มนุษย์ต่างดาวผาแต้ม ภาค 1: Alien at Pha taem ,Thailand edition 1 (ภาพเขียนที่ผาเจ๊ก) | วิชาการ.คอม

มนุษย์ต่างดาวผาแต้ม ภาค 1: Alien at Pha taem ,Thailand edition 1

4,000 years Pre-history paint in Thailand by Aliens !! : งานวิจัยที่ใช้การถอดรหัสจากภาพถ่าย เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ที่มนุษยชาติ เคยรับรู้ จากตำนาน กลายเป็น เรื่องจริง !! จากเรื่องจริง กลับกลายเป็นหลอกลวง !!
ผู้เขียน: ยรรยง สินธุ์งาม ชมแล้ว: 207,802 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sun 4 April 2010, 12:38 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 15 July 2012, 1:12 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-40 | 41-47


หน้าที่ 30 - ภาพเขียนที่ผาเจ๊ก

เล่าโดย ยรรยง สินธุ์งาม ฅนค้นผี


              วันนี้ขอนำภาพเขียนสี ที่ผาเจ๊ก น้ำตกสร้อยสวรรค์  ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม มาให้ชมกัน 



ภาพนี้ถ้าจะว่าไปตามที่เห็น ก็จะบอกว่า คล้ายรูปแจกัน


แต่เมื่อนำภาพไปแกะลายเส้น กลับไม่เป็นเช่นนั้น !!


ผมเองก็เพิ่งจะได้เห็นลวดลายเช่นนี้

 
กลับเป็นรูปคน สวมหมวก น่าจะเป็น เพศหญิง ดูตรงที่มีสะโพก กำลังหอบหิ้ว อะไรซักอย่าง

ภาพเขียนชุดนี้ได้ถูกคำนวนหาอายุ โดยนักโบราณคดี โดย ใช้เทคนิค คาร์บอน 14 ในการคำนวน (รายละเอียดเพิ่มเติม ดูได้ที่ link ของ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติhttp://www.tint.or.th/nkc/nkc5003/nkc5003z.html ) 

ซึ่งมีอายุ ประมาณ 3-4 พันปี ก่อนพุทธศักราช ถ้าเรานับรวม เวลา จนถึงปี ปัจจุบัน ก็จะมีอายุประมาณ 6 พันกว่าปี  การหลุดร่อน ผุกร่อนโดยธรรมชาติ ก็ต้องมีเป็นธรรมดา  ถ้าเรามองดูภาพจากสถานที่จริง ก็จะพบเพียง ส่วนที่หลงเหลือ อยู่บนหน้าผาเท่านั้น

แต่เมื่อบันทึกภาพด้วยกล้องที่มีความละเอียดสูง ประกอบกับนำมาวิเคราะห์ภาพด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ก็จะเห็นภาพร่องรอยของลายเส้น ที่ระดับกำลังขยาย ประมาณ 200 ถึง 600 เท่า พร้อมทั้ง ปรับแสง ปรับเงา ให้เหมาะสม ด้วยนะครับ


ในการอ่านงานวิจัยครั้งนี้ กระผม ขอยกเอาหลักของความเชื่อ 10 ประการ ของพระพุทธเจ้า มาประกอบ ไว้ ณ ที่นี้

หลักความเชื่อ  ของ พระพุทธเจ้า หรือ หลักกาลามสูตร  ( เกสปุตติยสูตร ) 

                 เป็นหลักการแห่งความเชื่อ หรือ ทฤษฎี ความเชื่อ  ของ พระพุทธเจ้า  ที่ท่านให้ใช้การพินิจพิจารณาด้วยปัญญา แล้วจึงค่อยตัดสินใจเชื่อ   กาลามสูตร

 


(กาลามสูตร เรียกอีกอย่างว่า เกสปุตติยสูตร หรือ เกสปุตตสูตร) สูตรหนึ่งในคัมภีร์ติกนิบาต อังคุตตรนิกาย  พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอน ชาวกาลามะ แห่งเกสปุตตนิคม ในแคว้นโกมล ประเทศอินเดีย  ไม่ให้เชื่องมงายไร้เหตุผล ซึ่งมี หลักการ  10 ข้อ ดังนี้


1. มา อนุสสะเวนะ    อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังบอกตามๆ กันมา  เช่น การเล่าข่าว ไม่ว่าทางวิทยุ โทรทัศน์
หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ต SMS หรือ อื่นๆ

2. มา ปรัมปรายะ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสืบ  กันมาอย่างปรัมปรา  เช่น ความเชื่อทั้งหลาย ที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณี ซึ่ง ต้องใช้การพิจารณาด้วยปัญญาให้ถ่องแท้ ถ้าหากจะนำไป ประมวลเป็นองค์ความรู้

3. มา อิติกิรายะ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ  เช่น ข่าวลือ ทั้งหลาย

4. มา ปิฎกสัมปะทาเนนะ   อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์ คำว่า ปิฎก ในที่นี้ก็คือ สิ่งที่เรา เรียกว่าตำรา สำหรับพระพุทธศาสนา ก็คือ บันทึกคำสอนที่เขียนไว้ในใบลาน เอามารวมกันไว้เป็นชุดๆ เรียก ไตรปิฎก  แม้แต่ในบันทึกทางศาสนา ก็ยังต้องใช้ การพิจารณาไตร่ตรองด้วยปัญญา ก่อนจะปลงใจเชื่อ

5. มา ตักกะเหตุ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยตรรกะ  ด้วยการใคร่ครวญตามวิธีที่เรียกว่า ตรรกะ เพราะว่าตรรกะก็ยังผิดได้ ในเมื่อเหตุผลหรือวิธีใช้เหตุผลมันผิดอยู่

6. มา นะยะเหตุ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอนุมาน ด้วยเหตุผลว่าสมเหตุสมผลทางนัยยะ

7. มา อาการะปะริวิตักเกนะ อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล ด้วยการตรึกเอาตามอาการ คือ ตามความคุ้นเคย  ที่เรียกกันว่า common sense  หรือ สามัญสำนึก

8. มา ทิฏฐินิชฌานักขันติยา  อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีของตน อย่าได้รับเอาเพราะว่าสิ่งนั้น ทนได้ต่อการเพ่งด้วยทิฏฐิของตน ตัวเองมีความเห็นอย่างไร ถ้าเขามาสอนด้วย คำสอนชนิดที่เข้ากันได้กับความเห็นของตัวเอง ก็อย่าเพิ่งถือเอาว่าสิ่งนั้นถูก เพราะว่าทิฏฐิของตัวเอง ก็ผิดได้

9. มา ภัพพะรูปะตายะ อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าเชื่อ เพราะเหตุว่าผู้พูดมีลักษณะ น่าเชื่อถือ มีคำพูด มีลักษณะท่าทางที่น่าเชื่อ

10. มา สัมโณ โน คะรูติ อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านนี้เป็นครูของเรา  แม้ว่าผู้นั้นจะเป็นครูของเรา ก็ไม่ให้เชื่อ  พระพุทธเจ้า ท่านไม่ให้เชื่อ แม้ว่า เป็นคำสอนของท่าน

 

     ท่านให้ใช้ปัญญา ไตร่ตรอง ลองทำ ลองปฏิบัติ เมื่อได้ผลจริง จึง เชื่อ ถือ เอาตามนั้น  

การค้นคว้าในครั้งนี้ อาจจะไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่ใช่นิยายที่แต่งขึ้นมา เพราะข้อค้นพบที่ได้มา นั้นเกิดจากการเก็บข้อมูลจริง  ด้วยเครื่องมือ และเทคโนโลยี ที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน  

เพื่อลดความลำเอียงของข้อมูล ในเรื่อง

1.จินตนาการของผู้วิจัย  ผมจึงได้ประกาศรับอาสาสมัคร แกะลายเส้น ยานล่องหน จากท่านผู้อ่าน ยังรับเรื่อยๆ นะครับ  คุณสมบัติคือใช้ โปรแกรม MS picture manager และ paint  ได้

2.ข้อมูลภาพถ่าย  ผมประกาศรับภาพถ่าย แปลกๆ จากท่านผู้อ่าน เพื่อนำมาวิเคราะห์ กรณีที่สงสัยว่า เป็น UFO ซึ่งปัจจุบัน ก็มีส่งเข้ามาทาง เมล์  yanyong007@windowslive.com  หลายท่านแล้ว และ กำลังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์    

ทั้งนี้เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า สิ่งที่ทีมวิจัยค้นพบ มีอยู่จริงในธรรมชาติ เพียงแต่ขาดการศึกษาในเชิงลึก และนำเสนออย่างตรงไปตรงมา

 

อ้างอิง : พระธรรมปิฎก,พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม , สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  , พ.ศ. 2546. หน้า 232
พระธรรมปิฎก , พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์ , สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พ.ศ. 2546. หน้า 13




ผมได้นำท่านไปเยี่ยมชมผาแต้ม มาหลายต่อหลายเที่ยว แต่กลับไม่ได้แนะนำให้ท่านได้รู้จักกับ ท่านเจ้าบ้าน จึงขอโอกาสนี้แนะนำให้ท่านรู้จักกับ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม คนปัจจุบัน คือ คุณกวี ประสมพล  ตามประวัติการทำงาน ท่านผู้นี้เป็นนักพัฒนา ทั้งงานบริหาร และ การจัดภูมิทัศน์ ซึ่งฝีมือขั้นเซียน ทีเดียว ผลงานที่โดดเด่น ก็คือ การจัดภูมิทัศน์ที่ดอยตุง ครับ 


    คุณกวี ประสมพล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ผาแต้ม  (ข้อมูลเมื่อ  20 มกราคม 2554)

พวกเราเองจะได้เห็นภูมิทัศน์ ที่อุทยานแห่งนี้ สวยงาม โดดเด่น เป็นธรรมชาติ อย่างลงตัว ในเร็วๆวัน ให้เหมาะสมกับที่จะก้าวขึ้นไปเป็นมรดกโลก อย่างเต็มภาคภูมิ  ขอร่วมเป็นกำลังใจ คณะทำงานทุกท่าน อีกแรง และ กราบขอบพระคุณ ในความเสียสละ ความทุ่มเท ทั้งหลายทั้งปวง เพื่อสังคมส่วนรวม ในครั้งนี้  ในฐานะของสื่อ ก็จะเป็นผู้ฉายภาพดังกล่าว ให้สังคมได้รับทราบ เป็นระยะๆ


        ท่านครับ !! ในหน้าต่อไป จะเป็นภาพยานUFO ล่องหน !!  ที่ ท่านผู้อ่านถ่ายภาพได้

เมื่อ วันที่ 5 ก.พ. 54  เห็นเมฆ รูปร่างแปลกๆ....     กำลังแกะลายเส้น อยู่ครับ รอซักนิด....




เดี๋ยวมา ครับผม ..


ยรรยง ฅนค้นผี yanyong007@windowslive.com / ปรียากรณ์





*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 51 ความเห็น, หน้า | 1 | 2 | 3 |
ความเห็น 15 15 พ.ค. 2553 (08:42)
ครับ ตามหลักฐาน อารยะธรรมแหล่งต่างๆของโลก ก็บ่งชี้ ว่าน่าจะ มีหลายเผ่าพันธุ์
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 16 27 พ.ค. 2553 (13:49)
น่าสนใจมากครับ จะรอติดตามผลงานอีกนะครับ
tongsuke
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 49 ดวง

ความเห็น 18 9 มิ.ย. 2553 (19:05)
เมื่อไหร่โลกเราจะสร้างเครื่องย้อนเวลาได้คะ
จะได้ไม่ต้องหาคำตอบอะไรให้มันมากมาย
และที่สำคัญจะได้เห็นกันจะๆ
ได่ต้องมานั่งเถียง นั่งมั่วนั่งเดากันให้ปวดหัวเปล่าๆ
betell
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 19 9 มิ.ย. 2553 (19:40)
มา up ไวๆนะคะ
จะรอค่ะ


น่าสนใจมาก
betell
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 20 10 มิ.ย. 2553 (09:32)
จากภาพเขียน อายุกว่า 4,000 ปี จ. อุบลราชธานี "ตีความ"จากภาพได้ว่า มนุษย์ต่างดาว"อาจ"เคยมาเยือนโลกมนุษย์

ขณะเดียวกันในดินแดนไอยคุปต์ ที่มีการสร้างพีระมิด หรือ 5,000 กว่าปีมาแล้ว ก็"อาจ"เกี่ยวพันกับมนุษย์ต่างดาวด้วยก็เป็นได้
เพราะมีเรื่องราวน่าเชื่อหลายอย่าง..เช่น การตีความจากหน่วยวัดในการสร้างพีระมิดที่เรียกว่า Royal Cubit
ซึ่งมีค่าเท่ากับ 1.0479 เมตร หรือ 523.96 มม. ซึ่งเกิดจาก อัตราส่วนระหว่างค่าไพกับความเร็วแสง ปัจจุบัน
(3.14159265/2.99792458=1.0479)

คำถามคือ หากสร้างพีระมิดด้วยหน่วยวัดนี้ ความเร็วแสงจะถูกรู้ล่วงหน้าได้อย่างไร หรือ หน่วยวัดเมตรและวินาทีถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว หรือว่า หน่วยวัดเมตร มีที่มีแปลกประหลาดที่พิสดารและถูกกำหนดโดยอารยธรรมอื่นก่อนตกถึงมือมนุษย์ หรือว่ามี ศาสตร์ที่ล่วงรู้อนาคต หรือ...???
pudalay
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 21 11 มิ.ย. 2553 (23:13)
ปิรามิด เป็นอีกหนึ่งสิ่งก่อสร้าง ที่บ่งชี้ ถึงวิทยาการ ที่ล้ำหน้า เกินกว่า คนในยุคนั้นจะคิดได้เอง วิทยาการเชิงช่าง น่าจะถูกถ่ายทอดมาจาก ผู้ที่เป็น ครู และ ครู ของชาวโลก ในยุคสมัยนั้น ก็น่าจะเป็น มนุษย์ ที่มาจากดาวดวงอื่น อย่างที่
คุณ pudalay ตั้งข้อสังเกต เอาไว้ ครับ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 22 28 มิ.ย. 2553 (21:52)
นึกถึงรูปทรงของผีตาโขน สัมพันธ์กันอย่างไรรือ
bussarinkhonken
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 23 2 ก.ค. 2553 (18:32)
มนุษย์อาจเป็นสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่มนุษย์ต่างดาวนำมาทิ้งไว้แล้วปล่อยให้อยูตามลำพังและพัฒนาการมาจนถึงยุคปัจจุบันก็เป็นได้
amnartpitu
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 24 2 ก.ค. 2553 (23:45)
น่าสนใจครับ คุณบุษริน ในประเด็น ที่เกี่ยวกับ ผีตาโขน โดยส่วนตัว ยังไม่ได้ศึกษาเรื่องดังกล่าวอย่างลึกซึ้ง จึงยังไม่มีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ ประเด็นดังกล่าว ครับผม ถ้าคุณบุษริน มีข้อมูลที่น่าสนใจ ส่งเข้าเมล์ผมได้เลย นะครับ เผื่อจะมีอะไรดีๆ ก็อาจจะเป็นได้

อืม.. อย่างที่ คุณอำนาจ ว่า ก็ เป็นหนึ่งในข้อ สันนิษฐาน ที่ทีมวิจัย ได้เขียนเอาไว้ เช่นกันครับ เราจะแปลจารึกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดทุกหน้า และอาจจะก้าวข้ามไปแปลจารึก รูปภาพสมัยถ้ำ ตามแหล่งอารยะธรรมต่างๆ ในทั่วโลก เผื่อจะได้คำตอบ ของ ข้อสันนิษฐาน ตามที่คุณอำนาจ ให้ข้อสังเกตเอาไว้ ครับผม
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 25 9 ก.ค. 2553 (16:34)
ผมสนใจศึกษาเรื่องนี้เหมือนกัน ได้อ่านพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าที่กล่าวถึง มนุษย์ในโลกอื่นหรือมนุษย์ต่างดาว
แล้ว ยิ่งรู้สึกปิติในความรอบรู้ของพระองค์และพุทธศาสนามาก ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์ทั้งสองทำงานค้นคว้า และถอดรหัสปริศนาชิ้นนี้ ให้สำเร็จโดยเร็ววันครับ รักษาสุขภาพด้วยนะครับ
TAQ2012
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 49 ดวง

ความเห็น 26 10 ก.ค. 2553 (19:22)
ทีมวิจัยกราบขอบคุณ กำลังใจจาก คุณTAQ2012 เป็นอย่างสูง คุณเองก็เช่น ให้มีสุขภาพสมบูรณ์
เป็นกำลังที่สร้างสรรค์ สำหรับสังคมโลก เฉกเช่นเดียวกัน
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 27 11 ก.ค. 2553 (13:58)
แวะเข้ามาชมงานวิจัยชิ้นนี้หลังจากที่ไม่ได้อ่านมาเสียนาน

งานค้นคว้าของคุณยรรยงละเอียดขึ้นและน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆจริงๆครับผม ทีมค้นคว้าของคุณยรรยงก็ยอดเยี่ยมและทำงานได้มีประสิทธภาพน่าดูเลยนะครับ ถึงสามารถตีความรูปภาพและมาอธิบายได้อย่างแจ่มแจ้งขนาดนี้

จะแวะมาใหม่เรื่อยๆนะครับ อยากรู้ว่าจะค้นพบอะไรที่น่าสนใจแบบนี้เพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า
นายศรา
ร่วมแบ่งปัน993 ครั้ง - ดาว 276 ดวง

ความเห็น 28 4 ส.ค. 2553 (20:58)
ขอบพระคุณมากครับที่ให้เกียรติ ติดตามผลงาน
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 29 15 ต.ค. 2553 (11:28)
แย้งได้ครับ มากมายเลย
1.ช้าง + ปลา เป็นปลาบึก อย่างนั้น ปลาวาฬก็ ไดโนเสาร์ + ปลาช่อน อ่ะสิครับ
2. ในเมื่อมนุษย์ถ้ำมีความฉลาดถึงขนาด ร่วมรับรู้ว่า กระบวนการการตัดต่อ ดีเอ็นเอ สร้างปลาบึก เป็นอย่างไร จนถึงขนาดที่รู้ว่า มันมีดีเอ็นเอนะตรงนั้น รูปร่างอย่างนี้ อย่างนั้น แล้วไหง เขียนภาพที่ดูเข้าใจยากมาล่ะทำใม ทั้งๆที่สามารถเข้าใจกระบวนการทางวิทย์ รับรู้สิ่งที่เล็กถึงขนาดโครโมโซม ดีเอ็นเอ ขนาดนั้น
และอีกอย่าง ถ้าเขียนภาพด้วยเลเซอร์ หรือ อะไรก็ตามแต่ ที่มันเป็นเทคโนโลยีที่ไม่มีในโลกนี้ ทำไมมันดูเข้าใจยากจัง ขนาดเครื่องปริ๊นท์แบบพ่นน้ำหมึกยัง วาดประณีตกว่าเลย ถึงจะว่าเป็นเพราะเขียนด้วยมือของมนุษย์เหมือนที่ว่า การพ่นสีในปัจจุบัน ยากที่จะคุทได้ดังใจ เลยดูเบี้ยวๆ ถามอีกที ถ้าเราเก่งด้านการเรียนรู้วิธีใช้ผลิตภัณฑ์วิทย์ต่างดาวได้ ถึงขนาด ทำสงครามกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ อย่างจิตได้ แล้วด้านศิลป์ วาดรูปเล่าเรื่อง ทำไมมันถึงห่วยได้ใจขนาดนั้นล่ะครับ???
3. ออกหาปลา กะ ซ๊าง ให้ต่างดาว, มีสิ่งก่อสร้างเฉพาะของผู้นำ หรือนักวิทย์ เป็นสัดส่วน----แล้วมนุษย์ถ้ำมันเจือกไปเห็นได้ยังไง (ฟระ) ว่าต่างดาวมันทดลองอะไร แล้วมันจะสร้างอาคารที่มีการป้องกันและตรวจสอบอย่างแน่นหนา มาไว้ ทำ เผือกอะไรอ่ะครับ
4. "เทคโนโลจิต" คุ้นป่าวครับคำนี้--- ถ้าถึงขนาดใช้จิตควบคุมเครื่องจักร ใช้พลังจิตเป็นพลังงานเครื่องจักรได้ แล้วไหง ต้องทดลองตัดต่อดีเอนเอปลาด้วยล่ะ น่าจะใช้จิตหยั่งรู้ได้นี่นาว่าปลากะช้างมันรู้สึกอย่างไร สามารถคุยกันผ่านโทรจิตได้ แล้วไหงยังไปทดลองกะสัตว์อีกล่ะ ทำใมมันไม่เข้าใจความรู้สึกของสัตว์ล่ะ
5. มาด้วยจิต จึงเดินทางได้เร็ว แล้วตอนต้นที่ว่า นั่นไง รูปยาน และ คนเดินออกมาจากยาน โอ้ว นั่นไงการทดลอง นั่นนักวิทย์ เอิ้ว นั่น มันวิ่งหนีวัว นักวิทย์วิ่งหนีวัว ว้าวว ดูลักษณะกะโหลกสิ โว้วววว อ้าวก่อจราจล ถูกทำร้าย ต้องเอากองกะลังหุ่นกาแป๋งรูป "ข้อง" มาช่วย
มาด้วยจิต เหอๆ มาด้วยจิต ไหงมันตีกันยุ่งล่ะนั่น ขุดหลุมฝังตัวเองรึเปล่า
VIEWSANGTAH
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 51 ดวง

ความเห็น 30 16 ต.ค. 2553 (03:07)
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ครับ สำหรับ คุณ viewsangtha ที่ได้ร่วมให้ความเห็นแย้ง....

ซึ่งผมเห็นว่า ... เป็นความคิดเห็นที่วิเศษมาก ... และเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ท่านได้สละเวลาอันมีค่า คิดวิเคราะห์ ร่วม

ไปกับพวกเรา ....

..... ก็คงจะเป็นเรื่องยาก ที่จะมีใครล่วงรู้เรื่องราวในอดีตเมื่อหลายพันปี ได้อย่างแจ่มชัด หรือ ถูกต้อง

แต่... นี่แหละ คือ ความมีเสน่ห์ ของร่องรอยจากอดีต... ที่ทำให้เราอยากค้นหา

...ไม่ว่าจะเป็นเพียง การตีความ จากร่องรอยอย่างผิดๆ ถูกๆ ในชาตินี้ ที่เราได้เกิดมาเป็น คนอุบล ...

...แม้มันจะเป็นเพียงเรื่องเล่าก่อนนอน หรือ เพียงแค่นิทานกล่อมเด็ก หรือ นิยายเพ้อฝัน .... เรา เอง ....

ก็มีความภาคภูมิใจ ที่เป็นลูกหลานของที่นี่ ใช้ความรู้ กำลังปัญญา กำลังทรัพย์ ตามมีตามเกิด ของตน ...

ตั้งแต่ปี 39 จวบถึงปัจจุบัน ... เพื่อสืบสานสิ่งที่บรรพบุรุษ ก่อกำเนิดไว้ ไม่ได้ต้องการเพียงผล ที่ถูก หรือ ผิด

หากแต่ต้องการกระตุ้น ให้เยาวชนเกิดการคิด ไม่เพิกเฉย ดูแคลน ว่าสิ่งนั้น ล้าหลัง แล้ว หันไปสนใจ เพียงเกมส์

MP3 มิวสิค ท่าเต้น เทรนด์แฟชั่น คอนเสิร์ท การพนันบอล สิ่งเสพติด รถซิ่ง หรือ หลงในวัฒนธรรม

ของต่างชาติ ที่แพร่ผ่านสื่อ ต่างๆดังที่เห็น และเป็นอยู่ .....

...... ถ้าเยาวชนยุคนี้ มีความคิดเห็น ได้เสี้ยวหนึ่งของ.....คุณ viewsangtha .....

ผมว่า สังคมไทย ยุคใหม่ จะเป็นสังคมแห่งปัญญา อย่างที่ ศาสตราจารย์ด๊อกเตอร์ เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

กล่าวเอาไว้ ได้อย่างแน่นอน

ทีมวิจัย ต้องกราบขอบพระคุณ คุณ viewsangtha เป็นอย่างสูง อีกครั้ง จะเป็นเกียรติอย่างสูง

หากจะกรุณา สนทนากันที่เมล์ yanyong007@windowslive.com ครับผม
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 31 16 ต.ค. 2553 (04:35)
ผมขออนุญาต ลองตอบข้อซักถามดังกล่าว สักเล็กน้อย แต่ไม่ใช่การโต้ เพื่อเอาชนะ หรือ หาข้อยุติแต่อย่างใด เป็นไปเพื่อกระตุ้นให้เกิดแง่คิด ครับ

1.ช้าง + ปลา เป็นปลาบึก อย่างนั้น ปลาวาฬก็ ไดโนเสาร์ + ปลาช่อน อ่ะสิครับ

....ไม่รู้สิครับ เพราะเราตีความจากรูปที่เห็น.....


2. ในเมื่อมนุษย์ถ้ำมีความฉลาดถึงขนาด ร่วมรับรู้ว่า กระบวนการการตัดต่อ ดีเอ็นเอ สร้างปลาบึก เป็นอย่างไร จนถึงขนาดที่รู้ว่า มันมีดีเอ็นเอ นะตรงนั้น รูปร่างอย่างนี้ อย่างนั้น แล้วไหง เขียนภาพที่ดูเข้าใจยากมาล่ะ

.....ในแง่ของความเป็นจริง คนที่ฉลาด หรือ นักวิทยาศาสตร์ หากไม่ได้รับการฝึกฝนทางด้าน จิตรกรรม มาโดยเฉพาะก็ยากที่จะวาดภาพได้สวย อย่างในยุคปัจจุบัน เราจะเห็น เด็กศิลป์ที่วาดภาพสวยๆ ก็หาได้เฉลียวฉลาด ทางวิทย์ หรือ การคำนวนแต่อย่างใดไม่ บางคนอาจจะเรียนไม่จบ ซะด้วยซ้ำ......


ทำใม ทั้งๆที่สามารถเข้าใจกระบวนการทางวิทย์ รับรู้สิ่งที่เล็กถึงขนาดโครโมโซม ดีเอ็นเอ ขนาดนั้น

….. ความสามารถทางความฉลาดไม่ส่งผลต่อความสามารถทางการวาดภาพ ครับ....

และอีกอย่าง ถ้าเขียนภาพด้วยเลเซอร์ หรือ อะไรก็ตามแต่ ที่มันเป็นเทคโนโลยีที่ไม่มีในโลกนี้ ทำไมมันดูเข้าใจยากจัง ขนาดเครื่องปริ๊นท์แบบพ่นน้ำหมึกยัง วาดประณีตกว่าเลย ถึงจะว่าเป็นเพราะเขียนด้วยมือของมนุษย์เหมือนที่ว่า การพ่นสีในปัจจุบัน ยากที่จะคุทได้ดังใจ เลยดูเบี้ยวๆ

ถามอีกที ถ้าเราเก่งด้านการเรียนรู้วิธีใช้ผลิตภัณฑ์วิทย์ต่างดาวได้ ถึงขนาด ทำสงครามกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ อย่างจิตได้ แล้วด้านศิลป์ วาดรูปเล่าเรื่อง ทำไมมันถึงห่วยได้ใจขนาดนั้นล่ะครับ???

......อันนี้เราก็ไม่อาจจะคาดเดาได้ ว่า เพราะอะไร
แต่สิ่งที่เราเห็นจากภาพก็คือ ความหมายที่แฝงไว้ และการตั้งใจใช้ภาพลายเส้น สีโมโนโครม(การใช้สีเดียว) เป็นตัวเก็บบันทึก เพราะต้องการรักษาเรื่องราว ให้คงความหมายตรงกัน ในทุกสมัย ตราบเท่าที่ภาพยังไม่ผุกร่อน ถ้าใช้หลายสี เมื่อสีใดสีหนึ่งหลุดร่อนไป การสื่อความหมายก็จะเปลี่ยนไป ตามยุคสมัย และ ภาพลายเส้นที่วาด มีลักษณะเหมือนการ์ตูน ง่ายๆ ไร้ฝีมือ

หารู้ไม่ว่า นั่นคือกลยุทธ ทางการบริหาร ที่ต้องการรักษา องค์ความรู้ ของจารึกดังกล่าว ให้อยู่ได้นานที่สุด ด้วยความที่ไม่สวย จึงไม่สะดุดตาผู้พบเห็น ไม่กระตุ้นความโลภ ของมนุษย์ ถ้ามีความสวยงาม ยกตัวอย่างเช่น ทับหลังนารายณ์ หรือ ศิลปะกรรมที่งดงามต่างๆ ก็จะถูกมนุษย์ผู้มีอำนาจในแต่ละยุคสมัย งัดแงะ แซะไปครอบครอง หน้าผาก็คงถูกทำลายไป ด้วยน้ำมือของมนุษย์ หาใช่กาลเวลา......



3. ออกหาปลา กะ ซ๊าง ให้ต่างดาว,

มีสิ่งก่อสร้างเฉพาะของผู้นำ หรือนักวิทย์ เป็นสัดส่วน----แล้วมนุษย์ถ้ำมันเจือกไปเห็นได้ยังไง (ฟระ) ว่าต่างดาวมันทดลองอะไร

......ภาพที่เราเห็นทั้งหมด น่าจะถูกออกแบบและอนุญาต ให้เผยแพร่ได้ เพื่อแสดงความแตกต่างทางอารยะธรรม เพื่อให้มนุษย์แต่ละยุคสมัย ได้เทียบเคียง และเห็นความเจริญ ทางวิศวกรรม ในยุคนั้นกับยุคของตน........


แล้วมันจะสร้างอาคารที่มีการป้องกันและตรวจสอบอย่างแน่นหนา มาไว้ ทำ เผือกอะไรอ่ะครับ

.......เมื่อเป็นจารึกที่มุ่งเผยแพร่ จึงมีการเปิดเผย คล้ายกับ วิทยาทาน เพื่อให้วิทยาการดังกล่าวได้พัฒนาตัวของมันเองโดยผ่านการเวลา และยุคสมัย.........



4. "เทคโนโลจิต" คุ้นป่าวครับคำนี้--- ถ้าถึงขนาดใช้จิตควบคุมเครื่องจักร ใช้พลังจิตเป็นพลังงานเครื่องจักรได้ แล้วไหง ต้องทดลองตัดต่อดีเอนเอปลาด้วยล่ะ น่าจะใช้จิตหยั่งรู้ได้นี่นาว่าปลากะช้างมันรู้สึกอย่างไร สามารถคุยกันผ่านโทรจิตได้ แล้วไหงยังไปทดลองกะสัตว์อีกล่ะ ทำใมมันไม่เข้าใจความรู้สึกของสัตว์ล่ะ

......ในสภาพความเป็นจริงของทุกสิ่ง ทุกวิทยาการล้วนมีขอบเขต มีเหตุ มีผล และมีข้อจำกัด เราคงไม่อาจก้าวล่วงถึงขนาดที่ต้องไป กะเกณฑ์ และ สอบถาม อดีตว่า ทำไมไม่เป็น เช่นนั้น และ ทำไมต้องเป็น อย่างนั้น เฉกเช่นมนุษย์ ยุคปัจจุบัน ก้าวล้ำไปถึงขั้นผลิตอนุภาคนิวเคลียร์ เพื่อทำลายกันและกัน มีมหาวิทยาลัยถ่ายทอด แลกเปลี่ยนความรู้กันและกัน แตกกลับไม่สามารถรอดพ้นความเจ็บป่วยจากไวรัส จุลินทรีย์เล็กๆ ที่ไม่มีแม้แต่โรงเรียน สอนภาษาอ่านเขียนให้ลูกหลาน แต่เป็นเพียงการโอนถ่ายความรู้ผ่านพันธุกรรม และกาลเวลา จนเปลี่ยนสายพันธุ์ เป็นไข้หวัดนก เด็ดชีพ สัตว์โลกที่ประเสริฐ ได้อย่างง่ายดาย โดยที่เราไม่กล้าปฏิเสธ
เช่นเดียวกัน อย่างที่กล่าวอ้างถึง ขอบเขต เหตุผล และข้อจำกัด แม้ในสมัยพุทธกาล พระอรหันต์แต่ละองค์ ต่างก็มีฤทธิ์ที่แตกต่างกันออกไป ไม่ได้เก่งทุกอย่าง และไม่ได้เก่งเท่ากัน


5. มาด้วยจิต จึงเดินทางได้เร็ว แล้วตอนต้นที่ว่า นั่นไง รูปยาน และ คนเดินออกมาจากยาน โอ้ว นั่นไงการทดลอง นั่นนักวิทย์ เอิ้ว นั่น มันวิ่งหนีวัว นักวิทย์วิ่งหนีวัว ว้าวว ดูลักษณะกะโหลกสิ โว้วววว อ้าวก่อจราจล ถูกทำร้าย ต้องเอากองกะลังหุ่นกาแป๋งรูป "ข้อง" มาช่วย
มาด้วยจิต เหอๆ มาด้วยจิต ไหงมันตีกันยุ่งล่ะนั่น ขุดหลุมฝังตัวเองรึเปล่า

.......มนุษย์โลก เป็นภพภูมิ ที่เกิดของสัตว์โลก ที่เต็มไปด้วยกิเลส และตัญหา
ประวัติศาสตร์โลกแต่ละยุคสมัยก็เต็มไปด้วยการแก่งแย่ง เพื่อให้ตนหรือพวกตน ได้อยู่เหนือผู้อื่น การทะเลาะวิวาท เป็นปกติวิสัยของสัตว์โลก
แม้แต่ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าเอง ก็ยังเกิดความเบื่อหน่ายการไม่ปรองดองของสาวก จนต้อง หลบไปอยู่ในป่าโดยลำพัง จนเป็นที่มาของ พระพุทธรูปปางเลไลย์ ที่มีช้าง มีลิง ถวายอาหารแด่พระพุทธองค์ ….

ถ้าจิตทุกดวงในยุคนั้น เป็นพระอรหันต์ จึงจะไม่มีความขัดแย้ง …........


ที่กล่าวมาข้างต้น ผมทดลองตอบ นะครับ ไม่ได้หักล้างเพื่อเอาชนะ เมื่อเราทำวิจัย มานับสิบปี ก็ต้องมีเหตุผลเชิงวิชาการพอสมควร ครับผม

และ ขอแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บ ลักษณะนี้ เป็นครั้งสุดท้าย นะครับ แต่สนทนาได้อย่างเจาะลึก ทางเมล์ ยินดียิ่ง ครับผม


ทีมวิจัย
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 32 7 พ.ย. 2553 (20:48)
ขออนุญาตแสดงความเห็นเล้กน้อยในประเด็นของสีที่นำใช้เขียนนะครับ ซึ่งผมเข้าใจว่าอาจเป็นไปได้ที่ผู้เขียนน่าจะใช้วัสดุ(media) ที่เป็นยางไม้ท้องถิ่นที่สามารถหาได้ทั่วไปโดยผสมกับเลือดสัตว์หรือสีธรรมชาติอื่นๆมาผสม เนื่องจากยางไม้บางชนิดมีความคงทนมาก อาจเกินหมื่นปีก็มีปรากฏให้เห็น เช่น อำพันไงครับ กระทั่งแมลงอายุนับล้านปีก็สามารถคงสภาพสมบูรณ์และยังคงความสดของสีเอาไว้ได้ภายในยางไม้ ผมจึงขออนุญาติเสนอแนะในประเด็นดังกล่าวครับ

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเลือดสัตว์ หินแร่ที่ทำการบด อินทรีย์วัตถุต่างๆที่นำมาผสมกับยางไม้ก็ย่อมมีความคงทนต่อระยะเวลา หากไม่ได้รับการรบกวนและอยู่ในสภาพอากาศ อุณหภูมิที่เหมาะสม ภาพนั้นก็จะยังคงสภาพอยู่ได้อย่างแน่นอน จึงเป็นไปได้ว่าผู้เขียนอาจทำการผสมขึ้นเองบนโลกนี่แหละครับ
dogtor
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 98 ดวง

ความเห็น 33 12 พ.ย. 2553 (14:16)
จริงอย่างที่คุณdogtorกล่าวไว้ครับ อำพัน จะอยู่ได้นานนับหมื่นปี แต่มีข้อสังเกตจำกัดอยู่ที่ว่า การเกิดอำพัน จะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการทับถมภายใต้ความกดดัน ผ่านกาลเวลามานับหมื่นปี ส่วนในกรณีของภาพเขียนที่อยู่บนหน้าผา ไม่ได้ถูกทับถมอยู่ใต้ดิน แล้วเราไปขุดค้นขึ้นมา หากแต่เป็นหน้าผา ที่มีอยู่แล้ว ประเด็นการที่จะเกิดเป็นอำพัน เหมือนกับอำพันทั่วๆไปที่มีอยู่บนโลก ค่อนข้างจะเป็นไปได้ยาก เว้นแต่มีภาวะความกดดันในลักษณะอื่นเกิดขึ้นในบริเวณนี้

ขอบคุณมากครับผม ประเด็นของสี น่าสนใจมากนะครับ เพราะภาพในยุคถ้ำ ทั่วโลก ใช้เทคนิคและสี ลักษณะเดียวกัน น่าแปลกไหมล่ะ เขาติดต่อสื่อสารกันอย่างไร ในยุคนั้น จึงมีเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันขนาดนั้น
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

ความเห็น 34 15 พ.ย. 2553 (17:38)
ทุกวันนี้ช่างเขียนจิตรกรรมไทยแบบประเพณีก็ยังคงใช้ยางไม้ ชื่อ "กาวกระถิน" มาผสมกับสีฝุ่่น อันเป็นกรรมวิธีที่สืบต่อกันมายาวนาน เท่าที่มีปรากฎในประเทศไทยเราจะเห็นได้จากภาพจิตรกรรมที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาที่ยังคงอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ แต่ในที่สุดก็ชำรุดเนื่องจากปัญหาความชื้นในที่ลุ่มภาคกลาง ฝนที่ชะล้างและน้ำท่วมทุกๆปี ทำให้สีบางส่วนหลุดลอกไป แต่ยังคงไว้ซึ่งความสมบูรณ์อยู่มาก ทั้งเป็นเพราะคุณสมบัติของยางไม้บางชนิดที่มีความเหนียวแน่น สามารถยึดเกาะผิววัสดุได้เป็นเวลายาวนาน

นอกเหนือจากประเทศไทย ตามพื้นที่ต่างๆทั่วโลกย่อมมีอารยะธรรมเป็นของตนเองครับ อารยธรรมของมนุษย์เกิดขึ้นพร้อมๆกัน ยังมียุคที่ผืนโลกเป็นผืนแผ่นเดียวกัน และเมื่อแรงกดดันใต้พิภพได้เคลื่อนผืนดินให้แยกตัวเป็นทวีปต่างๆ อารยธรรมย่อมมีความคล้ายคลึงกันได้ ยกตัวอย่างเช่น ระนาดในแอฟฟริกาและระนาดไทย การสร้างพีระมิดในเมกซิโกและอียิปต์ สถาปัตยกรรมโบราณของกรีกและอินเดีย หรือแม้แต่พืชพันธุ์ เช่น มะม่วงและกล้วยในอเมริกาใต้กับมะม่วงของไทย ในเรื่องความเชื่อเช่นเดียวกัน ลัทธิการบูชาเทพเจ้า บูชาธรรมชาติ มีปรากฎให้เห็นอยู่ทั่วไปในยุคก่อนประวัติศาสตร์ จึงเป็นไปได้ว่าเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันก็อาจมาจากประเด็นที่ผมขออนุญาตหยิบยกขึ้นมานำเสนอครับผม
dogtor
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 98 ดวง

ความเห็น 35 16 พ.ย. 2553 (20:46)
อาจเป็นไปได้อย่างที่คุณdogtorนำเสนอ แต่นั่นก็เป็นเพียงการยกเหตุเทียบเคียง แต่ในประเด็นที่ผมศึกษา ไม่เพียงแต่ความคงทนของสี หรือความคล้ายคลึงกันของวัฒนธรรม ถ้าเราเทียบเคียงอายุของมนุษยชาติตามความรู้ที่เรามี พบว่าคนในยุค 4000 ปี ในแหล่งอารยะธรรมอื่นๆ เป็นเพียงมนุษย์ถ้ำ

การถ่ายทอดอารมณ์ทางศิลปะย่อมมีอยู่ในอารยะธรรมชั้นสูง และภาพที่จารึก บนผาแต้ม ไม่ได้เป็นเพียงแต่ภาพเขียนแบบมั่วๆ หากแต่เป็นการเล่าเรื่องราว เป็นขั้นเป็นตอน เหมือนถูกวางแผนไว้เป็นอย่างดี หน้าผาที่ยาวเกือบ 3 กิโลเมตร เป็นอีกจุดหนึ่งที่บ่งบอกถึงความตั้งใจ ในการทำงาน

ถ้าเป็นเพียงมนุษย์ถ้ำ ก็ไม่น่าจะวาดได้ระยะยาวขนาดนี้ ถ้าจะบอกว่าเขาวาดเพราะมีผู้นำสั่ง หรือ มีผู้นำคอยบงการ

กลับไม่พบ ภาพของผู้นำ หรือ การบูชาเทพเจ้า หรือลัทธิใดๆ อย่างที่คุณเข้าใจ และในเมื่อเขาวาดภาพอื่นๆได้ ทำไมเขาไม่วาดภาพตัวเอง หรือภาพคนที่ตนรัก หรือภาพคนที่ตนเทิดทูน หรือภาพเทพเจ้าที่ตนบูชา

ดูอย่างทุกวันนี้ เราศรัทธาใคร เราก็บูชารูป บูชาเหรียญ สิ่งนี้แหละครับ เป็น ตัวบ่งชี้อีกอย่าง ที่บ่งบอกว่า ผู้วาดภาพ ไม่น่าจะเป็นความคิดของมนุษย์โลก

เพราะมนุษย์โลก จะเต็มไปด้วยความกลัว มักจะสร้างสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงอำนาจ เช่น กลัวความมืด ก็บูชาเทพแห่งแสงสว่าง สร้างเทพเจ้ารา ขึ้นมา เช่นในอารยะธรรมอียิปต์

แม้ในยุคแห่งความเจริญ เราก็มีเทพเจ้าองค์ใหม่ขึ้นเยอะแยะ อาทิ จตุคามรามเทพ หรือ พระนักบวชที่บอกหวยแม่นๆ (ที่ยกตัวอย่างไม่ได้ลบหลู่)

เหตุที่ยกมา เพื่อเปรียบเทียบ ความคิดและจิตใจ ของมนุษย์โลก ฉะนั้นผู้ที่ออกแบบภาพดังกล่าว ไม่น่าจะใช่ชาวโลก ครับผม

โดยความเคารพ ผมชอบใจ มากๆ ที่คุณคิดแย้ง เพราะมันจะทำให้ งานค้นคว้า ของชาติเรา มีสเน่ห์และน่าสนใจ
ยิ่งขึ้น กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ขอรับ

(ถามอีก ถามอีก หุหุหุ)
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 78 ดวง

Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.7961 seconds !