คุณคิดอย่างไรกับชีวิตครู กทม. (ความจริงที่น่ากลัว)

เหนื่อยมั๊ยกับชีวิตครูที่นับวันดูเหมือนจะด้อยค่าจากสังคมลงทุกวัน กิจกรรมอื่นนอกเหนือจากงานสอนมันมากเสียจนไม่รู้จะเอาเวลาที่ไหนไปสอนเด็กๆ



ความคิดเห็นที่ 31


24 พ.ย. 2551 13:11
  1. น่าเห็นใจทุกฝ่าย   ดิ้นรนต่อไป  




ความคิดเห็นที่ 29

17 มิ.ย. 2551 11:11
  1. <P>&nbsp;&nbsp;เราสอบได้ลำดับที่ 4 ของเอกเทคโน เรียกรอบสอง ไม่มีเลย เอกแนะแนว เอกประถม เอกการศึกษาพิเศษก็ไม่มี ของให้เรียกในรอบที่สามทีเถอะนะ เป็นกำลังใจให้ทุกเอกเลย</P>
    <P>wantech</P>



ความคิดเห็นที่ 36

10 พ.ค. 2552 22:18
  1. ตอนเราเป็นครู สพฐ อยู่อ่ะ แล้วสอบติดครู กทม ลำดับก็พอใช้ได้ อยากถามเพื่อนที่เป็นครู กทม อยู่แล้ว ว่าเราควรลาออกมาที่ กทม ดีไหม




ความคิดเห็นที่ 37

ครูจริงจัง
13 พ.ค. 2552 10:26
  1.         สวัสดี!..จ้ะ  น้องทอมซ่า...ขอร่วมแชร์ประสบการณ์ชีวติครูด้วยคนนะเผื่อว่าน้องจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง...

               พี่ก็เป็นครูนะ  เป็นมานานมากๆๆๆๆ เป็นครูตั้งแต่เด็ก...เลยแหละ..เอาเป็นว่าไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตวัยรุ่น สนุกสนานเฮฮากับเพื่อนๆ เลย ตอนนั้นอายุก้อ 19 ปี กับอีก 3 เดือน  ชื่อโรงเรียนก้อแสนไพเราะเพราะพริ้ง... ชื่อโรงเรียนบ้านเสด็จวนชยางกูลวิทยา   จังหวัดลำปาง  ตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน สายลำปาง-พะเยา หลักกิโลเมตรที่ 19 พอดี ดูเหมือนมันใกล้เมืองมากเลยใช่มั้ย?..ใช่เลย เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษา ประจำตำบล ตั้งอยู่เป็นเนินเขาเตี้ยๆ รายรอบด้วยไร่สับปะรด อาคารสวยงามแปลกตา ที่คิดว่า สมัยยุคนี้มันคงไม่มีแล้ว....ก็อาคารเพิงหมาแหงน มุงหญ้าคา ผนังอาคารเป็นไม้ไผ่สูงประมาณ 80 ซม. มีกระดานดำเป็นผนังกั้นระหว่างห้อง  จำนวน 2 หลัง... ไม่มีระบบสาธารณูปโรคทุกชนิด  อ้อ! ลืมไปมีไฟฟ้าที่ต่อมาจากบ้านผู้ใหญ่บ้าน  น้องนึกภาพออกไหม?  มีนักเรียนอยู่ 2 ระดับชั้น ๆ ละ 2 ห้อง คือ ม.1 และ  ม.2 ยังไม่มี ม.3 เลย  วันที่ไปรายงานตัว แม่ถามว่า “ไหวไหมลูก”  จำได้ว่าได้แต่ยิ้ม ....มันพูดไม่ออก... แต่! . น้องรู้มั้ย ที่นี่แหละเป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นประสบการณ์ชีวิตที่หาไม่ได้อีกแล้ว มันมีค่ามาก...เหลือเกิน  และมันยังอยู่
    ในความทรงจำจนทุกวันนี้....ที่นี่
    ! ทำให้พี่มีวันนี้ ...วันที่ประสบความสำเร็จในวิชาชีพครู  ชีวิตครูที่นี่  ก็ทำงานทุกอย่างที่พี่ๆ เขาให้ทำ เป็นน้องเล็กเขาก็ยังงี้แหละ... (โรงเรียนมีครู 6 คน รวมทั้งผู้บริหาร ซึ่งอายุท่านเท่ากับคุณแม่ของพี่..)  พี่ไม่เคยมีวันหยุด ปิดเทอมไม่ได้กลับบ้าน  อยู่เวรทุกอาทิตย์ หอบงานธุรการ การบ้านนักเรียน ฯลฯ กลับมาทำที่ที่พักทุกวัน นอนไม่เคยต่ำกว่าเที่ยงคืน  ที่มีเสียงแมลงและเสียงเพลงจากเทปคราสเซทเป็นเพื่อนยามเกิดอารมณ์เหงา... พอถึงฤดูกาลออกแนะแนว  พวกเราก็จะทำหนังกลางแปลงเกี่ยวกับโรงเรียนของเรา ใส่ในกระดาษชาร์ทขาวเทา เจาะรูใส่ห่วงตั้งกับแคร่ไม้ที่เปิดไปทีละแผ่นๆ... หมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่บริการก็อยู่ลึกเข้าไปในป่าไกลมาก  เช่นบ้านแม่อาง  เรายืนอยู่ที่พื้นดิน แต่เรามองเห็นพระจันทร์ เห็นดาวดาวที่ดวงใหญ่มาก เหมือนมันอยู่ใกล้กับเรามากเลย และก็หวานเหน็บจริงๆ...เหมือนนิยายไหมล่ะ...พี่ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มาอยู่ในบรรยากาศแบบนี้  แต่มันเป็นเรื่องจริงค่ะน้อง... ที่นี้.. ที่ที่ขาดแคลนความสะดวกสบาย แต่ไม่ขาดน้ำใจ และความสุข  ความสุขที่ได้สอนเด็กๆ ที่ขาดโอกาสที่จะเข้าไปเรียนโรงเรียนในเมือง เด็กพวกนี้ขยัน ตั้งใจเรียนและมีน้ำใจมาก พวกเขาเด็กรุ่นแรกของโรงเรียนนี้ ...ตอนนี้พวกเขาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ทั้งราชการและธรุกิจส่วนตัว บางคนเป็นใหญ่เป็นโตกว่าครูเสียอีก....ขณะนี้เวลาผ่านมาหลายปี พี่ก็ย้ายกลับมาสอนที่บ้านเกิดแล้วพวกเขาก็ยังไม่ลืมพี่เลย ปีใหม่ วันเกิด พวกเขาจะส่งการ์ดอวยพร หรือไม่ก็โทรศัพท์มาคุยกับพี่เสมอ....มันน่าภูมิใจนะคะน้อง การที่เราได้มองเห็นลูกศิษย์ที่อบรมสั่งสอนมาเจริญเติบโต มีคุณภาพชีวิตที่ดี  มันมีความสุขมากเลยค่ะ...

                พี่ขอเป็นกำลังใจให้น้องทอมซ่า ให้มีความอดทน มุ่งมั่นในความเป็นครูนะคะ  และพี่ว่าการเป็นครู กทม. อยู่ในเมืองหลวง งบประมาณก็เยอะ  ไม่ต้องควักเงินส่วนตัวซื้ออุปกรณ์การสอน  ซื้ออาหารให้กับเด็กๆ และอื่นๆ จิปาถะ...  พี่ว่าครูที่สังกัด สพฐ.  ลำบากกว่าแยะ รวมถึงครูที่ยังสอนอยู่ตามป่าเขา ตามชายแดน  เด็กสมัยนี้อาจจะไม่เหมือนเมื่อก่อนก็จริงอยู่...แต่ความเป็นครูมืออาชีพ  ความตั้งใจจริงคงจะทำให้น้องทอมซ่า รับมือได้ไม่ยากใช่ไหมล่ะ....อย่าพึ่งท้อนะจ๊ะ!  สู้  สู้ 

                แล้วเรื่องนโยบายของนักการเมืองน่ะ มันก็มีเหมือนกันทุกที่นั่นแหละ...ของ สพฐ.
    ก็รุนแรงไม่ใช่ย่อยเหมือนกัน ระบบเส้นสาย พรรคพวก เต็มเมือง (พวก อกคศ.
    ไงล่ะ! เหมือนมาเฟียยังไงยังงั้น...) อย่าไปคิดมากหรือเก็บมาเป็นอารมณ์  เพียงแค่เราทำหน้าที่ “ครู” ของเราให้ดีที่สุดก็พอ...คิดเชิงบวกนะจ๊ะ... แล้วน้องอาจจะรู้สึกสุขใจในความเป็นครูก็ได้...

                อ้อ!  สำหรับน้องความคิดเห็นที่  27 น้องทับทิม  ที่พึงบรรจุ และรู้สึกเหมือนตกนรกน่ะ...อยากพึ่งท้อนะจ๊ะ พี่จะเป็นกำลังใจให้เหมือนกันค่ะ สู้  สู้ นะจ๊ะ

                                                                    {#emotions_dlg.s2}  จากครูใจดี...




ความคิดเห็นที่ 28

9 มี.ค. 2551 20:01
  1. อาชีพครูมีทั้งดีและไม่ดี&nbsp; สิ่งที่ดีคือเราสามารถสอนครูให้เป็นคนดีได้&nbsp; และสิ่งที่ไม่ดีคือเงินเดือนน้อย



ความคิดเห็นที่ 26

4 ก.พ. 2551 14:29
  1. <P>เชื่อว่าจิตวิณญาณความเป็นครูยังมีอยู่เยอะค่ะ&nbsp; ขอใกลังใจครูทุกท่านค่ะ</P>
    <P>&nbsp;</P>



ความคิดเห็นที่ 32

24 ธ.ค. 2551 20:13
  1. www.thaigovnews.com




ความคิดเห็นที่ 27

5 มี.ค. 2551 17:43
  1. <P>สวัสดีคะ ดิฉันพึ่งมาบรรจุได้ยังไม่ถึงปีแต่มีความรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็นจริงเพราะไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน</P>
    <P>&nbsp;</P>



ความคิดเห็นที่ 11

ครูคิม
11 ม.ค. 2551 19:41
  1. เห็นด้วยนะคะ กับคุณครูชิต คุณครู MathGye การเป็นครูมี 2 ประเภทคือ
    1. เลือกมาเป็นครู
    2. .......มาเป็นครู (....มีหลายอย่างที่ไม่ใช่ประเภทที่ 1)

    ดิฉัน ครูชิต และคุณครู MathGye และอีกจำนวนมาก เป็นครูในประเภทที่ 1 จึงไม่มีความหนักอก หนักใจ แบบไหนก็ได้ เรารับได้ และตั้งใจทำหน้าที่ให้สมบูรณ์
    และพวกเรากว่าจะได้มาเป็นครูก็มี "ครู" มาก่อน หรือใครไม่มีก็อยากทราบค่ะ

    (ไม่สอดคล้องกับกระทู้ ครู กทม. แต่อยากตอบนะคะ สนใจกระทู้ที่เกี่ยวกับครูค่ะ)



ความคิดเห็นที่ 20

ครูคิม
12 ม.ค. 2551 20:11
  1. สวัสดีค่ะ น้องทอมซ่า

    ยินดีที่ได้รู้จัก มีสิ่งเล็กน้อยมาฝากน้องทอมซ่านะคะ http://www.krukimpbmind.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=5371462
    http://www.krukimpbmind.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&Category=krukimpbmindcom&thispage=1&No=280154
    http://www.krukimpbmind.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=5371507



ความคิดเห็นที่ 21

ครูคิม
12 ม.ค. 2551 22:13
  1. หามาฝากได้อีกค่ะ สำหรับน้องทอมซ่าค่ะ http://www.vcharkarn.com/vcafe/134531



ความคิดเห็นที่ 23

13 ม.ค. 2551 17:32
  1. อาชีพครูในกทม. เงินไม่ค่อยพอใช้ รถติด งานหนัก นักเรียนก็เก่ง ครูจะต้องใช้ความรู้ความสามารถในด้านวิชาการและทักษะชีวิตอย่างมากเพื่อช่วยให้นักเรียนไทยบางคน ที่ยังหลงอยู่ที่วัตถุนิยม มีความสมบูรณ์ด้านจิตใจ มากขึ้น ใช้สมองด้านขวาและด้านซ้ายให้สมดุล ฯลฯ อัจฉริยภาพสร้างได้ ถามใครด๊ อ๋อหนูดี บอกได้ครับ



ความคิดเห็นที่ 1

MathGuy
6 ส.ค. 2550 07:58
  1. ชีวิตทุกชีวิตล้วนมีคุณค่าทั้งนั้นครับ
    คุณค่าเดิมที่มีอยู่แล้ว และคุณค่าใหม่ๆที่เราต้องทำให้เกิดขึ้น

    แต่ในขณะเดียวกันชีวิตเองก็มีความพร่อง
    ความพร่องเดิมที่มีอยู่แล้ว และความพร่องหลายๆอย่างที่ถูกเพิกเฉยและจะรุนแรงยิ่งๆขึ้น



    ต้องมองว่า ชีวิตคือ การพัฒนาครับ
    อันดับแรกสุด ก็ต้องรู้จักตัวเราเองในขณะนี้ว่า
    24 ชั่วโมงในแต่ละวันนั้น เราต้องทำอะไรบ้าง
    มีชั่วโมงที่มีคุณค่าอยู่เท่าไหร่ ที่สูญเปล่า หรือใช้ไปอย่างไม่คุ้มค่าเท่าไหร่
    แล้วค่อยๆวิเคราะห์ว่า เราเองจะทำอะไรได้บ้าง ?


    ก็เห็นใจครับ ถ้าเราเป็นผู้ถูกเล่น ผู้ถูกกระทำเป็นส่วนใหญ่ แรงบีบคั้นก็จะมีมาก
    จึงจำเป็นที่จะต้องปรับให้เราได้มีบทบาทที่สร้างสรรค์
    เป็นผู้เลือก เป็นผู้กระทำ(สิ่งทีดี) เองบ้าง




    ถ้าเราคิดดี ทำดีอยู่แล้ว ก็ขออย่าให้ท้อใจครับ ... ความดีจะช่วยเราเอง (ธรรมะรักษาผู้ประพฤติธรรม)

    ความสุข อยู่ที่ตัวเราครับ อยู่ที่เราทำให้คนอื่น ไม่ใช่ที่คนอื่นกระทำต่อเรา



ความคิดเห็นที่ 3

MathGuy
2 ม.ค. 2551 12:22
  1. การทำงานในสังคม กับคนอื่นๆ โดยเฉพาะในบทบาทของผู้น้อย

    ไม่ว่าจะไปทำงานอะไร ก็จะเจอปัญหาในทำนองเดียวกันอยู่เสมอ

    เราหนีปัญหาไปไม่พ้น

    ปัญหาส่วนหนึ่งนั้น ก็อยู่ที่ตัวเราเองด้วย ...ต้องเตือนสติ เตือนตนเองด้วย


    ถ้าเราแก้ปัญหาที่ตัวเราเองได้ก่อน ... ปัญหาอื่นๆก็นับว่าไม่หนักหนาอะไร

    ที่สำคัญ เราหนีตัวเราเองไปไม่พ้นหรอกครับ ...

    ยิ้มให้กับตัวเราเอง ยิ้มให้กับคนข้างๆ

    ความคิด ความเข้าใจ ความรู้สึกที่ดี จะชี้นำทาง บอกคำตอบที่ดีของชีวิตให้กับเรา


    ... อยู่ที่กายใจของเรานี่เอง ไม่ใช่ที่อื่น



ความคิดเห็นที่ 4

Jumboy
10 ม.ค. 2551 15:19
  1. สวัสดีน่ะครับ ผมเป็นคุณหนึ่งน่ะครับ ที่กำลังจะเรียน ครูอยู่ คือตอนนี้ผมกำลังย้ายคณะไปเป็นครูครับ จะเลือกเป็นครูภาษาอังกฤษ เพราะผมชอบมาก ผมอยากเป็นครูเพราะจะได้สอนเด็ก ๆ แล้วจะได้ทำบุญไปด้วย แต่ผมก็อ่านข้อความ จากปากหลาย ๆ คนมาว่า ในการเป็นครูนั้นจะเหนื่อยมาก และถ้าไม่มีความอดทนมากพอ ก็จะลาออกเลยอ่ะครับ ไม่รู้ว่านีเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าครับ



ความคิดเห็นที่ 5

11 ม.ค. 2551 18:44
  1. วงการครู เรื่อง จริงยิ่งกว่าละครน้ำเน่า มีทุกรสชาติ
    ใครอยากรู้ต้องมาสัมผัส แล้วจะรู้ว่า นี่หรืออาชีพครู นี่หรือความเป็นครู สอนแต่เด็กๆๆ ให้ทำนู่ทำนี่แต่ตัวเองมีพฤติกรรมที่น่ารังเกียจมาๆๆ มากจนคาดไม่ถึง เพราะ คำว่าชื่อเสียง และเงินประจำตำแหน่ง



ความคิดเห็นที่ 25

นพบุราดิศร
13 ม.ค. 2551 22:54
  1. I pround of my school nevertheless my school is not honor, like TU , mwit .Because my teachers teach me to know the real human.



ความคิดเห็นที่ 51

22 เม.ย. 2553 01:12
  1. ขอตอบน้อง ครู กทม. 52 บรรจุใหม่ ไม่ทราบว่าอยู่เขตอะไร แสดงว่าไม่ใช่คนกรุงเทพ แล้วมาสอบบรรจุทำไมละ ไม่ไปสอบบรรจุที่บ้านนอกละ ทำอะไรไม่เป็นเขาก็เลยไม่เกณฑ์ไปช่วย ก็สมควรแล้วที่ต้องสอนแทน เวลาสอนแทนทำอะไรบ้างละ ให้เด็กอ่านหนังสือ วาดภาพเขียนบรรยายใต้ภาพ และขอตอบแทนเพื่อนครูนาฏศิลป์ กทม. ทุกคน เราไม่เคยเอาเวลาเรียนเด็กไปซ้อม ไม่ทราบว่าจะให้ดิฉันเชื่อคำสั่งคุณ หรือคำสั่งผอ.เขต หรือจะให้ตอบว่าเพื่อนครู กทม. 52 บรรจุใหม่ไม่อนุญาตให้ไปร่วมกิจกรรมที่เขตขอความร่วมมือ



ความคิดเห็นที่ 7

ครู...ชิต
11 ม.ค. 2551 19:06
  1. คุณ ads@hotmail.com ครับ

    อาชีพครู เป็นอาชีพที่สุจริตครับ
    ส่วน เงินประจำตำแหน่ง ก็ทำถูกต้องตามกฎหมายครับ(มีกฎหมายรองรับ) ไม่ทราบว่าผิดกฎหมายข้อใดครับ ? ช่วยอธิบายเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าวได้ไหมครับ



ความคิดเห็นที่ 8

ครู...ชิต
11 ม.ค. 2551 19:14
  1. ผมขอให้กำลังใจสำหรับ คนที่มีจิตวิญญาณของความเป็นครู การเป็นครูที่ดี(ความคิดเห็นส่วนตัว) ข้อ 1 ต้องมีความศรัทธาและภูมิใจในอาชีพของตัวเองครับ ซึ่งสอดคล้องกับหนึ่งอำเภอหนึ่งโรงเรียนในฝัน ที่กล่าวถึงครูมืออาชีพมีแนวทางในการดำเนินการในการพัฒนาดังนี้

    1. การพัฒนาครูให้มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู
    2.การส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนรู้เชิงบูรณาการ
    3.การพัฒนานวัตกรรม เทคนิควิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นสื่อ ICT
    4. พัฒนาครูมีจิตวิตวิทยาในการแลช่วยเหลือพัฒนานักเรียนตามธรรมชาติ และศักยภาพ
    5. เพื่อพูนทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร การค้นคว้าและพัฒนาวิชาชีพให้แก่ครู

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น