือนโกรธกันมาตั้งหลายชาติ เวลาที่อ่านแล้วบางครั้งผมอยากถามกลับ ว่า คุณโกรธผมเรื่องอะไร โกรธที่ผมดูรูปแล้ว เข้าใจความหมายต่างไปจากคุณเหรอ ถ้ามองในแง่ของศิลปะ ยิ่งมีความหมายที่หลากหลาย ฉะนั้น อย่าโมโหให้ผมเลย ขอรับ

9.ท่านทั้งหลาย อยากจะให้ผมจัดเวที ถกแถลงในเรื่องดังกล่าว ไหมครับ ถ้ามีวันนั้น ท่านทั้งหลายจะได้เห็นหลักฐานที่ท่าน ต้องอึ้ง เพราะนั่นคือหลักฐานผมเอาไว้ defend กับนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก
ว่าแต่จะจัดที่ไหนดีหล่ะ ที่ผาแต้มเลยดีมั๊ย จะพาลุยสนามจริงๆ จะได้รู้ว่า หน้าผาสูงแค่ไหน แล้ว เขาขึ้นไปเขียน กันอย่างไร

10.ขณะนี้ผมพบภาพเขียน แอร์ไบค์ หุ่นยนต์นั่งร้าน นกหัสดีลิงก์ เผ่าพันธุ์ลูกผสมมนุษย์จากดาวอื่น

ผมเป็นหัวหน้าทีม คุณปรียากรณ์ เป็นผู้อยู่สำนักงาน ฉะนั้น ตำหนิได้ที่ผม โดยตรง ครับ

กราบขอบพระคุณอีกครั้ง กับท่านทั้งสอง ที่สละเวลา มาใส่ อารมย์ กับงานวิจัย ในครั้งนี้

มีอะไรก็ว่ามาอีกนะครับ ชื่นชมครับ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 45 28 ม.ค. 2554 (14:41)
ในกรณีเทียบเคียงอายุ ข้อมูลดังกล่าวนำมาจากนักโบราณคดี ที่ทำการตรวจสอบอายุ โดยกระบวนการวิทยาศาสตร์ ระบุว่า ภาพเขียนนี้ น่าจะมีอายุ ราว 3-4 พันปี ก่อนประวัติศาสตร์ เข้าใจว่าถือนับเอาตาม พ.ศ. ครับ ฉะนั้นเมื่อนับรวมเวลาประวัติศาสตร์ 2554 ปี ก็น่าจะมีอายุ ราวๆ 6 พัน กว่าปี

ส่วนเรื่องที่ผมกล่าวไป ถ้ามีความคลาดเคลื่อน ต้องกราบขออภัยเป็นอย่างสูง ขอบคุณ คุณdogtor ที่ให้การสนับสนุนความรู้ ก็ให้ปรับใหม่ ครับ เอาตามที่เขาค้นคว้านั่นแหละ

เพราะจุดเน้นของงานวิจัย อยู่ที่การถอดรหัส และการแปลความหมาย จากรูปภาพ ส่วนการบันทึกตามที่นักโบราณคดีบรรยายเอาไว้ เราไม่ได้ไปแตะต้อง ในจุดนั้น ครับผม

แต่เราจะบอกว่า เราค้นพบความหมาย ที่สื่อให้เห็นว่า มนุษย์จากดาวดวงอื่น เป็นผู้จารึก เรื่องราวดังกล่าว จึงได้ เปลี่ยนหัวเรื่องเป็น มนุษย์ต่างดาวที่ผาแต้ม

ครับผม
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 46 28 ม.ค. 2554 (15:30)
สวัสดีทุกท่านครับ ช่วงนี้ผมไม่ได้เข้ามาในกระทู้นี้เสียนานเนื่องจากไม่ได้คิดว่าจะมีผู้ให้ความสนใจในความคิดเห็นอันเกิดจากความรู้อันน้อยนิดของผม ผมได้เริ่มโพสต์ความเห็นด้วยเหตุที่ว่า "ผมอยากให้เยาวชนไทยได้หัดคิดและทำการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อมีประเด็นทางวิชาการที่มีเหตุและผลมาถกเถียงกันได้ มิใช่ฟังจากสื่อใดสื่อหนึ่งแล้วปักใจเชื่อ เนื่องจากปัจจุบันเราไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสื่อใดที่แอบแฝงหรือสิ่งใดเป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งการพิสูจน์เป็นสิ่งสำคัญ"
ความคิดเห็นของผมนั้นใช้คำพูดที่สุภาพนอบน้อม ไม่แม้แต่ยั่วยุมุ่งทำให้ผู้อ่านเห็นว่าผมใช้อารมณ์ในการสนทนาอย่างผู้มีการศึกษาและจากใจจริงว่าผมไม่เคยคิดโกรธหากผู้ใดไม่เห็นด้วยหรือไม่ได้อธิบายให้ผมอย่างกระจ่างชัด ในความเป็นจริง กระผมไม่เคยได้รับคำเชิญจากคุณยรรยง สินธุ์งามให้ติดต่อทางอีเมลเลยครับ มิใช่ว่าผมไม่เคยติดต่อทางเมลไปที่คุณสักทีอย่างที่คุณกล่าวมา

อย่างไรก็แล้วแต่ ผมอยากให้คุณยรรยงได้อภิปรายอย่างเปิดเผยครับ ไม่ต้องกลัวว่าผู้ใดจะขโมยภูมิความรู้หรือข้อมูลที่คุณกล่าว่า "ได้วิจัยมาเป็นเวลานานด้วยความยากลำบาก" เพราะหากมีผู้ใดกระทำการอันไร้ความคิดเช่นนั้น ผู้พบเห็นจักต้องออกมาพูดเป็นแน่ ควาทลับไม่มีในโลกครับ และการให้ความรู้ทางวิชาการอย่างมีจรรยาบรรณก็ควรมีความจริงใจในการนำเนอข้อมูลอย่างละเอียดและกระจ่างชัดเจนเพื่อเผยแผ่ความรู้นั้นให้ผู้คนได้อ่านทำการศึกษามากที่สุด มิใช่จำกัดคำว่าจรรยาบรรณเพียงแค่เรื่องนามแฝงหรือนามปากกา ใครๆก็ใช้กันอยู่เป็นเรื่องปกติตามเวปบอร์ดทั่วโลก
ในเรื่องของมนุษย์ต่างดาวผมก็ยังเชื่อครับว่ามีอยู่จริง และผมก็ยังเชื่อว่าผาแต้มมีความน่าสนใจและเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงอารยธรรมที่ถ่ายทอดเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ในอดีตที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ให้นักวิชาการได้ศึกษาค้นคว้าหาข้อเท็จจริงต่อไป
ผมน้อมรับความคิดเห็นครับผม
ไม่ว่าสิ่งนั้นอาจมาจากความปักใจเชื่อส่วนตัวหรือจากความขาดการค้นคว้าในมุมที่กว้าง เพราะผมก็ได้นำเสนอมาแบบตรงไปตรงมาอย่างผู้ทำการศึกษาเรื่องใดๆในมุมกว้าง
ทั้งแหล่งข้อมูลจากภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาเลี่ยน บริทิช อิงลิช รัสเซียน และอื่นๆ
ผมไม่ใช่นักวิชาการเช่นคุณยรรยง เช่นนั้นแล้วผมจึงไม่เคยตัดสินผู้ใดหรือแสดงภูมิความรู้ได้อย่างมั่นใจ
หากผมจะทำบทความวิชาการเห็นว่าจะไม่มีความสามารถพอ
และไม่อาจเรียกว่า"วิจัย"ได้ หากผมยังไม่มีความเป็นรูปธรรมหรือน้ำหนักที่มากพอจะออกไปอยู่ในวงกว้าง


อย่างไรก็ดี ผมขอขอบคุณคุณยรรยงมากสำหรับการกระตุ้นให้ผมได้เพิ่มพูนความรู้ใหม่ที่ถูกต้องจากการค้นคว้าเพื่อมาสนับสนุนแนวความคิดเรื่องอารยธรรมต่างๆบนโลกของเรา
รวมถึงการได้เปิดกว้างทางทัศนะจากการอ่านแต่ละข้อความเห็น สิ่งนี้จะช่วยให้ผมได้เกิดพัฒนาทางความคิด การศึกษา ความรอบคอบที่จะกลั่นกรองพิเคราะห์ให้เป็นข้อมูลที่ชัดเจน และที่สำคัญคือการพัฒนาอารมณ์ของเรากับผู้ที่คิดแย้งหรือการไม่ได้รับคำตอบทางวิชาการอย่างที่เราตั้งใจอยากจะได้ฟัง


ขอบพระคุณมากครับ
(ผมไม่มีเวลามากนัก จึงได้เข้ามาแสดงความเห็นนี้จากโทรศัพท์เคลื่อนที่ จึงอาจทำให้การพิมพ์ข้อความผิดพลาดได้ จึงขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย)
dogtor
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 98 ดวง

ความเห็น 47 29 ม.ค. 2554 (18:43)
ขอบพระคุณ คุณ dogtor เป็นอย่างสูง ที่ให้เกียรติ สละเวลาอันมีค่า ร่วมปรับแต่ง ส่งเสริมให้กำลังใจ กันและกัน เติมเต็มและให้แง่คิด ในเรื่องของการบริโภคสื่อ ทั้งไทยและต่างประเทศ ดังที่พระพุทธองค์สอนหลักความเชื่อ กาลามสูตร10 ที่มีข้อสรุปตรงที่ ต้องมีปัญญา เป็นตัวกำกับ ความเชื่อ ขอเชิญพูดคุยในเชิงลึก ได้ที่ เมล์yanyong007@windowslive.com ณ โอกาสนี้เลยนะครับ รวมทั้งท่านอื่นๆด้วย
ขอบพระคุณ hugebite และ ผู้ทรงศิลป์ ที่ร่วมแสดงความคิดเห็น
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่าน ที่ให้เกียรติแสดงความคิดเห็น ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ อย่าบันทึกลงนะครับ อย่าใส่อารมย์ เวลาสนทนากัน อย่างที่ผมว่าไว้นั่นแหละ ...มาโกรธผมเรื่องอาราย....

ผมบันทึกภาพมาได้ ก็วิเคราะห์ ไป และ ภาพจานบินในระยะใกล้ ขนาดนี้ อาจจะหาดูได้ยากนะครับ ถ้าจะว่าผมโกหกยกเมฆ ก็ดูตามภาพ และมีอีกหลาย สิบภาพ เมื่อวิเคราะห์เสร็จ จะนำขึ้นให้ดู ผมไปเก็บข้อมูล 3 ครั้งหลัง ยานล่องหน ก็มาให้เห็นตลอด ผมว่า มันแปลกอยู่นา นับแต่ผมเปลี่ยน ชื่อเรื่องเป็น มนุษย์ต่างดาวผาแต้ม

ถ้าจะถามตัวผม ว่าตื่นเต้นไหมกับข้อมูลที่ได้ ก็ตื่นเต้นอยู่ จะให้กลัวไหม กับ ยานขนาดใหญ่อยู่เหนือ หัวของตน กลับเฉยๆ แล้ว ชื่นชมหลงไหล มนุษย์จากดาวอื่น หรือไม่ ตอบได้เลย ไม่ เพราะ เขาก็ยังเป็น สัตว์ในจักรวาล ไม่แตกต่างจาก สัตว์โลก เพียงแต่อยู่คนละดวงดาว ต้องมีชีวิต ต้องดำรงชีพ ดำรงพันธุ์ และ ต้องหมดอายุขัย เวียนว่ายตายเกิด ในวัฏฏสงสาร เหมือนกัน

ผมนับถือ พระพุทธเจ้า เหล่าบุรุษแห่งจักรวาล ที่ไขปริศนาของสังสารวัฏ จนรู้วิธี มีชีวิตเป็นอมตะ หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด นี่คือผู้ที่ผมศรัทธา นอบน้อม มาตลอด

เรียนท่านผู้อ่านมนุษย์ดาวโลกทุกท่านครับ ข้อความต่อนี้ ผมขอสื่อไปถึง เพื่อนผู้มาจากดาวดวงอื่น โดยตรงครับ

กราบขอบพระคุณ ที่ท่านลดพลังการอำพรางตัว นทำให้ กล้องถ่ายวิญญาณ ของผมจับภาพอันเลือนลางได้ และผมก็นำภาพดังกล่าว มานำเสนอกับชาวโลก ซึ่งผมเองก็รู้ดี ว่าพวกท่านดักกรองข้อมูลต่างๆอยู่ตลอดเวลา
ผมกราบขอบพระคุณท่าน ที่ช่วยเหลือ ให้กำลังใจ ในด้านต่างๆ หลายต่อหลายครั้ง ในยามที่ผมท้อ ยามที่ผมหมดพลังวิญญาณ ผมเองก็จะทำหน้าที่ดังที่เคยพูดคุยกันไว้ ไปเรื่อยๆ ท่านเองก็ต้องสนับสนุน ข้อมูลที่ชัดเจน มิเช่นนั้น ผมก็จะเลิกเล่าเรื่องดังกล่าว และที่สำคัญ ผมขาดงบประมาณในการศึกษาค้นคว้าเรื่องดังกล่าว

ผมอยากได้
1.กล้องถ่ายวิญญาณตัวใหม่ ที่สามารถปรับเปลี่ยน การกรองระดับพลังงานได้โดยอัตโนมัติ
2.ยานพาหนะที่ไปได้ทุกที่ 3.ผู้นำทาง ในทุกจุดของการถอดรหัส 4.เครื่องมือสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพ
5.อุปกรณ์ปรับเปลี่ยนกายละเอียด อย่างที่ดาวของท่านใช้กันอยู่ อ้อ ..ไม่ใช่อุปกรณ์พกพาเหรอ ครับ งั๊นข้อนี้ ยกเลิก พอเป็นไปได้ไหมครับ
อยากได้แค่นั้นแหละ ขอรับ ขอให้ท่านจักรพรรดิ์และจักพรรดินี มีสุขภาพพลานามัย แข็งแรงสมบูรณ์ ถ้าจะอนุญาตให้ผมถ่ายภาพชาวดาวของท่าน มาฝาก เว็บวิชาการ.คอม ซักหน่อย จักเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

ท่านต้องเข้าใจนะ อายุมนุษย์อย่างผม สั้นกว่ามนุษย์บนดาวท่าน ผมเองน่ะไม่ได้ตั้งใจ จะศึกษาเรื่องของมนุษย์ด้วยกันหรอก ผมอยากค้นเรื่องวิญญาณ เพราะยังไม่มีใครบันทึกเรื่องราวดังกล่าว ในเชิงรูปธรรม ข้อมูลที่ผมค้นไว้ อาจนำไปเป็นไก๊ด์ไลน์ ในการศึกษาเรื่องวิญญาณ ได้ทุกดวงดาวนะ ก็เอาไว้ให้ สัตว์จักรวาล ที่มีความละเอียดทางจิตน้อย เขาได้ดู ก็จะรู้ว่า นรก สวรรค์ มันมีอยู่จริง จะได้ลดการกระทำที่เบียดเบียนกัน หมั่นพัฒนาจิตของตน จะได้เข้าสู่เส้นทางที่จะหลุดพ้นจากวัฏฏสงสาร ที่ผมกล่าวมากำลังจะบอกท่านว่า ท่านทำให้ผมเสียเวลาในการค้นคว้าทางวิญญาณ ท่านต้องชดใช้ โดยการ ให้ผมถ่ายภาพ ชาวดาวของท่าน ภาพประมุข ไม่เอา เพราะจะทำให้มวลมิตรของท่านตำหนิ เอาเป็นว่า วันที่ผมจะบันทึกภาพ ผมจะพรางตัว ท่านก็จัดฉาก ให้เหมือนว่า เขาจับคลื่นพลังชีวิตผมไม่ได้ จึงถูกบันทึกภาพ พวกเขาก็จะไม่ต้องได้รับโทษ ตามกฎระเบียบแห่งดวงดาว

แนะนำวิธีโกงนะ อาจจะไม่เนียน แต่ก็ทำให้เขาเหล่านั้น พ้นจากความผิด นะ และมีคำถามหนึ่ง ขอเรียนถาม ทำไมท่านยังเก็บหุ่นยนต์ เหล่านั้นไว้บนโลก ครับ ถ้าเผื่อ อีกพันปีข้างหน้า มีผู้ถือรหัสมาเกิด บนดาวโลก แล้ว จิตไม่เป็นธรรม ก็จะนำไปเบียดเบียนผู้อื่น ทำให้ระดับวิญญาณตกต่ำ ลงไปอีก ในความเห็นของผมควรนำออกไปจากโลก ครับ ผมว่า อาจมีสิ่งหนึ่งที่ท่านยังไม่รู้ ดาวโลกยุคพระพุทธเจ้าองค์นี้ นะ ท่านได้อนุญาตให้วิญญาณทุกระดับ มาเกิดได้ นี่แหละเป็นเหตุให้แตกต่างจากดาวของท่าน ผมเองก็เพิ่งค้นเจอข้อมูล คำอฐิษฐานของมหาบุรุษแห่งจักรวาลกลุ่มนี้ แนะให้ท่านไปหาข้อมูล พระเจ้า 5 พระองค์ จะรู้ซึ้งว่าทำไมจักรวาลของท่าน คนที่นั่นจึงมีอายุที่ยืนยาว

ผมขอจบการสนทนากับ มนุษย์จากดาวดวงอื่น ไว้เพียง เท่านี้ ครับ


กลับเข้าสู่การสนทนากับ มนุษย์โลก ครับผม แหม ใครได้อ่าน ความคิดเห็นนี้ ก็จะบอกได้ทันที ไอ้หมอนี่เพี๊ยน ซะแล้ว ครับผม ไม่ว่ากันครับ ในเรื่องความคิดเห็น ถ้าท่านไหนที่ชอบอ่าน นะครับ เข้าไปดูงานเขียน เรื่อง วิจัยวิญญาณ วิญญาณศึกษา ที่ผมนำเสนอไว้ ใน blog วิชาการ.คอม นี่แหละครับ จะได้เห็นความคาบเกี่ยวของวิญญาณและมนุษย์จากดาวอื่น

กลุ่มพลังจิตพิเศษต่างๆ อย่างมาเชิญชวน ให้ผมร่วมกว๊าน นะครับ ไม่ไป ไม่รับ นับถือ พระพุทธเจ้าครับ ปฏิบัติตามคำสอนของท่าน ครับ ละชั่ว ทำดี ทำจิตใจให้ผ่องใส ครับผม ใครจะเหาะเหิน เดิน อากาศ ล่องหน หายตัว เป่า เสก สักเลข ยันตร์ ถ้าเป็น คน เป็นสัตว์โลก เป็นสัตว์จักรวาล ล้วนเป็นอนิจจัง ทั้งหมด ครับ ผมจึงไม่ยึดเอามาเป็นสรนะ จะพูดจากสิ่งที่เห็น จะเล่าจากสิ่งที่บันทึก ครับ

สะพายกล้องท่องโลก ส่องมิติ โดยลำพัง ตาม สไตล์ ฅนค้นผี

กราบขอบพระคุณ ทุกท่าน ทั้งท่านผู้อ่าน เว็บวิชาการ.คอม และ ผู้ให้ข้อมูลจากจักรวาลอื่น รวมไปถึง ผู้ที่อยู่ต่างมิติ ทั้งหลายทั้งปวง ครับ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 48 31 ม.ค. 2554 (18:11)
ประกาศรับอาสาสมัคร แกะรอย ลากเส้น ยานแม่ล่องหน ครับ

ใช้โปรแกรม ms picture manager และ paint ได้ สมัครมาทางเมล์ yanyong007@windowslive.com

ผมจะสอนวิธีดูภาพ และ ลงลายเส้น พร้อมกับ จะส่งภาพต้นฉบับแบบเต็ม file ไปให้ ท่านจะมีส่วนร่วมในการค้นหาความจริงในครั้งนี้ และ จะให้เครดิต บันทึกชื่อเสียงของท่าน ลงใต้ภาพที่เป็นผลงานชิ้นนั้น เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้ว

มีภาพจำนวนมาก ครับ ถ้าท่านสนใจ และอยากจะเห็น ยานแม่ ล่องหน ด้วยตาและฝีมือของท่านเอง

กราบขอบพระคุณล่วงหน้าครับผม
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 49 17 ก.พ. 2554 (12:23)
สวัสดี ดวงตะวัน

สวัสดี ดวงจันทร์


สวัสดี ทุกๆคน รู้สึกเหนื่อยแล้ว คงต้องหยุด ค้นคว้า แล้วล่ะ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 50 4 มี.ค. 2554 (13:44)
ในพระปริตร บทอเสวนา จะพาลานัง ท่านไม่ให้คบคนชั่ว พึงคบแต่บัณฑิตเป็นอันดับแรก ก็ต้องขอเข้าเป้นสหพันธ์ธรรมนาวากับท่านด้วยคนนะครับ คำว่า "ธรรมนาวา" ก็เพิ่งคิดได้เมื่อตอนโพศเข้ามานี้เอง ถ้าตามพุทธะแล้ว ทุกอย่างล้วนเป้นมายา อนิจจัง อนัตตา ทั้งสิ้น สิ่งนี้ คือ ธรรมดา เป็นสัจจธรรม อินดีเพนเด้นท์จากกาลเวลา ส่วนื่นๆก้ล้วนไม่ยั่งยืน

สำหรับท่านคนค้นผี เข้าใจว่าต้องเป็นผู้สะสมบุญมาก่อน หรือเป็นญาติธรรมกับมนุษย์ต่างดาว/เทวดาในภพใดภพหนึ่งมาก่อน จึงทำให้มีบุพพเพต่อกัน แล้วสมารถติดกันได้ มีดวงจิตที่สื่อสารกันได้ และการสร้างสมบุญมาก่อนก้เป็นมงคลหนึ่งใน 38 ประการเหมือนกัน ิสิ่งที่ผ่านไปแล้วก็อย่าใส่ใจ สิ่งที่เป็นอนาคตก็เป็นผลจากวันนี้ การทำวันนี้ให้ดีที่สุด ตามโอวาทปาติโมกข์ก้เป็นคำสอนที่สั้นๆและทรงประสิทธิภาพ แต่ผู้ที่เป็นเหล่าบัวใต้นำที่รังแต่เป็นอาหราเต่าและปลาต่อไป ก้ไม่ยอิฟัง ไม่เชื่อไม่สรัทธา พุทธะ หมายถึง ปัญญา เป็นทางของอริยชน หรืออารยะชนเท่านั้น คนป่าคนเ้ยิง และระดับการพัฒนาทางจิตวิญญานยังตำ่อยู่ก็ไม่อาจเข้าถึงได้ ผมเองแม้จะเิกิดในสังคมชาวพุทธอยู่กับพระอรหันต์มาแต่เยาว์วัย แต่ด้วยวิ๊ธีการเรียนการสอนในหลักสูตณบังคับตามรูปแบบตะวันตก และความเชื่อในความก้าวหน้าทางวัตถุเหมือทางนามธรรม ก็ทำให้ชีวิตแทบจะล่มสลายเพราะขาดศรัทธาความเชื่อตามหลักคำสอนของคนโบาณ และวัฒนธรรมเก่าแก่ของปู่ย่าตายายที่สร้างสรรคืสังคมที่เจริญทางจิตวิญญานไปสูงมากแล้ว แม้จนบัดนี้เกือบจะ 60 ปีแล้วแต่ก้เป็นผู้ที่อยู่ในกองทุกข์อยู่ ปัญญาในพุทธะก็ยังผิวเผิน

ผู้เจริญนั้นให้ใช้เกณฑ์ชี้วัดในพระกรณียเมตตาสูตรดูก็จะพบเห้นเองว่า การที่โลกสับสนว่นวาย ไร้สันติสุข มีแต่ปองร้ายพยาบาท ขาดสติ ผูกใจเจ็บ เพราะคนเราปัจจุบันขาดเมตตาาธรรม ไร้หิริ-โอตัปปะที่เป็นธรรมของผู้ใหญ่ ผู้ปกครองผู้บริหาร ที่มีพรหมวิหาร 4 มีแต่ตัวมารร้าย 3 พญาใหญ่ คือ โลภะ โทสะ โมหะ ก็แข่งขันประชันกันงอกงาม แทนที่การถูกปลดเปลื้องออกจาดวงจิต กาย ธรรม กรรม/การกระทำในสังคมส่วนใหญ่ทุกระดับชั้น และทั่วโลก ไม่ใช่เป้นแต่โลกเรา ถ้าในเต๋าก็จะบอกว่า ฤดูกาลและกาลเวลาเราต้องเคารพนับถือเช่นกัน ไม่เบียดเบียนธรรมชาติ เมื่อไม่มีจิตทำลายธรรมชาติแล้ว แม้แต่สิ่งมีชิวีตต่างก็ย่อมได้รับการอารักขาไปด้วยเช่นกัน ความสงบสุข สันติสุขของโลกก็ย่อมเิกิดจากส่วนประกอบของสังคม และสถาบันครอบครัว ชุนชน หมู่บ้าน จังหวัด ประเทศก็ล้วนเป็นองค์ประกอบย่อยของระบบโลก ระบบโลกก็อยู่กับจักรวาล

เมื่อเทียบคนแต่ละคนกับโลกก็ไม่ต่างอะไรกับชีวิตมดปลวกแต่ละตัว แต่สิ่งที่ต่างและทรงพลังอันยิ่งใหญ่และมีค่ามากที่สุดที่พระพุทธองค์ ชี้ไว้คือ พังงานทางจิตที่พิสุทธิเหมือนกับพระพุทธเจ้าหรืออรหันตืที่มีอยู่ในทุกตัวคน แล้วแต่ว่าคนรู้ลายแทงขุมทรัพย์นี้แล้วจะเอาไปใช้อะไรก้ได้ทั้งนั้น ท่านเว่ยหล่างที่พระพุทธทาสนำเช็นมาเผยแพร่ต่อ บอกว่า ความว่างของจิตที่เป็นพุทธะเมื่อหลุดพ้นแล้วยิ่งใหญ่มาก ความยิ่งใหญ่เปรียบเท่ากับอะไรดี เพราะมันสามารถบรรจุพระอาทิตย์ พระจันทร์ โลกและจักรวาลไว้ได้หมด แล้วก้ยังเหลืออยู่อีก

กล่าวโดยสรุป ความรู้มากไปก็ไร้ประโยชน์เพราะไม่เป็นไปเพื่อความหน่ายและหลุดพ้น ผมเคยอยู่กับพระอริยสงฆ์มาแม้ช่วงสั้น ก็ได้ทำให้เข้าใจชีวิต จิตวิญญาน สัจจะจริงแท้ของการเวียนว่ายตายเกิดได้มากขึ้น เท่าที่ชาวพุทธมามกะพึงจะเรียนรู้ได้ ความจริงจะช้าจะเร็ว ก้เป็นความจริง การเื้กื้อกูลต่อโลก เช่นพระอานนท์ ยุ่งอยู่แต่กับกิจช่วยผู้อื่นจนไม่มีเวลามาำทำสมาธิการเข้าถึงพุทธภูมิสักที จวบจนพระพุทธเจ้าได้ปรินิพานไปแล้ว และสำเร็จในวัีนสังคายนานั้นเ้อง เพราะพระสงฆ์ที่มาสังคายนาครั้งที่พระมหากัศปเป็นประธานนั้นล้วนแต่เป็รพระอรหันต์ขีนาสพทั้งนั้น ท่านก็ต้องมีคุณสมบัติให้ครบด้วย พระธรรม ที่ถ่ายทอดมาพระพุทธโอษฐ์นั้น จึงเป้นการถ่ายทอดจากพระอานนท์เป็นส่วนใหญ่ ที่กล่าวมายืดยาวก็อยากให้กำลังใจและเป็นกำลังใจกับท่่านว่าเรื่องที่ท่านกำลังทำอยู่นี้
ผู้ที่เข้าใจได้ย่อมต้องอาศัยการสั่งสมความรู้เบื้องต้นมาก่อน เช่นวิทยาศาสตรมัธยม ชีววิทยา เคมี ที่สำคัญฟิสิกส์ และเมตาฟิสิกส์ในชั้นอุดมศึกษา ถ้าใครเข้าใจทฤษฎีสัมพันธภาพของไอนสไตน์แล้วจะง่ายหทือนปอกกล้วยเข้าปากเท่านั้นแหละ ไม่มีปัญหาเลย เรื่องสสารและพลังงาน หรือควอนตัม ต้องเข้าใจมาก่อนพื้นฐาน อยากให้ท่านที่มีความสงสัยโปรดไปอ่านบทเรียนเหล่านี้เสียก่อน ก็จะได้ไม่มาซักไชร้กันเหมือนการสอบวิทยานิพนธ์

ฉะนั้น ผมไม่แปลกใจเลยที่ฝรั่งเขาจึงซื้อลิขสิทธิ เพราะฝรั่งเขาไม่ได้เรียนรู่ สะสมฐานความรู้ด้านจิตวิญญานเท่ากับชาวไทยชาวพทุะเรา หรือคนตะวันออกของเรา ยิ่งถ้ารู้ว่าว่า ปี 2013/2555 นี้ โลกจะถึงกาลวิบัติผู้ที่ปราศจากธรรมะก็คงจะกลัวและโกลก้คงกลาหลแย่งกันจนโกลาหลใหญ่กันแน่นอน และยิ่งหนักกว่านี้หลายเท่าเลย อ้อ+มีสิ่งหนึ่งที่ลืมบอกผมเป้นคนที่เคยสอบได้คะแนนสูงสุดในวิชาฟิสกส์ของภาการศึกษา 9 สมัยเรียนม.แปด จึงชอบอ่านและศึกษาเรื่อง จานบิน ดาวดวง จักรวาลและมนุาญต่างดาวมาตลอด และไม่มีควมสงสัยเลยว่าจะไม่มีสิ่งมีชิติในภิภพอื่นๆ หรือจิตวญญานพลังงานในรุปแบบหลากหลายในสกลจักรวาลที่ยังกว้างใหย่มากมากยเิกนที่จะเิกดมาเรียรุ้ได้ในชาติเดียว

ผมไม่ต้องขอกับมนุษย์ต่างดาวหรอก เพราะท่านรับรู้อยู่แล้ว หลักของจักรวาลตามท่านคูไคบอกว่า พุทธธรรมเป้นหลักของจักรวาล ผลการกระทำในชาตินี้เป็นเพียง ข่าวสาร/ข้อมูลที่กระทำและ๔ุกบันท฿กไว้ในคอมพิวเตร์ของจักรวาลที่ทรงประสิทธภาพที่สุด ทำดี ได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แน่ท้ไม่ต้องต่อรองยกเว้น เป้นกรณีพิเศษใดๆทั้งนั้น สิ่งนี้นคือสัจจธรรมต้องสอนให้เรียนรู้ สรัทธาเชื่อมั่น หาก ศีลธรรมมไ้กลับมาโลกาก็ฉิบหาย ดังนั้น สำหรับคนต่างพิภพการรู้วาระจิตคนอื่นเป็นวิชาเบื้องต้นที่ต้องรู้ เพราะเขาสื่อสารกันด้วยภาษาจิต ใช้โทรจิตแทนมือถือ และผมเชื่อว่า พระอรหันต์ทั้งหลายท่านทราบดี แต่ท่านจะบอกเฉพาะผู้ที่มีสรัทธาตรงแน่วเท่านั้น พูดทั่วไปไม่จำเพาะเจาะจงก็เป็นอาบัติปาราชิก ข้ออวดอุตริมนุษยธรรม

พุทธภาษิตบอกชัดแจ้งว่า "ธรรมะ ย่อมคุ้มครองผู้ปฏิบัิตธรรม" และ "ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต" และพระอรหันต์หลายท่านก็เห้นพระพุทธเจ้ามาแล้วแม้ว่าจะปรินิพพานมาแล้วหลายพันปี นะโมวิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา สภาวะของพุทธองค์ที่ดำรงในนฤพานนั้นยังคงอยู่เป็นอมตะ นิจนิรันดร์ เช่น หลวงปู่มั่น หลวงปู่พระพุฒาจารย์โต หลวงปู้แหวน หลวงปู้ฤาษีลิงดำ ฯลฯ เป็นต้น หรืออยู่ในแดนนิิพาน/แดนสุขาวดี แม้ในพระปริตร บทสัมพุทเธ ที่มนัสการพระพุทธเจ้า ก้ยังกล่าวถึงการไหว้พระพุทธเจ้าที่เกิดมาในโลกนี้ได้เป็นถึงกว่า 3 ล้านพระองด์ หากอนุมานว่า จักรวาลที่ไม่สิ้นสุดก็คงยังมีอีกมากที่กำลังเกิดอุบัติขึ้นมาใหม่จากการระเบิดของโนวา กำลังพัฒนา กระบวนการชีววิทยาก้เิกิดขึ้นไป อวิชชาก้พาหมุนวนเกิด แก่ เจ็บตาย ชาติ ชรา พยาธิ มรณะไปเป้นวัฏฏะสงสาร ระดับภูมิสังคม/ชุมชนก็จำแนกไปได้ตามระบบฯ แล้วแต่ใครจะกำหนดและได้ความเชื่อถือแค่ไหน ในที่สุดการพ้นโลก เพื่อโลกุตระภูมิ การรู้ ความรู้เท่าไหนๆก็กลับคืนแก่โลก การละวางแก่โลกทั้งสิ้นเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบ การโต้แย้งจะทำให้เสียเวลาและเป้นบ่อเกิดแห่งการทะเลาะวิวาท ปราญช์ท่านก็ไม่พึงชอบการโต้แย้งความรู้ทางโลกียะ เพราะทางเอกมรรคนั้น มีสายเดียว คือ ปฏิปทา มรรคมีองค์แปด นอกจากนี้ไม่มีอีกแล้ว แม้ว่าจะเิกิดเป้นเทวดาชั้นไหน พรหมชั้นไหน ถ้ายังไม่ดับกิเลสได้ จิตยังไม่ใสสว่างดุจวัขรแล้ว ก็ยังกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอยู่อีกเช่นเิดิม พระอรหันต์ทั้งหลายมีท่านพุทธทาส/สายหลวงปู่เทียนสอนว่า การเิกิดมาเป้นมนุษย?สุดประเสริฐแล้ว โดยเฉพาะที่มาพบพระพุทธศาสนา เพราะพระพุทธเจ้าก่อนบำเพ็ญเพียรตรัสรู้นั้นก้เป็นคนธรรมดาเช่นกัน แม้แตมนุษญต่างดาว เทพไท้เทวา อินทร์พรหม ยมยักษ นาคา คนธรรพ์ หมื่นโลกธาตู/แสนโกฏิจักรวาลก็ยังต้องอิจฉา(พูดในภาษากิเลส)

เส้นทางบุญ สายทางสู่นิพพาน ท่านตั้งศาสนาแลัววางโรดแมปไว้ให้แล้วว่า จะไปถึงฝั่งนิพพานหรือโพธิญานได้อย่างไร

มีอยู้ 3 อย่าง คือ ทาน ศีล ภาวนา

ภาวนามีบันใด 7 ขั้น สุดยอดวิชาการเจริญสมาธิ คือสัมโพชฌงค์ 7

ได้แก่ 1.สติ 2.ธัมมะวิจัย 3.ปิติ 4.วิริยะ 5.ปัสสัทสิทธิ 6.สมาธิ 7.อุเบกขา

แค่รักษาศีล 5 ก้พ้นจากอบายทั้งปวง ไม่ต้องกลัวอะไรอีกทั้งสิ้น หลวงปู่ฝั้น บอกสอนเราเช่นนั้น
ปัจจัต เวทิตัปโพ วิญญูหีติ.
egkarat
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 51 6 มี.ค. 2554 (20:28)
ขอกราบขอบพระคุณ ท่านอาวุโส egkarat ที่แวะมาให้กำลังใจ ขอรับ เชิญท่านแวะไปเยี่ยมที่ พลิกฟ้าฝ่ามิติ (มนุษย์ต่างดาวผาแต้ม ภาค 2) เนื้อหา จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แตกต่างจากที่เคยอ่านงานของ ชาวฝรั่งเขา และไม่ได้ไปสืบค้น มาจากงานเขา แล้วเอามาโพสต์ หากแต่เป็นการค้นคว้า จากการเดินทาง ร่วมกับ บรรดามิตรในสังคมออนไลน์ ทั่วประเทศ (หรืออาจจะทั่วโลก ที่เขาสื่อสารด้วยภาษาไทย)

ทำให้เกิดการสะสมข้อมูล มากขึ้นเรื่อยๆ ครับ

และในโอกาสนี้ ถ้าท่านใดที่อยู่ต่างประเทศ หรือไปเที่ยวต่างประเทศ ขอความกรุณา ถ่ายภาพ ที่มีท้องฟ้า หรือ มุมกล้องไปติดเมฆ ติดดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ให้ส่งเข้าเมล์ได้เรื่อยๆ นะครับ ไม่ต้องลดขนาดfile ความละเอียดสูงยิ่งดี แม้แต่กล้องจากโทรศัพท์ ก็ใช้ได้นะครับ

ขณะนี้ ผมได้ภาพท้องฟ้า ภาคกลาง จากคุณ หมาปู่ คุณศิวรุธ ท้องฟ้าอียิปต์และอินโดนีเซีย จาก คุณTeacher 9
ท้องฟ้าภาคใต้ จาก คุณเอ็ม ถลาง ท้องฟ้าภาคอีสาน จากตัวผมเอง ครับผม

แต่ละภาพที่ได้ทำการวิเคราะห์ ล้วนปรากฎปราการล่องหน อยู่เบื้องหลังม่านเมฆ ทุกข้อมูลที่ได้มา ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน กล้องคนละตัว ต่างสถานที่ ต่างเวลา มันน่าสนุกนะครับ

รออีกซักประเดี๋ยว นะครับ เราจะได้รู้กัน จักรวาลของเรา จะเป็นเหมือนอย่างที่เขา (นักวิชาการต่างชาติ) ว่าไว้จริงๆหรือเปล่า

การเปิดปมความลับจักรวาลครั้งนี้ จะเป็น อีกข้อคำถาม ที่น่าจะถาม เหล่านักพลังจิต ที่ติดต่อ มนุษย์จากดาวอื่นทั้งหลาย ว่า เขา เหล่านั้น เคยรู้เรื่องดังกล่าวหรือไม่ หากรู้ เขาจะปิดบังเรื่องนี้ไปอีกนานเท่าไร

ส่งข้อมูล มาแชร์กันนะครับ ผมจะเป็นสื่อกลาง แม้จะเหนื่อยและมองดูไม่เห็น จุดสิ้นสุด ก็จะพยายาม ทำให้ได้มากที่สุด ฝากไว้ให้เป็นรูปธรรม มากที่สุด พิสูจน์ด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ ที่ทุกคนสามารถ ตรวจสอบได้

และมอบความรู้ไว้ เป็นวิทยาทาน สำหรับจักรวาลนี้ สืบไป

ขอบพระคุณทุกท่าน เป็นอย่างสูง อีกครั้งครับผม

ยรรยง ฅนค้นผี
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 52 9 มี.ค. 2554 (14:55)
ผมขอขอบคุณท่านผู้เป็นเจ้าของกระทู้และทุกๆความเห็นที่ ตรงกันบ้างไม่ตรงกันบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ขอเป็นกำลังใจให้กับทีมงานค้นคว้าที่ได้เสียสละเกือบทุกๆอย่าง เพื่อนำประสบการณ์ องค์ความรู้มาแบ่งปัน เป็นวิทยาทาน
ผมอยากให้ทุกๆ ความเห็น ทุกๆแง่คิด ที่แตกต่าง เป็นการแสดงความขัดแย้งแบบสร้างสรรค์ เพื่อความก้าวหน้าของทุกๆอย่าง ซึ่งเป็นของคนไทยด้วยกัน ด้วยความรักและจริงใจครับ
prakitt
ร่วมแบ่งปัน5 ครั้ง - ดาว 5 ดวง

ความเห็น 53 10 มี.ค. 2554 (19:58)
ขอบพระคุณมากครับ คุณ prakitt ที่ให้เกียรติแวะมาเยี่ยมเยียน
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 54 11 มี.ค. 2554 (10:00)
เห็นด้วยกับข้อความของคุณยรรยง เป็นอย่างยิ่ง คนทั่วไปก็ชอบจะชื่นชมอะไรที่เป็นต่างชาติ อย่างต่างประเทศเขาวิจัยค้นหาภูมิปัญญาจากต่างดาว ปรากฏการณ์ของภูมิปัญญานอกโลก คนเหล่านี้กลับยอมรับในการค้นคว้าของต่างชาติ...แล้วทำไมสิ่งที่มาจากต่างดาวจะมาปรากฏการที่เมืองไทยไม่ได้ พอคนไทยที่ทำวิจัยเรื่องนี้กลับมองเป็นเรื่องเพ้อฝัน สังคมไทยทุกวันนี้ไม่เชื่อในตัวของภูมิปัญญาของคนไทย ทำนองที่ว่าคนที่คิดเรื่องนี้ไม่มีค่าตอบแทนหรือเอาไปเข้าตลาดหุ้นไม่ได้ ก็เลยไม่ใส่ใจ ผมคนนึงที่มีความคิดมาตลอดว่าเราไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวในจักวาลนี้ เพียงแต่ระดับจิตใจของเรายังต่ำว่าภูมิปัญญาจากนอกโลกจนเขาไม่อยากจะสื่อสารหรือติดต่อด้วย เหมือนข้างบ้านเราเป็นพวกกร้าวร้าว เกเร เราก็ไม่อยากเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้ ฉันใดก็ฉันนั้น....อริยะสงฆ์ ที่ละสังขารไปแล้วผมเชื่อว่าท่านสามารถสื่อสารกับภูมิปัญญาเหล่านี้ได้เพียงแต่ท่านไม่สามารถมาบอกเล่าให้คนระดับเราๆเข้าใจได้ ถ้าบอกไปเดี๋ยวคนบางคนที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับการยกระดับภาวะทางจิตก็หาว่าท่านสติไม่สมประกอบเพราะความชรา...ผมเดียวดายภูมิปัญญาของคนไทยหลายอย่างที่ถูกชาวต่างชาติปล้นไปเช่นยาแผนโบราณอีกหลายอย่าง...แม้กระทั่งฤษีดัดตนที่เกือบโดนญี่ปุ่นปล้นไป...ถ้าเราไม่ช่วยกันจะเหลืออะไรให้ลูกหลานละนี่...
azygous
ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 55 5 ส.ค. 2554 (19:51)
คุณazygous พูดเรื่องความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะมันจะทำให้เราภูมิใจในความเป็นชาติ

มาถึงวันนี้ 5 สิงหาคม 2554 ผมตัดสินใจจะนำข้อมูล งานค้นคว้า ผาแต้ม ที่ยังไม่เปิดเผย มานำเสนอต่อ ท่าจะดีนะครับ คุณ azygous ว่ามั๊ย จะได้เห็นกันแบบ จ ะจะ ว่า ฅนค้นผี หาใช่รายการโชว์ เพื่อหวังความบันเทิง อย่างที่ใครๆคาดการณ์ หากแต่เป็นการขุดค้น ตำนานมนุษยชาติ และไม่ได้หวังจะเทียบชั้น กะใครเขา

แต่.....จะ...เล่า.... ตามที่เห็น ..... ขอรับ

อันที่จริง นะ ทำวิจัย เรื่องนี้ ภรรยาด๊า ด่า นะ ...... " ไปอีกแล้ว !! ...ไปซอกแซก มนุษย์ต่างดาวอีกแล้ว "

แต่เธอก็จัดเตรียมข้าวของให้ พร้อมกำชับ " อย่าไปนาน ...และต้องเปิดเครื่องไว้ตลอด ..."

ผมจึงได้เปิดตลอด แม้แต่ขณะที่กำลัง ถ่ายภาพ สายฟ้า .... เฮ้อ !!

ม่ายรู้ ท่านผู้อ่านจะรับ ได้มั๊ย ....จะด่า อะไร ผมอีก น้อ...... เอาเป็นว่า อ่านหนุกๆ อีกหนึ่งมุมมอง นะขอรับ


ด้วยความเคารพ ครับผม

ยินดีกับ การมี นายกรัฐมนตรีหญิง คนแรก คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ จะได้มีรัฐบาลซะที ขอเป้นกำลังใจในการบริหารบ้านเมือง

ขอให้ ส.ส. ส.ว. ทุกท่าน มีอายุมั่นขวัญยืน สุขภาพแข็งแรง มีความสุขทั้งครอบครัว จะพรรคไหน ฝ่ายไหน ทุกท่านก็ล้วนแต่ เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย พวกเรามอบความวางไว้วางใจให้กับทุกๆ แล้วนะ ขอรับ

ขอให้ชาติไทยเรา เจริญ ก้าวหน้า !!

ฉะนั้น จึงขอถือวาระนี้ เริ่มต้นเล่า เรื่อง มนุษย์ต่างดาวผาแต้ม ภาคหนึ่ง ต่อนะครับ


....เพื่อเมืองไทย....เราจะสร้างสรรค์ ครับผม


ฅน ค้น ผี
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.4119 seconds !