วิชาการดอทคอม ptt logo

การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นหลัก (Problem-Based Learning,PBL)

โพสต์เมื่อ: 16:45 วันที่ 14 ก.ค. 2550         ชมแล้ว: 2,278 ตอบแล้ว: 0
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
Problem Based learning

คำจำกัดความ
Problem Based learning (PBL) หรือการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นพื้นฐาน คือ แนวทางรวมสำหรับการศึกษา ซึ่งเป็นทั้งเนื้อหาของหลักสูตรและกระบวนการ ในการเรียนรู้แบบ PBL ผู้เรียนถือเป็นระดับมืออาชีพ และเผชิญปัญหาที่เกิดขึ้น และยังเป็นการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาที่เน้นระบบเพื่อความต้องการปรับปรุงทักษะการแก้ปัญหา เท่าๆกับช่วยผู้เรียนให้ได้รับความรู้และเสริมทักษะที่จำเป็น PBL ใช้กับปัญหาที่เป็นจริงของโลก ไม่ใช่แค่สมมติฐานเพื่อการศึกษาซึ่งง่ายและต้องการคำตอบแบบทั่วไป แต่การเรียนรู้แบบ PBL เป็นกระบวนการดิ้นรนด้วยปัญหาธรรมดา ซึ่งผู้เรียนต้องเรียนรู้ทั้งสาระและทักษะการคิดแบบใช้เหตุผล

หลักการและเหตุผล
เน้นและสนับสนุนให้ผู้เรียนรับผิดชอบการเรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยการเสนอปัญหาและความต้องการในการแก้ปัญหานั้นๆ ซึ่งไม่เหมือนกับข้อมูลปรกติที่เคยกล่าวไว้ในหลักสูตรแบบเดิมๆ ข้อแตกต่างคือ ระบบของ PBL เริ่มด้วย ปัญหา ที่มีพื้นฐานมาจากข้อมูลจริง หรือที่จำลองมาจากเหตุการณ์จริงก็ได้ และต้องการให้ผู้เรียนแต่ละคนหรือเป็นกลุ่ม ค้นหาคำตอบนั้น แหล่งข้อมูลและฝึกทักษะกันด้วยตนเอง ซึ่งพัฒนาได้จากความต้องการโดยตรง และการกำหนดในรายละเอียดของปัญหานั้นๆ

กฎเกณฑ์ของ PBL
 ผู้เรียนรับผิดชอบในการเรียนของพวกเขา
 กระตือรือร้นเพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้และทักษะ
 ร่วมมือกันแทนที่จะแข่งขันกัน
 หันเหไปสู่อาชีพการงาน
 ในทิศทางรอบด้านสู่การปฏิบัติทางวิชาชีพ
 บูรณาการความรู้จากขอบเขตอื่นที่แตกต่างกัน
 บูรณาการทั้งความรู้ ทักษะ และทัศนะคติ
คุณลักษณะของ PBL ที่กำหนดโดย Jill Armstrong
 ใช้สิ่งกระตุ้นเพื่อช่วยให้ผู้เรียนพูดคุยถกเถียงปัญหาที่สำคัญ
 เสนอปัญหาที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
 ให้แนวทางที่เหมาะสมแก่ผู้เรียนในเรื่องวิธีคิดที่เป็นเหตุเป็นผล จำกัดแหล่งข้อมูล เพื่อช่วยผู้เรียนรู้การกำหนดขอบเขต ในความพยายามแก้ปัญหา
 ให้ผู้เรียนมีการร่วมมือทำงานในแบบกลุ่ม สำรวจข้อมูลทั้งในและนอกชั้นเรียน
 ให้ผู้เรียนกำหนดความต้องการเรียนรู้ และการเลือกใช้แหล่งการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างเหมาะสม
 ประยุกต์ความรู้ใหม่ให้เข้ากันกับปัญหาและสามารถประเมินผลกระบวนการแก้ปัญหาของพวกเขาด้วย

ระบบ PBL ปรับปรุงให้ผู้เรียนสามารถดำเนินการ
 กำหนดปัญหาได้ชัดเจน
 ปรับปรุงทางเลือกของสมมติฐาน
 เข้าถึง ประเมิน และใช้ประโยชน์ของข้อมูลจากแหล่งต่างๆ
 เปลี่ยนสมมติฐานเพื่อการรับข้อมูลใหม่ๆ
 ปรับปรุงการเสนอคำตอบที่แจ่มชัด ซึ่งเหมาะสมกับปัญหาและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกัน บนพื้นฐานข้อมูลและการใช้เหตุผลอย่างโปร่งใส


ขั้นตอนในการเรียนรู้แบบ PBL
ขั้นตอน 1: การเผชิญและการกำหนดปัญหา
ผู้เรียนต้องเผชิญกับภาพจำลองของโลกที่เป็นจริง ผ่านการเอาใจใส่อย่างมีความรับผิดชอบ เช่น ผู้เรียนอาจถูกร้องขอให้เสนอทบทวนเรื่องราวในยุคโบราณโดยอาศัยมุมมองในภาพรวมว่าอนุสาวรีย์โบราณเหล่านั้นถูกสร้างมาด้วยวิธีใด พวกเขาอาจต้องย้อนคำถามในใจตนเองดังนี้
-อะไรบ้างที่ฉันรู้แล้วเกี่ยวกับปัญหาหรือคำถามนี้ ?
-อะไรที่ฉันต้องรู้อีกเพื่อนำเสนอปัญหาหรือตั้งคำถามอย่างได้ผล ?
-มีแหล่งข้อมูลอะไรบ้างที่ฉันสามารถเข้าถึงการตัดสินใจ เพื่อเสนอคำตอบหรือสมมติฐานได้ ? ตรงประเด็นนี้ การเน้นที่การกำหนดปัญหาเป็นเรื่องจำเป็น ผ่านขั้นตอนนี้แล้ว ก็จะพบข้อมูลใหม่ที่ต้องเข้าถึงและเข้าใจต่อไป

ขั้นตอนที่ 2: การเข้าถึง การประเมิน และการใช้ประโยชน์จากข้อมูล
เมื่อกำหนดปัญหาได้กระจ่างแล้ว ก็จะเข้าสู่การค้นหาข้อมูลต่างๆ เช่น จากสิ่งพิมพ์ จากคนที่พอรู้ จากแหล่งทางอีเล็กโทรนิค เป็นต้น เมื่อจะนำข้อมูลไปใช้ ต้องตรวจสอบด้วยความระมัดระวังในคุณค่าและแหล่งที่เข้าถึงได้ ถ้าเอาการประเมินผลที่ตั้งเป็นทฤษฎีในการเสนอความคิดมาใช้ ต้องระมัดระวังในการบันทึกและการทำการประเมินผลอย่างถูกต้อง และน่าเชื่อถือตรงกันตามลักษณะข้อมูลของที่ตั้งที่เสนอมาด้วย

ขั้นตอนที่ 3: การสังเคราะห์และการดำเนินงาน
ขั้นตอนนี้ ผู้เรียนเสนอคำตอบสำหรับปัญหาที่ตั้งไว้ อาจใช้ผลผลิตจากสื่อในการนำเสนอ หรือไม่ก็เป็นการเสนอโดยการเขียนรายงานแบบทั่วไป เน้นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคำถาม ในแทบทุกกรณี


ข้อเสียเปรียบของ PBL
ความสำเร็จในการศึกษา การเรียนรู้แบบ PBL ซึ่งมุ่งเน้นการแก้ปัญหาเฉพาะ แต่คะแนนผลสัมฤทธิ์ในการศึกษามักมีผลตอบสนองโดยตรงสูงสำหรับการเรียนรู้แบบเดิม เมื่อมีการนำแบบการทดสอบมาตรฐานมาใช้ แต่จะไม่สนองตอบเลยกับวิธีการต่างๆหรือการทดสอบที่ไม่เป็นแบบฟอร์มตามมาตรฐานเดิม ซึ่งการวัดแบบใหม่นี้รวมไปถึงการวัดความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถของทักษะเฉพาะตน ความสัมพันธ์ของกลุ่ม ความสามารถในการใช้เหตุผล ความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ในทางกลับกัน การสอนแบบเดิมจะมีผลดีกว่า ในแง่การเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ที่ครอบคลุมเนื้อหาทั่วไป


บทบาทของผู้เรียน
คือการเปลี่ยนแปลงทัศนะคติของผู้เรียนแบบเดิมๆ ซึ่งผู้เรียนส่วนมากยังมีทัศนะคติที่หวังว่าครูของพวกเขาเป็นผู้ให้ความรู้ แนวทางของเนื้อหาวิชาซึ่งยังขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของผู้สอนเป็นสำคัญ และมีความทรงจำแบบเดิมๆที่จำกัดเป็นความต้องการของผู้เรียนด้วย ผู้เรียนส่วนมากสูญเสียความสามารถเพราะ “ความสงสัยในบางสิ่งเอาง่ายๆ” (Reithlingshoefer, 1992) ปัญหานี้ปรากฏสำหรับผู้เรียนปีแรกๆ ซึ่งแสดงบทได้ยากในการเป็นผู้กำหนดการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Schmidt, Henny, & de Vries, 1992)

บทบาทของครู
ครูในหลักสูตรแบบ PBL ต้องการ การเปลี่ยนแปลงวิธีการสอนจากแบบเดิมๆในการบรรยาย การปรึกษาสนทนา และต้องขอร้องผู้เรียนให้จดจำเรื่องราวสำหรับการทดสอบ คือ ในระบบการเรียนรู้แบบ PBL ครูต้องเป็นผู้สนับสนุนมากกว่าการเป็นผู้แพร่การให้ข้อมูล เช่น ครูควรมุ่งเน้นที่ความเอาใจใส่กับการตั้งคำถามของนักเรียน แนะนำเหตุผลและชี้ข้อบกพร่อง บอกแหล่งการค้นคว้าให้กับนักเรียน และการควบคุมให้นักเรียนทำงานสม่ำเสมอ บทบาทของครูเช่นนี้ มีความแตกต่างสำหรับครูบางคน ผู้ซึ่งยากจะเปลี่ยนบทบาทจากที่ตนเคยชินมาก่อนนี้


PBL(202.133.139.108)





ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม