"เนื้อหาในส่วนนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปอ้างอิง"
"กรุณาลงข่าวประชาสัมพันธ์ของท่านใน vService"
มาสนุกกับหลักการ "แพรัลแลกซ์ (parallax)"
โพสต์เมื่อ:
01:25 วันที่ 16 ก.ค. 2550 ชมแล้ว:
12,135
ตอบแล้ว:
41
มาสนุกกับหลักการ "แพรัลแลกซ์ (parallax)"
จำนวน 37 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2| ไม่เห็นมันจะเป็นเลยอะ ทำไง แป้ง (IP:61.19.65.60) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 31 ม.ค. 2551 (14:05) ภาพนี้ถูกออกแบบและตกแต่งจากภาพขาวดำเป็นสี ในปี พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) สำหรับเป็นสื่อวิทยาศาสตร์ตั้งโต๊ะ มีขนาดครึ่งหนึ่งของ A4 สามารถขอกระดาษพับเป็น ภาพเหมือนจ้องมอง (WATCH EINSTEIN"S EYES) รูปไอน์สไตน์ได้จากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ โทร 02-5779999 punth@scientist.com (IP:203.185.68.163) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 31 ม.ค. 2551 (22:04) ![]() สมมุติว่า viewpoint A คือตาซ้าย จะเห็นดาวสีเหลืองบนกล่องน้ำเงิน ในขณะที่ตาขวา เห็น viewpoint B เห็นดาวสีเหลืองบนกล่องแดง ภาพที่เห็นในสมองจะเห็นความเหลื่อมกันของภาพดาวสีเหลืองมากหรือน้อยขึ้นกับระยะของดาวสีเหลืองว่าอยู่ใกล้ฉากหลัง (ไกลออกไปจากตาเรา) หรืออยู่ไกลจากฉากหลัง (ใกล้ตาของเรา) การเห็นภาพเหลื่อมกันนี้เราเรียกว่า pallarax จากประสบการณ์การเรียนรู้ของเรา สมองจะแปลผลได้ว่า ถ้ามี parallax มาก แสดงว่าวัตถุอยู่ใกล้เรามาก สามารถทดลองได้ง่ายๆ โดยการเลื่อนดาวสีเหลืองให้อยู่ใกล้ตาผู้สังเกต (ไปทางซ้าย ของภาพ) จะเห็นว่า viewpoint A (ตาซ้าย) จะเห็นดาวสีเหลืองอยู่ใต้กล่องสีน้ำเงิน และ viewpoint B (ตาขวา) จะเห็นดาวสีเหลืองอยู่เหนือกล่องสีแดง ความรู้หรือประสบการณ์นี้ทำให้สมองทราบมิติของวัตถุได้ว่าอยู่ใกล้หรือไกลจากตัวเราออกไป ถ้าวัตถุอยู่ไกลจากเรามาก และอยู่ใกล้ฉากหลังมาก เราจะบอกไม่ได้เลยหรือบอกได้ยากมากว่าวัตถุอยู่ในมิติ (ความลึก หรือความไกล) จากเรามากน้อยเพียงใด ในที่นี้ ทดลองได้โดยการเลื่อนดาวสีเหลืองให้อยู่ใกล้ฉากกล่องสีขาว (ไปทางขวาของภาพ) เป็นต้น ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 31 ม.ค. 2551 (22:05) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 31 ม.ค. 2551 (22:36) ความจริงแล้วเราจะใช้รูปใครก็ได้มาทำโดยเจาะตาออกแล้วย้ายออกไปไว้ข้างหลังดังที่แสดงให้ดู อาจจะเอารูปของเราเองทำเป็นบัตรอวยพร หรือหนุ่มสาว เอารูปมาทำบัตรอวยพรในเทศกาลแห่งความรักก็ยังได้ครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 1 ก.พ. 2551 (10:10) ความจริงแล้วอาจจะไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่ควรเคารพผลงานในการออกแบบของคนอื่นด้วยครับ เพราะภาพไอน์สไตน์ที่ถูกตกแต่งเป็นภาพสีจากเดิมต้นฉบับเป็นขาวดำ ต้องใช้เวลาอย่างมาก ถ้าใครตกแต่งรูปคงรู้ และมีลายเซ็นต์ไอน์สไตน์อยู่มุมขวาด้านล่าง รวมถึงภาพวาดประกอบรูปคนสีแดง เขียว และน้ำเงินที่มองดวงตา กว่าเราจะได้ผลิตสื่อแต่ละชิ้นออกมา ต้องผ่านการอนุมัติ ทดลองทำหลายครั้ง ถูกออกแบบเป็นลิขสิทธิ์ครั้งแรกขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ โทร 02-5779999 เมื่อเราโดนละเมิดลิขสิทธิ์ทางความคิด เราก็จะไม่รู้จะเสียเวลาคิดไปทำไม ไปลอกเค้าดีกว่า หรือไปซื้อของฝรั่งที่เค้าจดสิทธิบัตรครอบคลุมดีกว่าครับ กรุณาให้เครดิตเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วยครับ เพราะเป็นของแจกฟรีที่อยากให้เด็กๆมีความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการสำคัญกว่าความคิด แต่ควรให้ความสำคัญกับเจ้าของผลงานด้วยครับ (ถ้าไม่เกิดขึ้นกับตนเอง คงไม่เข้าใจความรู้สึก) เพราะเรามีความตั้งใจจะออกแบบสื่อใหม่ๆให้เด็กเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ผู้ออกแบบ (IP:203.185.68.163) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 1 ก.พ. 2551 (10:41) ขอแจ้งให้ทราบว่า รูปในที่ 1 นั้นตัดและดัดแปลงมาบางส่วนจากรูปที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ดัดแปลงจากรูปต้นฉบับที่เป็นภาพขาวดำ ส่วนรูปปั้นในความเห็นที่ 5 ไม่เกี่ยวกับองค์การฯแต่อย่างใด จึงเรียนมาเพื่อทราบ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 1 ก.พ. 2551 (11:03) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 1 ก.พ. 2551 (11:12) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 1 ก.พ. 2551 (11:13) รูปสูติบัตรและมรณบัตรของไอน์สไตน์ก็ยังมี ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 1 ก.พ. 2551 (11:15) รูปคุณพ่อ คุณแม่ของไอน์สไตน์ก็มี ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 1 ก.พ. 2551 (11:23) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 1 ก.พ. 2551 (20:06) ขอบคุณพี่แขชนะ ที่ให้ความรู้ครับ ^^ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 2 ก.พ. 2551 (02:30) ![]() รูปนี้เป็นรูปที่แสดงให้เห็นว่า Einstein เป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์สูง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 2 ก.พ. 2551 (02:32) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 2 ก.พ. 2551 (02:39) ![]() นิตยสาร "TIME" ตั้งสมญานามว่า เป็นบุคคลแห่งศตวรรษ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 2 ก.พ. 2551 (08:34) ได้ความรู้และรู้จักไอน์สไตน์มากขึ้น ขอบคุณครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 3 ก.พ. 2551 (02:00) ![]() อยากดู Video สีของไอน์ไตน์ เชิญทางนี้ครับ http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=122961 ![]() นำกระดาษมาตัดเป็นช่อง แล้วนำแท่งวัตถุไปวางไว้ด้านหลังให้ห่างจากช่องว่างบนกระดาษสักเล็กน้อย ![]() ถ้าวัตถุที่เห็นนั้นเปรียบได้กับตาดำ และช่องว่างเป็นลูกตา เราจะดูเหมือนว่าตาดำมีการกรอกกลิ้งได้ จึงดูเหมือนเหลียวมอง |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |