ความเห็น 38 27 ธ.ค. 2553 (15:31) ขออนุญาตอธิบายข้อคิดเห็นของคุณยรรยงทีละย่อหน้านะครับ
คุณยรรยง สินธุ์งาม : ...ถ้าเราเทียบเคียงอายุของมนุษยชาติตามความรู้ที่เรามี พบว่าคนในยุค 4000 ปี ในแหล่งอารยะธรรมอื่นๆ เป็นเพียงมนุษย์ถ้ำ
Dogtor : ไม่ทราบว่า 4,000 ปี คุณนับย้อนจากปีไหน นับย้อนจากปัจจุบัน หรือ B.C. (Before Christ)
ถ้าก่อนคริสต์ศักราช 4,000 ปี ช่วงเวลานั้นคือยุคโลหะ ซึ่งมีการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และสร้างชุมชน มีหลักแหล่งอาศัยอยู่ตามริมแหล่งน้ำ มีการถลุงเหล็ก หล่อสำริด และโลหะชนิดอื่นๆ ดังปรากฎให้เห็นแหล่งอารยธรรมเมโสโปเตเมียในภูมิภาคเอเชียตะวันตก แหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์ในอียิปต์ แหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุในอินเดีย แหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำฮวงโหของจีน และแหล่งวัฒนธรรมบ้านเชียงในประเทศไทย
เมืองโบราณอื่นๆ ในช่วง 4,000 ปีก่อนคริสตกาล ยกตัวอย่าง เช่น วัฒนธรรมอูเบด (Ubaid) ประมาณ 4,200-3,750 B.C.เป็นสมัยเริ่มอารยธรรมคนเมือง (Urban life) ของชาวสุเมเรียน ในระยะแรกชุมชนชาวสุเมเรียนเป็นหมู่บ้านยุคหินใหม่ หมู่บ้านเหล่านี้ได้ขยายตัวขึ้นเป็นชุมชนวัด และในเวลาต่อมา ชุมชนวัดแต่ละแห่งได้พัฒนาขึ้นเป็นเมือง ที่สำคัญ ได้แก่เมืองเออร์(Ur) เมืองอิเรค (Ereck) เมืองอิริดู (Eridu) เมืองลากาซ (Lagash) และเมืองนิปเปอร์ (Nippur) แต่ละเมืองมีชุมชนเล็กๆ ที่รายรอบอยู่เป็นบริวาร ทำให้มีลักษณะเป็นรัฐขนาดเล็กที่เรียกว่านครรัฐ (City State)
การขุดพบหมู่บ้านที่เมืองจาร์โม ซึ่งมีอายุราว 8,000 - 7,000 B.C. ในอิรักใกล้แม่น้ำไทกรีส เมืองซาทาลฮือยึค ภายใต้การปกครองของอนาโตเลีย
การขุดพบเมืองอัมรี บริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุ มีอายุราว 4,000 B.C.
คุณยรรยง สินธุ์งาม : ....เหมือนถูกวางแผนไว้เป็นอย่างดี...
Dogtor : ก็อย่างที่คุณยรรยงว่า "การวาดภาพเป็นการเล่าเรื่องราว"
ซึ่งผมจะอธิบายว่าแม้จะเป็นการเล่าเรื่องราวแต่เนื้อหาที่ปรากฎนั้นก็เป็นรูปภาพที่เขียนขึ้นเพื่อการบันทึกเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน (เพราะในสมัยนั้นยังไม่มีการคิดค้นระบบตัวอักษรขึ้นมา) ได้แก่ การล่าสัตว์ เครื่องมือดักปลา พิธีกรรม ฯลฯ ภาพที่เขียนจึงไม่ได้มีการจัดองค์ประกอบทางศิลปะหรือคิดconceptไว้ล่วงหน้า แต่เป็นการเขียนแบบวันต่อวันตามแต่ประสบการณ์ที่ได้พบเจอในชีวิตประจำวัน
ดังจะเห็นได้จาก ภาพเขียนบนเพิงผากับผนังถ้ำมีรูปคนทำท่าคล้ายกบ และภาพกลองมโหระทึกจะพบทั่วไปทั้งในบริเวณประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง แต่ที่มีมากและยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ในมณฑลกวางสี ทางตอนใต้ของจีน
ในโถงวัวของถ้ำลาส์โกซ์ในแคว้นดอร์ดอญของประเทศฝรั่งเศสมีจิตรกรรมผนังถ้ำที่เป็นที่ถูกเขียนขึ้นระหว่าง 15,000 - 10,000 B.C.
***ลองคิดดูว่า หากมีการวางแผนไว้*เป็นอย่างดี* จะsketch(ภาพร่างแนวความคิด)กันอย่างไรเพื่อที่จะเขียนภาพที่มีความยาวเกือบ 3 กิโลเมตร?
คุณยรรยง สินธุ์งาม : ถ้าเป็นเพียงมนุษย์ถ้ำ ก็ไม่น่าจะวาดได้ระยะยาวขนาดนี้ ถ้าจะบอกว่าเขาวาดเพราะมีผู้นำสั่ง หรือ มีผู้นำคอยบงการกลับไม่พบ ภาพของผู้นำ หรือ การบูชาเทพเจ้า หรือลัทธิใดๆ อย่างที่คุณเข้าใจ และในเมื่อเขาวาดภาพอื่นๆได้ ทำไมเขาไม่วาดภาพตัวเอง หรือภาพคนที่ตนรัก หรือภาพคนที่ตนเทิดทูน หรือภาพเทพเจ้าที่ตนบูชา
Dogtor : อย่าว่าแต่มนุษย์ถ้ำเลย แม้แต่มนุษย์ในยุคปัจจุบัน หลายคนยังวาดภาพเหมือนตัวเองไม่ได้เลย (ถ้าให้วาดภาพคนอื่นก็อย่าได้พูดถึง 555)
คุณยรรยง สินธุ์งาม : ดูอย่างทุกวันนี้ เราศรัทธาใคร เราก็บูชารูป บูชาเหรียญ สิ่งนี้แหละครับ เป็น ตัวบ่งชี้อีกอย่าง ที่บ่งบอกว่า ผู้วาดภาพ ไม่น่าจะเป็นความคิดของมนุษย์โลก เพราะมนุษย์โลก จะเต็มไปด้วยความกลัว มักจะสร้างสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงอำนาจ เช่น กลัวความมืด ก็บูชาเทพแห่งแสงสว่าง สร้างเทพเจ้ารา ขึ้นมา เช่นในอารยะธรรมอียิปต์ แม้ในยุคแห่งความเจริญ เราก็มีเทพเจ้าองค์ใหม่ขึ้นเยอะแยะ อาทิ จตุคามรามเทพ หรือ พระนักบวชที่บอกหวยแม่นๆ (ที่ยกตัวอย่างไม่ได้ลบหลู่)
Dogtor : --"
คุณยรรยง สินธุ์งาม : เหตุที่ยกมา เพื่อเปรียบเทียบ ความคิดและจิตใจ ของมนุษย์โลก ฉะนั้นผู้ที่ออกแบบภาพดังกล่าว ไม่น่าจะใช่ชาวโลก ครับผม
Dogtor : ในกรณีของภาพเขียนนั้น หากไม่มีการวาดเส้นง่ายๆขึ้นมาก่อน ก็ไม่อาจมีศิลปินเอกของโลกผู้สร้างผลงานอันมหัศจรรย์ที่เราทุกคนแทบไม่เชื่อสายตาว่าจะเป็นฝีมือการสร้างสรรค์ของมนุษย์ด้วยกันเอง
ซึ่งผมก็เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตต่างดาวก็น่าจะมีอยู่จริง แต่บางทีวิวัฒนาการของเขาอาจยังน้อยกว่าเราก็ได้ ดังนั้นเราจึงไม่ควรปรามาศภูมิปัญญาของชาวมนุษย์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบรรพบุรุษ แล้วยกความดีไปให้ชาวต่างดาวเสียทั้งหมด
dogtor
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 98 ดวง