อยากทราบสูตรการทำน้ำหมักชีวภาพ ตามสูตรของพระเจ้าอยู่หัวครับ

อยากทราบสูตรการทำน้ำหมักชีวภาพ ตามสูตรของพระเจ้าอยู่หัวครับ จะนำมาศึกษาครับ


ความคิดเห็นที่ 8 

hamerune
27 ต.ค. 2551 20:43
  1. Thanks  A lot ค่ะ




ความคิดเห็นที่ 3

Thanachot (Guest)
18 พ.ค. 2551 08:18
  1. ขอบคุณคร้าบ    คุณสุวิญชา     ที่มาเล่าสู้กันฟัง  ผมจะนำสูตรของคุณมาใช้ในสวนผัก


     


             ขอบคุณ


     


     




ความคิดเห็นที่ 5

xrebmeced16@hotmail.com (Guest)
6 มิ.ย. 2551 13:21
  1. อยากให้บอกสูตรทำน้ำยาซักผ้า  หรือสบู่  เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยประหยัดเงิน  และต้องใช้ในชีวิตประจำวันทุก ๆ  วัน 




ความคิดเห็นที่ 11

boonthip38@hotmail.com (Guest)
28 พ.ค. 2552 16:59
  1. ขอพระเจ้าอวยพรแด่ผู้จัดทำ web นี้ทุกท่าน
    เป็นสาระประโยชน์กับสังคมมากๆ
    ชอบใจที่ยังมีผู้คนที่มีน้ำใจดั่งท่านที่ทำwebนี้
    ทำต่อไป ขอให้พระเจ้าอวยพรกิจการงานที่ทำทุกอย่าง
    บุญทิพย์




ความคิดเห็นที่ 12

นัทจัง (Guest)
12 มิ.ย. 2552 07:26
  1. ขอบคุณนะคะที่นำสิ่งดีๆมาให้คะ พระเจ้าอวยพระพรนะคะ




ความคิดเห็นที่ 33

nong (Guest)
27 เม.ย. 2553 13:44
  1. จะกำจัคราบไขมันจากการทำปุ๋ยน้ำหมักที่ได้จากเศษอาหารอย่างไรดีครับ



ความคิดเห็นที่ 9

ชล (Guest)
17 พ.ย. 2551 21:48
  1. ความเห็นเพิ่มเติมท่2 การใช้น้ำหัมกชีวภาพ บ้วนปาก  ทำให้ฟันเสีย  เพราะน้ำหมักชีวภาพ มีความเป็นกรด  ไม่ควรบ้วนปาก ครับ




ความคิดเห็นที่ 7

สนใจเรียน (Guest)
7 ก.ค. 2551 14:04
  1. อยากทราบทุกเรื่องนั่นแหล่ะคะ



ความคิดเห็นที่ 10

น้ำหมักชีวภาพต่าง ๆ (Guest)
12 ธ.ค. 2551 12:04
  1. น้ำหมักจุลินทรีย์หน่อกล้วย


     


    ส่วนผสม


    ·       หน่อกล้วยสับละเอียด           30    กิโลกรัม


    ·       กากน้ำตาล                             10    กิโลกรัม


    วิธีทำ


                 นำหน่อกล้วยสับละเอียดคลุกเคล้ากับกากน้ำตาล หมักนาน  7  วัน กรองเอากากออก  ก็จะสามารถนำน้ำหมักไปใช้งานได้


    วิธีใช้


                 นำจุลินทรีย์หน่อกล้วยอัตรา  20 40 ซีซี นำมาผสมน้ำ 20 ลิตร ราดรดรอบชายพุ่มต้นไม้ก็จะช่วยย่อยสลายเศษซากวัชพืช ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ทำให้พืชสามารถดึงธาตุอาหารไปใช้ประโยชน์ได้อย่างสะดวกมากขึ้น


                 


    น้ำหมักชีวภาพสูตร 1 บำรุงต้น


                    พืชผักสด      :    กากน้ำตาล
                   3  กิโลกรัม        1  กิโลกรัม


    ใช้หมักฟางในนาข้าว อัตราประมาณ 5 ลิตร/น้ำ 200 ลิตร/ไร่ โดยปล่อยไปกับน้ำที่ไขเข้านาและฉีดพ่นข้าวตั้งแต่อายุ 15 - 45 วัน อัตรา 30 - 50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ทุก 5 - 7 วัน สำหรับพืชผัก ใช้ฉีดพ่นทางใบ อัตรา 15 - 20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร สลับกับให้พร้อมกับน้ำระบบสปริงเกอร์หรือรดด้วยบัวรดน้ำ อัตรา 30 - 50 ซีซี/น้ำ 30 ลิตร ทุก 15 - 20 วัน


                   


    น้ำหมักชีวภาพสูตร 2 บำรุงดอก


    ผลไม้สุก       :    กากน้ำตาล
                   3  กิโลกรัม        1  กิโลกรัม


                   ใช้กับพืชผัก และไม้ผล บำรุงต้นก่อนออกดอก ฉีดพ่นทางใบหรือรดลงดินรอบบริเวณโคนต้นอัตรา 30 - 50 ซีซี/น้ำ 20ลิตร ทุก 5 - 7 วัน


     


    น้ำหมักชีวภาพปลาสดหรือหอยเชอรี่ บำรุงลำต้น


                   ปลาสดหรือหอยเชอรี่       :         กากน้ำตาล
                       1  กิโลกรัม                      1  กิโลกรัม


                   ใช้กับผักกินดอก ผักกินผล และไม้ผลต่าง ๆ ฉีดพ่นทางใบในระยะออกดอกและติดผล อัตรา 15 - 20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตรสลับกับให้พร้อมกับน้ำระบบสปริงเกอร์ หรือรดด้วยบัวรดน้ำ อัตรา 30 - 50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ทุก 5 - 7 วัน


     


    ฮอร์โมนไข่เร่งดอก


    ส่วนประผสม


    ไข่ไก่สด                                                5 ก.ก.
    กากน้ำตาล                                            5 ก.ก.
    ยาคูลท์                                                   1 ขวด
    ลูกแป้งข้าวหมาก                 1 ก้อน


    วิธีทำ


    ชั่งกากน้ำตาลในถังที่จะใช้หมัก 5 กก. ใส่ไข่ไก่ลงไปทั้งฟองไม่ต้องตอก 5 กก. จากนั้นใช้ไม้ที่จะใช้คนกระทุ้งไข่ให้แตก โดยยังไม่ต้องคนจนกว่าไข่ทุกฟองจะแตกหมดจึงเติมยาคูลท์ลงไป ลูกแป้งข้าวหมากใส่ถุงพลาสติก บี้ให้เป็นผงเสียก่อนจึงใส่ลงไป จากนั้นคนส่วนผสมทั้งหมด ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน หาฝาปิดให้เหลือช่องอากาศแต่น้อย นำไปเก็บในที่ร่มอากาศถ่ายเทสะดวกหมักไว้ 7 วัน ไม่ต้องคน จากนั้นมาใช้ได้


    วิธีใช้


    ผสมฮอร์โมนไข่ 5-10 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วต้นพืช ทั้งบนใบและใต้ใบให้เปียกชุ่มโชก ช่วงตอนเย็นแดดอ่อน หรือ ราดรดลงดินรอบทรงพุ่มอัตรา 20-40 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 5 - 7 วัน ต้นไม้จะเจริญสมบูรณ์แข็งแรงดี ให้ดอกออกผลรวดเร็วเกินคาดดินร่วนซุยอุ้มน้ำ น้ำและอากาศถ่ายเทสะดวก


    ถ้าเก็บฮอร์โมนไข่ไร้นานเกิดจับแข็งตัว ให้เติมน้ำมะพร้าวอ่อนลงไปคนพอเหลว หากผสมฮอร์โมนไข่เพื่อฉีดพ่นอาจต้องกรองเปลือกไข่ออกเพื่อป้องกันหัวฉีดอุดตัน


     


    การผลิตปุ๋ยหมักระบบกองเติมอากาศ


    1. การเตรียมวัสดุ


    ผสมเศษพืชคลุกเคล้ากับมูลโค ในอัตราส่วน 3:1 โดยปริมาตร พร้อมกับให้ความชื้น


    2. การขึ้นกองปุ๋ย


    นำกิ่งไม้วางก่ายไปมาบนท่อพีวีซีเจาะรูขนาด 4 นิ้ว ที่ต่อมาจากพัดลมเติมอากาศขนาด 3 แรงม้า กิ่งไม้จะช่วยการกระจายอากาศภายในกองปุ๋ย นำวัตถุดิบคลุกเคล้าและรดน้ำให้ทั่วพอเปียกหมาดวางทับตามยาวให้เป็นรูปสามเหลี่ยมปริซึม มีความกว้างฐาน 2.5 เมตร สูง 1.0 เมตร ยาว 3.5 เมตร กองบนลานดินกลางแจ้ง ไม่ต้องมีโรงเรือน



     


     


     


     


    ท่อพีวีซีเจาะรู 4 นิ้ว และกิ่งไม้ช่วยการกระจายอากาศ            กองวัตถุดิบที่ขึ้นกองเสร็จ


     


    3. การเติมอากาศ


    เปิดพัดลมเติมอากาศวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและเย็น ครั้งละ 15 นาที ทุกวัน เป็นเวลา 30 วัน


    หรือมากกว่า จนกว่าการหมักจะเสร็จสิ้น ปุ๋ยที่หมักได้จะมีน้ำหนักเบา มีสีดำ ร่วน และไม่มีกลิ่น การเติมอากาศนานกว่านี้อาจจะทำให้กองปุ๋ยเย็นลง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์



     


     


     


    พัดลมเติมอากาศขนาด 3 แรงม้า


    4. การดูแลกองปุ๋ย


    ตรวจสอบความชื้นทุก ๆ 4-5 วัน โดยล้วงมือเข้าไปทดลองจับปุ๋ยตรงกลางกองปุ๋ยและบีบดู ซึ่งวัสดุไม่ควรจะแห้งเกินไปหรือมีน้ำไหลเยิ้มติดมือ การเติมน้ำทำได้โดยใช้ไม้แทงกองปุ๋ยเป็นระยะ ๆ ถึงกลางกองปุ๋ยแล้วเติมน้ำ ไม่ต้องพลิกกลับกองหรือคลุมกองปุ๋ย



     


     


     


    5. บ่มและการบรรจุถุง


    เมื่อการหมักสิ้นสุดลง ย้ายปุ๋ยเข้าในที่ร่มแล้วทิ้งไว้เฉย ๆ เป็นเวลา 20-30 วัน เพื่อบ่มให้ปุ๋ยมีความเสถียรหรือให้จุลินทรีย์สงบตัว หลังจากนั้นนำไปบรรจุถุง การหมักปุ๋ย 1 กองจะได้ปุ๋ยขนาดถุงละ 30 กิโลกรัม ประมาณ 50 ถุง


     


    สูตรน้ำหมักชีวภาพ


    รายละเอียด: สูตรปุ๋ยชีวภาพ


    :: ส่วนผสม ::


    เศษผักผลไม้ 3 กก.
    กากน้ำตาลหรือโมลาส 1 กก.
    น้ำมะพร้าวหรือน้ำซาวข้าว 5 ลิตร
    :: วิธีทำ ::


    นำส่วนผสมทั้งหมดมาใส่รวมกันในถังพลาสติก ห้ามให้ถังโลหะ ปิดฝาให้เรียบร้อย เก็บไว้ในร่มอย่าโดนแดดหมักไว้ 3 เดือน แล้วกรองด้วยผ้าบางๆ เอาน้ำใส่ขวดไว้ใช้ ส่วนกากจะหมักต่ออีกก็ได้ โดยให้อัตราส่วนเดิม คือ 3 ต่อ1กก. หมักไว้อีก 3 เดือนเก็บน้ำไว้ใช้หรือถ้าไม่หมักต่อ ก็เอาไปผสมทำปุ๋ยหมักหรือฝังไว้บริเวณทรงพุ่มของตันไม้จะสร้างจุลินทรีย์ในดินเป็นอาหารของต้นไม้ต่อไป

    :: วิธีใช้ ::


    นำน้ำสกัดชีวภาพที่ได้ 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 3 วันจะช่วยบำรุงดินบำรุงต้น สร้างภูมิคุ้มกันให้กับต้นไม้ได้อีกด้วย


     


    การทำโบกาฉิจากมูลสัตว์
    วัสดุ
    มูลสัตว์ (ทุกชนิด) 1 ส่วน (ปิ๊บ)
    แกลบดิบ 1 ส่วน (ปิ๊บ)
    รำละเอียด 1 ส่วน (ปิ๊บ)
    อีเอ็ม 10 ซีซี (1 ช้อนโต๊ะ)
    กากน้ำตาล 10 ซีซี (1 ช้อนโต๊ะ)
    น้ำสะอาด 10 ซีซี
    วิธีทำ
    ขั้นที่ 1 เตรียมอีเอ็ม/กากน้ำตาล/น้ำสะอาด ผสมไว้ในถังในอัตราส่วน 1/1/1,000 คือ น้ำ 10 ลิตร เติมอีเอ็มลง 1 ช้อนโต๊ะ และกากน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
    ขั้นที่ 2 นำมูลสัตว์+รำละเอียดผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
    ขั้นที่ 3 เอาแกลบดิบทั้งหมดลงในน้ำที่ขยายอีเอ็มในขั้นที่ 1 จุ่มให้เปียกแล้วเอาแกลบออกสลัดน้ำที่หยดในแกลบออกพอประมาณ นำมาคลุกในส่วนผสมระหว่างมูลสัตว์+รำละเอียด คลุกส่วนผสมทั้ง 3 ส่วนให้เข้ากันจะได้ความชื้น 50% พอดี
    การหมัก
    เอาส่วนผสมบรรจุลงในกระสอบปุ๋ยโดยบรรจุลงไป 3/4 ของกระสอบปุ๋ยไม่กดให้แน่น และเลือกใช้กระสอบปุ๋ยชนิดที่มีการระบายได้ดีรอบด้าน นำไปวางลงในที่มีฟางรองเพื่อการระบายอากาศในส่วนล่าง พลิกกลับกระสอบในวันที่ 2,3,4 เพื่อเอาด้านบนและข้างลงข้างล่างอยู่ 3 วัน ในวันที่ 4 และวันที่ 5 อุณหภูมิก็จะปกติ ทั้งในระหว่างการหมักควรตรวจดูอุณหภูมิไม่ให้อุณหภูมิเกิน 50 C สามารถนำไปใช้ได้
    การเก็บรักษา
    เก็บรักษาเมื่อโบกาฉิแห้งสนิท ไม่ควรเก็บรักษาในที่ชื้นที่โดนฝนและโดนแดด โบกาฉิสามารถเก็บรักษาได้นานประมาณ 1 ปี ถ้าไม่โดนความชื้น

    การนำโบกาฉิไปใช้
    โบกาฉิที่หมักด้วยจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพจะมีกลิ่นหอมเหมือนเชื้อเห็ด จะมีราเส้นใยสีขาวขัดใยอยู่หนาแน่นพลังประสิทธิภาพของอีเอ็มไม่ทำให้เชื้อโรคแสดงผลออกมาได้
    1. การใช้โบกาฉิกับการปลูกพืช
    1.1 รองพื้นแปลงปลูก โดยการผสมกับหญ้า ฟาง ซากอินทรีย์วัตถุหรือมูลสัตว์ทุกชนิด ฯลฯ ใช้ โบกาฉิโรยทับในปริมาณ 1-2 กำมือ/1 ตารางเมตร รดด้วยน้ำที่ขยายอีเอ็ม (อีเอ็ม/กากน้ำตาล/น้ำสะอาดในอัตราส่วน 1/1/1,000) ใช้จอบสับให้ส่วนผสมเข้ากันกับดิน ทิ้งให้อีเอ็มขยายปรับความสมดุลของดิน 7 วัน จึงนำพืชมาปลูก
    1.2 โรยโบกาฉิที่แปลงปลูกพืชผักในปริมาณ 1-2 กำมือ/ตารางเมตร หรือโรยรอบทรงพุ่มของต้นพืชที่ปลูก คลุมทับเศษฟางแห้ง หญ้าแห้ง เพื่อเป็นการขยายเชื้อของอีเอ็ม
    1.3 การปลูกพืชที่เก็บผลในระยะสั้นประมาณ 60 วัน ไม่ควรใช้โบกาฉิฟาง ควรใช้โบกาฉิมูลสัตว์ หรือปุ๋ยหมักจะได้ผลรวดเร็วทันความต้องการมากกว่า การใช้โบกาฉิแต่ละครั้งควรใช้ทีละน้อย และใช้บ่อยๆ พืชงามทันใจตามความต้องการ
    2. การใช้โบกาฉิกับการปลูกไม้ผล
    2.1 รองก้นหลุมไม้ยืนต้น ขุดหลุมลึกประมาณ 60*60*60 ใช้เศษฟาง หญ้าแห้ง กิ่งไม้ มูลสัตว์ ซากวัตถุอินทรีย์อื่น ฯลฯ รองก้นหลุมโรยโกบาฉิ 1-2 กำมือ ผสมกับดินเป็นชั้น ชั้นละประมาณ 10-15 ซม. รดด้วยน้ำที่ขยายอีเอ็ม (อีเอ็ม/กากน้ำตาล/น้ำสะอาด ในอัตราส่วน 1/1/1,000) ใช้จอบสับให้ส่วนผสมให้เข้ากับดิน กลางหลุมใช้โบกาฉิผสมกับหญ้ากองดิ



    การทำน้ำหมักผลไม้เพื่อสุขภาพ





     วัสดุอุปกรณ์

    1. ภาชนะที่ใช้หมักชนิดปากกว้าง มีฝาปิดสนิท

    2. ผลไม้ที่ใช้หมักชนิดตามต้องการ ผลต้องแก่จัดมีรสเปรี้ยว

    3. น้ำตาลหรือน้ำผึ้ง 


    วิธีทำ

    1. ทำความสะอาดผลไม้ ถ้าเป็นสับปะรด ควรปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นโต หรือทุบพอแตก

    2. บรรจุผลไม้ลงภาชนะผสมกับน้ำตาลหรือน้ำผึ้ง จะคลุกหรือไม่ก็ได้

    ��� ในอัตราน้ำตาล 1 ส่วนต่อผลไม้ 3 ส่วนโดยน้ำหนักกดให้แน่น ปิดฝาให้สนิท

    3. หมักไว้ 3-5 วันจะเริ่มมีของเหลวสีอ่อนแก่ ตามชนิดของผลไม้ที่หมัก

    4. เมื่อได้น้ำหมักมากพอควร ถ่ายลงภาชะที่สะอาดปิดฝาให้สนิทเก็บไว้

    5. น้ำหมักที่ได้จะมีรสเปรี้ยวหวานและมีแอลกอฮอล์ เล็กน้อย ซึ่งเกิดจากการทำงานของจุลลินทรีย์หมัก

    ���� พวกยีทส์และแบคทีเรีย

    6.น้ำหมักที่ได้จะเกิด ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ต้องคอยเปิดฝาเพื่อปล่อยก๊าซออก


     การขยายน้ำหมักผลไม้เพื่อดื่ม

    ��� น้ำหมักผลไม้บางชนิดจะได้ปริมาณน้อยและมีรสเข้มข้น เพื่อให้รสชาติ น่ารับประทาน

    ควรนำไปขยายก่อน แล้วหมักไว้ 3-4 วัน ชิมดูจนได้รสตามต้องการ นำเข้าตู้เย็นเพื่อหยุดกระบวนการหมัก

     


     




ความคิดเห็นที่ 32

chin_ya@hotmail.com (Guest)
25 เม.ย. 2553 12:20
  1. เรามีวัตถุดิบเป็นขนมปัง กับ นม หมดอายุ ซึ่งปกติเราจะทิ้งขยะ คิดว่าเราสามารถที่จะทำเป็นปุ๋ยหรือน้ำหมักไปใช้กับพืชได้มั๊ยมีท่านใดพอทราบบ้าง ช่วยแนะนำสูตรด้วยขอบพระคุณล่วงหน้า chin_ya@hotmail.com



ความคิดเห็นที่ 13

peter_N01@hotmail.com (Guest)
27 มิ.ย. 2552 11:25
  1. ขอบคุณครับสำหรับสูตรปุ๋ยหมัก จะลองนำไปใช้ครับ

    ขอพระเจ้าอวยพรครับ



ความคิดเห็นที่ 14

giggog_0@hotmail.com (Guest)
15 ก.ค. 2552 20:24
  1. ขอบคุณมากมาย

    ถ้าไม่ได้คุณ เราแย่แน่ๆ



ความคิดเห็นที่ 15

mickey_june40 (Guest)
15 ส.ค. 2552 11:30
  1. เป็นความรู้ที่ดีมากมายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ




ความคิดเห็นที่ 19

sing_sin@hotmail.com (Guest)
5 พ.ย. 2552 12:48
  1. ถึงความเห็นที่10ค่ะอยากทราบจังค่ะว่าพัดลมเติมอากาศราคาเท่าใรค่ะ
    เอ่อเป็นแบบ2แรงม้านะคะ
    ถ้าให้คำตอบจะขอบคุณมากค่ะ




ความคิดเห็นที่ 20

moondusta@hotmail.com (Guest)
7 พ.ย. 2552 13:22
  1. มีเวปไซต์ที่แจกสูตรน้ำหมักชีวภาพ ที่ไม่ต้องเติมอากาศด้วยนะคะ เค้าใช้จุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการอากาศในกระบวนการหมัก ทั้งน้ำหมักเศษอาหาร,ผลไม้,ยอดพืช,หมักปลา ฯลฯ ลองเสิร์ทในกูเกิลคำว่า "น้ำหมักชีวภาพ โตตโต้" ทำใช้เองได้ง่ายๆค่ะ



ความคิดเห็นที่ 21

jeawfeuy_1804@hotmail.com (Guest)
14 พ.ย. 2552 23:12
  1. ขอบคุณนะคร้า




ความคิดเห็นที่ 23

2547 (Guest)
20 ธ.ค. 2552 11:34
  1. การทำปุ๋ยหมักคือการทำเอาจิตใจและส่วนผสมลงไปในถังที่บรรจุไปด้วยรอยยิ้มเมื่อได้เวาแล้วก็นำเอามารดกับต้นรักแห่งครอบครัว จะได้ต้นไม้ที่เจริญงอกงาม



ความคิดเห็นที่ 25

ch_48_4@windowslive.com (Guest)
1 ก.พ. 2553 12:17
  1. ขอบคุณเว็ปนี้และผู้โพส นี้คือหน้าที่ของเรา ทำให้ประเทศเราน่าอยู่ขึ้นตามแนวทางพอเีพียง
    เพาะเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้โลกนี้อยู่ได้ตลอดไป



ความคิดเห็นที่ 28

enjoy--555--@hotmail.com (Guest)
22 ก.พ. 2553 18:01
  1. ได้ประโยชน์มากและยังช่วย
    ให้ทำรายงานน้ำหมักชีวภาพ
    ได้อีกด้วย ขอบคุณจริงๆ



ความคิดเห็นที่ 34

ป.ปลาตาตี่ (Guest)
25 พ.ค. 2553 19:07
  1. ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ :)

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น