|
มาสนุกกับหลักการ "แพรัลแลกซ์ (parallax)"
โพสต์เมื่อ:
01:25 วันที่ 16 ก.ค. 2550 ชมแล้ว:
10,086
ตอบแล้ว:
40
มาสนุกกับหลักการ "แพรัลแลกซ์ (parallax)"
จำนวน 36 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 2 ก.พ. 2551 (08:34) ได้ความรู้และรู้จักไอน์สไตน์มากขึ้น ขอบคุณครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 3 ก.พ. 2551 (02:00) ![]() อยากดู Video สีของไอน์ไตน์ เชิญทางนี้ครับ http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=122961 ![]() นำกระดาษมาตัดเป็นช่อง แล้วนำแท่งวัตถุไปวางไว้ด้านหลังให้ห่างจากช่องว่างบนกระดาษสักเล็กน้อย ![]() ถ้าวัตถุที่เห็นนั้นเปรียบได้กับตาดำ และช่องว่างเป็นลูกตา เราจะดูเหมือนว่าตาดำมีการกรอกกลิ้งได้ จึงดูเหมือนเหลียวมอง ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 4 ก.พ. 2551 (06:15) เวลาเรานั่งรถวิ่งผ่านสิ่งข้างทางซึ่งอยู่กับที่ เรากลับเห็นว่าสิ่งข้างทางเหล่านั้นวิ่งผ่านเราไป หลักการเดียวกันหรือเปล่าคะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 4 ก.พ. 2551 (09:27) ภาพวาดประกอบรูปคนสีแดง เขียว และน้ำเงินที่มองดวงตา ที่คุณแขชนะลบออกไป ในตอนต้นเรื่อง แล้วคุณแขชนะเปลี่ยนมาเป็นภาพในความคิดเห็น 21-22-23 หรือในอนาคตอาจจะทำเป็นรูปอื่นๆไปแจกในงานอื่นๆ การที่คนเราไม่รู้จักคำว่าให้เกียรติในความคิดของผู้อื่น ไม่ยอมรับสิ่งที่ทำลงไป เพื่อประโยชน์อะไรครับ มีสื่อใหม่ๆในอนาคตที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์จะผลิตออกมามาก ถ้าในอนาคตมีการละเมิดความคิดนี้กับคนไม่เขาไม่ยอมความจะเกิดอะไรขึ้นบ้างครับ ขอให้ผู้อ่านทุกคนจงพิจารณาดู ผมจะหยุดแล้ว ท่านจะหยุดหรือยัง ผู้ออกแบบคนหนึ่ง (IP:203.185.68.163) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 4 ก.พ. 2551 (10:13) การที่ครูไผ่เห็นสิ่งของข้างทางมีการเคลื่อนที่ไปนั้น เป็นการเปรียบเทียบกับขอบหน้าต่างซึ่งเป็นจุดอ้างอิง นั่นแหละครับคือ Parallax อันที่จริงเรื่องนี้มีการศึกษากันมานานหลายร้อยปีแล้ว ถ้าดูตามเอกสารต่างๆของ Newton หรือสมุดบันทึกของ Davinci ก็มีให้เห็นครับ มีการเอาปรากฏการณ์นี้ไปทำภาพยนต์ 3 มิติด้วย โดยอาศัยหลักการของ Pulfrich Effect ที่ค้นพบโดยชาวเยอรมัน เมื่อต้นศตวรรษที่ 20 นี้ จะปรากฏเป็นหนัง 3 มิติชัดเมื่อเกิด Pallarax มาก แต่ต้องใช้แว่นตาพิเศษที่ข้างหนึ่งมืด ข้างหนึ่งสว่างครับ มีโอกาสจะเล่าให้ฟังอีกที parallax (แพรัลแลกซ์ ) คือ การที่เราเห็นตำแหน่งของวัตถุเปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อเปลี่ยนทิศทางของการมองวัตถุนั้น จากอภิธานศัพท์ฟิสิกส์ http://www.electron.rmutphysics.com/physics-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=291&Itemid=49 ผู้สนใจสามารถนำหลักการนี้ไปอธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติหรือสิ่งประดิษฐ์ หรือคิดออกแบบสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาเองได้มากมาย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 5 ก.พ. 2551 (07:35) เมื่อปี 2005 มีการเฉลิมฉลองทั่วโลกเนื่องในโอกาส World Year of Physics 2005 : Einstein in the 21 st Century ผมได้มีโอกาสร่วมเป็นคณะกรรมการจัดงาน World Conference on Physics and Sustainable Development http://www.wcpsd.org/education/committee.cfm เรียกอีกนัยหนึ่งก็คือเป็นการฉลอง 100 ปีของไอน์สไตน์นั่นเอง ดูจากโปรแกรมทั่วโลกแล้วรู้สึกน่าตื่นเต้น หลายคนมีความรู้สึกเหมือนกับว่า ไอน์สไตน์ยังมีชีวิตอยู่ มีการจัดนิทรรศการในประเทศต่างๆทั่วโลก จัดทำของที่ระลึกและกิจกรรมที่ตื่นตาตื่นใจ มีการแสดงละคร มีการถ่ายทำ Video แต่งตัวและแสดงเลียนแบบไอน์สไตน์ เป็นต้น นิตยสาร TIME ตั้งสมญานามไอน์สไตน์ว่าเป็นบุคคลแห่งศตวรรษ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในความเห็นที่ 18 บางบริษัทถึงกับทำหน้าไอน์สไตน์เหลียวมองออกจำหน่าย ซึ่งมีลักษณะเป็นภาพลวงตาแบบเว้าลงไป(The Einstein Hollow Face Illusion) ตามหลักการข้างต้น http://www.grand-illusions.com/einstein.htm ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 5 ก.พ. 2551 (07:37) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 5 ก.พ. 2551 (07:39) ![]() ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราชก็ยังทำหน้าไอน์สไตน์เหลียวมอง ติดตั้งอยู่บนหอคอยสูง มองเห็นได้จากที่ไกลๆ ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งไหน ก็ดูเหมือนไอน์สไตน์เหลียวมองตาม ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 5 ก.พ. 2551 (07:40) ![]() ความจริงแล้ว Hollow Face Illusion ซึ่งเป็นที่รู้จักกันมานานแล้ว ตามศูนย์วิทยาศาสตร์หรือพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในประเทศต่างๆที่มีการแสดงเกี่ยวกับภาพลวงตา ก็มักจะมีภาพเหล่านี้ ดังแสดงตัวอย่างจากฮ่องกง http://www.lcsd.gov.hk/CE/Museum/Science/eindex.php ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 5 ก.พ. 2551 (07:42) ![]() เนื่องจากการที่มีลักษณะพิเศษที่หันหน้าตามนี้เองจึงมีผู้นิยมเอาไปทำเป็นพระพุทธรูป คงจะทำให้ดูคล้ายๆแสดงปาฏิหาริย์กระมัง http://www.thaitambon.com/tambon/tsmepdesc.asp?Prod=0638111120&ID=270601&SME=063893934 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 5 ก.พ. 2551 (08:44) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 5 ก.พ. 2551 (08:45) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 5 ก.พ. 2551 (11:12) ประสบการณ์ในชีวิต (1) ตอนเป็นเด็ก บ้านและที่นาของผมห่างกันประมาณ 2 กิโลเมตร เดินทางไปกลับด้วยเท้าเท่านั้น (ไม่มีโอกาสได้ใช้ ฮ.) ตอนเย็นในช่วงข้างขึ้นประมาณ 6-13 ค่ำ เมื่อเดินทางกลับจากนา จะเห็นดวงจันทร์เคลื่อนที่ตาเราไป ถ้าเราเดินช้าหรือเร็ว ดวงจันทร์ก็จะเคลื่อนที่ช้าหรือเร็วเช่นกัน เมื่ออายุ 13 ขวบ ดีใจมากที่ได้นั่งรถเป็นครั้งแรกในชีวิต รู้สึกตื่นเต้นมาก เห็นอะไรแปลกสองข้างทาง คือ ต้นไม้ กระท่อม บ้านเรือน หรือเสาโทรเลข ที่อยู่ใกล้ถนนจะวิ่งสวนทางกับเรา แต่ต้นไม้หรือภูเขาที่อยู่ไกลออกไป จะวิ่งตามเรา และจะมีระยะหนึ่งที่ต้นไม้อยู่กับที่ (2) วันหนึ่ง ขณะยืนอยู่ที่ขอบสนามของโรงรียนมองไปที่เสาธงเห็นเสาเข็มต้นหนึ่งปักอยู่หน้าเสาธง แต่เมื่อเปลี่ยนมุมมองโดยการเดินไปทาวซ้ายหรือขวา จะเห็นเสาเข็มนั้นเคลื่อนที่ออกจากเสาธง และพบว่ามีเสาที่เรียงกันอยู่ 2 ต้น ต้นที่อยู่ใกล้เสาธง ไม่เคลื่อนที่เลย (3) ตั้งนิ้วชี้ไว้ตรงหน้า ตรงกับตะเกียงที่ตั้งอยู่บนโต๊ะพอดี เมื่อหลับตาซ้ายนิ้วชี้จะย้านมาทางซ้าย เมื่อหลับตาขวา นิ้วชี้จะย้ายมาทางขวา แต่ถ้าเลื่อนนิ้วชี้เข้าไปใกล้ตะเกียง ระยะที่นิ้วชี้ไปอยู่ทางซ้าย-ขวา จะน้อยลง
ทั้ง 3 ข้อ ได้แต่สงสัยว่า เอ ทำไมมันเป็นอย่างนั้นหว่า
ตอนหลังๆ ก็ได้รู้ว่านักดาราศาสตร์สามารถบอกระยะใกล้-ไกลของดวงดาวบางดวงในท้องฟ้าโดยอาศัยหลักการของ parallax ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 5 ก.พ. 2551 (16:26) ขอบคุณ คุณ NpEducate มากเลยครับ ผมกำลังจะฝอยเรื่องนี้ต่ออยู่พอดีเลย ใจเราช่างตรงกันเสียจริงๆ กำลังถ่ายรูปและภาพเคลื่อนไหวประกอบเรื่องนี้อยู่ครับ สักพักจะโพสท์ขึ้นไปครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 11 พ.ค. 2551 (21:53) นักดาราศาสตร์สามารถบอกระยะใกล้-ไกลของดวงดาวบางดวงในท้องฟ้าโดยอาศัยหลักการของ parallax ได้ยังไงคับ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |