ผู้หญิงจะเข้าสู่วัยทองเมื่ออายุเท่าไร | เว็บบอร์ด วิชาการ.คอม

ผู้หญิงจะเข้าสู่วัยทองเมื่ออายุเท่าไร

โพสต์เมื่อ: 22:55 วันที่ 14 ก.ค. 2550         ชมแล้ว: 35,204 ตอบแล้ว: 10
วิชาการ >> กระทู้ >> สุขภาพ >> สุขภาพทั่วไป
เนื่องจากได้เห็นหลายกระทู้คุยเรื่องเกี่ยวกับวัยทองเลยอยากเอามาอธิบายให้ครับ

วัยทองคือวัยหมดประจำเดือน แต่จริง ๆ แล้ววัยทองจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงก่อนหมดประจำเดือน

วัยทองที่อายุ 30 ปี นี่อาจเป็นการเข้าใจผิดนะครับ อายุเฉลี่ยของวัยทองคือ 45 - 50 ปี นะครับ โดยในเพศชายมักพบได้อายุ 50 ปี ขึ้นไป ทั้งนี้ในเพศชายไม่สามารถสรุปเป็นตัวเลขได้แน่นอน ขึ้นกับร่างกายของแต่ละคน เช่นผู้ชายที่ออกกำลังกายบ่อยๆ แข็งแรง ก็จะเข้าสู่วัยทองช้าลง

ในของผู้หญิงสามารถอธิบายได้จาก จำนวนไข่(egg) ใน รังไข่ (ovary) ทั้ง 2 ข้างจะมีประมาณ 400 ฟองหลังจากเกิดมา และจะเริ่มตกไข่ หรือมีประจำเดือนครั้งแรกในอายุประมาณ 12 ปี
โดยไข่จะตกสลับข้างกัน(ซ้ายขวา)ในแต่ละเดือน จนหมด 400 ฟอง โดย1 ปี จะตก 12 ฟอง
= 400/12 = 33.3 ปี ซึ่งเมื่อเอาไปรวมกับ ระยะเวลาตั้งแต่เด็กจนเริ่มตกไข่ครั้งแรก ก็คือ 12 + 33.3 ปี หรือประมาณ 45 ปี นั่นเอง ทั้งนี้แล้วแต่บางคนตัวเลขจึงไม่แน่นอน เช่นการตั้งครรภ์ ซึ่งระหว่างการตั้งครรภ์ จะไม่มีไข่ตกเลย ทำให้ระยะเวลากว่าจะเป็นวัยทองยืดยาวออกไป

อาการอะไรบ้าง

ในระยะแรก ๆ ที่คนเราจะเข้าสู่วัยทอง จะมีอาการต่าง ๆ ที่สามารถสังเกตุเห็นได้ชัด เช่น มีอาการหงุดหงิดง่าย นอนไม่ค่อยหลับ ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกผิดปกติทั้ง ๆ ที่อากาศไม่ร้อน นอกจากนี้บางคนจะหลงลืมง่าย ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพต่ำลง ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงอายุนั้น แต่บางคนก็เข้าสู่วัยทองโดยไม่มีอาการต่าง ๆ เหล่านี้เลย แต่พบน้อย
สำหรับสิ่งที่เราพบได้บ่อยในความเปลี่ยนแปลงของหญิงวัยทองก็คือ ความเปลี่ยนแปลงของรอบประจำเดือน โดยจะแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ

ช่วงแรก
อายุ 40-45 ปี ประจำเดือนจะมาเร็วขึ้น เช่นจากที่เคยมาทุกเดือน จะมาทุก ๆ 3 อาทิตย์
ช่วงที่ 2
อายุประมาณ 45-50 ปี ระยะนี้ประจำเดือนจะเริ่มห่าง เช่นว่าบางคนเดือนครึ่งมาทีหนึ่ง บางคนอาจเป็น 2 เดือน 3 เดือน มาครั้งหนึ่ง
ช่วงที่ 3
เป็นช่วงที่หมดประจำเดือนจริง ๆ อายุประมาณ 50 ปี ขึ้นไป ประจำเดือนจะหายไปเป็นระยะเวลานาน ซึ่งเราจะตัดสินว่าคน ๆ นั้นหมดประจำเดือนแล้วจริง ๆ ก็ต่อเมื่อประจำเดือนหายไปครบ 12 เดือน หรือ 1 ปี
ปัญหาทางร่างกายที่จะเกิดกับวัยทองจะมี 2 ระยะด้วยกันคือ

ผลระยะสั้น

เริ่มตั้งแต่ช่วงก้าวเข้าสู่วัยทอง จนกระทั่งหมดประจำเดือนไปแล้ว ช่วงนี้จะมีอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกมากผิดปกติ มักเป็นตอนกลางคืน อ่อนเพลีย เหนื่อยหน่าย หงุดหงิดง่าย ขี้กังวล นอนไม่หลับ หลงลืม

ผลระยะยาว

จะมี 3 ระบบใหญ่ ๆ คือ เกี่ยวกับระบบอวัยวะสืบพันธุ์และทางเดินปัสสาวะ โดยบางคนเมื่อหมดประจำเดือนไปนานแล้ว จะพบอาการต่าง ๆ เช่น ช่องคลอดแห้ง เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะขัด อีกระบบหนึ่งเป็นระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยจะมีความเสี่ยงเพิ่มที่จะเป็นโรคดังกล่าว และระบบที่ 3 เกี่ยวกับภาวะกระดูกบาง หรือกระดูกพรุน จะพบบ่อยกับผู้ที่หมดประจำเดือนแล้ว 5 ปีขึ้นไป


Dr.Turn
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 150 ดวง





จำนวน 9 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 2 ต.ค. 2550 (11:33)
อายุ56ไม่หมดประจำเดือน จะเป็นอะไรไหม
วาสนา (IP:58.8.78.124)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 3 เม.ย. 2551 (19:47)
ดิฉันอายุ38ปี เวลามีเพศสัมพันธ์กับสามีแล้วสามีจะแสบบริเวณเส้นสองสลึงเป็นเพราะสาเหตุอะไรค่ะช่วยตอบด้วยค่ะเพราะมันเป็นปํญหาครอบครัวมากค่ะเคยใช้เจลหล่อลื่นช่วยแต่ก็ยังมีอาการแสบหลังร่วมเพศเรียบร้อยแล้วค่ะ   ขอบคุณมากค่ะ
namnig23@hotmail.com (IP:125.26.182.63)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 3 เม.ย. 2551 (19:49)
<P>เมลล์ที่ถูกต้องค่ะnamning23@hotmail.com</P>
namning23@hotmail.com (IP:125.26.182.63)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 8 ก.ค. 2555 (13:33)
อายุ 54 ปี ประจำเดือนยังไม่หมด มีภาวะเสี่ยงมะเร็งหรือเปล่าคะ
uraithepkua@hotmail.com (IP:113.53.214.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 9 ก.ค. 2555 (04:16)

อายุ ๕๔ แต่ยังมีประจำเดือน ผมว่าน่าไปหาหมอทางนารีเวชครับ ให้เขาตรวจภายใน ทำ Pap smear ด้วย แล้วนอกจากนั้นผมว่าเขาควรจะทำ ultrasound ดูมดลูกด้วย   ถ้าเขาไม่ทำอย่างที่ผมว่าผมคิดว่าหมอทางนี้ส่วนใหญ่จะคิดว่าไม่รอบคอบ ถ้าทุนทรัพย์ไม่พอทำ ultrasound อย่างน้อยเขาควรทำ Pap spear ทั้งหมดนี้ไม่เจ็บปวดอะไร แค่รำคาญ


หญิงทุกคนที่ยังมีมดลูกควรจะต้องให้หมอตรวจภายใน กับทำ Pap test ทุกปี  เท่าที่ผมจำได้ มะเร็งปากมดลูกในคนไทยพบได้ไม่น้อย จะลดอัตราตายจากมะเร็งได้ก็ต่อเมื่อเรามีการตรวจเป็นประจำ




ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5187 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 25 ส.ค. 2555 (09:16)
ปัจจุบันอายุ 47 ปี ประจำเดือนหมดตอน อายุ 44 ปี เมื่อก่อน อายุน้อยๆประจำเดือนมาปกติ ครั้งละ 7 วัน และมามาก พออายุ 40 ประจำเดือนเริ่มมาแค่ 3-4 วัน ค่อยๆ ห่างไป และหายขาดมาแล้ว 3 ปี จะผิดปกติอย่างไรบ้างคะ
kokorosaiping@gmail.com (IP:182.53.114.130)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 25 ส.ค. 2555 (11:43)

อาจไม่ผิดปกติ แต่ยังไงๆก็ควรหาแพทย์ปีละครั้ง อย่างที่อธิบายไว้ใน คห.ที่ ๖ จะเป็นแพทย์ทั่วไปหรือแพทย์ทางนรีเวชก็ได้ แต่เขาควรจะทำการตรวจภายใน กับทำ Pap test อย่างน้อยปีละครั้ง นอกจากจะตัดมดลูกออกแล้ว ถ้าเขาไม่ตรวจภายในก็หมายความว่าเขาไม่ถี่ถ้วน เปลี่ยนไปหาคนที่เขาสนใจดูแลผลประโยชน์ของคุณ


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5187 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 8 มี.ค. 2556 (20:51)
คุณแม่อายุ 50 กว่าแล้ว ประจำเดือนขาดไป 5ปี แต่จู่ๆประจำเดือนมา ไม่ทราบว้าจะเป็นอันตรายไหม เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรึเปล่าค่ะ
ultrasound ดูมดลูกดูแล้วปกติดี
เจน (IP:171.4.108.78)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 9 มี.ค. 2556 (07:43)

การทำ ultrasound ดูอวัยวะในเชิงกรานมีประโยชน์มาก สามารถเห็นมดลูก เห็นรังไข่ ส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตรวจวินิจฉัย ไม่ใช่ว่าทำ ​ultrasound แล้วไม่ต้องทำอย่างอื่น
 
ทำ ultrasound แล้วแต่เขาตรวจภายในช่องคลอดก่อนหรือเปล่า ถ้าตรวจภายในด้วย เขาทำ Pap smear (บางทีเรียก ​Pap test) คู่ไปด้วยหรือเปล่า ถ้าหมอเขาถี่ถ้วนเขาต้องทำทั้งสามอย่าง ถ้าเขาทำแค่ ultrasound มดลูกแต่ไม่ได้ทำอย่างอื่น ก็แสดงว่าไม่ถี่ถ้วนหรือขี้เกียจ เพราะ ​ultrasound ไม่กินแรงอะไรเลย เขียนใบสั่งสองบันทัดก็ให้คนอื่นทำได้ แต่การจะทำการตรวจภายใน กับทำ Pap smear ต้องลงแรงมากกว่า ต้องเอาขึ้นโต๊ะตรวจ ต้องมีพยาบาลช่วย ต้องใส่ถุงมือ ต้องมีเครื่องมือ ต้องป้ายมูกจากปากมดลูก ใส่บนแผ่นกระจก (slide) แล้วส่งให้พยาธิแพทย์วิเคราะห์ หลายขั้นตอนมากกว่า

มะเร็งปากมดลูกระยะแรกๆดูด้วย ultrasound ไม่เห็น มะเร็งในโพรงมดลูกเองระยะแรกๆก็คงไม่พบ ขึ้นกับความสามารถของคนอ่าน ultrasound ด้วย  ส่วนการทำ Pap smear นั้นเขาใช้เขี่ยบริเวณปากมดลูกเอาเซลล์ไปดูด้วยกล้องจุลทัศน์  ละเอียดกว่ามาก

ถ้าให้ดี การตรวจภายในควรทำทุกปี เท่าที่จำได้มะเร็งปากมดลูกบ้านเราค่อนข้างจะมีอัตราสูง การทำ Pap smear จะบอกได้แต่เนิ่นๆ ตั้งแต่เซลล์เริ่มผิดปกติก่อนเป็นมะเร็ง  ข้อสำคัญคือ การทำ Pap smear ไม่สามารถบอกได้ว่าส่วนอื่นๆเช่น รังไข่ มดลูก ช่องคลอด หรือ อวัยวะเพศ ปกติหรือเปล่า  นอกจากจะเอามูกบริเวณปากมดลูกไปตรวจแล้ว เวลาตรวจเขาควรจะดูภายในช่องคลอด คลำมดลูก คลำรังไข่ ดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ ถ้าสงสัยก็ส่งทำ ultrasound  แต่ทำ ultrasound โดยไม่มีการตรวจภายในก่อนถือว่ามักง่าย เอาความสดวกเข้าว่า (ถ้าเขาทำแบบนั้นกับภริยาผม ผมจะยุให้เปลี่ยนไปหาหมอที่เอาใจใส่มากกว่านั้น)  โดยทั่วไปเขาแนะนำว่าควรมีการตรวจภายในกับทำ Pap smear ปีละครั้ง ยกเว้นมดลูกกับปากมดลูกโดนตัดไปแล้ว ที่เรียก Total hysterectomy (ไม่ใช่ตัดแค่มดลูก ยังเหลือปากมดลูกอยู่ ที่เรียก Sub-total hysterectomy) แต่เมืองไทยคงยากที่จะตรวจทุกปีตามมาตรฐานฝรั่ง


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5187 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.0237 seconds !