วิชาการดอทคอม ptt logo

อยากทราบสูตรการทำน้ำหมักชีวภาพ ตามสูตรของพระเจ้าอยู่หัวครับ

โพสต์เมื่อ: 20:03 วันที่ 13 ก.ค. 2550         ชมแล้ว: 182,415 ตอบแล้ว: 51
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
อยากทราบสูตรการทำน้ำหมักชีวภาพ ตามสูตรของพระเจ้าอยู่หัวครับ จะนำมาศึกษาครับ


วัชระ อมศิริ(124.120.3.77)





จำนวน 44 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 4 ส.ค. 2550 (14:06)
แล้วเมื่อไรจะมีเอามาลงล่ะจะได้ก๊อปไปเป็นรายงานทำไปส่งครูสักที เข้ามาเสียเวลาจริงๆ
อยากรู้ (IP:58.9.39.175)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 22 พ.ย. 2550 (11:09)
อื่นๆ

หันมาใช้น้ำหมักชีวภาพกันเถอะ ใช้ซักผ้า ถูกบ้าน ราดห้องน้ำเหม็น บ้วนปาก ฯลฯ ไม่เสียกะตังซื้อ

1. เศษผักหรือผลไม้ 3 กิโลกรัม

2. กากน้ำตาล,น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม

3. น้ำเปล่า 8 - 10 กิโลกรัม



ทั้ง 3 อย่าง หมักในถังสังฆทานขนาดเล็ก ประมาณ 15 - 20 วัน

โดยต้องปิดฝาให้สนิท ห้ามให้อากาศเข้า และห้ามถูกแสงแดดหรือความร้อน เพราะจุลินทรีย์ที่เกิดจากการหมักจะตาย อาจใช้ถุงพลาสติกปิดแล้วใช้เชือกรัด เอาฝาปิด แล้วไว้ในที่ร่ม (ห้ามเปิดฝาก่อนครับ 15 วัน)



จะได้หัวเชื้อน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งถ้าหมักได้ที่ก็จะมีกลิ่นหอมอมเปรี้ยว

ให้นำน้ำที่ได้จากการหมักเทออก เหลือไว้แต่กาก



นำน้ำที่เทออกไปผสมน้ำเปล่าในอัตราส่วน น้ำหมัก 1 ส่วน : น้ำเปล่า 50 ส่วน ใช้ล้างห้องน้ำ ล้างรถ เทลงถังดักไขมัน ส้วมที่เหม็ด ๆ กลิ่นจะหายไปแทบจะในทันที (ผมลองมาแล้ว ได้ผล)



ยังสามารถต่อยอด นำน้ำหมักที่ได้ ไปผสมน้ำ อัตรา น้ำหมัก 1 ส่วน : น้ำเปล่า 500 ส่วน ใช้เป็นปุ่ยให้ต้นไม้ได้



หมายเหตุ : ถ้าใช้รถต้นไม้ ต้องผสมในอัตราส่วนไม่ต่ำกว่า 1 : 500 และอัตราส่วนต่ำกว่านั้น จะเข้มข้นไป ต้นไม่อาจตายได้!
สุวิญชา (IP:202.91.18.206)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 18 พ.ค. 2551 (08:18)

ขอบคุณคร้าบ    คุณสุวิญชา     ที่มาเล่าสู้กันฟัง  ผมจะนำสูตรของคุณมาใช้ในสวนผัก


 


         ขอบคุณ


 


 


Thanachot (IP:117.47.69.173)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 6 มิ.ย. 2551 (13:21)

อยากให้บอกสูตรทำน้ำยาซักผ้า  หรือสบู่  เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยประหยัดเงิน  และต้องใช้ในชีวิตประจำวันทุก ๆ  วัน 


xrebmeced16@hotmail.com (IP:117.47.83.45)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 7 ก.ค. 2551 (14:04)
อยากทราบทุกเรื่องนั่นแหล่ะคะ
สนใจเรียน (IP:125.26.138.197)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 27 ต.ค. 2551 (20:43)

Thanks  A lot ค่ะ


hamerune
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 17 พ.ย. 2551 (21:48)

ความเห็นเพิ่มเติมท่2 การใช้น้ำหัมกชีวภาพ บ้วนปาก  ทำให้ฟันเสีย  เพราะน้ำหมักชีวภาพ มีความเป็นกรด  ไม่ควรบ้วนปาก ครับ


ชล (IP:125.25.130.39)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 12 ธ.ค. 2551 (12:04)

น้ำหมักจุลินทรีย์หน่อกล้วย


 


ส่วนผสม


·       หน่อกล้วยสับละเอียด           30    กิโลกรัม


·       กากน้ำตาล                             10    กิโลกรัม


วิธีทำ


             นำหน่อกล้วยสับละเอียดคลุกเคล้ากับกากน้ำตาล หมักนาน  7  วัน กรองเอากากออก  ก็จะสามารถนำน้ำหมักไปใช้งานได้


วิธีใช้


             นำจุลินทรีย์หน่อกล้วยอัตรา  20 40 ซีซี นำมาผสมน้ำ 20 ลิตร ราดรดรอบชายพุ่มต้นไม้ก็จะช่วยย่อยสลายเศษซากวัชพืช ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ทำให้พืชสามารถดึงธาตุอาหารไปใช้ประโยชน์ได้อย่างสะดวกมากขึ้น


             


น้ำหมักชีวภาพสูตร 1 บำรุงต้น


                พืชผักสด      :    กากน้ำตาล
               3  กิโลกรัม        1  กิโลกรัม


ใช้หมักฟางในนาข้าว อัตราประมาณ 5 ลิตร/น้ำ 200 ลิตร/ไร่ โดยปล่อยไปกับน้ำที่ไขเข้านาและฉีดพ่นข้าวตั้งแต่อายุ 15 - 45 วัน อัตรา 30 - 50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ทุก 5 - 7 วัน สำหรับพืชผัก ใช้ฉีดพ่นทางใบ อัตรา 15 - 20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร สลับกับให้พร้อมกับน้ำระบบสปริงเกอร์หรือรดด้วยบัวรดน้ำ อัตรา 30 - 50 ซีซี/น้ำ 30 ลิตร ทุก 15 - 20 วัน


               


น้ำหมักชีวภาพสูตร 2 บำรุงดอก


ผลไม้สุก       :    กากน้ำตาล
               3  กิโลกรัม        1  กิโลกรัม


               ใช้กับพืชผัก และไม้ผล บำรุงต้นก่อนออกดอก ฉีดพ่นทางใบหรือรดลงดินรอบบริเวณโคนต้นอัตรา 30 - 50 ซีซี/น้ำ 20ลิตร ทุก 5 - 7 วัน


 


น้ำหมักชีวภาพปลาสดหรือหอยเชอรี่ บำรุงลำต้น


               ปลาสดหรือหอยเชอรี่       :         กากน้ำตาล
                   1  กิโลกรัม                      1  กิโลกรัม


               ใช้กับผักกินดอก ผักกินผล และไม้ผลต่าง ๆ ฉีดพ่นทางใบในระยะออกดอกและติดผล อัตรา 15 - 20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตรสลับกับให้พร้อมกับน้ำระบบสปริงเกอร์ หรือรดด้วยบัวรดน้ำ อัตรา 30 - 50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ทุก 5 - 7 วัน


 


ฮอร์โมนไข่เร่งดอก


ส่วนประผสม


ไข่ไก่สด                                                5 ก.ก.
กากน้ำตาล                                            5 ก.ก.
ยาคูลท์                                                   1 ขวด
ลูกแป้งข้าวหมาก                 1 ก้อน


วิธีทำ


ชั่งกากน้ำตาลในถังที่จะใช้หมัก 5 กก. ใส่ไข่ไก่ลงไปทั้งฟองไม่ต้องตอก 5 กก. จากนั้นใช้ไม้ที่จะใช้คนกระทุ้งไข่ให้แตก โดยยังไม่ต้องคนจนกว่าไข่ทุกฟองจะแตกหมดจึงเติมยาคูลท์ลงไป ลูกแป้งข้าวหมากใส่ถุงพลาสติก บี้ให้เป็นผงเสียก่อนจึงใส่ลงไป จากนั้นคนส่วนผสมทั้งหมด ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน หาฝาปิดให้เหลือช่องอากาศแต่น้อย นำไปเก็บในที่ร่มอากาศถ่ายเทสะดวกหมักไว้ 7 วัน ไม่ต้องคน จากนั้นมาใช้ได้


วิธีใช้


ผสมฮอร์โมนไข่ 5-10 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วต้นพืช ทั้งบนใบและใต้ใบให้เปียกชุ่มโชก ช่วงตอนเย็นแดดอ่อน หรือ ราดรดลงดินรอบทรงพุ่มอัตรา 20-40 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 5 - 7 วัน ต้นไม้จะเจริญสมบูรณ์แข็งแรงดี ให้ดอกออกผลรวดเร็วเกินคาดดินร่วนซุยอุ้มน้ำ น้ำและอากาศถ่ายเทสะดวก


ถ้าเก็บฮอร์โมนไข่ไร้นานเกิดจับแข็งตัว ให้เติมน้ำมะพร้าวอ่อนลงไปคนพอเหลว หากผสมฮอร์โมนไข่เพื่อฉีดพ่นอาจต้องกรองเปลือกไข่ออกเพื่อป้องกันหัวฉีดอุดตัน


 


การผลิตปุ๋ยหมักระบบกองเติมอากาศ


1. การเตรียมวัสดุ


ผสมเศษพืชคลุกเคล้ากับมูลโค ในอัตราส่วน 3:1 โดยปริมาตร พร้อมกับให้ความชื้น


2. การขึ้นกองปุ๋ย


นำกิ่งไม้วางก่ายไปมาบนท่อพีวีซีเจาะรูขนาด 4 นิ้ว ที่ต่อมาจากพัดลมเติมอากาศขนาด 3 แรงม้า กิ่งไม้จะช่วยการกระจายอากาศภายในกองปุ๋ย นำวัตถุดิบคลุกเคล้าและรดน้ำให้ทั่วพอเปียกหมาดวางทับตามยาวให้เป็นรูปสามเหลี่ยมปริซึม มีความกว้างฐาน 2.5 เมตร สูง 1.0 เมตร ยาว 3.5 เมตร กองบนลานดินกลางแจ้ง ไม่ต้องมีโรงเรือน



 


 


 


 


ท่อพีวีซีเจาะรู 4 นิ้ว และกิ่งไม้ช่วยการกระจายอากาศ            กองวัตถุดิบที่ขึ้นกองเสร็จ


 


3. การเติมอากาศ


เปิดพัดลมเติมอากาศวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและเย็น ครั้งละ 15 นาที ทุกวัน เป็นเวลา 30 วัน


หรือมากกว่า จนกว่าการหมักจะเสร็จสิ้น ปุ๋ยที่หมักได้จะมีน้ำหนักเบา มีสีดำ ร่วน และไม่มีกลิ่น การเติมอากาศนานกว่านี้อาจจะทำให้กองปุ๋ยเย็นลง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์



 


 


 


พัดลมเติมอากาศขนาด 3 แรงม้า


4. การดูแลกองปุ๋ย


ตรวจสอบความชื้นทุก ๆ 4-5 วัน โดยล้วงมือเข้าไปทดลองจับปุ๋ยตรงกลางกองปุ๋ยและบีบดู ซึ่งวัสดุไม่ควรจะแห้งเกินไปหรือมีน้ำไหลเยิ้มติดมือ การเติมน้ำทำได้โดยใช้ไม้แทงกองปุ๋ยเป็นระยะ ๆ ถึงกลางกองปุ๋ยแล้วเติมน้ำ ไม่ต้องพลิกกลับกองหรือคลุมกองปุ๋ย



 


 


 


5. บ่มและการบรรจุถุง


เมื่อการหมักสิ้นสุดลง ย้ายปุ๋ยเข้าในที่ร่มแล้วทิ้งไว้เฉย ๆ เป็นเวลา 20-30 วัน เพื่อบ่มให้ปุ๋ยมีความเสถียรหรือให้จุลินทรีย์สงบตัว หลังจากนั้นนำไปบรรจุถุง การหมักปุ๋ย 1 กองจะได้ปุ๋ยขนาดถุงละ 30 กิโลกรัม ประมาณ 50 ถุง


 


สูตรน้ำหมักชีวภาพ


รายละเอียด: สูตรปุ๋ยชีวภาพ


:: ส่วนผสม ::


เศษผักผลไม้ 3 กก.
กากน้ำตาลหรือโมลาส 1 กก.
น้ำมะพร้าวหรือน้ำซาวข้าว 5 ลิตร
:: วิธีทำ ::


นำส่วนผสมทั้งหมดมาใส่รวมกันในถังพลาสติก ห้ามให้ถังโลหะ ปิดฝาให้เรียบร้อย เก็บไว้ในร่มอย่าโดนแดดหมักไว้ 3 เดือน แล้วกรองด้วยผ้าบางๆ เอาน้ำใส่ขวดไว้ใช้ ส่วนกากจะหมักต่ออีกก็ได้ โดยให้อัตราส่วนเดิม คือ 3 ต่อ1กก. หมักไว้อีก 3 เดือนเก็บน้ำไว้ใช้หรือถ้าไม่หมักต่อ ก็เอาไปผสมทำปุ๋ยหมักหรือฝังไว้บริเวณทรงพุ่มของตันไม้จะสร้างจุลินทรีย์ในดินเป็นอาหารของต้นไม้ต่อไป

:: วิธีใช้ ::


นำน้ำสกัดชีวภาพที่ได้ 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 3 วันจะช่วยบำรุงดินบำรุงต้น สร้างภูมิคุ้มกันให้กับต้นไม้ได้อีกด้วย


 


การทำโบกาฉิจากมูลสัตว์
วัสดุ
มูลสัตว์ (ทุกชนิด) 1 ส่วน (ปิ๊บ)
แกลบดิบ 1 ส่วน (ปิ๊บ)
รำละเอียด 1 ส่วน (ปิ๊บ)
อีเอ็ม 10 ซีซี (1 ช้อนโต๊ะ)
กากน้ำตาล 10 ซีซี (1 ช้อนโต๊ะ)
น้ำสะอาด 10 ซีซี
วิธีทำ
ขั้นที่ 1 เตรียมอีเอ็ม/กากน้ำตาล/น้ำสะอาด ผสมไว้ในถังในอัตราส่วน 1/1/1,000 คือ น้ำ 10 ลิตร เติมอีเอ็มลง 1 ช้อนโต๊ะ และกากน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
ขั้นที่ 2 นำมูลสัตว์+รำละเอียดผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ขั้นที่ 3 เอาแกลบดิบทั้งหมดลงในน้ำที่ขยายอีเอ็มในขั้นที่ 1 จุ่มให้เปียกแล้วเอาแกลบออกสลัดน้ำที่หยดในแกลบออกพอประมาณ นำมาคลุกในส่วนผสมระหว่างมูลสัตว์+รำละเอียด คลุกส่วนผสมทั้ง 3 ส่วนให้เข้ากันจะได้ความชื้น 50% พอดี
การหมัก
เอาส่วนผสมบรรจุลงในกระสอบปุ๋ยโดยบรรจุลงไป 3/4 ของกระสอบปุ๋ยไม่กดให้แน่น และเลือกใช้กระสอบปุ๋ยชนิดที่มีการระบายได้ดีรอบด้าน นำไปวางลงในที่มีฟางรองเพื่อการระบายอากาศในส่วนล่าง พลิกกลับกระสอบในวันที่ 2,3,4 เพื่อเอาด้านบนและข้างลงข้างล่างอยู่ 3 วัน ในวันที่ 4 และวันที่ 5 อุณหภูมิก็จะปกติ ทั้งในระหว่างการหมักควรตรวจดูอุณหภูมิไม่ให้อุณหภูมิเกิน 50 C สามารถนำไปใช้ได้
การเก็บรักษา
เก็บรักษาเมื่อโบกาฉิแห้งสนิท ไม่ควรเก็บรักษาในที่ชื้นที่โดนฝนและโดนแดด โบกาฉิสามารถเก็บรักษาได้นานประมาณ 1 ปี ถ้าไม่โดนความชื้น

การนำโบกาฉิไปใช้
โบกาฉิที่หมักด้วยจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพจะมีกลิ่นหอมเหมือนเชื้อเห็ด จะมีราเส้นใยสีขาวขัดใยอยู่หนาแน่นพลังประสิทธิภาพของอีเอ็มไม่ทำให้เชื้อโรคแสดงผลออกมาได้
1. การใช้โบกาฉิกับการปลูกพืช
1.1 รองพื้นแปลงปลูก โดยการผสมกับหญ้า ฟาง ซากอินทรีย์วัตถุหรือมูลสัตว์ทุกชนิด ฯลฯ ใช้ โบกาฉิโรยทับในปริมาณ 1-2 กำมือ/1 ตารางเมตร รดด้วยน้ำที่ขยายอีเอ็ม (อีเอ็ม/กากน้ำตาล/น้ำสะอาดในอัตราส่วน 1/1/1,000) ใช้จอบสับให้ส่วนผสมเข้ากันกับดิน ทิ้งให้อีเอ็มขยายปรับความสมดุลของดิน 7 วัน จึงนำพืชมาปลูก
1.2 โรยโบกาฉิที่แปลงปลูกพืชผักในปริมาณ 1-2 กำมือ/ตารางเมตร หรือโรยรอบทรงพุ่มของต้นพืชที่ปลูก คลุมทับเศษฟางแห้ง หญ้าแห้ง เพื่อเป็นการขยายเชื้อของอีเอ็ม
1.3 การปลูกพืชที่เก็บผลในระยะสั้นประมาณ 60 วัน ไม่ควรใช้โบกาฉิฟาง ควรใช้โบกาฉิมูลสัตว์ หรือปุ๋ยหมักจะได้ผลรวดเร็วทันความต้องการมากกว่า การใช้โบกาฉิแต่ละครั้งควรใช้ทีละน้อย และใช้บ่อยๆ พืชงามทันใจตามความต้องการ
2. การใช้โบกาฉิกับการปลูกไม้ผล
2.1 รองก้นหลุมไม้ยืนต้น ขุดหลุมลึกประมาณ 60*60*60 ใช้เศษฟาง หญ้าแห้ง กิ่งไม้ มูลสัตว์ ซากวัตถุอินทรีย์อื่น ฯลฯ รองก้นหลุมโรยโกบาฉิ 1-2 กำมือ ผสมกับดินเป็นชั้น ชั้นละประมาณ 10-15 ซม. รดด้วยน้ำที่ขยายอีเอ็ม (อีเอ็ม/กากน้ำตาล/น้ำสะอาด ในอัตราส่วน 1/1/1,000) ใช้จอบสับให้ส่วนผสมให้เข้ากับดิน กลางหลุมใช้โบกาฉิผสมกับหญ้ากองดิ



การทำน้ำหมักผลไม้เพื่อสุขภาพ





 วัสดุอุปกรณ์

1. ภาชนะที่ใช้หมักชนิดปากกว้าง มีฝาปิดสนิท

2. ผลไม้ที่ใช้หมักชนิดตามต้องการ ผลต้องแก่จัดมีรสเปรี้ยว

3. น้ำตาลหรือน้ำผึ้ง 


วิธีทำ

1. ทำความสะอาดผลไม้ ถ้าเป็นสับปะรด ควรปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นโต หรือทุบพอแตก

2. บรรจุผลไม้ลงภาชนะผสมกับน้ำตาลหรือน้ำผึ้ง จะคลุกหรือไม่ก็ได้

��� ในอัตราน้ำตาล 1 ส่วนต่อผลไม้ 3 ส่วนโดยน้ำหนักกดให้แน่น ปิดฝาให้สนิท

3. หมักไว้ 3-5 วันจะเริ่มมีของเหลวสีอ่อนแก่ ตามชนิดของผลไม้ที่หมัก

4. เมื่อได้น้ำหมักมากพอควร ถ่ายลงภาชะที่สะอาดปิดฝาให้สนิทเก็บไว้

5. น้ำหมักที่ได้จะมีรสเปรี้ยวหวานและมีแอลกอฮอล์ เล็กน้อย ซึ่งเกิดจากการทำงานของจุลลินทรีย์หมัก

���� พวกยีทส์และแบคทีเรีย

6.น้ำหมักที่ได้จะเกิด ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ต้องคอยเปิดฝาเพื่อปล่อยก๊าซออก


 การขยายน้ำหมักผลไม้เพื่อดื่ม

��� น้ำหมักผลไม้บางชนิดจะได้ปริมาณน้อยและมีรสเข้มข้น เพื่อให้รสชาติ น่ารับประทาน

ควรนำไปขยายก่อน แล้วหมักไว้ 3-4 วัน ชิมดูจนได้รสตามต้องการ นำเข้าตู้เย็นเพื่อหยุดกระบวนการหมัก

 


 


น้ำหมักชีวภาพต่าง ๆ (IP:125.26.216.168)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 28 พ.ค. 2552 (16:59)

ขอพระเจ้าอวยพรแด่ผู้จัดทำ web นี้ทุกท่าน
เป็นสาระประโยชน์กับสังคมมากๆ
ชอบใจที่ยังมีผู้คนที่มีน้ำใจดั่งท่านที่ทำwebนี้
ทำต่อไป ขอให้พระเจ้าอวยพรกิจการงานที่ทำทุกอย่าง
บุญทิพย์


boonthip38@hotmail.com (IP:118.173.144.47)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 12 มิ.ย. 2552 (07:26)

ขอบคุณนะคะที่นำสิ่งดีๆมาให้คะ พระเจ้าอวยพระพรนะคะ


นัทจัง (IP:124.121.16.251)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 27 มิ.ย. 2552 (11:25)
ขอบคุณครับสำหรับสูตรปุ๋ยหมัก จะลองนำไปใช้ครับ

ขอพระเจ้าอวยพรครับ
peter_N01@hotmail.com (IP:202.176.101.40)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 15 ก.ค. 2552 (20:24)
ขอบคุณมากมาย

ถ้าไม่ได้คุณ เราแย่แน่ๆ
giggog_0@hotmail.com (IP:203.158.207.32)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 15 ส.ค. 2552 (11:30)

เป็นความรู้ที่ดีมากมายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


mickey_june40 (IP:210.203.183.190)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 12 ต.ค. 2552 (14:02)
ขอบคุณสำหรับข้อมูลแบบนี้ ขอบคุณนะคะ
ku_mon99@hotmail.com (IP:118.173.2.59)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 12 ต.ค. 2552 (14:04)
การทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ


คือ ของเหลวสีน้ำตาลไหม้ที่ได้จากการนำส่วนต่าง ๆ ของพืช มาหมักกับกากน้ำตาล หรือน้ำตาล ประมาณ 7-15 วัน จะได้ของเหลวที่มีทั้งจุลินทรีย์และสารอินทรีย์หายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อการเกษตร
-ย่อยสลายอินทรีย์วัตถุในดินให้เป็นปุ๋ย
-สารของเหลวจะเป็นปุ๋ยโดยตรง

ประโยชน์
1. ผสมน้ำรดพืชทุกชนิด เพื่อเร่งการเจริญเติบโต
2. ใช้ทำปุ๋ยหมักแห้ง ปุ๋ยดินหมัก ช่วยปรับปรุงบำรุงดิน
3. ช่วยลดการระบาดของศัตรูพืช
4. ผสมน้ำ ดับกลิ่นห้องน้ำ คอกปศุสัตว์
5. ผลิตใช้เองได้





การทำน้ำหมักชีวภาพ
1. นำพืชผัก ผลไม้สุกหรือหอยเชอรี่หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง มาสับเป็นชิ้นเล็ก อัตรา 3 ส่วน ใส่ในภาชนะที่มีฝาปิด
2. ใส่กากน้ำตาล 1 ส่วน
3. ถ้าไม่มีกากน้ำตาล ใช้น้ำตาลทรายแดง หรือน้ำตาลทรายขาวจำนวน 1 ส่วน ผสม น้ำมะพร้าว
4. หมักทิ้งไว้ 7-15 วัน ทุก 3 วัน คน คลุกเคล้าให้ทั่ว
5. กรองเอาน้ำหมักสีน้ำตาล คือน้ำหมักชีวภาพใส่ขวดปิดฝาให้สนิท พร้อมที่จะใช้


วิธีใช้
1. น้ำหมักชีวภาพ อัตราส่วน 10 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อบำรุงใบพืชผักผลไม้
2. น้ำหมักชีวภาพ อัตราส่วน 15-20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อปรับปรุงบำรุงดิน ให้ดินร่วนซุย
3. น้ำหมักชีวภาพ อัตราส่วน 1 ส่วน น้ำ 1 ส่วน เพื่อกำจัดวัชพืช


เทคนิคการใช้
1. ถ้าต้องการบำรุงใบพืช ให้ใช้ส่วนใบยอดพืชมาหมักจะได้สูตรบำรุงใบ
2. ถ้าต้องการบำรุงผล ให้ใช้ส่วนผล เช่น กล้วยน้ำหว้าสุก มะละกอสุก เปลือกสับปะรด ฝักทอง จะได้สูตรบำรุงผล
3. ถ้าต้องการกำจัดศัตรูพืชควรหมักสะเดา ตะไคร้หอม ข่าแยก เวลาจะใช้นำมาผสมฉีดพ่นพืชผักผลไม้

***ข้อควรระวัง***

น้ำหมักชีวภาพเป็นของเหลว ถ้าใช้กับพืชต้องใช้เจือจางพืชแต่ละชนิดจะตอบสนองคล้ายกับ ได้รับฮอร์โมนพืช
ถ้าใช้ความเข็มข้นสูง ทำให้พืชชะงักการเติบโตหรือตายได้

อีกเคล็ดลับหนึ่ง สูตรฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตของข้าว คือ ผงชูรสและน้ำตาล ๑ กิโลกรัม ผสมให้เข้ากันและผสมน้ำเพื่อเจือจางและฉีดพรมให้ทั่วแปลงนา

ลุงทองอยู่ได้ นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ โดยได้ประกอบอาชีพ ทำนา จำนวน ๗ ไร่ รับจ้าง ทำสวน ประมาณ ๑.๕ ไร่ ขุดลอกคูภายในสวนและบ่อเพื่อเลี้ยงปลา จำนวน ๓,๐๐๐ ตัว เพื่อไว้รับประทานและแจกจ่ายเพื่อนบ้านและญาติพี่น้อง ปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้
guitarpm
ร่วมแบ่งปัน18 ครั้ง - ดาว 51 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 5 พ.ย. 2552 (12:48)

ถึงความเห็นที่10ค่ะอยากทราบจังค่ะว่าพัดลมเติมอากาศราคาเท่าใรค่ะ
เอ่อเป็นแบบ2แรงม้านะคะ
ถ้าให้คำตอบจะขอบคุณมากค่ะ


sing_sin@hotmail.com (IP:61.19.65.207)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 7 พ.ย. 2552 (13:22)
มีเวปไซต์ที่แจกสูตรน้ำหมักชีวภาพ ที่ไม่ต้องเติมอากาศด้วยนะคะ เค้าใช้จุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการอากาศในกระบวนการหมัก ทั้งน้ำหมักเศษอาหาร,ผลไม้,ยอดพืช,หมักปลา ฯลฯ ลองเสิร์ทในกูเกิลคำว่า "น้ำหมักชีวภาพ โตตโต้" ทำใช้เองได้ง่ายๆค่ะ
moondusta@hotmail.com (IP:124.120.240.196)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 14 พ.ย. 2552 (23:12)

ขอบคุณนะคร้า


jeawfeuy_1804@hotmail.com (IP:115.67.100.76)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 20 ธ.ค. 2552 (11:34)
การทำปุ๋ยหมักคือการทำเอาจิตใจและส่วนผสมลงไปในถังที่บรรจุไปด้วยรอยยิ้มเมื่อได้เวาแล้วก็นำเอามารดกับต้นรักแห่งครอบครัว จะได้ต้นไม้ที่เจริญงอกงาม
2547 (IP:113.53.157.150)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 27 ธ.ค. 2552 (10:45)
อยากได้สูตรทำน้ำหมักกำจัดแมลงวันทอง ช่วยบอกที
run_8502@hotmail.com (IP:113.53.56.116)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 1 ก.พ. 2553 (12:17)
ขอบคุณเว็ปนี้และผู้โพส นี้คือหน้าที่ของเรา ทำให้ประเทศเราน่าอยู่ขึ้นตามแนวทางพอเีพียง
เพาะเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้โลกนี้อยู่ได้ตลอดไป
ch_48_4@windowslive.com (IP:118.173.52.189)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 8 ก.พ. 2553 (17:24)
อยาดหั้ยทุกคนรู้ อ่ะว่าเรารักชิตมากทำไงดี ช่วยบอกที
น้อง ข้าวฟ่าง (IP:113.53.99.0)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 22 ก.พ. 2553 (18:01)
ได้ประโยชน์มากและยังช่วย
ให้ทำรายงานน้ำหมักชีวภาพ
ได้อีกด้วย ขอบคุณจริงๆ
enjoy--555--@hotmail.com (IP:115.67.202.252)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 13 มี.ค. 2553 (13:37)
ได้อ่านข้อมูลต่างๆแล้ว เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ แต่จะขอเสริมอีกนิดนะคะ น้ำหมักชีวภาพนั้นมีมากมายเป็น 100 สูตรแต่การใช้กากน้ำตาลเป็นส่วนผสมในการหมักน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ในการเกษตร ต้องหมักนาน 3 เดือน เพื่อให้ปฏิกริยาเสร็จสิ้นสมบูรณ์ หรือพูดง่ายๆก็คือ ให้สิ้นสุดกระบวนการ ไม่เช่นนั้นแล้ว อาจทำให้เกิดผลเสียตามมาภายหลังได้ เช่น มีเชื้อราที่เป็นศัตรูพืช มากินกากน้ำตาล และอื่นๆอีก
KRUPA007@SENA (IP:61.19.38.132)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 13 มี.ค. 2553 (13:49)
น้ำหมักชีวภาพสูตรน้ำซาวข้าว ช่วยลดภาวะโลกร้อน ช่วยเพิ่มตังค์ในกระเป๋า
น้ำซาวข้าวที่ถูกมองว่าเป็นของไร้ค่า และถูกทิ้งให้เป็นของเสียจากครัวเรือนนั้นแท้จริงแล้วมันมีค่ามากมาย เพราะในน้ำซาวข้าวมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของพืชและจุลินทรีย์อยู่มากมาย และรู้ไหมว่าการที่เราทิ้งน้ำซาวข้าวลงในท่อระบายน้ำ จะยิ่งเป็นการก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะน้ำซาวข้าวจะไปเป็นอาหารชั้นดีสำหรับการดำรงชีวิตของจุลินทรีย์กลุ่มทำลายที่อยู่ในน้ำเน่าเสีย และกระตุ้นให้มีกิจกรรมทำลายสิ่งแวดล้อมมากขึ้น น้ำจะเน่าเสียมากขึ้น ท่อระบายน้ำจะมีกลิ่นเหม็นรุนแรงขึ้น แล้วถึงตรงนี้คุณคงสังสัยใช่ไหมว่ากะแค่น้ำซาวข้าวนิดๆหน่อยๆมันจะมีคุณค่ามากแค่ไหนกัน ก็ลองนำมาทำเป็นน้ำหมักชีวภาพสูตรน้ำซาวข้าว หรือเรียกง่ายๆอีกอย่างว่า EM น้ำซาวข้าว ซิ แล้วคุณจะรู้ซึ้ง
EM น้ำซาวข้าว ก็คือ การนำน้ำซาวข้าวไปเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์กลุ่มสร้างสรรค์ให้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้หลากหลาย วิธีการทำและอุปกรณ์ที่ใช้ก็หาได้ไม่ยากนัก ได้แก่
ส่วนผสม 1.น้ำซาวข้าว 1 ลิตร
2.หัวเชื้อจุลินทรีย์กลุ่มสร้างสรรค์ (EM) 5 c.c.
3.น้ำตาลทรายธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ หรือ กากน้ำตาล 5 c.c. (แล้วแต่ความสะดวกในการจัดหาและการนำน้ำหมักไปใช้ประโยชน์)
อุปกรณ์ที่ใช้ในการหมัก ก็ใช้เพียงขวดพลาสติกชนิดมีฝาปิด(ขวดน้ำดื่ม หรือขวดน้ำอัดลม)
วิธีทำ 1.เทน้ำซาวข้าวใส่ขวดพลาสติก ให้เหลือที่ว่างไว้ประมาณ 1 ใน 10 ส่วน
2.ใส่น้ำตาลทรายหรือกากน้ำตาล และหัวเชื้อจุลินทรีย์กลุ่มสร้างสรรค์ลงในขวดแล้วปิดฝาขวด
3.เขย่าส่วนผสมทั้งหมดให้ละลายเข้าด้วยกัน ปิดฝาขวดให้สนิท หมักไว้รวม 5 วัน
4.โดยเมื่อหมักครบ 3 วันแรก ให้เปิดฝาภาชนะเพื่อระบายแก๊สออกแล้วปิดฝาให้แน่นเหมือนเดิม
5.หมักต่อไปอีก 2 วัน จะได้ EM น้ำซาวข้าว(ถ้าใช้กากน้ำตาล จะเป็นสีแดงคล้ำ ถ้าใช้น้ำตาลทรายธรรมชาติ จะเป็นสีขาวอมเหลือง กลิ่นหอมอมเปรี้ยว ก้นขวดมีตะกอนขาว นำ EM น้ำซาวข้าว ไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ดังนี้
-ใช้เทราดลงในโถส้วม โดยไม่ต้องผสมน้ำ สัปดาห์ละประมาณ 1 แก้ว จะช่วยดับกลิ่นเหม็นของห้องส้วม
และทำให้ส้วมไม่เต็มเร็ว ใช้เทใส่อ่างล้างจานหรือท่อน้ำทิ้ง จะช่วยขจัดคราบไขมันที่อุดตันท่อน้ำได้ดีโดยไม่ต้อง
ผสมน้ำ สัปดาห์ละประมาณ 1 แก้ว
-ใช้ถูบ้าน จะช่วยขจัดคราบสกปรกที่พื้นให้ออกได้ง่าย ช่วยขจัดกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นอับชื้นในห้อง โดยผสม
ลงในน้ำซักผ้า อัตรา 10 c.c. ต่อน้ำ 1 ลิตร ใช้เช็ดถูบ้าน
-ใช้ล้างพื้นหรือเครื่องสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ จะช่วยให้ล้างคราบสกปรก คราบไขมันหรือคราบหินปูนออกได้ง่าย คราบสกปรกไม่จับตัวง่าย โดยผสมกับน้ำ อัตรา 1 ลิตร ต่อน้ำ 5 ลิตร
-ใช้ปรับบรรยากาศภายในห้องต่างๆของบ้าน โดยผสมในน้ำ อัตรา 1 c.c. ต่อน้ำ 1 ลิตร ฉีดพ่นในอากาศให้เป็นละอองแล้วปล่อยทิ้งไว้สักพักจะช่วยลดกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นอับชื้นตามห้องต่าง ๆ
-ใช้ขจัดกลิ่นอับชื้นของเครื่องนอนต่างๆ โดยผสมในน้ำอัตรา 1 c.c.ต่อน้ำ 1 ลิตร ฉีดพ่นไปบนเครื่องนอน
แล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้ง จะช่วยทำให้มีกลิ่นสะอาดขึ้น
- ใช้ซักผ้า จะช่วยสลายคราบสกปรกให้หลุดออกง่ายขึ้น โดยผสมในน้ำซักผ้าทุกน้ำ อัตรา 2 c.c. ต่อน้ำ 1 ลิตร แช่ผ้าไว้ในน้ำอย่างน้อย 30 นาที
และยังช่วยทำให้ผ้าสะอาดมากขึ้น เมื่อผ้าแห้งแล้วจะไม่มีกลิ่นเหม็นอับ
- ใช้รดต้นไม้ โดยผสมในน้ำอัตรา 1c.c.ต่อน้ำ 1 ลิตร ฉีดพ่น หรือรดลงดินปลูกเป็นประจำจะช่วยส่งเสริมให้พืชเจริญเติบโตแข็งแรง มีภูมิต้านทานสูง (ใช้ทุกวันได้ แต่ห้ามใช้ในอัตราส่วนที่เข้มข้นเกินกว่านี้ เพราะจัดเป็นฮอร์โมนพืชชนิดหนึ่งถ้าใช้เข้มข้นเกินไปพืชจะตาย หรือแคระแกรน)

ข้อเสนอแนะ การทำ EM น้ำซาวข้าว ควรทำต่อเนื่องกันเป็นหลายรุ่นเพื่อให้มีใช้สม่ำเสมอ และหลังจากที่หมัก EM ครบ 5 วันแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 7 วัน หากยังใช้ไม่หมดให้นำ EM ที่เหลือไปเทราดลงในโถส้วม ท่อระบายน้ำ หรือแหล่งที่มีน้ำเน่าเสีย ถ้าหมักเกิน 7 วัน น้ำ EM จะเริ่มมีกลิ่นเหม็น เพราะจุลินทรีย์กินอาหารหมดแล้ว แก้ไขด้วยการเติมกากน้ำตาลลงไปอีกประมาณ 5 c.c. แล้วหมักต่อประมาณ 3 วัน จึงนำเทลงท่อระบายน้ำ

ยินดีต้อนรับสมาชิก"พอเพียงเพื่อพ่อ"
KRUPA007@SENA (IP:61.19.38.132)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 25 เม.ย. 2553 (12:20)
เรามีวัตถุดิบเป็นขนมปัง กับ นม หมดอายุ ซึ่งปกติเราจะทิ้งขยะ คิดว่าเราสามารถที่จะทำเป็นปุ๋ยหรือน้ำหมักไปใช้กับพืชได้มั๊ยมีท่านใดพอทราบบ้าง ช่วยแนะนำสูตรด้วยขอบพระคุณล่วงหน้า chin_ya@hotmail.com
chin_ya@hotmail.com (IP:111.84.84.242)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 27 เม.ย. 2553 (13:44)
จะกำจัคราบไขมันจากการทำปุ๋ยน้ำหมักที่ได้จากเศษอาหารอย่างไรดีครับ
nong (IP:203.185.154.178)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 25 พ.ค. 2553 (19:07)
ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ :)
ป.ปลาตาตี่ (IP:124.122.9.14)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 19 ก.ค. 2553 (21:02)
เป็นประโยชน์มากมายมหาศาล กำลังร่วมมือ ๔ ฝ่ายแก้ปัญหาคลองดำเนินสะดวก
kulroj_rb@hotmail.com (IP:110.49.193.106)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 20 ก.ค. 2553 (19:20)
น่าสนใจมาก
แอ๋ม (IP:117.47.100.125)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 20 ก.ค. 2553 (19:22)
เราเคยทำส่งครู
ครูบอกว่าดีมาก
จูน (IP:117.47.100.125)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 20 ก.ค. 2553 (19:26)
ขอขอบคุณที่เอามาเป็นประโยชน์กับประชาชนทั่วไป
grace_sk52@hotmail.com (IP:117.47.100.125)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 6 ส.ค. 2553 (12:39)
อยากทราบการทำสบู่เหลว จากน้ำหมักมะกรูด โดยน้ำหมักได้จากการหมัก อีเอ็ม
เพราะทำน้ำยาอเนกประสงค์ที่ได้จากการหมักมะกรูดกับอีเอ็ม ใช้ซักผ้า ถูบ้าน ล้างจาน
เหลือแต่จะนำมาใช้กับร่างกาย ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่มีสูตรทำเลย
เล็ก/phuhinrongkla-00@hotmail.com (IP:118.175.183.110)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 30 ก.ย. 2553 (12:21)
ขอบพระคุณสำหรับเว็บนี้นะค่ะ เป็นสิ่งที่ดีมาก หนูทำดูแล้ว ได้ผลดีมากๆค่ะ แต่เห็นผลช้าไปนิด แต่ก็คุ้มค่าค่ะ ถ้าครัยมีอะไรดีๆแบบนี้ ก็โพสต์มาเยอะๆนะค่ะ หนูเป็นคนที่สนใจเรื่องแบบนี้ที่สุดเลยค่ะ และมีอีกนะค่ะ คือหนูอยากรู้ว่า มีนำหมักสูตรไหนที่ป้องกันโรคใบด่าง ใบแดง ในข้าวมั้ยค่ะ ถ้าครัยมีสาระดีๆก็บอกกันด้วยนะค่ะ และตอนนี้หนูกำลังปลูกกล้วย ถ้ามีวิธีปลูกกล้วยที่ได้ผลดี บอกกันด้วยนะค่ะ ขอบพระคุณมากๆค่ะ
แพตตี้/A.pongsree@hotmail.com (IP:203.172.199.250)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 8 ต.ค. 2553 (21:16)
ขอบคุณมาก ที่นำข้อมุลมาเผยเเพร่ เเละมีเรื่องอยากสอบถามจากผู้รู้ คือว่าตอนนี้ ปลูกมันสำปะหลัง ไม่ทราบว่า การทำน้ำปุ๋ยหมัก ชีวภาพ มารดต้นมันสำปะหลังจะต้องใช้สูตรไหน เเละต้นมันควรมีอายุเท่าไหร่ถึงจะใช้น้ำหมักชีวภาพ คือว่าตอนนี้พึ่งเริ่มปลูก เเละไม่เคยมีความรู้ทางด้านนี้เลย ตอนนี้ปลูก 10 ไร่คะ อยากที่จะเรียนรู้ทางด้านนี้มากๆ ค่ะ
mangkuch@hotmail.com (IP:182.232.7.66)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 31 ต.ค. 2553 (08:45)
ขอบคุณมากครับ
Lime_man@hotmail.com (IP:182.52.18.123)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 3 พ.ย. 2553 (15:08)
ขอบคุณมากค่ะ
no-name-palm@hotmail.com (IP:203.172.179.66)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 16 พ.ย. 2553 (09:09)
ขอบคุณเจ้าของข้อมูลมากๆค่ะ
จะนำสูตรไปใช้นะคะ อยู่อย่างพอเพียง
ประหยัด ลดรายจ่าย และมีความสุขมากค่ะ
แม่บ้านไทย (IP:118.173.237.67)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 17 พ.ย. 2553 (15:15)
ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อมูลดี ๆ แบบนี้
จะนำไปปรับใช้ เพื่อความสุขที่ยั่งยืนของครอบครัว
มือใหม่หัดทำเกษตร (IP:110.49.100.164)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 25 พ.ย. 2553 (18:51)
น้ำหมักขยะ ยังใส่ขยะได้ไม่ครบ 3 กิโลเลยอ่ะค่ะ เปิดเติมเรื่อยได้มั้ยค่ะ
porndudee@yahoo.com (IP:117.47.24.209)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 7 ม.ค. 2554 (12:02)
ขอบคุณจากสูตรที่ให้มา ประหยัดจริงๆค่ะ !
แม่บ้านเกษียณ (IP:124.120.179.73)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 25 ก.พ. 2554 (13:41)
ขอบคุณครับที่ให้คำแนะนำ
top15864@hotmail.com (IP:203.113.122.18)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 19 พ.ย. 2554 (12:13)
ขอบคุณทุกท่าน ที่แนะนำรายละเอียดที่เป็นประโยชน์นี้และเจ้าของ web ที่ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งดีๆเช่นนี้ครับ...
piched.nilploy@spansion.com (IP:61.91.73.21)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 29 ม.ค. 2556 (12:25)
ของที่นำมาให้หนูจะนำมาใช้ค่ะ
น้ำ (IP:119.42.87.108)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม