มนุษย์ต่างดาวผาแต้ม ภาค 1: Alien at Pha taem ,Thailand edition 1 (ภาพเขียนที่ผาเจ๊ก) | วิชาการ.คอม

มนุษย์ต่างดาวผาแต้ม ภาค 1: Alien at Pha taem ,Thailand edition 1

4,000 years Pre-history paint in Thailand by Aliens !! : งานวิจัยที่ใช้การถอดรหัสจากภาพถ่าย เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ที่มนุษยชาติ เคยรับรู้ จากตำนาน กลายเป็น เรื่องจริง !! จากเรื่องจริง กลับกลายเป็นหลอกลวง !!
ผู้เขียน: ยรรยง สินธุ์งาม ชมแล้ว: 207,945 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sun 4 April 2010, 12:38 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 15 July 2012, 1:12 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-40 | 41-47


หน้าที่ 30 - ภาพเขียนที่ผาเจ๊ก

เล่าโดย ยรรยง สินธุ์งาม ฅนค้นผี


              วันนี้ขอนำภาพเขียนสี ที่ผาเจ๊ก น้ำตกสร้อยสวรรค์  ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม มาให้ชมกัน 



ภาพนี้ถ้าจะว่าไปตามที่เห็น ก็จะบอกว่า คล้ายรูปแจกัน


แต่เมื่อนำภาพไปแกะลายเส้น กลับไม่เป็นเช่นนั้น !!


ผมเองก็เพิ่งจะได้เห็นลวดลายเช่นนี้

 
กลับเป็นรูปคน สวมหมวก น่าจะเป็น เพศหญิง ดูตรงที่มีสะโพก กำลังหอบหิ้ว อะไรซักอย่าง

ภาพเขียนชุดนี้ได้ถูกคำนวนหาอายุ โดยนักโบราณคดี โดย ใช้เทคนิค คาร์บอน 14 ในการคำนวน (รายละเอียดเพิ่มเติม ดูได้ที่ link ของ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติhttp://www.tint.or.th/nkc/nkc5003/nkc5003z.html ) 

ซึ่งมีอายุ ประมาณ 3-4 พันปี ก่อนพุทธศักราช ถ้าเรานับรวม เวลา จนถึงปี ปัจจุบัน ก็จะมีอายุประมาณ 6 พันกว่าปี  การหลุดร่อน ผุกร่อนโดยธรรมชาติ ก็ต้องมีเป็นธรรมดา  ถ้าเรามองดูภาพจากสถานที่จริง ก็จะพบเพียง ส่วนที่หลงเหลือ อยู่บนหน้าผาเท่านั้น

แต่เมื่อบันทึกภาพด้วยกล้องที่มีความละเอียดสูง ประกอบกับนำมาวิเคราะห์ภาพด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ก็จะเห็นภาพร่องรอยของลายเส้น ที่ระดับกำลังขยาย ประมาณ 200 ถึง 600 เท่า พร้อมทั้ง ปรับแสง ปรับเงา ให้เหมาะสม ด้วยนะครับ


ในการอ่านงานวิจัยครั้งนี้ กระผม ขอยกเอาหลักของความเชื่อ 10 ประการ ของพระพุทธเจ้า มาประกอบ ไว้ ณ ที่นี้

หลักความเชื่อ  ของ พระพุทธเจ้า หรือ หลักกาลามสูตร  ( เกสปุตติยสูตร ) 

                 เป็นหลักการแห่งความเชื่อ หรือ ทฤษฎี ความเชื่อ  ของ พระพุทธเจ้า  ที่ท่านให้ใช้การพินิจพิจารณาด้วยปัญญา แล้วจึงค่อยตัดสินใจเชื่อ   กาลามสูตร

 


(กาลามสูตร เรียกอีกอย่างว่า เกสปุตติยสูตร หรือ เกสปุตตสูตร) สูตรหนึ่งในคัมภีร์ติกนิบาต อังคุตตรนิกาย  พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอน ชาวกาลามะ แห่งเกสปุตตนิคม ในแคว้นโกมล ประเทศอินเดีย  ไม่ให้เชื่องมงายไร้เหตุผล ซึ่งมี หลักการ  10 ข้อ ดังนี้


1. มา อนุสสะเวนะ    อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังบอกตามๆ กันมา  เช่น การเล่าข่าว ไม่ว่าทางวิทยุ โทรทัศน์
หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ต SMS หรือ อื่นๆ

2. มา ปรัมปรายะ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสืบ  กันมาอย่างปรัมปรา  เช่น ความเชื่อทั้งหลาย ที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณี ซึ่ง ต้องใช้การพิจารณาด้วยปัญญาให้ถ่องแท้ ถ้าหากจะนำไป ประมวลเป็นองค์ความรู้

3. มา อิติกิรายะ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ  เช่น ข่าวลือ ทั้งหลาย

4. มา ปิฎกสัมปะทาเนนะ   อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์ คำว่า ปิฎก ในที่นี้ก็คือ สิ่งที่เรา เรียกว่าตำรา สำหรับพระพุทธศาสนา ก็คือ บันทึกคำสอนที่เขียนไว้ในใบลาน เอามารวมกันไว้เป็นชุดๆ เรียก ไตรปิฎก  แม้แต่ในบันทึกทางศาสนา ก็ยังต้องใช้ การพิจารณาไตร่ตรองด้วยปัญญา ก่อนจะปลงใจเชื่อ

5. มา ตักกะเหตุ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยตรรกะ  ด้วยการใคร่ครวญตามวิธีที่เรียกว่า ตรรกะ เพราะว่าตรรกะก็ยังผิดได้ ในเมื่อเหตุผลหรือวิธีใช้เหตุผลมันผิดอยู่

6. มา นะยะเหตุ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอนุมาน ด้วยเหตุผลว่าสมเหตุสมผลทางนัยยะ

7. มา อาการะปะริวิตักเกนะ อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล ด้วยการตรึกเอาตามอาการ คือ ตามความคุ้นเคย  ที่เรียกกันว่า common sense  หรือ สามัญสำนึก

8. มา ทิฏฐินิชฌานักขันติยา  อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีของตน อย่าได้รับเอาเพราะว่าสิ่งนั้น ทนได้ต่อการเพ่งด้วยทิฏฐิของตน ตัวเองมีความเห็นอย่างไร ถ้าเขามาสอนด้วย คำสอนชนิดที่เข้ากันได้กับความเห็นของตัวเอง ก็อย่าเพิ่งถือเอาว่าสิ่งนั้นถูก เพราะว่าทิฏฐิของตัวเอง ก็ผิดได้

9. มา ภัพพะรูปะตายะ อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าเชื่อ เพราะเหตุว่าผู้พูดมีลักษณะ น่าเชื่อถือ มีคำพูด มีลักษณะท่าทางที่น่าเชื่อ

10. มา สัมโณ โน คะรูติ อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านนี้เป็นครูของเรา  แม้ว่าผู้นั้นจะเป็นครูของเรา ก็ไม่ให้เชื่อ  พระพุทธเจ้า ท่านไม่ให้เชื่อ แม้ว่า เป็นคำสอนของท่าน

 

     ท่านให้ใช้ปัญญา ไตร่ตรอง ลองทำ ลองปฏิบัติ เมื่อได้ผลจริง จึง เชื่อ ถือ เอาตามนั้น  

การค้นคว้าในครั้งนี้ อาจจะไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่ใช่นิยายที่แต่งขึ้นมา เพราะข้อค้นพบที่ได้มา นั้นเกิดจากการเก็บข้อมูลจริง  ด้วยเครื่องมือ และเทคโนโลยี ที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน  

เพื่อลดความลำเอียงของข้อมูล ในเรื่อง

1.จินตนาการของผู้วิจัย  ผมจึงได้ประกาศรับอาสาสมัคร แกะลายเส้น ยานล่องหน จากท่านผู้อ่าน ยังรับเรื่อยๆ นะครับ  คุณสมบัติคือใช้ โปรแกรม MS picture manager และ paint  ได้

2.ข้อมูลภาพถ่าย  ผมประกาศรับภาพถ่าย แปลกๆ จากท่านผู้อ่าน เพื่อนำมาวิเคราะห์ กรณีที่สงสัยว่า เป็น UFO ซึ่งปัจจุบัน ก็มีส่งเข้ามาทาง เมล์  yanyong007@windowslive.com  หลายท่านแล้ว และ กำลังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์    

ทั้งนี้เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า สิ่งที่ทีมวิจัยค้นพบ มีอยู่จริงในธรรมชาติ เพียงแต่ขาดการศึกษาในเชิงลึก และนำเสนออย่างตรงไปตรงมา

 

อ้างอิง : พระธรรมปิฎก,พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม , สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  , พ.ศ. 2546. หน้า 232
พระธรรมปิฎก , พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์ , สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พ.ศ. 2546. หน้า 13




ผมได้นำท่านไปเยี่ยมชมผาแต้ม มาหลายต่อหลายเที่ยว แต่กลับไม่ได้แนะนำให้ท่านได้รู้จักกับ ท่านเจ้าบ้าน จึงขอโอกาสนี้แนะนำให้ท่านรู้จักกับ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม คนปัจจุบัน คือ คุณกวี ประสมพล  ตามประวัติการทำงาน ท่านผู้นี้เป็นนักพัฒนา ทั้งงานบริหาร และ การจัดภูมิทัศน์ ซึ่งฝีมือขั้นเซียน ทีเดียว ผลงานที่โดดเด่น ก็คือ การจัดภูมิทัศน์ที่ดอยตุง ครับ 


    คุณกวี ประสมพล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ผาแต้ม  (ข้อมูลเมื่อ  20 มกราคม 2554)

พวกเราเองจะได้เห็นภูมิทัศน์ ที่อุทยานแห่งนี้ สวยงาม โดดเด่น เป็นธรรมชาติ อย่างลงตัว ในเร็วๆวัน ให้เหมาะสมกับที่จะก้าวขึ้นไปเป็นมรดกโลก อย่างเต็มภาคภูมิ  ขอร่วมเป็นกำลังใจ คณะทำงานทุกท่าน อีกแรง และ กราบขอบพระคุณ ในความเสียสละ ความทุ่มเท ทั้งหลายทั้งปวง เพื่อสังคมส่วนรวม ในครั้งนี้  ในฐานะของสื่อ ก็จะเป็นผู้ฉายภาพดังกล่าว ให้สังคมได้รับทราบ เป็นระยะๆ


        ท่านครับ !! ในหน้าต่อไป จะเป็นภาพยานUFO ล่องหน !!  ที่ ท่านผู้อ่านถ่ายภาพได้

เมื่อ วันที่ 5 ก.พ. 54  เห็นเมฆ รูปร่างแปลกๆ....     กำลังแกะลายเส้น อยู่ครับ รอซักนิด....




เดี๋ยวมา ครับผม ..


ยรรยง ฅนค้นผี yanyong007@windowslive.com / ปรียากรณ์





*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 51 ความเห็น, หน้า | 1 | 2 | 3 |
ความเห็น 1 5 เม.ย. 2553 (18:19)
น่าสนใจจังเลยค่ะ ชอบๆ
i.m.
ร่วมแบ่งปัน3 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 2 6 เม.ย. 2553 (20:32)
โฮ่...น่าสนใจดีนะครับ การค้นคว้าเรื่องนี้

อัพต่อไวๆนะครับ ผมจะรอเก็บขอมูล แหะๆ
นายศรา
ร่วมแบ่งปัน993 ครั้ง - ดาว 276 ดวง

ความเห็น 3 6 เม.ย. 2553 (21:35)
ขอบคุณครับ คุณ i.m. และ คุณศรา ที่แวะมาเยี่ยม จากความจริงที่ผมวิเคราะห์ได้ จึงนำไปสู่งานเขียน

นิยาย ภูผาพยากรณ์ แต่ข้อมูลเชิงวิชาการ ตรงจุดนี้ สามารถแตกเป็นงานเขียนได้ หลากหลาย

ทั้งข้อมูลเกี่ยวกับภาพเขียน และการตีความจากการวิเคราะห์ของผม ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ครับ คุณศรา และ

ทุกๆท่าน สังคมแห่งการเรียนรู้ วิชาการ.คอม ซะอย่าง
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 4 7 เม.ย. 2553 (20:05)
อืม... จะว่าไปแล้วจักรวาลมันก็กว้างใหญ่ไพศาลเหลือคณา มีดวงดาวหลายแสนล้านดวง อาจจะมีดาวดวงไหนสักดวงที่ีมีวิทยาการที่สูงส่งมากๆ แล้วก็เคยมีสิ่งมีชีวิตจากดาวดวงนั้นมาเยือนโลกกลมๆแป้นๆใบนี้ด้วยก็ได้นะครับผม
นายศรา
ร่วมแบ่งปัน993 ครั้ง - ดาว 276 ดวง

ความเห็น 5 14 เม.ย. 2553 (07:10)
นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบ ที่นอกเหนือความคาดหมายของผู้คนที่ยึดติดอยู่กับกรอบความคิดที่ถูกปลูกฝังมาอย่างเนิ่นนาน ของผู้ที่ได้ชื่อว่าครูบาอาจารย์ที่ยัดเยียดให้มาโดยตลอด หากยังมีอีกหลาย ๆ คนที่เริ่มคิดนอกกรอบ เริ่มคิดต่าง แต่ไม่คิดแปลกแยก คงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับวงวิชาการ และเป็นแง่คิด มุมมอง เป็นจุดประกายเล็ก ๆ เพื่อให้วิทยาการทางความคิดได้ก้าวไกลต่อไป ขอบคุณที่ท่านได้หลุดและก้าวพ้นความคิดเดิม ๆ ที่เคยปลูกฝังมา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นก้าวต่อไปของการเปิดประตูสู่อารยธรรมที่ลำหน้าของชาวเรา จงจำเริญ ๆ และบรรลุในองค์ความรู้ที่ค้นหามาเล่า และนั่นอาจเป็นสัจธรรมที่ยังมาไม่ถึงจริงไหมครับท่าน
jarana
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 6 14 เม.ย. 2553 (08:08)
คงจะจริง อย่างที่ คุณศรา และคุณjarana แสดงความคิดเห็นไว้ ตัวผมเองผู้ศึกษาเรื่องนี้ ก็ไม่เคยคิดว่าจะได้พบ ภาพดังกล่าว ซึ่งในช่วงท้ายของจารึก จะมียานอวกาศอีกลำ พร้อมกับ มนุษย์ต่างดาวที่ก้าวหันหลังกลับ เดินขึ้นยาน เป็นการบ่งบอกถึงการคืนอิสระภาพทางความคิด ให้กับชาวโลกโดยสมบูรณ์

แต่จากการศึกษาอีกแง่มุมหนึ่งของผม พบว่า เขาเหล่านั้น เข้าออก มิติโลก อยู่ตลอดเวลา และเขาก็อยู่ กับมนุษย์โลกเสมอ เพียงแต่ไม่ปรากฏตัวให้เห็น เพราะประวัติศาสตร์ เกือบสี่พันปี ได้ชี้ชัดแล้วว่า มนุษย์โลก ยังไม่ยอมรับ ความสัมพันธ์แบบเปิดเผย ระหว่างเผ่าพันธุ์ มนุษย์กับ มนุษย์จากต่างดาว ถือได้ว่าเป็นความคิดที่คับแคบ ในทางวิชาการ อย่างที่สุด

สำหรับในทางวิญญาณ จะดาวดวงไหน ก็มีวิญญาณ ต้อง เวียนว่าย ตายเกิด ในวัฎฎสงสาร ดังที่ พุทธองค์ท่านทรงชี้ให้เหล่าสัตว์โลกทั้งหลายได้เห็น เพื่อให้รู้ ให้คลาย ให้เบื่อหน่าย และขัดเกลาจิต เพื่อให้วิญญาณพัฒนาพลัง ไปถึงการหลุดพ้น จากการ เวียนว่ายตายเกิด เข้าสู่มิตินิพพาน หรือ การมีชีวิตอมตะ หรือ จะเรียกอีกหลายๆชื่อ ที่แตกต่างกันไป แต่ท้ายที่สุด ก็มีความหมายอย่างเดียวกัน

ขอบพระคุณมากครับกับ ทุกความคิดเห็น
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 9 20 เม.ย. 2553 (01:12)
น่าสนใจมาก ขอลิงค์ไว้ในคลับคนรักการงานนะ ( เป็นคนอุบล แต่ไม่เคยเดินถึงผาหมอนซักที ขอบคุณมากที่นำภาพมาให้ดู )ไปเที่ยวผาแต้มยอมรับจริงว่าดูไม่รู้เรื่อง ไปหลายครั้งแปลกใจตลอดว่าทำไมมนุษย์ถ้ำวาดภาพคนไม่เหมือนคน ( สงสัยจะเป็นมนุษย์ต่างดาวอย่างที่คุณสันณิฐานไว้
Wilawan112
ร่วมแบ่งปัน79 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 10 25 เม.ย. 2553 (18:25)
ขอบคุณมากครับ คุณWilawan112 ที่ให้เกียรตินำไปlink ไว้ในคลับคนรักการงาน มีหลายสิบภาพที่ถูกปิดบัง โดยชะง่อนผา เราอยู่ต่ำเกินกว่าที่สายตาจะมองเห็น และขาดความจริงจัง และใจใฝ่รู้ จึงทำให้รับรู้ เฉพาะที่แง่มุมเขาเล่าให้ฟัง ทั้งๆที่ หลายๆเรื่อง เราก็มีภูมิปัญญาที่จะศึกษาได้ โดยไม่ต้องพึ่งพา นักวิชาการจากต่างชาติ

ขอบคุณอีกครั้งครับผม อาจารย์วิลาวัลย์
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 12 5 พ.ค. 2553 (16:13)
ครับ

ไม่ใช่ ผมไม่เชื่อ

แต่ หลักฐาน มันก็ ไม่ค่อย เยอะนะครับ

คน โบราณ สติปัญญา อาจ ยังไม่ค่อย เยอะ

เลย วาดมั่วๆ

หรือ การที่ สติปัญญา ไม่เยอะ ทำให้ พวก เค้าทำได้ แค่ การ เขียน ภาพ จาก สิ่งที่เห็น

ไม่มี การ คิดค้น ภาษา ต่างๆ
Franserra
ร่วมแบ่งปัน20 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 13 7 พ.ค. 2553 (13:49)
ขอบคุณครับ คุณ Franserra ที่ให้เกียรติติดตามผลงาน

มีเรื่องน่าคิดอย่างหนึ่งที่เราควรจะมองให้รอบๆ วิชาการต่างๆที่ เราในยุคนี้ได้เรียนรู้กัน เกิดจากการต่อยอดความรู้ มาจากผู้คิดค้นคนแรก และผู้คิดค้นยุคแรกของเรา ก็คือ คนโบราณ บรรพบุรุษของเรา นั่นเอง ฉะนั้น การจะกล่าวอ้างว่า คนยุคปัจจุบันฉลาดล้ำกว่ายุคโบราณ จึงเป็นคำกล่าวที่ยังไม่สมเหตุ สมผล ครับ

อีกประการหนึ่ง ภาพเขียนยุคถ้ำที่ผาแต้ม มีความยาวตลอดหน้าผา ประมาณ 3 กิโลเมตร โดยเริ่มต้นที่ผาขาม ไล่เรียงไปเรื่อย และที่ผมนำเสนอไว้ จนถึงวันนี้ (7 พ.ค. 53) เพิ่ง ถึง หน้า 12 ยังอยู่ในภาพของกลุ่มผาแต้ม ครับผม

โดยสรุปภาพรวม จากจารึก จะเป็นเรื่องราว ไล่เรียง เหตุการณ์ จนถึง การขึ้น ยานกลับ ซึ่งภาพยาน อวกาศลำนี้ จะเป็นคนละยานกับที่มา ตามบันทึก ภาพแรก ที่ผาขาม ครับ แต่ยังเล่าไปไม่ถึง

เป็นการดี ที่มีมุมมองแตกต่าง หากแต่อยากเสนอแง่คิดของนักวิจัย ว่า ถ้าเราเอาแต่ นั่งอ่าน ค้นหาตามเว็บ ตามหนังสือ ตามตำรา แล้วสรุปเอาตามใจชอบ จะไม่เกิดแง่คิดที่สร้างสรรค์ ผมถือหลักการเกี่ยวกับ ความเชื่อ ตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ คือ หลักกาลามสูตร 10 ซึ่ง รายละเอียดค้นหาได้ตาม เว็บ หรือ จะดูที่งานเขียนของผมก็ มีอ่าน

ผมย่ำเท้าที่ผาแต้มมานับ สิบปี เพื่อหาคำตอบ เพียงเพราะไม่ได้เชื่อตามที่ นักโบราณคดีบอก เกี่ยวกับ รูปข้อง ที่ปรากฏอยู่หน้าผา เพราะอะไรรู้ไหม ครับ ข้อง เค๊าเอาไว้ใส่ปลา ที่มีขนาดน้ำหนัก ไม่เกิน 5 กิโลกรัม แต่ปลาบึก แต่ละตัวเฉียด 100 กิโลกรัม จึงไม่มีเหตุผลจูงใจที่ เราจะไปให้ความสำคัญ แก่ ข้อง แล้ววาด ข้อง เอาไว้อวดผู้อื่น

ทำไม เขาไม่วาดหน้าเขา เอาไว้ จะไม่ดีกว่าหรือ นี่ถ้าเรามองตาม จิตวิทยาพื้นฐานของมนุษย์ คิดง่ายๆ เวลาที่เขาถ่ายรูป เราก็พยายามจะเอาหน้าเราเข้าไปในเฟรมภาพให้ได้ เพราะอยากเห็นรูปตัวเอง เวลาที่อัดภาพออกมา

สิ่งผิดปกติที่จารึกผาแต้ม ที่อยากนำเรียน ทุกท่าน

1. จารึกที่หน้าผานี้ ผู้วาดกลับ ไม่กล่าวถึงตนเอง นี่เป็นเรื่องที่ผิดปกติ อีกประการหนึ่ง ครับผม
2. เรื่องส่วนผสมของสี อยู่ได้ทนนาน นับสี่พันปี ก็เป็นสิ่งผิดปกติ ว่าเขาใช้เทคโนโลยีอะไร
3. วาดคนไม่เหมือนคน ทั้งที่ตัวเองเป็นคน อย่างที่คุณวิลาวัลย์ ว่าไว้
4. ภาพลายเส้นอื่นๆ วาดได้หมด แต่ภาพมือ กลับใช้การ ทาบทับ ปะพิมพ์ และ คล้ายการฉีดพ่น เหมือนต้องการแยก
ความสำคัญ ระหว่าง ภาพมือ และภาพอื่นๆ ออกจากกัน
5. ยุคถ้ำ ที่อยู่ตามแหล่งต่างๆ ของโลกใบนี้ ก็จะใช้เทคนิคการเขียนภาพ คล้ายๆกัน ทำไม ในเวลานั้น การติดต่อ
สื่อสาร ยังไม่เจริญ ถึงขั้น มี ทีวี มี อินเตอร์เน็ต แต่ทำไม คนในยุคถ้ำ ถึงคิดได้แบบเดียวกัน
6. เรื่องราว ในจารึก จะไม่ วาดซ้ำ ยกเว้น ภาพมือ ภาพหุ่นรูปข้อง แสดงว่า มีการวางแผนในการวาด
ไม่ใช่วาดตามใจ หรือ ตามอารมย์ศิลปิน
7. ...เหนื่อยแล้ว ติดตามอ่าน ในรายงานดีกว่าครับผม...

กล่าวต่อ ผลพวงของการยึดหลักความเชื่อ ตามกาลามสูตร จึงออกเดินทางเพื่อศึกษา สิ่งนั้นด้วยตนเองครับ และมีความยินดี เป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านผู้มีโอกาส ท่านใดจะก้าวออกมาวิจัย ศิลปะวัฒนธรรม ในท้องถิ่นของเรา เพื่อสร้างองค์ความรู้ เพื่อนำความรู้ไปสร้างงานให้กับคนในชุมชน ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ของประเทศชาติโดยรวม เป็นประโยชน์ ครับ

กราบขอบพระคุณทุกท่าน ที่เข้ามาอ่านครับผม
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 14 10 พ.ค. 2553 (20:41)
ผมบูชามนุษย์ต่างดาวครับ (กึ่ลเล่นกึ่งจริง) เค้าพวกว่า พวกมนุษย์ต่างดาวในยุคแรกใช้ภาษาสุเมเรี่ยน แต่บางที่ไม่มีปรากฏ บางที่มีปรากฏอยู่จนครบ บางทีมันอาจมีหลายเผ่าก็ได้นะครับ.. (เหอๆ)
พี่กาบ
ร่วมแบ่งปัน935 ครั้ง - ดาว 271 ดวง

ความเห็น 15 15 พ.ค. 2553 (08:42)
ครับ ตามหลักฐาน อารยะธรรมแหล่งต่างๆของโลก ก็บ่งชี้ ว่าน่าจะ มีหลายเผ่าพันธุ์
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 16 27 พ.ค. 2553 (13:49)
น่าสนใจมากครับ จะรอติดตามผลงานอีกนะครับ
tongsuke
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 49 ดวง

ความเห็น 18 9 มิ.ย. 2553 (19:05)
เมื่อไหร่โลกเราจะสร้างเครื่องย้อนเวลาได้คะ
จะได้ไม่ต้องหาคำตอบอะไรให้มันมากมาย
และที่สำคัญจะได้เห็นกันจะๆ
ได่ต้องมานั่งเถียง นั่งมั่วนั่งเดากันให้ปวดหัวเปล่าๆ
betell
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 19 9 มิ.ย. 2553 (19:40)
มา up ไวๆนะคะ
จะรอค่ะ


น่าสนใจมาก
betell
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 20 10 มิ.ย. 2553 (09:32)
จากภาพเขียน อายุกว่า 4,000 ปี จ. อุบลราชธานี "ตีความ"จากภาพได้ว่า มนุษย์ต่างดาว"อาจ"เคยมาเยือนโลกมนุษย์

ขณะเดียวกันในดินแดนไอยคุปต์ ที่มีการสร้างพีระมิด หรือ 5,000 กว่าปีมาแล้ว ก็"อาจ"เกี่ยวพันกับมนุษย์ต่างดาวด้วยก็เป็นได้
เพราะมีเรื่องราวน่าเชื่อหลายอย่าง..เช่น การตีความจากหน่วยวัดในการสร้างพีระมิดที่เรียกว่า Royal Cubit
ซึ่งมีค่าเท่ากับ 1.0479 เมตร หรือ 523.96 มม. ซึ่งเกิดจาก อัตราส่วนระหว่างค่าไพกับความเร็วแสง ปัจจุบัน
(3.14159265/2.99792458=1.0479)

คำถามคือ หากสร้างพีระมิดด้วยหน่วยวัดนี้ ความเร็วแสงจะถูกรู้ล่วงหน้าได้อย่างไร หรือ หน่วยวัดเมตรและวินาทีถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว หรือว่า หน่วยวัดเมตร มีที่มีแปลกประหลาดที่พิสดารและถูกกำหนดโดยอารยธรรมอื่นก่อนตกถึงมือมนุษย์ หรือว่ามี ศาสตร์ที่ล่วงรู้อนาคต หรือ...???
pudalay
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 21 11 มิ.ย. 2553 (23:13)
ปิรามิด เป็นอีกหนึ่งสิ่งก่อสร้าง ที่บ่งชี้ ถึงวิทยาการ ที่ล้ำหน้า เกินกว่า คนในยุคนั้นจะคิดได้เอง วิทยาการเชิงช่าง น่าจะถูกถ่ายทอดมาจาก ผู้ที่เป็น ครู และ ครู ของชาวโลก ในยุคสมัยนั้น ก็น่าจะเป็น มนุษย์ ที่มาจากดาวดวงอื่น อย่างที่
คุณ pudalay ตั้งข้อสังเกต เอาไว้ ครับ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 22 28 มิ.ย. 2553 (21:52)
นึกถึงรูปทรงของผีตาโขน สัมพันธ์กันอย่างไรรือ
bussarinkhonken
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 23 2 ก.ค. 2553 (18:32)
มนุษย์อาจเป็นสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่มนุษย์ต่างดาวนำมาทิ้งไว้แล้วปล่อยให้อยูตามลำพังและพัฒนาการมาจนถึงยุคปัจจุบันก็เป็นได้
amnartpitu
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 24 2 ก.ค. 2553 (23:45)
น่าสนใจครับ คุณบุษริน ในประเด็น ที่เกี่ยวกับ ผีตาโขน โดยส่วนตัว ยังไม่ได้ศึกษาเรื่องดังกล่าวอย่างลึกซึ้ง จึงยังไม่มีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ ประเด็นดังกล่าว ครับผม ถ้าคุณบุษริน มีข้อมูลที่น่าสนใจ ส่งเข้าเมล์ผมได้เลย นะครับ เผื่อจะมีอะไรดีๆ ก็อาจจะเป็นได้

อืม.. อย่างที่ คุณอำนาจ ว่า ก็ เป็นหนึ่งในข้อ สันนิษฐาน ที่ทีมวิจัย ได้เขียนเอาไว้ เช่นกันครับ เราจะแปลจารึกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดทุกหน้า และอาจจะก้าวข้ามไปแปลจารึก รูปภาพสมัยถ้ำ ตามแหล่งอารยะธรรมต่างๆ ในทั่วโลก เผื่อจะได้คำตอบ ของ ข้อสันนิษฐาน ตามที่คุณอำนาจ ให้ข้อสังเกตเอาไว้ ครับผม
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.397 seconds !