เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
ปรากฎการณ์เรือนกระจก
โพสต์เมื่อ: 11:18 วันที่ 25 ก.ค. 2550         ชมแล้ว: 47,593 ตอบแล้ว: 26
ปรากฏการณ์เรือนกระจก เป็นปรากฏการณ์ที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น เนื่องจากมีก๊าซบางชนิดที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ถูกปล่อยสู่บรรยากาศเป็นจำนวนมาก อาจต้องใช้เวลากว่า 30 ปีหรือมากกว่า จึงจะปรากฎผลอย่างเด่นชัด เช่น อาจทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและท่วมพื้นที่ต่ำบริเวณชายฝั่ง จนถึงขั้นทำให้ภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนไป ซึ่งจะมีผลใหญ่หลวงต่อเกษตรกรรมของโลก โดยมีสาเหตุมาจากการใช้สารคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS) จากอุตสาหกรรม จะมีส่วนไปทำลายบรรยากาศ รวมถึงการเกิดก๊าซโอโซนในชั้นมีเทนจากธรรมชาติ และก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์จากการเผาไหม้เชื้อเพลิง ล้วนเป็นสาเหตุของการเกิดปรากฎการณ์เรือนกระจกทั้งสิ้น

namem007 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 232 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 25 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 12 ส.ค. 2550 (11:59)
เดียวบอกไห้
anas_14811@hotmail.com (IP:125.25.215.239)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 12 ส.ค. 2550 (12:00)
ปรากฏการณ์เรือนกระจกคืออะไร?
"ปรากฏการณ์เรือนกระจก" (greenhouse effect) คือ ปรากฏการณ์ที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น
เนื่องจาก พลังงานแสงอาทิตย์ ์ในช่วงความยาวคลื่นอินฟราเรทที่สะท้อนกลับถูกดูดกลืนโดย
โมเลกุลของ ไอน้ำ คาร์บอนไดออกไซด์ C2O มีเทน (CH4) และ CFCsไนตรัสออกไซด์ (N2O)
ในบรรยากาศทำให้โมเลกุลเหล่านี้มีพลังงานสูงขึ้นมีการถ่ายเทพลังงานซึ่งกันและกันทำให้
อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศสูงขึ้นการถ่ายเทพลังงานและความยาวคลื่นของโมเลกุลเหล่านี้
ต่อๆกันไป ในบรรยากาศทำให้โมเลกุลเกิดการสั่นการเคลื่อนไหว ตลอดเวลาและมาชน
ถูกผิวหนังของเรา ทำให้เรารู้สึกร้อน


















เรือนกระจก

ในประเทศในเขตหนาวมีการเพาะปลูกพืชโดยอาศัยการควบคุมอุณหภูมิความร้อนโดยใช้หลักการที่พลังงาน
ความร้อนจากแสงอาทิตย์ส่องผ่านกระจก แต่ความร้อนที่อยู่ภายในเรือนกระจกไม่สามารถสะท้อนกลับออกมา
ทำให้อุณหภุมิภายในสูงขึ้นเหมาะแก่การเพาะปลูกของพืช จึงมีการเปรียบเทียบปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นนี้ว่าภาวะ เรือนกระจก greenhouse effect











ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นก๊าซที่สะสมพลังงานความร้อนในบรรยากาศโลกไว้มากที่สุดและมีผลทำให้ อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นมากที่สุดในบรรดาก๊าซเรือนกระจกชนิดอื่นๆ CO2ส่วนมากเกิดจากการกระทำของมนุษย์เช่น
- การเผาไหม้เชื้อเพลิง
- การผลิตซีเมนต์
- การเผาไม้ทำลายป่า



ก๊าซชนิดใดบ้างที่มีบทบาทในการทำให้เกิดปรากฏการณ์ให้โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น

- ก๊าซมีเทน (CH4) เป็นก๊าซที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จากมูลสัตว์เลี้ยง เช่น วัว ควาย การเผาไหม้เชื้อเพลิง ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ

- ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ การใช้ปุ๋ย มูลสัตว์ที่ย่อยสลาย การสันดาปน้ำมันเชื้อเพลิงจากอุตสาหกรรมที่ใช้กรดไนตริกในขบวนการผลิต เช่นอุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมพลาสติก
บางชนิดอุตสาหกรรมผลิตเส้นใยไนลอน

- คลอโรฟลูโอโรคาร์บอน (Chlorofluorocarbon- CFCs) เป็นสารสังเคราะห์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม
ประกอบด้วย คาร์บอน (C) คลอรีน (Cl) และฟลูออรีน (F) ซึ่งเป็นสารที่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนเป็นสาเหตุ
ุทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น รังสีเหนือม่วงชนิด B หรือ Ultraviolet B ส่งมายังผิวโลกมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ใน
อุตสาหกรรมต่างๆ เช่น เครื่องทำความเย็นในตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ โฟม กระป๋องสเปรย์ สารดับเพลิง
สารชะล้าง ในอุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิคส์

ในปัจจุบันมีการตระหนักถึงความสำคัญของชั้นโอโซนมากขึ้นและพบว่าสาเหตุหลักของปัญหา
ชั้นโอโซนถูกทำลายนั้นมาจากสารกลุ่ม CFCsเป็นหลัก นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับสารเคมีในกลุ่มฮาโลคาร์บอน
ซึ่งประกอบด้วยอะตอมของคลอรีน ฟลูออรีน โบรมีน คาร์บอน และไฮโดรเจน จากการสำรวจโอโซนที่บริเวณ
ขั้วโลกใต้ ในปี พ.ศ. 2528 พบหลุมโอโซนที่ขั้วโลกใต้ (antartic ozone hole) ซึ่งการถูกทำลายนี้จะเกี่ยวข้อง กับสารคลอรีนเสมอ ทำให้ประเทศในกลุ่มซีกโลกตะวันตกและองค์การสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ
มีมาตรการดำเนินการเพื่อป้องกันและมีข้อกำหนดต่างๆขึ้น














ปัญหาที่เกิดกับโอโซนจากสารทำลายชั้นโอโซน( CFC)มี 2 ประเด็น คือ

1. สามารถฟื้นฟูโอโซนที่เสียไปได้หรือไม่

2. หาแนวทางป้องกันปัญหาที่จะเกิดในอนาคตได้หรือไม่

เนื่องจากโอโซนเกิดปฏิกิริยากับสารอื่นได้ง่าย จึงไม่เสถียรพอที่จะสร้างขึ้นและส่งกลับเข้าสู่บรรยากาศ
การฟื้นฟูจึงทำได้เพียงการมีมาตรการและวิธีการที่สนับสนุนด้านการลดการใช้สารทำลายชั้นโอโซนที่เกิดจาก
สาร CFCs ซึ่งก็คือ การมีข้อกำหนดในพิธีสารมอนทรีออล
แผนปฏิบัติการเกี่ยวกับชั้นโอโซน

ปัญหาการถูกทำลายของชั้นโอโซนได้ถูกหยิบยกมาอภิปรายโดยองค์การสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ
ิ(United Nations Environment Programme, UNEP) ซึ่งได้จัดตั้งคณะกรรมการประสานงานเรื่องชั้นโอโซน
ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากองค์กรต่างๆ เช่นองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก(WMO)รับผิดชอบเรื่องแผนวิจัยด้าน
บรรยากาศ องค์การอนามัยโลก (WHO) และ องค์กรเอกชน (NGO) ต่อมาจึงกลายมาเป็นปฏิบัติการระหว่าง
ประเทศที่จะควบคุมสารซีเอฟซี ( CFCs)

ในปี พ.ศ. 2524 UNEP ได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อวางโครงร่างว่าด้วยการป้องกันชั้นโอโซนแม้จะยัง
ไม่ได้มีข้อปฏิบัติแต่นับได้ว่าเป็นมาตรการในการเจรจาระหว่างประเทศฉบับแรกเกิดขึ้น และในเดือนมีนาคม
ค.ศ.1985(2528) UNEP ได้ร่วมกันเจรจาจัดทำอนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยเรื่องการพิทักษ์ชั้นโอโซน เพื่อปกป้อง
สุขภาพมนุษย์และสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากผลกระทบของโอโซนลดลง

กำเนิดพิธีสารมอนทรีออล (Montreal Protocol on Substances that Deplete the Ozone layer, 1987)
ต่อมาในวันที่ 16 กันยายน ค.ศ.1987(2530) ได้มีการลงนามในข้อกำหนดที่เรียกว่า พิธีสาร
มอนทรีออล ณ นครมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ซึ่งทั้ง 47 ประเทศได้ให้คำสัตยาบันด้วยการลดและเลิกใช้สารทำลายชั้นโอโซน ซึ่งได้แก่ สาร CFCs และ Halon ซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกว่าในปี 2532 ในปัจจุบันสมาชิกอนุสัญญาเวียนนามีทั้งหมด 176 ประเทศ พิธีสารมอนทรีออลมี 175 ประเทศ (ข้อมูลปี 2543) โดยจะให้มีความตระหนัก ถึงความสำคัญในการเลิกใช้ สาร CFCs หลังปี ค.ศ. 2000 สำหรับ ประเทศที่ผลิตสารกลุ่มนี้จะเลิกผลิต โดยเปลี่ยนไป ใช้กับกลุ่มอื่นๆที่มีอันตรายน้อยกว่ามาทดแทน ได้แก่ สารประเภทที่อยู่
ในกลุ่มใกล้เคียงกัน เช่น HCFC และสาร HFC ซึ่งเป็นสารที่มีฟลูออรีนอย่างเดียวไม่มีคลอรีนดังนั้นปัญหาในการทำลายชั้นโอโซนก็จะลดลง

สำหรับบทบาทในการให้ความร่วมมือในการกำหนดมาตรการควบคุมเกี่ยวกับสารที่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนของ ประเทศไทยนี้ กรมโรงงาน อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมได้ห้ามใช้สารในกลุ่ม CFF-11, CFC-12 และควบคุม การนำเข้าของสารที่ทำลายชั้นโอโซน ในปี 2541 ส่วน CFC-113, CFC-114, CFC-115 เมทิลคลอโรฟอร์ม และสารฮาลอน เลิกใช้ในปี 2541 พร้อมกันนี้จัดการสัมมานาและประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของสารทดแทนใน อุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อให้เกิดความร่วมมือกันเลิกใช้สารกลุ่มดังกล่าว พร้อมกันนี้ทางภาครัฐ ได้ลดภาษีการนำเข้าของสารทดแทน รวมทั้งให้การสนับสนุนสำหรับอุตสาหกรรมใหม่ที่ต้องไม่ใช้สารที่ทำลายชั้นโอโซน
Halon สารสังเคราะห์ที่ประกอบด้วยอะตอม C, Br, F, Cl มักใช้ทำสารดับเพลิง
การควบคุมภาวะเรือนกระจกทำไมจึงเน้นสาร CFCs มากกว่า ก๊าซ CO2 ทั้งๆ ที่CO2 ดูดความร้อนได้ดีกว่า ท ำให้โลกมีอุณหภูมิสูงกว่า ?

: ถึงแม้ว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, CO2 ทำให้ อุณหภูมิโลกสูงขึ้น1.5 องศาเซลเซียล ซึ่งมากกว่า สาร CFCs ซึ่งทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น 0.8 องศาเซลเซียล และมากกว่าก๊าซตัวอื่นๆ แต่ก๊าซอื่นเกิดจากธรรมชาติจะควบคุมได้ยากกว่า สาร CFCs เป็นสารสังเคราะห์ขึ้น
ดังนั้นมนุษย์จึงสามารถควบคุมได้ดีกว่า ส่วนก๊าซ CO2จะเกี่ยวข้องกับธรรมชาติมากกว่าไม่ว่าจะเป็นด้านเชื้อเพลิง เป็นอากาศที่เราหายใจ แม้ว่าจะเป็นตัวการหลักแต่กลไกเหล่านี้เรายังต้องขึ้นตรงกับธรรมชาติมากกว่ามนุษย์

ดังนั้น การควบคุมก๊าซชนิดนี้อาจทำได้จากการรณรงค์ควบคุมการก่อให้เกิด CO2 ลดลง

ผลกระทบหากไม่มีพิธีสารมอนทรีออล
ถ้าไม่ข้อกำหนดของพิธีสารมอนทรีออล ประเทศต่างๆ ก็ยังคงใช้สาร CFCs ซึ่งจะทำลายชั้นโอโซน
เพิ่มขึ้นทำให้เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เช่น เกิดมะเร็งผิวหนัง การเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศ และห่วงโซ่อาหาร
ปัจจุบันได้สามารถในการนำสารทดแทนมาใช้แทนสารกลุ่ม CFCs โดยใช้สารในกลุ่มของไฮโดรฟลูออโร
คาร์บอน (HFC)ในการทำความเย็นในการทำโฟมซึ่งสารเหล่านี้จะไม่ทำลายชั้นโอโซนและไม่ก่อให้เกิดภาวะ
เรือนกระจกอีกด้วย











อนุสัญญาอื่นๆ ที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

JICOP
จาก ความสำเร็จและการยอมรับของนานาประเทศในอนุสัญญาเวียนนาเกี่ยวกับเรื่องการป้องกัน
ชั้นโอโซนและพิธีสารมอนทรีออลว่าด้วยเรื่อง การเลิกใช้สารที่ทำลายชั้นโอโซน ทำให้ประเทศกลุ่ม
อุตสาหกรรมอย่าง ญี่ปุ่น ตระหนักเห็นความสำคัญ จึงก่อตั้ง สมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการปกป้อง
ชั้นบรรยากาศโอโซน ของประเทศญี่ปุ่น ( Japan Industrail Conference for Ozone Layer Protection, JICOP )
เพื่อปกป้องชั้นบรรยากาศโอโซนและควบคุมการผลิตและนำเข้าสาร CFCs สารเฮลอน

พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol)

ได้มีการลงนามในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
(United Nations Framework Convention on Climate4 Change: UNFCCC) ของประเทศต่างๆในปี
พ.ศ.2535 เพื่อรักษาระดับก๊าซ C2Oให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยแต่เนื่องจากไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย
จึงมีการจัดทำพิธีสารเกียวโต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสนธิสัญญาเกี่ยวกับภูมิอากาศโลกและเป็นกฎหมาย
ระหว่างประเทศฉบับเดียวที่ กำหนดอย่างชัดเจน ให้ประเทศพัฒนาแล้วลดการปล่อย C2O ให้ได้ภายในปี
พ.ศ. 2551-2555 และมีผลบังคับใช้ 90 วันหลังจากที่มีประเทศร่วมลงนามไม่น้อยกว่า 55 ประเทศ
ซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมลงนามในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2545 ดังนั้นมาตรการนี้จึงส่งผลดีซึ่งทำให้เกิด
การลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนจากประเทศที่พัฒนาแล้วไปสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วย
ลดการผลิตพลังงานอัน จะก่อให้เกิดมลพิษ เป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการลดการปลดปล่อย CO2

ประเทศไทยได้มีบทบาทในสนธิสัญญาเกี่ยวกับภูมิอากาศโลกในส่วนของประเทศกำลังพัฒนาในการลด
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยการปฏิบัติตามกฏเกณฑ์เลิกโครงการโรงไฟฟ้าที่มีการใช้เชื้อเพลิงจากเชื้อเพลิง
ที่มีธาตุคาร์บอนในปริมาณสูง เช่น ถ่านหินพลังผลักดันให้มีการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้เพื่อเป็นการลด
ก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นต้นเหตุที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศอย่างเห็นได้ชัดในแง่ที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้ฝนไม่ตกตามฤดูกาลเป็นซึ่งจะมีผลกระทบต่อการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์น้ำ
นอกจากนี้ยังส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นประมาณ 1 เมตรทำให้บริเวณชายฝั่งของไทยมีพื้นที่น้อยลงซึ่งจะ
ส่งผลต่อเศรษฐกิจในด้านเกษตรกรรมและการประมง นอกจากนี้ยังเป็นปัจจัยเสริมการแพร่ระบาดของโรค
อหิวาตกโรคเนื่องจากอุณหภูมิสูงและความชื้นสูงขึ้นอีกด้วย
anas_14811@hotmail.com (IP:125.25.215.239)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 13 ส.ค. 2550 (22:21)
อยากทราบว่า อุตสาหกรรมพลาสติกที่ใช้กรดไนตริกในขบวนการผลิต มันเป็นอย่างไง?ครับ
และเราจะลดยังไงเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาโลกร้อน (บอกผมทีครับ)
pancake-e@hotmail.com (IP:125.24.145.217)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 24 ส.ค. 2550 (18:33)
โอโซนกับปรากฎการณ์เรื่อนกระจกเหมือนหรือต่างกันอย่างไรค่ะ
warn16@hotmail.com (IP:125.26.141.239)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 27 ส.ค. 2550 (17:54)
อยากทราบว่า ถ้าภาวะเรือนกระจกยังเกิดแบบนี้นานๆ อนาคตโลกของเราจะเป็นยังงัยหรอคะ
wanandboom_99@hotmail.com (IP:203.113.51.164)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 27 ส.ค. 2550 (19:14)
ก็ร้อนมาก ๆ ต้นไม้ตาย อากาศหมด สัตว์ตาย คนตาย ไวรัสไวรอยด์ตายเกลี้ยง
jumo เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3554 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 311 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 30 ส.ค. 2550 (19:05)
อ่าว แล้วที่ว่าน้ำท่วมอ่ะ ไม่ใช่หรอกหรอคะ
โบว์ (IP:203.113.51.164)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 8 ก.ย. 2550 (15:02)
เรือนกระจกนี้มีวิธีแก้ไขปัญหาไ้งมั้งคะ ขอผู้ที่เชี่ยวชาญช่วยตอบ
onimaru321@hotmail.com (IP:117.47.154.92)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 11 ก.ย. 2550 (20:32)
ปรากฎการณ์เรือนกระจก วิเศษ จิงๆๆๆ -*-
lion_singto@hotmail.com (IP:202.29.58.79)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 12 ก.ย. 2550 (17:10)
HFC ย่อมาจาก ตัวอย่างของสาร ประโยชน์การใช้งาน
nan_wanitpeecha@hotmail.com (IP:58.8.64.146)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 2 ต.ค. 2550 (12:34)
อยากให้ทุกคนตระหนักถึงผลที่จะเกิดตามมาและช่วยกันใช้พลังงานต่างๆให้พลังงานอย่างประหยัดถ้าเราร่วมมือกันโลกจะดีขึ้นเองคะแลขอบคุณข้อมูลดีๆนี้ด้วยนะคะ
supussara_18@hotmail.com (IP:202.29.6.246)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 23 ต.ค. 2550 (21:40)
anas_14811@hotmail.com แต๊งกิ๊วนะสำหรับข้อมูลที่ให้มาทำรายงานได้จนเสร็จ
คนผ่านมา (IP:203.113.57.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 16 พ.ย. 2550 (11:29)
ขอบคุณค่ะ แต่ยากได้วิธีการแก้ไขปัญหาด้วยค่ะ
ตุ้มติ้ม (IP:222.123.10.244)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 29 พ.ย. 2550 (09:04)
เยี่ยมมากๆ
music (IP:58.9.92.38)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 23 ธ.ค. 2550 (15:13)
มีเนื้อหาดี
เข้าใจง่าย
www.nisaimai_d@hotmail.com (IP:124.120.54.48)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 23 ธ.ค. 2550 (15:21)
คุณคนผ่านมากรุณาอย่าใช้เยอะนะคับ Vsmilies เนี่ย
และเนื้อหาที่คุณ anas แสดงมาถูกต้องที่สุดครับเยี่ยมจิงๆ
MAGA CLEVER เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 792 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 14 ม.ค. 2551 (21:28)
สำหรับคำถามของคุณ onimaru321@hotmail.com นี้ เเก้ไขไม่ยากเลยครับ
ช่วยกันลดการไช้พลาสติด
ไม่ตัดไม้ทำลายป่า
ไม่ทำไห้อากาศเป็นพิษเพราะอาจทำไห้โอโซนไนอากาศเสี่อมเสียได้
------เเต่ยังมีวิธีเเก้ไขอีกเยอะไว้เท่านร้ก่อนเเละกันนะคราบ------
anas_14811@hotmail.com (IP:125.27.52.73)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 14 ม.ค. 2551 (21:37)
--------เเล้วอีกอย่างเรียกผมว่า นัส ก้อได้คราบ---------
คุณ pancake-e@hotmail.com ต่อเลยนะครับ(เรื่อง กรดไนตริก )
เรื่องนี้ผมก็ไม่ค่อยมั้นไจเหมือนกันเเต่ที่รู้มาก็คือมันเป็นกรดที่ช่วยไห้ย่อยสลายได้ง่ายยกตัวอย่างเช่นเวลาเราไม่ไช้ขวดเเล้วเอาไปเผาขวดนี้ก็จะย่อยสลายง่ายเเต่ทำลายชันบรรยากาศของโลกเราได้มากเลยทีเดียวเเต่มันเป็นอันตรายต่อผู้ที่ได้รับกลิ่นเข้าไปอาจไปทำลายปอดของเราได้
------เเก้ปัญหาก็คือ นำขวดที่ไม่ไช้เเล้วไปรีไซเคลทำเป็นของไช้อย่างอืนอะไรประมาณนี้อะครับ----------
anas_14811@hotmail.com (IP:125.27.52.73)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 14 ม.ค. 2551 (21:40)
---สำหรับคุณ wanandboom_99@hotmail.com ครับ
จะทำไห้โลกร้อนขึ้นเเละต้นไม้เเห้งตายส่วนมากคงจะทำไห้สัตว์หลายชนิดล้มตายลงได้
เเละอาจเกิดโรคต่างๆได้ง่ายเช่นกัน
anas_14811@hotmail.com (IP:125.27.52.73)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 14 ม.ค. 2551 (21:44)
-----คุณ warn16@hotmail.com สงสัยจะเข้าไจผิดนิดหน่อยละมั้งครับ-----
ผมอ่านคำถามเเล้ว งง อยู่พักไหญ่เเต่ขอบอกว่า
โอโซน คือชั้นบรรยากาศที่เราอาศัยอยู่ไนตอนนี้
ส่วนที่เกี่ยวกับปรากฎการคงเป็นเรื่องที่ปรากฎการนี้ไปทำลายโอโซนชั้นบรรยากาศละคร้าบ
anas_14811@hotmail.com (IP:125.27.52.73)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086 4907600
และ 086 4907585
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.