|
ผลกระทบของบาทแข็งกับนโยบายการสำรองเงินทุนระยะสั้น30%
โพสต์เมื่อ:
13:45 วันที่ 27 ก.ค. 2550 ชมแล้ว:
1,700
ตอบแล้ว:
4
กระทู้นี้แตกมา เพราะคุณ i_leklek ถามมา จึงเห็นว่ามีประโยชน์สำหรับน้องๆบางท่าน
ผลกระทบของบาทแข็งกับนโยบายการสำรองเงินทุนระยะสั้น30% เรื่องของเงินบาทแข็งตัว ผมได้อธิบายไว้แล้วในกระทู้ เก่าๆ ลองหาอ่านเพิ่มเติมดูนะครับ เรามาลองดูเพิ่มเติมกับมาตรการเงินสำรองเงินทุนระยะสั้น 30% ซึ่งครึกโครมกันมาก ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา จนมีบางท่านเรียกเหตุการณ์นั้นว่า ธาริษาเอฟเฟค ถ้าเทียบค่าเงินบาทตอนนี้ ก็คงเป็นหัวกับก้อย หากเทียบกับเหตุการณ์ค่าเงินตกต่ำ ของปี 2540 แนวโน้มตอนนี้เงินบาทแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ อาจมาจากการที่ส่งออกขยายตัวมากเมื่อเทียบจากอดีตที่ผ่านมา ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดมีการเกินดุล และจากการที่ปัจจัยค่าเงินดอลลาร์อ่อนลง (เคยอธิบายไว้แล้ว ในแง่ของอุปทานของเงินในกระทู้เก่าๆ) จึงมีแรงเก็งกำไรว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท)พยายามที่จะแทรกแซงไม่ให้เงินบาทแข็งค่าเร็วเกินไป ด้วยการออกมาตรการดำรงเงินสำรองเงินทุนระยะสั้น 30% ที่มาช่วยเหตุการณ์นี้ซึ่งเปรียบเหมือนยาแรง ซึ่งไม่ได้คิดว่าเหตุการณ์ที่ตามมาจะหนักกว่าที่คิด ธปท. ตัดสินใจแถลงประกาศใช้มาตรการดังกล่าว เพื่อป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินบาท จากการที่ค่าเงินบาทแข็งตัว โดยสั่งสถาบันการเงินที่รับซื้อ หรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินบาท ต้องกันสำรองเงินตราต่างประเทศนั้นไว้ 30% ส่วนที่เหลือ 70% จึงจะให้รับแลกซื้อเป็นเงินบาทแก่ลูกค้า ซึ่งถือเป็นการเพิ่มต้นทุนของนักเก็งกำไร เพราะเงินทุนระยะสั้นที่นำเข้ามาจะต้องสำรองไว้ 30% ส่วนที่เหลือ 70% เท่านั้นที่สามารถแลกเปลี่ยนเงินบาทเพื่อลงทุนในประเทศได้ ซึ่งมาตราการดังกล่าวถูกใช้แบบเหวี่ยงแห โดยบังคับใช้กับเงินทุกประเภท เพราะไม่สามารถแยกได้ว่า เงินที่เข้ามาลงทุนที่จุดใดจะเป็นเงินเก็งกำไร ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ หุ้นล่วงไม่เป็นท่า แทบจะพังในวันเดียว จนธปท.ต้องประกาศยกเลิกมาตรการดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ จริงๆแล้วมีนักเศรษฐศาสตร์หลายท่านให้ข้อสังเกตุว่า การที่จะลดค่าเงินบาทแข็งตัวก็ต้องดูที่สาเหตุ หากภาคส่งออกขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากในอดีต เป็นผลให้เกิดการเกินดุล บ/ช เดินสะพัด ก็จะต้องลดการขยายตัวของภาคส่งออก (แต่วิธีนี้คงทำไม่ได้ เพราะรัฐบาลส่งเสริมการส่งออก) เมื่อวิธีนี้ไม่ได้ผล ก็ต้องลดการเกินดุล โดยเน้นการนำเข้า โดยเน้นนำเข้าสินค้าประเภททุน ซึ่งสถานการณ์นี้ รัฐบาลสามารถลงทุนในโครงการใหญ่ๆได้ โดยต้นทุนจะต่ำเนื่องจากค่าเงินบาทแข็งตัว เมื่อนำเข้าเพิ่มสูงขึ้นก็จะกระทบในส่วนของดุลการค้า และดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล เป็นแรงกดดันให้เงินบาทอ่อนลง หรืออีกวิธี ที่ผมเคยยกตัวอย่างไว้ในกระทู้เก่าๆ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์หลายท่านแนะนำ (ซึ่งผมก็ว่าดี)คือการลดดอกเบี้ย เพราว่าการลดดอกเบี้ยนโยบาย (ดอกเบี้ยรับซื้อคืนพันธบัตร) จะส่งผลให้เม็ดเงินที่เข้ามาในตลาดเงินเพื่อหาประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงก็จะลดลง ------------------------------------------------------------- Ready for the EDGE of your scholarship funds? Scholarship 4 Thai จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1- ขอบคุณครับ แล้วตอนนี้ที่เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของเราสูงเกินความจำเป็น จะเกิดความเสี่ยงอะไรกับเศรษฐกิจไทยหรือเปล่า mickey (IP:58.64.90.198) สงสัยว่าถ้าบัญชีเกินดุล ก็แสดงว่ามีเงินไหลเข้ามาในระบบมาก แล้วทำไมค่าเงินถึงแข็งขึ้นครับ จากมาตรการสำรองเงินทุนระยะสั้น 30% ที่ล้มเหลว ค่าเงินบาทยังคงแข็งตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระทบต่อภาคการส่งออก มาตรการดังกล่าว รับประกันได้หรือไม่ครับว่า The great depression จะไม่เกิดขึ้นกับไทยอีกเหมือน 1997 ?
International Relation
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 37 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |