|
กุสุมาคำหลวง
โพสต์เมื่อ:
12:35 วันที่ 1 ส.ค. 2550 ชมแล้ว:
6,830
ตอบแล้ว:
37
มาดูนิทานที่ผมแต่งกันนะครับ มีชื่อเรื่องว่า "กุสุมาคำหลวง" โดยใช้ คำประพันธ์ทุกประเภทเรียงร้อนรวมกัน เรียกว่าคำหลวง ไม่พูดพล่ามมากเริ่มเลยแล้วกัน ( อย่าลืมมาให้กำลังใจกันนะครับ )
จำนวน 35 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2| เริ่มเรื่อง วสันตดิลกฉันท์ 14 โบราณกาลจิระประวัติ......................ระบุชัดจรดไป เสนาบดี ธ อภิไธย.........................."จุลนพ" ธิรางค์ชน ฟูเฟื่องประเทืองวิทยศิลป์.................สติจินตมงคล เลขโหรทายหุตสกล........................ละก็แม่นประดุจเห็น บทกลอนกวีดุริยบท........................พิเคราะห์พจน์ประดิษฐ์เป็น กล่าวถ้อยชม้อยทะลุประเด็น.............คติโลกธรรมา ทั้งโคลงและฉันทบริวัช....................ระบุชัด ธ ศึกษา แตกฉานตระการบถวิชา...................กวิซ้องประกาศคุณ อันอายุน่าจะหกห้า..........................กมลามโนบุญ ฟังความพิจารณ์กรุณสุน - ...............ทรเหตุและผลความ ทาสข้าพลากรประนม.....................ศิระก้มมิเคยหยาม ด้วยท่านสิเป็นบุรุษงาม...................บ่มิมีจะเสียใด ขุนหมื่นพระยาอภิสุชน...................ณ กมลก็เกรงใจ แม้แต่วิภูบรมไท้...........................ละก็นอบมิเคยแหนง กาพยานี 11 รุ่งฟ้านภาเปิด...................ตะวันเฉิดและฉายแสง ท่านจุลนพแจง.................ธุระตัวมัวช้า เพราะด้วย ณ วันนี้............องค์ภูมีสุราชา เรียกเฝ้าแต่เช้าหนา...........คงจะมีประเด็นดัง เสร็จกิจมิบิดเบือน............ออกจากเรือนไปเยือนวัง โดยไปแต่ลำพัง...............แล้วก็ถึงซึ่งเวียงชัย ไปถึงตะลึงจิต.................อำมาตย์มิตรเสนาไกร สะพรึบเหมือนพร้อมใจ......มาประชุมชุมนุมกัน ขุนหมื่นพระยาหลวง.........ไพร่ทั้งปวงต่างโจษจัญ ว่าองค์พระเทวัญ.............จะแต่งตั้งตำแหน่งกรม บ้างว่าจะสงคราม.............ระยะตามนิคามคม บ้างว่าจะปรากรม.............บริจาคแจกเงินทอง หลายเสียงสำเนีงกล่าว.....ถึงเรื่องราวสุดหยั่งมอง ท่านจุลนพตรอง.............สักพักหนึ่งระฆังดัง องค์อัครกษัตริย์ท้าว.......เสด็จก้าว ณ เวียงวัง ขุนนางต่างรอฟัง............ดำรัสองค์พระทรงชัย วิภูกระหยิ่มย่อง.............และก็จองเหล่าข้าไท้ พลางว่าจะอันใด............เราจะบอกจงตามมา ว่าพลางเสด็จเข้า...........พระโรงยาวตระการตา ทาสข้าและเสนา...........ตามเสด็จพระทรงชัย. **จะแก้ไขข้อความแต่มือดันพลาดไปลบมัน สายตาแย่จริง ๆ เลย กาพยานี 11 รุ่งฟ้านภาเปิด...................ตะวันเฉิดและฉายแสง ท่านจุลนพแจง.................ธุระตัวมัวช้า เพราะด้วย ณ วันนี้............องค์ภูมีสุราชา เรียกเฝ้าแต่เช้าหนา...........คงจะมีประเด็นดัง เสร็จกิจมิบิดเบือน............ออกจากเรือนไปเยือนวัง โดยไปแต่ลำพัง...............แล้วก็ถึงซึ่งเวียงชัย ไปถึงตะลึงจิต.................อำมาตย์มิตรเสนาไกร สะพรึบเหมือนพร้อมใจ......มาประชุมชุมนุมกัน ขุนหมื่นพระยาหลวง.........ไพร่ทั้งปวงต่างโจษจัญ ว่าองค์พระเทวัญ.............จะแต่งตั้งตำแหน่งกรม บ้างว่าจะสงคราม.............ระยะตามนิคามคม บ้างว่าจะปรากรม.............บริจาคแจกเงินทอง หลายเสียงสำเนีงกล่าว.....ถึงเรื่องราวสุดหยั่งมอง ท่านจุลนพตรอง.............สักพักหนึ่งระฆังดัง องค์อัครกษัตริย์ท้าว.......เสด็จก้าว ณ เวียงวัง ขุนนางต่างรอฟัง............ดำรัสองค์พระทรงชัย วิภูกระหยิ่มย่อง.............และก็จองเหล่าข้าไท้ พลางว่าจะอันใด............เราจะบอกจงตามมา ว่าพลางเสด็จเข้า...........พระโรงยาวตระการตา ทาสข้าและเสนา...........ตามเสด็จพระทรงชัย. กลอนแปด พงศ์กษัตริย์ตรัสถ้อยอร่อยจิต เสนามิตรมาดมั่นไม่หวั่นไหว ท่านจงอย่ายืนตะลึงและตกใจ เรื่องสิ่งใดไว้ก่อนค่อยผ่อนกัน โดยตำแหน่งแจ้งมีหมื่นขุนหลวง ข้า ฯ ทั้งปวงต่างนั่งบัลลังก์สวรรค์ จุลนพเสนาผู้ใหญ่นั้น นั่งหน้าบันชั้นมุขสง่างาม เดี๋ยวเย็นมาต่อครับหมดเวลาเรียนแล้ววววๆๆๆๆ...... ท้วงติงด้วยความนับถือ มิได้มีเจตนาลบหลู่หรือจาบจ้วงแต่ประการใด แต่เห็นหัวข้อเรื่องของท่านแล้วตกใจ จึงเตือนสติด้วยความรัก อันว่าการใช้ชื่อว่าคำหลวงนี้มิควร แม้นว่าจะแต่งด้วยคำประพันธ์หลากชนิดตามแบบคำหลวงก็ตามที แต่การออกนามว่าคำหลวงนั้นมีข้อกำหนดดังนี้ ๑. เป็นพระราชนิพนธ์ ของพระเจ้าแผ่นดิน หรือเจ้านายชั้นสูงทรงนิพนธ์ ๒. เป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนาและศีลธรรมจรรยา ๓. ใช้คำประพันธ์หลายประเภท คือ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และ ร่าย ๔. ใช้สวดทำนองหลวง ซึ่งสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถโปรดให้ประดิษฐ์ขึ้นได้ (สวดคัร้งแรนกที่วัดพระศรีสรรเพ็ชฌ์ ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ) ซึ่งข้อหลักที่ต้องคำนึงถึงในการเรียกหนังสือหรือคำประพันธ์เรื่องต่างๆว่าคำหลวง คือข้อที่ ๑ และ ๒ จึงท้วงติงมาด้วยความเคารพ ***หากท่านเจ้าของกระทู้อ่านแล้วขอให้แจ้งลบความเห็นนี้ด้วย*** ท้วงติงด้วยความนับถือ (IP:124.120.51.248) ตอบกลับด้วยความรัก ในปัจจุบัน การแต่งคำหลวงมีการแต่งกันวงกว้างซึ่งกวีสามารถแต่งกันได้มิจำเป็นต้องเป็นเจ้านายชั้นสูง ซึ่งข้อนี้ผมรู้ดีเลยแต่งขึ้น ผมอยากถามกลับว่า ถ้าเรามัวว่าจะเป็นการมิบังควรสำหรับที่จะคิดแต่งคำหลวง แล้วรอให้เจ้านายชั้นสูงทรงสละเวลามาแต่ง ผมอยากทราบว่าต้องรออีกนานสักเท่าไร ? คำประพันธ์ลักษณะนี้มิสูญหายไปเลยหรือ กฎเกรฑ์บางอย่างเราก็ควรละเมิดบ้าง ถ้าดูถึงผลที่เกิดขึ้น เพื่อความสบายใจผมจะเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น "กุสุมาวัจนะ" แล้วกัน ( วัจนะ คือ การเรียกคำประพันธ์ ฉันท์ โคลง กาพย์ กลอน ร่าย ) ผู้แต่งบทประพันธ์มีความสามารถครับ แต่เปลี่ยนชื่อก็ดีเหมือนกันครับ เพราะคนรุ่นหลังอาจจะทำใจ ยอมรับไม่ได้ เพราะเรื่องของกษัตริย์ หรือศาสนาเป็นของสูงมากสำหรับคน รุ่นหลังที่มีมาจนถึงคนรุ่นปัจจุบันครับ มิควรละเมิดสิ่งอันดีงามที่สืบทอดกันมา ต่อ ๆๆๆ อย่ามัวพะวง กลอนแปด พงศ์กษัตริย์ตรัสถ้อยอร่อยจิต เสนามิตรมาดมั่นไม่หวั่นไหว ท่านจงอย่ายืนตะลึงและตกใจ เรื่องสิ่งใดไว้ก่อนค่อยผ่อนกัน โดยตำแหน่งแจ้งมีหมื่นขุนหลวง ข้า ฯ ทั้งปวงต่างนั่งบัลลังก์สวรรค์ จุลนพเสนาผู้ใหญ่นั้น นั่งหน้าบันชั้นมุขสง่างาม กรมสุรางค์นางในไกวปลิวพัด บ้างก็จัดของถวายสะพายหาม ทั้งน้ำท่าอาหารกลิ่นฉุนจาม ประเคนตามตำแหน่งเร่งแบ่งบัน ลำดับนั้นเจ้าพระยามหาอำมาตย์ อภิวาทภูวไนยไอยสวรรค์ ทรงสั่งเรียกข้าบาทบังคัมคัล มิสิ่งอันใดพระองค์ทรงต้องการ จุลนพนาถบดีศรีมณฑล ผันสกนธ์เอ่ยพจน์รสอ่อนหวาน นั่นนะสิเดชะพระภูบาล ทรงโปรดปรานใดเล่าเร่งบอกพลัน องค์วิภูเพียงเทพได้เสพย์ถ้อย ท่านจงคอยเวลาอย่าผายผัน รอธิดามารศรีวีรวรรณ ได้ออกมาหน้าชั้นพระโรงทอง ว่าแล้วนั้นพระธิดาเดินมาหา เสด็จมาหน้าแท่นอ่านฉลอง องค์บดินทร์ปิ่นวิภูผู้ปกครอง เอื้อนเอ่ยร้องขานศัพท์แสนจับใจ อันธิดาของเราด้วยเขานี้ สมควรมีคู่ครองประครองไหล่ เราก็เลยร่างสารส่งผ่านไป เรียกพวกท่านเพื่อให้มาประชุม ว่าเรานี้ควรหาตุนาหงัน อย่างไรกันหรือว่าจะหาสุ่ม หรือจะส่งสารไปให้ชุมนุม คิดแล้วกลุ้มเกศามาหลายวัน ฝ่ายเจ้าพระยาเสนามหาอำมาตย์ พจนารถนำน้อมพระจอมขวัญ อันเรื่องนี้ใหญ่นักอเนกนันต์ ต้องเลือกฟั้นเลิศบุรุษสุดดีจริง อันตัวข้าเขล่าโง่เกรงกลัวโทษ จะตรัสโอษฐ์ออกแสดงจะแหนงยิ่ง ถ้าเป็นท่านจุลนพน่าพึงพิง อย่าเฉยนิ่งเลยท่านเร่งกราบทูล ในกาลนั้นจุลนพก็จบหัตถ์ และกล่าวตรัสสิ่งร้ายจงหายสูญ อ้าพระองค์ทรงศักดาอาดูร ข้า ฯ จะทูลหนทางสว่างเอง อย่างไรกันท่านอย่ามาปกปิด เราร้อนจิตเจียนจะสิ้นวูบโหวงเหวง มีสิ่งใดไหนท่านเล่าบรรเลง อย่ามัวเกรงเราเลยจงเผยไป สรุปชื่อเรื่อง "กุสุมาวัจนะ" สาลินีฉันท์ 11 หม่อมฉันว่าอย่างนี้.............จะไม่ดีประเด็นไข ถ้าเราจะสุ่มให้...................พระลูกสาวจะกริ้วเอา ถ้าให้กับเจ้าชาย................เพราะเรียงรายเงินทองเขา ไป่สุขจะเศร้า....................เพราะว่าใจมิได้รัก อันว่าจะให้ไพร่..................ประคองไซร้สนิทจัก เป็นที่นินทานัก..................จะเสียเกียรติพระเดชา หม่อมฉันว่าควรหา..............บุรุษชาติธรรมา พรั่งพร้อมทั้งวิชา................จะควรสมกะองค์เธอ ทั้งนั้นและนี้......................พระบุตรีก็ควรเจอ เจอะพบประเออ................ตุนาหงันละเสียก่อน แล้วให้องค์เธอนั้น.............ก็เลือกฟั้น ณ สุนทร ทดสอบก็ดีวอน................ผิว่าทำจะดีจริง หม่อมฉันว่าดีแท้..............จะถูกแดพระองค์หญิง ใดขัดพระทรงติง..............อภัยเถิดพระเจ้าค่า แต่งกลอนแปดหั้ยหน่อย สุนิษา ขจรไกล (IP:125.24.137.178) เอากลอนแปดสองบท น่ะค่ะเรื่องอะไรก็ได้ นุ๊กนิก (IP:125.24.137.178) ห้ามเอาซ้้้ำากันห้องเดียวกัน ขอสองบท นะคะ ต๋อม (IP:125.24.137.178) ขอกลอนแปดวันแม่สองบทครับ สมศักดิ์ (IP:125.24.137.178) ทำไมขอกันจัง หัดแต่งเองไม่ยาก เราก็หัดแต่งเอง ลองแต่งกันดูครับอย่าขอเลย ภูมิใหรอผลงานที่ตนเองไม่ได้แต่งเอง ต่อ ๆๆๆ อีทิสังฉันท์ 20 ภูบดีสดับสุพจนรส ณ วาทะจุลนพสบถ สุปรีดา ผันพระองคย่างและเหยียดพระพา- หแห่งพระองคจับทิชา ธิรางค์ไกร เอื้อนพระศัพทสีหนาทประไพ พระเจตนาจะขอบพระทัย วิธีแก้ เอ้อทิชาดนูสิสุขแด สุพจน์อจารย์เฉลียวอ๊ะแท้ สิจริงจริง เราก็ว่าอะไรก็ควรจะอิง ณ ตาม ณ แต่ ธิดา ประวิง จะต้องการ เฮ้อดนูสิเขลาและโง่บ่ชาญ มิรู้ว่ะบุตรจะยากพระมาน ละยิ่งนัก อ้า ณ ความสมัครหทัย ฤ รัก มิควรกระทำประดุจจะกัก หทัยแด แม้วิวาหะแล้วจะโวย ฤ แก้ จะสายจะช้าจะทุกขแน่ ประจักษ์จินต์ แม้บ่รักสมัคระไม่ถวิล ผิรักก็แต่ก็มีจะชิน และชากัน ได้สดับ ณ ศัพทท่านประพัน ธยั้งและฉุดมโนลุหัน คะนึงผล เจ้าจะว่าอะไรพระลูกกมล พิจารณแล้วมิสน ฤ สน ณ เยียใด โคลง 4 สุภาพ อรทัยนเรศเรื้อง............................ระบือบุญ จบหัตถ์นอบละมุน.........................มิ่งฟ้า และเผยกล่าวขอบคุณ....................จุลนพ อันดนูเองอ้า.................................มิได้ขัดเคือง แม้ว่าเรื่องรักแล้...........................ไป่ปอง ผิว่าทรงเห็นมอง...........................มั่นแล้ว ว่าลูกนะควรครอง..........................มีคู่ ลูกก็คงไม่แคล้ว...........................นอบน้อมทำตาม องค์รามถามลูกด้วย.......................สีหนาท เอ๊ะอะไรสุขุมชาติ .........................นี่นี้ เผยอรรถตรัสบังอาจ......................ประชด พ่อสิหวังดีชี้.................................แต่ด้านทางดี อันสตรีเมื่อได้............................. ถึงวัย ควรวิวาห์ผูกใจ.............................อย่าร้าง ยามตัวแก่เจ็บไข้...........................เคืองจิต คนที่เป็นคู่สร้าง.............................จักได้เฝ้าถนอม ลูกก็ยอมไป่ค้าน.........................บิตุรงค์ ลูก ฤ จักเหน็บองค์......................เอกไท้ ใดที่พระองค์ทรง........................เห็นเหมาะ ใครเล่าจักขัดได้.........................ลูกแจ้งแก่ใจ เยียใดก็โปรดให้......................ลูกตรัส สินเฮย ทรงอย่ามาทำขัด.....................เรื่องนี้ ความสุขทุกข์ชั่วพรรษ..............ขอเลือก เองนา ใดที่ลูกได้ชี้............................ลูกนั้นห่อนตรม เอกอุดมบรมนาถเจ้า................จอมประยูร ฟังพจน์ลูกกราบทูล.................สุดช้ำ อ้านี่พ่อเพิ่มพูน.......................ความทุกข์ เปล่าฤา เห็นพักตร์เจ้าตรอกย้ำ..............ว่าไร้สุขสราญ พระผู้ผ่านภพใต้.....................เมืองสวรรค์ ลูกบ่ทุกข์สุขสันต์...................อยู่แท้ ขอพระพ่อเทวัญ....................จงอย่า ห่วงเฮย ลูกทราบดีโดยแล้..................พ่อนั้นประสงค์ดี ผิมิมีกิจแล้ว......................ทูลลา เพราะพวกท่านเสนา............นี่นี้ รอฟังพ่อบัญชา..................ชี้กิจ กล่าวเสร็จเสด็จลี้................หลบเข้าห้องใน เดี๋ยวค่อยมาต่อ ตอนนี้เร่งอยู่ครับ ไม่ได้ลงเสียทีแต่งสัทธราฉันท์อยู่ อีกแล้ว |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |