|
ความสุข (ที่แท้จริง) คืออะไร ... เป็นอย่างไร ?
โพสต์เมื่อ:
13:29 วันที่ 30 ก.ค. 2550 ชมแล้ว:
4,251
ตอบแล้ว:
31
ต่อเนื่องจากกระทู้ ... ปัญญา คือ อะไร ?
เรารู้ว่า ปัญญานั้น สำคัญมาก สำหรับชีวิต (ของแต่ละคน) กระทู้นี้ขอมองประเด็นที่สำคัญมากที่สุดประเด็นหนึ่งสำหรับชีวิต ด้วยคำถามว่า " ความสุข (ที่แท้จริง) คือ อะไร และเป็นอย่างไร (มีลักษณะอย่างไร)!? " หรือในอีกนัยหนึ่ง ... เรามีหลักทางปัญญา เกี่ยวกับ ความสุขของชีวิต อย่างไร นั่นเอง จึงขอเชิญชวนทุกท่าน ได้ช่วยกันวิเคราะห์พิจารณา เสนอแนวคิด ทัศนะ ต่อคำถามดังกล่าว ขอเรียนเชิญครับ จำนวน 29 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- ลักษณะโดยรวมของความสุขที่แท้จริง (1) ความสุขนั้นไม่วุ่นวาย ความสุขต้องนำไปสู่ความสงบสันติ (การปรองดองกัน ช่วยเหลือกัน) ถ้ายังมีความวุ่นวาย(มีความเห็นแก่ตัว แก่งแย่งแข่งขันกัน)อยู่มาก ก็ยังห่างไกลจากความสุขที่แท้จริง การอยู่ด้วยกันของคนหมู่มาก ที่ไม่มีเป้าหมายที่ดีร่วมกัน ไม่มีระเบียบวินัย ก็จะสะท้อนออกมาเป็นความวุ่นวาย ซึ่งยังไม่ใช่สภาวะของความสุขอันประณีต ตัวอย่างเช่น การตั้งกระทู้ การตอบกระทู้ ถ้าเราทำด้วยความวุ่นวาย ไปวุ่นวายกับเรื่องนั้น เรื่องนี้ วุ่นวายกับคนอื่นมากเกินไป เราก็จะไม่ได้รับความสุข การทำบุญ ทำความดีต่างๆเช่นกัน ถ้าทำแล้ววุ่นวาย ก็น่าจะได้บุญ ได้ความดี ได้รับความปิติ ปราโมทย์ที่ลดน้อยลงไป ลักษณะโดยรวมของความสุขที่แท้จริง (2) ความสุขนั้นไม่ทำให้เกิดภาวะพึ่งพา ภาวะที่ตกเป็นทาส ภาวะต้องจำยอม ภาวะภายใต้อำนาจหรือเงื่อนไขที่ไม่ชอบไม่ควร ความสุขต้องทำให้เกิดอิสระภาพ การตกเป็นทาสความเจริญทางวัตถุ เป็นทาสของการเสพการบริโภค จึงยังอยู่ห่างไกลจากความสุขที่ประณีต ระบบทุนนิยม ระบบเศรฐกิจปัจจุบัน จึงควรต้องถูกตั้งคำถามอย่างมากว่า นำไปสู่ความสุขที่แท้จริงได้หรือไม่ ลักษณะโดยรวมของความสุขที่แท้จริง (3) ความสุขนั้นต้องทำให้เกิดความสะอาด ความบริสุทธิ์ ห่างไกลจากเครื่องเศร้าหมองต่างๆ ห่างไกลจากการคิด การกระทำที่ไม่ดีไม่งามต่างๆ อาชีพฆ่า/ขายเนื้อสัตว์ ขายเหล้า บุหรี่ เครื่องกล่อม อาชีพแหล่งบันเทิงรื่นรมย์ยามดึกต่างๆ แม้จะเป็นอาชีพที่ถูกกฏหมาย ... แต่ยังมีความดี มีความสะอาดอยู่น้อย ยังห่างไกลจากความสุขที่ประณีตนั่นเอง ลักษณะโดยรวมของความสุขที่แท้จริง (4) ความสุขนั้นต้องมีปัญญากำกับ เป็นความสุขที่พัฒนาชีวิต พัฒนาปัญญา และหมุนวนพัฒนาความสุขให้ประณีตยิ่งๆขึ้นไป (จนถึงขั้นสุข ก็ไม่ติดในสุข รู้เท่าทัน พัฒนาจนพ้นอยู่เหนือความสุข) เรามีสิทธิที่จะเสวยสุขที่ได้มาโดยชอบ แต่เราต้องพัฒนาต่อไป ไม่ติดอยู่กับความสุข ความสบาย ต้องพัฒนาให้เกิดปัญญา เกิดคุณธรรม มีความเมตตา กรุณา ดำรงอยู่กับงานกับหน้าที่ที่ชอบให้ดีที่สุด และอยู่บนหนทางแห่งการพัฒนา โดยไม่ประมาท องค์ประกอบของความสุข ทั้ง 4 ประการสรุปได้ด้วยคำ 4 คำ (จากงานเขียนของพระประยุทธ์) 1) สันติ (สงบ ไม่วุ่นวาย) 2) วิสุทธิ (สะอาด บริสุทธิ์ ไม่เศร้าหมอง) 3) วิมุตติ ( อิสระ ) 4) ปัญญา (สว่าง รู้แจ้ง) เด็กๆ เรียนหนังสือไปเพื่ออะไร เราทุกคนพยายามเข้าคณะดีๆ ในมหาวิทยาลัยไปเพื่ออะไร เราต้องการทำงานที่ดีๆ ได้เงินเดือนเยอะๆ แต่ก็แลกมาด้วยความเครียด ไปเพื่ออะไร เพื่อความสุข หรือเปล่า หนอ ?? ถ้าเพื่อ ความสุข จริง ก็น่าเหนื่อยแทน ที่วิธีมีความสุข ช่างยากจริง การศึกษาบ้านเรา สอนอะไรเยอะแยะ แต่กลับไม่สอนเรื่อง ความสุขที่ทำได้ง่ายๆ สุขที่ใจ (IP:58.8.169.212) ผมตามหาความสุขมาชั่วชีวิต....แต่ที่ได้มาเป็นแค่ชั่วคราวทั้งสิ้น.... ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าความสุขที่แท้ นั้น คืออะไร วุฒ (IP:222.101.165.150) คุณ สุขที่ใจ ให้ประเด็นที่น่าสนใจ ที่สะท้อนสภาพสังคมปัจจุบัน " ทุกวันนี้ ดูเหมือนว่าคนทั่วๆไปส่วนใหญ่ในสังคมของเรา ทั้งๆที่มีความเจริญทางวัตถุ มีความเจริญทางเทคโนโลยี วิชาการ(ทางโลก)ต่างๆ ... แต่เรากลับมีความสุขกันได้ยากขึ้น ... เราไปวิ่งหาความสุขจอมปลอมที่ทำให้เราเป็นทุกข์ ... เป็นความสุขเทียมที่ต้องพึ่งพา(ทางวัตถุ หรือปัจจัยภายนอก)อยู่ตลอดไป ... แต่ความสุขทางจิตใจง่ายๆ เรากลับไม่รู้จักกัน และทำกันไม่เป็น " ความสุข(เทียม)ประเภทที่ต้องพึ่งพาทางวัตถุ หรือปัจจัยภายนอกอยู่ตลอดไป นี่แหละที่คุณ วุฒ บอกว่า ... ได้มาเป็นแค่ชั่วคราวทั้งสิ้น ... ทั้งนี้ก็เพราะว่า ปัจจัยที่เราพึ่งพา(กิเลส) มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และมันก็ทำให้เราเป็นบ้าวิ่งตามมันไปไม่รู้จักจบสิ้น ความสุขคือการอยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด Pongsakorn_Kab (IP:58.9.92.96) น่าจะเคยได้ยินคนพูดว่า "ฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง" หรือ " make you dream come true " -> ทำความฝัน(ความหวัง ความปรารถนา) ให้เป็นจริง และเชื่อว่า ทุกคนก็น่าจะมีความฝัน ดังนั้น ทุกคนก็มีความฝันอยู่กับตัวเอง ความฝัน จึงเป็นสิ่งที่มี ... ในแง่ที่เราต่างมีความฝัน ทีนี้ถ้าพูดถึงสิ่งที่มี ... สิ่งที่เรามี อันนี้ ก็ควรที่จะแจกแจง แยกแยะให้ชัดเจน เพราะเราก็มีทั้งสิ่งที่ดี สิ่งที่ไม่ดี ... สิ่งที่ไม่ดีนั้น ย่อมทำให้เกิดทุกข์แน่ๆ หากมีสิ่งที่ไม่ดีอยู่กับเรา ... ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะสุข กับสิ่งที่ไม่ดีที่เรามีอยู่นั้นๆ ความสุขสำหรับผมนะครับ คือการได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข(แล้วสุขอะไร?) แล้วเราก็จะมีความสุขครับ ถ้าหาก คนรักของเรามีความทุกข์ เราก็ต้องทุกข์ไปด้วยใช่หรือไม่? บ่อยๆครั้ง หรือโดยส่วนใหญ่แล้ว ... การที่เขาจะมีสุขหรือทุกข์ ก็หาได้ขึ้นอยู่กับตัวเราไม่ แม้จริงๆแล้ว ความสุขทุกข์ ของเรา เราก็ยังไปบังคับควบคุมมันไม่ได้ เอาใจเรา ไปผูกไว้กับคนที่เรารัก ... ก็คงเป็นอะไรที่สุขๆแบบจิตวิทยา นานๆไป ก็จะรู้เองว่า ... เป็นเพียงห้วงอารมณ์ที่เหมือนจะคงอยู่ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าเราปรารถนาจะทำดี ให้ทั้งตัวเรา และคนอื่นเป็นสุข โดยไม่สนใจว่า ผลจริงๆแล้วจะสุขบ้างปนทุกข์บ้าง (แบบชาวโลก) ... อันนี้ก็น่าจะเป็นความสุขที่ละเอียดขึ้นอีกระดับหนึ่ง แต่ถ้าไปหวังผลว่าเขาต้องทำดีตอบแทนเราด้วย เขาต้องมาผูกใจไว้กับเราด้วย ... อันนี้ก็คงไม่พ้นห่วงและห้วงทุกข์อย่างแน่แท้ ผมคิดว่าคนทุกคนก็เหมือนกับคุณวุฒครับ ความสุขที่ได้มันล้วนแต่เป็นชั่วคราวทั้งสิ้น ความสุขที่แท้จริงเป็นอย่างไร ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่รู้ ถูกต้องแล้วครับ ความสุขที่เรารู้จักกันโดยทั่วไปนั้น เป็นความสุขชั่วคราวทั้งสิ้น แม้แต่ความทุกข์ทั่วๆไปที่เราเห็น ก็เป็นความทุกข์ชั่วคราว จะเป็นชั่วคราวแบบประเดี๋ยวประด๋าว สั้นๆ หรือคงอยู่นานพอสมควรนั้น (เช่นคนที่กำลังมีความรักอาจจะยาวไปหลายวัน เป็นเดือน เป็นหลายๆปี ) ... ล้วนขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย อะไรๆที่เป็นไปตามเหตุตามปัจจัยนั้น ย่อมไม่เที่ยง ... สภาวะธรรมต่างๆ ทั้งกุศลและอกุศลต่างก็ไม่เที่ยงทั้งนั้น เฉพาะธรรมชาติของสภาวะธรรมเองก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์อยู่แล้ว แต่เราก็เอาความชอบใจ ถูกใจ ติดใจ เข้าไปปรุงแต่งผสมเข้าไปอีก จึงเป็นความทุกข์ที่ปรุงแต่งเข้าไปอย่างมากมายมหาศาล! ต้นเหตุ อยู่ที่ความไม่รู้ ไม่เข้าใจตามจริง ยังไม่ได้พัฒนาเจริญปัญญา ให้รู้แจ้งเห็นจริงนั่นเอง ที่ทุกท่านพูดก็จริงอยู่ ... ความสุขที่เรารู้จักกันทั่วๆไปนี้ เป็นแค่ความสุขชั่วคราวเท่านั้น แต่ถึงแม้จะเป็นเพียงความสุขชั่วคราว ทุกคนก็อยากมีความสุขเพียง'ชั่วคราว'นี้ ไม่ใช่หรอคะ? ถึงคุณ 'สุขที่ใจ' ''เด็กๆ เรียนหนังสือไปเพื่ออะไร เราทุกคนพยายามเข้าคณะดีๆ ในมหาวิทยาลัยไปเพื่ออะไร เราต้องการทำงานที่ดีๆ ได้เงินเดือนเยอะๆ แต่ก็แลกมาด้วยความเครียด ไปเพื่ออะไร เพื่อความสุข หรือเปล่า หนอ ?? ถ้าเพื่อ ความสุข จริง ก็น่าเหนื่อยแทน ที่วิธีมีความสุข ช่างยากจริง การศึกษาบ้านเรา สอนอะไรเยอะแยะ แต่กลับไม่สอนเรื่อง ความสุขที่ทำได้ง่ายๆ'' ถ้าว่าอย่างงั้น ... เด็กก็ไม่ต้องเรียนเลยสิคะ จะได้ไม่เครียด ... ... ทุกวันนี้โลกของเราต้องการที่จะ'พัฒนา' แต่ก็ไม่รู้อีกนั่นแหละค่ะ ว่า การพัฒนา นั้น มันจะขัดต่อการไปถึง 'ความสุขที่แท้จริง' มั้ย ... คนเรามีทางเดินที่แตกต่างกันค่ะ บ้างหาทางไปสู่ 'นิพพาน' บ้างหาทางไปสู่ 'อาณาจักรพระเจ้า' บ้างหาทางไปสู่ 'ปรมาตมัน' แต่ ... บางคนก็พอใจกับความสุขทางโลก ที่สามารถจะได้มาง่ายๆ แม้... มันจะหายไปได้ง่ายๆ เหมือนกันเช่นกัน นี่เป็นเหตุผลที่บางคนไม่อยากไปถึง'นิพพาน' เพราะยังยึดติดกับความสุขทางโลกอยู่นั่นเอง ก็ 'นิพพาน' นั้นฟังดูว่างเปล่า ... ไม่เห็นน่าสนุกเลยนี่(?) อันที่จริงในฐานะมนุษย์ธรรมดาๆ - - ความสุขในทางโลก(ที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น) เพียงเท่านี้ก็น่าจะพอเพียงแล้วนะ TU70 (IP:58.8.193.237) ทางเดินมีอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น คือ 1) เดิน โดยที่รู้ว่าเดิน (รู้อย่างแท้จริง ตามจริง) 2) เดิน โดยที่ไม่รู้ว่าเดิน (รู้ แต่รู้ผิดและคลาดเคลื่อน รู้ด้วยคำว่า "ตัวของเรา") โดยทั่วไป เราต่างก็รู้ รู้แบบที่เป็น "ตัวเรา" ของแต่ละคน ซึ่งเป็นรู้ชนิดที่ยังไม่เป็นปัญญาระดับรู้จริง ... ดังนั้นเราจึงรู้จักได้เฉพาะ "ความสุขชั่วคราว" ว่ากันตามจริงแล้ว ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเราเป็นสิ่งที่ "ชั่วคราว" ทั้งนั้น ตอนนี้ ขณะที่เป็นนักเรียน ก็ต้องเรียนหนังสือ ... แต่สักหน่อย เมื่อจบไปทำงาน เราก็ไม่ต้องไปโรงเรียนอีก การมองว่าทุกอย่างเป็นของชั่วคราวทั้งนั้น ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องทำอะไร การมองเห็นสภาพ "ชั่วคราว" อย่างแท้จริงนี้ จะเปลี่ยนการเห็น การคิด และการกระทำของเรา ทำให้เราไม่หลงไปกับ สิ่งสมมติ ที่ล้วนเป็นสิ่งชั่วคราวทั้งนั้น "สนุก" ก็เป็นสิ่งชั่วคราว เพราะเดี๋ยวก็สนุก เดี๋ยวก็ไม่สนุก จริงๆแล้ว เราต่างหากที่ไปหลงว่า อันนี้สนุก อันนี้ไม่สนุก ... เพราะเขาก็เป็นของเขาอยู่อย่างนั้น ... เราเองที่หลงโง่ เข้าไปกำหนดว่า ชอบ ไม่ชอบ หลงเข้าไปยึด(ด้วยความสมัครใจ)ว่า ชอบ ไม่ชอบ ถูกใจ ไม่ถูกใจ นี่แหละต้นเหตุของทุกข์ ทุกข์เพราะเราหลงไปสร้าง "ตัวตน" สร้าง "ตัวเรา" ขึ้นมา ความสุขที่แท้จริง จะเกิดได้จากสภาวะที่ไม่ต้องทุกข์ เพราะโง่เข้าไปยึดให้เป็น "ตัวของเรา" ความสุข ???? อืม.... เเล้วเมื่อเราหาคำตอบที่ว่า " ความสุข (ที่แท้จริง) คือ อะไร และเป็นอย่างไร (มีลักษณะอย่างไร)!? " ได้เเล้ว คุณมีความรู้สึกอย่างไร ??? สิ่งที่เราอยากจะทำ ไม่ว่ามันจะ ดี or ชั่ว ยังไง เพียงเท่านี้ก็เป็นความสุขแล้วหรือไม่? ลักษณะ : ดีหรือชั่วไม่สำคัญ พึงพอใจ เเละอยากจะทำก็เพียงพอเเล้ว ... เช่นนั้นหรือไม่? ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 11 ม.ค. 2551 (12:43) ความสุข (ที่แท้จริง) คือ อะไร และเป็นอย่างไร (มีลักษณะอย่างไร)!? ผมคิดว่า ที่มาของคำถามนี้ เป็นผลที่เกิดขึ้นหลังจากการปฏิบัติ ด้วยปัจจัยประกอบหลายๆอย่าง หมายความว่า การที่เราจะได้รู้ ได้สัมผัสกับความสุขที่เเท้ ว่า คืออะไร เป็นอย่างไร หรือมีลักษณะอย่างไร ก็ต่อเมื่อเราได้ปฏิบัติที่ประกอบไปด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง จนไปถึงตรงนั้น เมื่อเราไปถึงตรงนั้นได้เเล้ว จึงจะสามารถอธิบาย ว่าความสุขที่เเท้คืออะไร เเต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นได้ คนๆหนึ่ง ที่ใช้ชีวิตเเบบคนทั่วๆไปในสังคม จะต้องตระหนักรู้เสียก่อน เเละก่อนที่คนๆนั้นจะตระหนักรู้ได้ ย่อมต้องมีสาเหตุมาประกอบเป็นขั้นตอนคร่าวๆ 1. ปัจจัยที่มากระตุ้น เช่น เหตุการณ์ที่เข้ามากระทบต่อจิตใจของคน 2. คิดเเละสงสัย เหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิตเหล่านั้น ทำให้เกิด ความสงสัย เเละ เกิดการคิดพิจารณาด้วย.... 3. ปัญญา เมื่อคิดพิจารณาด้วยปัญญา จึงทำให้พบว่า สิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตต่างๆเหล่านั้น ล้วนเเต่ไม่ใช่ความสุขที่เเท้จริง หมายความว่าที่เราตระหนักรู้ได้เป็นอย่างเเรก คือ เหล่านี้ล้วนเเต่ไม่ใช่ความสุขที่เเท้จริง เเล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าความสุขที่เเท้จริง คือ อะไร? ความสุขที่เเท้ถ้าตัดเรื่องของวัตถุ โลกภายนอก ออกไป จะเหลือเรื่องของจิตใจ เราตัดเหตุทางโลก ความสุขทางโลกที่ไม่ใช่ความสุขที่เเท้ออกไป เพื่อมาพิจารณาเรื่องของจิตใจเป็นหลัก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่นำจิตใจไปสู่ ความสุขที่เเท้จริง ร่างกายของเราถ้าอยากเเข็งเเรงก็ต้องออกกำลังกาย การออกกำลังกายก็คือ การปฏิบัติเพื่อให้ร่างกายอยู่ในภาวะที่ดี มีความสมดุลย์ จิตใจก็เช่นเดียวกันที่ " ต้องการการปฏิบัติเพื่อทำให้จิตใจ เเข็งเเรง จิตใจดี " วิธีปฏฺบัติจิตใจก็มีอยู่หลายวิธี เช่น xxxxxxx หรือ xxxxxxx หรือ xxxxxxx เป็นต้น เมื่อใดก็ตามที่คนเราปฏิบัติจนสามารถไปถึง การหยั่งรู้ นั้นได้ คนนั้นก็เข้าถึงความสุขที่เเท้จริง ได้โดยไม่ต้องคิด เเละไม่สามารถจะทำให้คนอื่นเข้าใจเข้าถึงตรงนั้นได้ โดยใช้เหตุ-ผล ทางภาษาไม่ว่าจะมีจินตนาการดีเพียงใดก็ตาม เเต่ต้องปฏิบัติด้วยตัวเองเท่านั้น ถึงจะพบความสุขที่เเท้ได้..... มาถึงตรงนี้ คนที่น่าจะตอบคำถามตรงนี้ได้ดีที่สุดตรงที่สุด จึงน่าจะเป็นผู้ที่ได้ผ่านสิ่งต่างๆ ตามข้างต้นมา....ด้วยตัวเอง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 15 ก.พ. 2551 (09:31) อยากพบความสุขที่แท้จริงนั้นไม่ยากหรอกหนา หลับตาลงเบาๆ พิจารณาถึงความดีที่ตนได้ทำแล้วจะพบว่าการที่ให้ใจได้อยู่กับตัวเองนั่นแหละสุขที่ ไม่ต้องไปกังวลถึงสิ่งต่างๆ putchai (IP:202.91.18.205) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 15 ก.พ. 2551 (11:42)
ขอบคุณ คุณ putchai ที่แวะเข้ามาพูดคุยกันครับ ............................................................................................................. โอกาสที่เราจะได้พักผ่อนจิตใจของเรา ทำใจเราให้สงบ มีสติสัมปชัญญะ หยุดคิด หรือรู้ทันความคิด
การนึกถึงความดีของเรา โดยเฉพาะความดีที่เราทำอยู่เสมอเป็นปกติ หรือความดีที่ทำได้ยาก ความดีที่ทำให้กิเลสเบาบางไปจากใจของเรา การสละให้ความเห็นแก่ตัว ความอยากได้ ความโลภ การสละให้ความอิจฉาริษยา ความพยาบาทคิดร้าย การสละให้ความคิดเห็นผิดต่างๆ ออกไปจากจิตใจของเรา ปิติ หรือความสุขใจที่ได้ทำดี จะสนับสนุน การเจริญสมาธิ และปัญญาได้เป็นอย่างดีครับ |