ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 2 ต.ค. 2550 (11:33) อายุ56ไม่หมดประจำเดือน จะเป็นอะไรไหม
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 3 เม.ย. 2551 (19:47) ดิฉันอายุ38ปี เวลามีเพศสัมพันธ์กับสามีแล้วสามีจะแสบบริเวณเส้นสองสลึงเป็นเพราะสาเหตุอะไรค่ะช่วยตอบด้วยค่ะเพราะมันเป็นปํญหาครอบครัวมากค่ะเคยใช้เจลหล่อลื่นช่วยแต่ก็ยังมีอาการแสบหลังร่วมเพศเรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
namnig23@hotmail.com (IP:125.26.182.63)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 3 เม.ย. 2551 (19:49) <P>เมลล์ที่ถูกต้องค่ะnamning23@hotmail.com</P>
namning23@hotmail.com (IP:125.26.182.63)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 8 ก.ค. 2555 (13:33) อายุ 54 ปี ประจำเดือนยังไม่หมด มีภาวะเสี่ยงมะเร็งหรือเปล่าคะ
uraithepkua@hotmail.com (IP:113.53.214.1)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 9 ก.ค. 2555 (04:16) อายุ ๕๔ แต่ยังมีประจำเดือน ผมว่าน่าไปหาหมอทางนารีเวชครับ ให้เขาตรวจภายใน ทำ Pap smear ด้วย แล้วนอกจากนั้นผมว่าเขาควรจะทำ ultrasound ดูมดลูกด้วย ถ้าเขาไม่ทำอย่างที่ผมว่าผมคิดว่าหมอทางนี้ส่วนใหญ่จะคิดว่าไม่รอบคอบ ถ้าทุนทรัพย์ไม่พอทำ ultrasound อย่างน้อยเขาควรทำ Pap spear ทั้งหมดนี้ไม่เจ็บปวดอะไร แค่รำคาญ
หญิงทุกคนที่ยังมีมดลูกควรจะต้องให้หมอตรวจภายใน กับทำ Pap test ทุกปี เท่าที่ผมจำได้ มะเร็งปากมดลูกในคนไทยพบได้ไม่น้อย จะลดอัตราตายจากมะเร็งได้ก็ต่อเมื่อเรามีการตรวจเป็นประจำ
ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5187 ครั้ง - ดาว 592 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 25 ส.ค. 2555 (09:16) ปัจจุบันอายุ 47 ปี ประจำเดือนหมดตอน อายุ 44 ปี เมื่อก่อน อายุน้อยๆประจำเดือนมาปกติ ครั้งละ 7 วัน และมามาก พออายุ 40 ประจำเดือนเริ่มมาแค่ 3-4 วัน ค่อยๆ ห่างไป และหายขาดมาแล้ว 3 ปี จะผิดปกติอย่างไรบ้างคะ
kokorosaiping@gmail.com (IP:182.53.114.130)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 25 ส.ค. 2555 (11:43) อาจไม่ผิดปกติ แต่ยังไงๆก็ควรหาแพทย์ปีละครั้ง อย่างที่อธิบายไว้ใน คห.ที่ ๖ จะเป็นแพทย์ทั่วไปหรือแพทย์ทางนรีเวชก็ได้ แต่เขาควรจะทำการตรวจภายใน กับทำ Pap test อย่างน้อยปีละครั้ง นอกจากจะตัดมดลูกออกแล้ว ถ้าเขาไม่ตรวจภายในก็หมายความว่าเขาไม่ถี่ถ้วน เปลี่ยนไปหาคนที่เขาสนใจดูแลผลประโยชน์ของคุณ
ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5187 ครั้ง - ดาว 592 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 8 มี.ค. 2556 (20:51) คุณแม่อายุ 50 กว่าแล้ว ประจำเดือนขาดไป 5ปี แต่จู่ๆประจำเดือนมา ไม่ทราบว้าจะเป็นอันตรายไหม เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรึเปล่าค่ะ
ultrasound ดูมดลูกดูแล้วปกติดี
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 9 มี.ค. 2556 (07:43) การทำ ultrasound ดูอวัยวะในเชิงกรานมีประโยชน์มาก สามารถเห็นมดลูก เห็นรังไข่ ส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตรวจวินิจฉัย ไม่ใช่ว่าทำ ultrasound แล้วไม่ต้องทำอย่างอื่น
ทำ ultrasound แล้วแต่เขาตรวจภายในช่องคลอดก่อนหรือเปล่า ถ้าตรวจภายในด้วย เขาทำ Pap smear (บางทีเรียก Pap test) คู่ไปด้วยหรือเปล่า ถ้าหมอเขาถี่ถ้วนเขาต้องทำทั้งสามอย่าง ถ้าเขาทำแค่ ultrasound มดลูกแต่ไม่ได้ทำอย่างอื่น ก็แสดงว่าไม่ถี่ถ้วนหรือขี้เกียจ เพราะ ultrasound ไม่กินแรงอะไรเลย เขียนใบสั่งสองบันทัดก็ให้คนอื่นทำได้ แต่การจะทำการตรวจภายใน กับทำ Pap smear ต้องลงแรงมากกว่า ต้องเอาขึ้นโต๊ะตรวจ ต้องมีพยาบาลช่วย ต้องใส่ถุงมือ ต้องมีเครื่องมือ ต้องป้ายมูกจากปากมดลูก ใส่บนแผ่นกระจก (slide) แล้วส่งให้พยาธิแพทย์วิเคราะห์ หลายขั้นตอนมากกว่า
มะเร็งปากมดลูกระยะแรกๆดูด้วย ultrasound ไม่เห็น มะเร็งในโพรงมดลูกเองระยะแรกๆก็คงไม่พบ ขึ้นกับความสามารถของคนอ่าน ultrasound ด้วย ส่วนการทำ Pap smear นั้นเขาใช้เขี่ยบริเวณปากมดลูกเอาเซลล์ไปดูด้วยกล้องจุลทัศน์ ละเอียดกว่ามาก
ถ้าให้ดี การตรวจภายในควรทำทุกปี เท่าที่จำได้มะเร็งปากมดลูกบ้านเราค่อนข้างจะมีอัตราสูง การทำ Pap smear จะบอกได้แต่เนิ่นๆ ตั้งแต่เซลล์เริ่มผิดปกติก่อนเป็นมะเร็ง ข้อสำคัญคือ การทำ Pap smear ไม่สามารถบอกได้ว่าส่วนอื่นๆเช่น รังไข่ มดลูก ช่องคลอด หรือ อวัยวะเพศ ปกติหรือเปล่า นอกจากจะเอามูกบริเวณปากมดลูกไปตรวจแล้ว เวลาตรวจเขาควรจะดูภายในช่องคลอด คลำมดลูก คลำรังไข่ ดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ ถ้าสงสัยก็ส่งทำ ultrasound แต่ทำ ultrasound โดยไม่มีการตรวจภายในก่อนถือว่ามักง่าย เอาความสดวกเข้าว่า (ถ้าเขาทำแบบนั้นกับภริยาผม ผมจะยุให้เปลี่ยนไปหาหมอที่เอาใจใส่มากกว่านั้น) โดยทั่วไปเขาแนะนำว่าควรมีการตรวจภายในกับทำ Pap smear ปีละครั้ง ยกเว้นมดลูกกับปากมดลูกโดนตัดไปแล้ว ที่เรียก Total hysterectomy (ไม่ใช่ตัดแค่มดลูก ยังเหลือปากมดลูกอยู่ ที่เรียก Sub-total hysterectomy) แต่เมืองไทยคงยากที่จะตรวจทุกปีตามมาตรฐานฝรั่ง
ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5187 ครั้ง - ดาว 592 ดวง