อยากเล่นรักบี้ | เว็บบอร์ด วิชาการ.คอม

อยากเล่นรักบี้

โพสต์เมื่อ: 21:16 วันที่ 5 ส.ค. 2550         ชมแล้ว: 9,514 ตอบแล้ว: 8
วิชาการ >> กระทู้ >> กีฬา
อยากเล่นรักบี้คับตอนนี้พกมานานแล้วคับอยากเล่นมากๆ
47743


tentkung
ร่วมแบ่งปัน0 ครั้ง - ดาว 150 ดวง





จำนวน 8 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 18 ก.ย. 2551 (14:47)

ผนนักรักบี้ครับ



นาย กร ประสิทธิ์ (IP:203.114.112.102)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 19 ก.พ. 2554 (14:56)
ในกิจกรรมต่างๆก็มีการเล่นรักบี้ฟุตบอล นี่ละครับที่จะอบรมบ่มนิสัยช่วยขัดเกลาผู้เล่นให้สามารถเข้าถึงคำว่า "สุภาพบุรุษ" ซึ่งสุภาพบุรุษอังกฤษก็เน้นอยู่ที่คำศักดิ์สิทธิ์ว่า Fair play คือการไม่เอารัดเอาเปรียบฝ่ายตรงข้าม ซึ่งค่านิยมนี้เองคือคุณสมบัติของผู้ดีอังกฤษ
การเล่นรักบี้ จึงเน้นเรื่องการมีน้ำใจนักกีฬา Sporting Spirit เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ซึ่งจุดสุดยอดของการมีน้ำใจนักกีฬา คือ ความยุติธรรม (แฟร์) Fairness การไม่เอารัดเอาเปรียบใคร
การเล่นรักบี้ จึงเป็นเครื่องมือที่มีความเหมาะสมในการสร้างบุคลิกลักษณะนิสัยพึงประสงค์ 4 ประการ คือ
1.กีฬารักบี้ต้องใช้คนเล่นมากคือข้างละ 15 คน ทำให้มีส่วนร่วมมาก ไม่เหมือนกีฬาบางประเภทที่ใช้ผู้เล่นเพียง 2 หรือ 3คน และการเล่นกันมากนั้นทำให้มีการร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมเหนื่อย ก่อให้เกิด"ความสามัคคีในหมู่คณะ"ตามมาอันเป็นคุณธรรมที่พึงปรารถนา
2.รักบี้เป็นกีฬาที่ใช้ทีมเวิร์ค "Team work"อย่างสูง ฝึกให้นักกีฬารู้จักหน้าที่ของตน ไม่เอาเด่นเอาดีเข้าตัวอยู่คนเดียว ประเทศที่เจริญแล้วประชาชนจะรู้จักการทำงานเป็นทีมเวิร์คเป็นอย่างดี และรักบี้เป็นกีฬาที่มีทั้ง Co-Operation ,Co-Ordination คือทั้งร่วมมืออย่างสุดกำลังและประสานงานกันอย่างดีด้วย การเล่นต้องอาศัยความเร็ว speed และจังหวะเวลา timing ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยไหวพริบแบบ Thinking while Moving
3.กติการักบี้มีความแน่ชัดและเคร่งครัด เช่นในการส่งลูกบอลต้องส่งไปข้างหลังเท่านั้น ,การจับรวบคู่ต่อสู้ที่เรียกว่า "แท็คเกิ้ล" tackle จับได้เฉพาะผู้ถือลูกบอล (จุดมุ่งหมายของการ tackle ในเกมรักบี้คือเพื่อหยุดการพาลูกไปข้างหน้าของคู่ต่อสู้ ไม่ใช่การทำลายตัวคู่ต่อสู้) ดังนั้น การมีกติการอย่างเคร่งครัดนี้เป็นการฝึกให้ผู้เล่นต้องมี "ระเบียบวินัยและเคารพในกฎเกณฑ์"
4.รักบี้เป็นกีฬาที่มีการตุกติกเล่นสกปรกได้ง่ายที่สุด โดยเฉพาะการเอารัดเอาเปรียบ เพราะมีการชุลมุนบ่อยที่สุด โดยเฉพาะการเข้าสกรัม กรรมการในสนามไม่เห็นเหตุการณ์ได้ตลอด จึงมีโอกาสที่จะจิกตา ชกหมัดสั้น เตะหน้าแข้ง ใช้ลูกส้นกระทืบ ก็อาจทำได้ง่ายๆและจับตัวคนทำไม่ค่อยได้ รักบี้ จึงเป็นกีฬาที่พิสูจน์ "ความเป็นผู้ดีสุภาพบุรุษ Gentleman กับอุดมคติ Fair play"ได้อย่างชัดเจนและง่ายดายที่สุด สนามรักบี้จึงเป็นที่ที่คนดูและผู้เล่นจะได้เรียนรู้ Charater ของคนเล่นว่าใครเป็นผู้ดีใครเป็นกุ๊ยไม่มีน้ำใจนักกีฬา (ต่อไปภายหน้าจะได้จำไว้จะได้ไม่เอามันมาเป็นรัฐมนตรีหรือเลือกเป็น ส.ส.ในสภา)
...."รักบี้" จึงเป็นกีฬาที่ประกาศเกียรติคุณของสุภาพบุรุษ และประจานความต่ำต้อยของศักดิ์ศรีในความเป็นคน ให้รู้ให้เห็นกันได้ในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง...
m (IP:124.120.161.45)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 19 ก.พ. 2554 (14:57)
มีพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่7 เกี่ยวกับกีฬารักบี้ ดังนี้
ทรงชมว่า "มีคนพูดกันเสมอว่ารักบี้นั้น คนไทยเล่นไม่ได้ จะต้องตีกัน
วันนี้ได้เห็นคนไทยต่อคนไทยเล่นรักบี้กันเป็นครั้งแรกและเล่นได้อย่างดี
แสดงว่าโรงเรียนสั่งสอนและอบรมได้ผลเป็นที่น่าพอใจ"
m (IP:124.120.161.45)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 19 ก.พ. 2554 (14:58)
ใครที่ดูหนังเรื่อง INVICTUS แล้วก็จะรู้ว่า กีฬารักบี้นี้สร้างชาติได้ครับ
คือก่อนที่เนลสัน แมนเดลลาจะได้เป็นประธานาธิบดีแอฟริกาใต้และขึ้นทำเนียบรัฐบุรุษที่โด่งดังที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ เขาถูกจำคุกนานถึง ๒๗ ปีในฐานะศัตรูหมายเลข ๑ ของรัฐบาลซึ่งเป็นคนขาวและมีนโยบายเหยียดผิวอย่างรุนแรง จนทั่วโลกพากันคว่ำบาตร

แมนเดลลาเคยจับอาวุธขึ้นต่อสู้กับรัฐบาลคนขาว แต่ประสบการณ์ภายในเรือนจำได้ทำให้เขาตระหนักว่าสันติวิธีเป็นวิธีเดียวที่จะถางทางให้คนดำมีเสรีภาพและความเสมอภาคเช่นเดียวกับคนขาว แต่จะทำเช่นนั้นได้ก็ต้องทำให้คนขาวมองคนดำเป็นมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีเช่นเดียวกับคนขาว

แมนเดลลาตระหนักดีว่า ความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจาก “ระยะห่างทางสังคม” ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่เขาทำระหว่างที่อยู่ในคุกก็คือ การศึกษาและทำความเข้าใจวัฒนธรรมของคนขาว เขาจับได้ว่าคนขาวนั้นชอบรักบี้เป็นชีวิตจิตใจ เขาจึงตะลุยอ่านหนังสือเกี่ยวกับรักบี้ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยชอบมาก่อนเลย และจดจำรายละเอียดมากมาย เขาเชื่อว่านี้เป็นวิธีหนึ่งที่จะเปิดใจคนขาวให้ยอมรับคนดำว่าเป็นเพื่อนได้

คุกที่เขาถูกขังนั้นขึ้นชื่อว่าเข้มงวดมาก และมีการป้องกันอย่างแน่นหนา แถมผู้คุมซึ่งเป็นคนขาวก็ดุ เจ้าระเบียบ และรังเกียจนักโทษคนดำมาก แมนเดลลาพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้มีปัญหากับผู้คุม แต่เขามีเรื่องลำบากใจอยู่อย่างหนึ่ง คืออาหารมื้อเย็นที่เหลือจากตอนกลางวันนั้น จะเย็นชืดมาก เขาเองกินอาหารเย็น ๆ ไม่ค่อยได้ จำเป็นต้องอุ่นเสียก่อน เขารู้ดีว่าผู้คุมไม่ชอบแน่ที่เขาจะมาวุ่นวายเรื่องนี้ แต่เขาก็มีวิธี

ทุกเย็นเขาจะเดินเข้าไปคุยกับคนขาวเรื่องรักบี้ ชนิดเจาะลึกลงไปถึงรายละเอียด รวมทั้งผลการแข่งขันล่าสุด (แน่นอนเขาคุยด้วยภาษาของคนขาว) ปรากฏว่าถูกใจผู้คุมมาก สักพักเขาก็ตะโกนสั่งลูกน้องว่า “เฮ้ย ไปอุ่นอาหารให้แมนเดลลาหน่อย”

แมนเดลลาตระหนักดีว่าการจะโน้มน้าวคนขาวให้ถ่ายอำนาจให้คนดำนั้น เขาต้อง “พูดกับหัวใจของพวกเขา” ไม่ใช่พูดกับสมองของเขา หรือเอาเหตุผลมาพูดกัน เขาพบว่ารักบี้เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถเป็นสะพานพาเขาเข้าถึงหัวใจของคนขาวได้ เขาพยายามทำให้คนขาวเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า “ ถ้าหากผู้ก่อการร้ายที่อยู่อีกด้านหนึ่งของโต๊ะเจรจาเป็นแฟนรักบี้ เขาก็คงไม่เลวร้ายอย่างที่พวกเรานึกกระมัง” แล้วเขาก็ทำสำเร็จ

แมนเดลลาประสบความสำเร็จในการเจรจาให้คนขาวแบ่งปันอำนาจให้แก่คนดำซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ แอฟริกาใต้จึงสามารถหลีกเลี่ยงสงครามกลางเมืองได้อย่างเฉียดฉิว ความสำเร็จของแมนเดลลา มิได้อยู่ที่การมียุทธศาสตร์ทางการเมืองที่ดี มีทางลงให้แก่คนขาวที่ครองอำนาจมานับร้อยปี แต่ยังอยู่ที่บุคลิกและความสามารถส่วนตัวของเขา ที่ทำให้คนขาวไว้วางใจเขา เห็นเขาเป็นเพื่อน ซึ่งทำให้เห็นต่อไปว่าคนดำนั้นก็เป็นมนุษย์ มีศักดิ์ศรี รวมทั้งมีความเหมือนมากกว่าความต่าง และความเหมือนอย่างหนึ่งก็คือ เป็นแฟนรักบี้เหมือนกัน

กล่าวกันว่าสิ่งบ่งชี้ความสมานฉันท์ของแอฟริกาใต้ก็คือ วันที่คนดำในสนามกีฬาร่วมส่งเสียงเชียร์ทีมรักบี้ของแอฟริกาใต้ ซึ่งมีผู้เล่นเป็นคนขาวส่วนใหญ่ ส่วนคนขาวที่ชมรักบี้ก็ร้องเพลงของชนเผ่าซูลู สำหรับผู้คนเป็นอันมาก นี้คือภาพที่ให้ความหวังแก่เขาว่าแอฟริกาใต้จะก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ

สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่าถือว่าไม่สำคัญ มันสามารถเปลี่ยนความรู้สึกของผู้คน จากศัตรูกลายมาเป็นเพื่อนกัน และจากความเป็นเพื่อนนั้นเองที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด
m (IP:124.120.161.45)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 19 ก.พ. 2554 (15:00)
แนะนำการดูรักบี้
รักบี้ฟุตบอลเป็นกีฬาประเภทหนึ่งที่มีความตื่นเต้นเร้าใจในเกม (GAME) ของตัวเองอยู่แล้วแต่ถ้าท่านดูแล้วไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าเล่นกันอย่างไร เพราะท่านไม่รู้กติกาซึ่งมีอยู่ถึง 28 ข้อ คงจะไม่สนุกสนานไปกับเกมกีฬาประเภทนี้ ดังนั้น ข้อเขียนนี้จะแนะนำให้ท่านดูรักบี้ให้รู้ว่าเขาเล่นกันอย่างไรเมื่อท่านดูเป็นแล้ว ท่านอาจจะสนุกคุ้มกับเวลาที่ท่านได้ตั้งใจมาดูกีฬา "รักบี้ฟุตบอล"

เจตนารมณ์ของกีฬารักบี้ฟุตบอล
"มีผู้เล่น 2 ฝ่ายๆ ละ 15 คน เล่นกันอย่างถูกต้องตามกฎกติกา และด้วยความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา จะต้องพาลูก ส่งลูก เตะลูก กดลูกวางทรัย เพื่อทำคะแนนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ฝ่ายที่ทำคะแนนได้มากกว่า เป็นผู้ชนะในเกมการแข่งขันนั้น"

ท่านจะเห็นได้ว่า รักบี้เป็นกีฬาที่ใช้มือเล่นลูก มากกว่าที่จะใช้เท้าเล่นลูก ผู้เล่นจะต้องมีกำลังดีร่างกายแข็งแรง มีความอดทน และที่สำคัญ คือ ยอมรับในกฎกติกาการเล่นและมีน้ำใจเป็นนักกีฬา (A SPORTING SPIRIT) สามารถควบคุมอารมณ์ได้ไม่โมโหง่าย มีมารยาทไม่เล่นสกปรกหยาบคายเมื่อเป็นเช่นนี้ นักกีฬารักบี้ฟุตบอลมักจะได้เพื่อนเพิ่มมากขึ้นทุกครั้งที่แข่งขันและฝึกซ้อมกัน มีไมตรีต่อกันตามหลังจากเลิกเล่นแล้ว แม้ว่าจะได้เคยปะทะกัน กระทบกระทั่งกันอย่างรุนแรงในสนามเล่น หนักไปนิดนึงก็ให้อภัยกันได้ สุดท้ายเข้าใจกัน เป็นเพื่อนกัน ให้ความนับถือกันเช่นพี่-น้อง เป็นเช่นนี้ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

จากนี้ไปเรามารู้วิธีดูรักบี้ .....อย่างง่ายๆ

ผู้เล่น
- ฝ่ายละ 15 คน กองหน้า 8 คน กองหลัง 7 คน

คะแนน
- วางทรัยได้ 5 คะแนน เตะลูกเข้าประตูหลังจากวางทรัยแล้วได้อีก 2 คะแนน เรียกว่าได้ 1 ประตู
- เตะลูกโทษเข้าประตูได้ 3 คะแนน
- เตะลูกพร้อม (DROP KICK) เข้าประตูได้ 3 คะแนน
(แต่การเตะลูกพร้อมจากลูกเตะกินเปล่า (FREE KICK) แม้จะเตะเข้าประตูก็ไม่ได้คะแนน)

การเริ่มเล่น
- โดยการเตะลูกที่วางบนพื้นสนามที่กึ่งกลางสนามไปให้ถึงเส้น 10 เมตรของฝ่ายตรงข้าม เมื่อเริ่มเล่นครึ่งเวลาแรก และครึ่งเวลาหลังเท่านั้น
- เมื่อฝ่ายหนึ่งทำคะแนนได้ให้อีกฝ่ายหนึ่งมาเริ่มเล่นใหม่โดยการเตะลูกพร้อม (DROP KICK) ที่กึ่งกลางสนามไปให้ถึงเส้น 10 เมตรของฝ่ายที่ทำคะแนนได้
- ถ้าฝ่ายเตะลูกเริ่มเล่น เตะลูกเข้าไปในเขตประตูของ ฝ่ายตรงข้าม ผู้เล่นไม่เอาลูกออกมาเล่นแล้วกดลูกในเขตประตูของตนเอง ให้ทำสกรัมที่กึ่งกลางสนาม ฝ่ายตรงข้าม เป็นฝ่ายใส่ลูกเข้าสกรัม

สกรัม
- ผู้เล่นอย่างน้อยฝ่ายละ 5 คน (นิยมเล่นฝ่ายละ 8 คน) ต้องมีแถวหน้า 3 คนเสมอแถวที่สองอีก 4 คน แถวหลังมักมีคนเดียวโอบมัดให้แน่นช่วยกันดันไปข้างหน้าแย่งลูกที่ใส่เข้าไปในช่องกลางระหว่างสกรัม ใช้เท้าเพียงอย่างเดียวเขี่ยลูกกลับไปให้ฝ่ายตนเอง จะทำสกรัมเมื่อ:-
1. ผู้เล่นส่งลูกไปข้างหน้าของตนเอง หรือยื่นลูกไปให้เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ข้างหน้าตนเอง (THROW-FORWARD)
2. ผู้เล่นรับลูกหรือเอามือไปโดนลูก แล้วลูกนั้นกระเด็นไปข้างหน้าไปถูกกับพื้นสนามหรือไปโดนมือหรือตัวผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม (เรียกว่า KNOCK-ON)
3. เกิดการสุมกันเอาลูกออกมาเล่นต่อไปไม่ได้
4. เมื่อผู้เล่นฝ่ายรุกพยายามกดลูกวางทรัยแต่ลูกไม่แตะพื้นสนามเล่นในเขตประตูของฝ่ายรับหรือลูกอยู่บนตัวผู้เล่นฝ่ายรับ

แถวทุ่ม
- ผู้เล่นอย่างน้อยฝ่ายละ 2 คน (นิยมเล่นกันฝ่ายละ 7 คน) มาเข้าแถวเป็นแนวเดียวกันทั้งสองฝ่ายต้องยืนห่างกัน 1 เมตร รอกระโดดขึ้นแย่งลูกที่จะโยนเข้ามากลางช่องแถวทุ่มที่เว้นห่างกัน 1 เมตรนั้น (ฝ่ายเดียวกันยืนชิดกันหรือห่างกันก็ได้)
- จำนวนผู้เล่นในแถวทุ่ม บังคับโดย ฝ่ายที่โยนลูกเข้ามาจะยืนกี่คนก็ตาม อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องยืนอยู่ในแถวทุ่มจำนวนคนเท่ากันหรือน้อยกว่าได้ (จำนวนคนมากกว่าไม่ได้)
- คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องจะต้องยืนห่างจากแถวทุ่มออกไปทั้งสองฝ่ายเป็นระยะ 10 เมตร และจะต้องอยู่ห่าง 10 เมตร เช่นนี้เรื่อยไป (ขึ้นมาเล่นไม่ได้) จนกว่า แถวทุ่ม และรัคหรือมอลที่เกิดจากแถวทุ่มจะส่งออกมาให้ ผู้เล่นที่ยืนรอรับลูกอยู่ (สกรัมฮาล์ฟ) หรือจนกว่ากลุ่มรัคหรือมอลที่เกิดจากแถวทุ่มจะเคลื่อนไปพ้นเส้นแนวที่ทุ่มลูกเข้ามาทั้งกลุ่ม (เส้นแนวทุ่มลูกเข้าแถวทุ่มคือจุดที่ผู้กำกับเส้นยังคงยืนอยู่ที่ข้างเส้นออกริมสนาม)
- เมื่อโยนลูกเข้ามาตามแนวทุ่มลูกกลางแถวทุ่ม ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายที่กระโดดขึ้น ใช้มือเดียว ปัดลูกไปให้ฝ่ายของตน จะต้องใช้มือข้างที่อยู่ด้านในของแถวทุ่มปัดลูกเท่านั้น

การทุ่มลูกเร็ว (QUICK THROW-IN) มีข้อบังคับพิเศษ คือ

1. จุดที่โยนลูกเข้าสนามเล่นจะโยนตรงไหนก็ได้ ระหว่างจุดที่ลูกออกไปจนตลอดแนวเส้นริมสนามจนถึงเส้นประตูของฝ่ายที่ได้ทุ่มลูก

2. ไม่ต้องรอให้มีผู้เล่นมาเข้าแถวทุ่ม ไม่ต้องมีผู้เล่นตรงที่จะโยนลูกเข้าไปก็ได้ นั่นคือ เล่นเองโดยคนที่โยนลูกเข้าไปได้

3. ใช้ลูกที่ออกไปลูกนั้น มาโยนเข้าสนามเล่น คนที่โยนลูกเข้าสนาม ต้องไปเก็บลูกนั้นมาด้วยตนเอง ต้องโยนลูกเข้าสนาม ให้ตั้งฉากกับเส้นออกริมสนาม ต้องโยนลูกเข้าสนามไม่น้อยกว่า 5 เมตร (ต้องทำให้ถูกต้องทั้งหมดในข้อ 3)

รัค (RUCK)
- คล้ายสกรัม คือ ลูกอยู่บนพื้นสนาม เกิดขึ้นเมื่อมีผู้เล่นทั้งสองฝ่ายอย่างน้อยฝ่ายละ 1 คน มายืนคร่อมลูกที่อยู่บนพื้นสนามนั้น ต่างก็ดันกันไปข้างหน้าของตนเพื่อก้าวข้ามลูก หรือยันกันอยู่ในรูปแบบสกรัมและใช้เท้าเขี่ยลูกกลับไปให้ฝ่ายของตน (ห้ามใช้มือเล่นลูก)

มอล (MAUL)
- เกิดขึ้นเมื่อมีผู้เล่นทั้งสองฝ่ายอย่างน้อยฝ่ายละ 1 คน มายืนล้อมผู้เล่นที่ยืนกอดลูกอยู่เพื่อแย่งลูกในมือนั้น ถ้ามีหลายๆ คนในกลุ่มมอล มือผู้เล่นจะต้องโอบมัดผู้เล่นฝ่ายเดียวกันอย่างน้อย 1 ข้าง (ถ้าลูกตกถึงพื้นจะกลายเป็นรัค)
m (IP:124.120.161.45)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 19 ก.พ. 2554 (15:01)
แนะนำการดูรักบี้ (ต่อ)

ล้ำหน้า (OFF-SIDE)
1. ที่สกรัม
-เส้นล้ำหน้าของฝ่ายตนเอง จะเป็นเส้นสมมติที่ลากขนานกับเส้นประตูอยู่ที่เท้าสุดท้ายของผู้เล่นในกรัมของฝ่ายตน หากมีผู้เล่นกองหลังคนใดก้าวเท้าล้ำเส้นสมมตินี้ขึ้นไปข้างหน้าจะถือว่าล้ำหน้าและเสียลูกโทษ ณ จุดนั้น
ยกเว้น ผู้ใส่ลูกเข้าสกรัมทั้งสองฝ่าย (สกรัมฮาล์ฟ) ให้ใช้ลูกบอลที่อยู่ในสกรัมเป็นแนวล้ำหน้าของทั้ง 2 คน

2. ที่รัค
- เส้นล้ำหน้าของ รัค "เหมือนกับของ มอล ทุกประการ"

3. ที่มอล
- เส้นล้ำหน้าของ มอล คือเส้นล้ำหน้าของฝ่ายตนที่ เข้ามอลอย่างถูกต้อง เป็นเส้นสมมติที่ลากขนานกับเส้นประตูอยู่ตรงที่เท้าสุดท้ายของผู้เล่นในมอลของทั้งสองฝ่ายจะมีผู้เล่นคนหนึ่งคนใดก้าวเท้าล้ำเส้นนี้ขึ้นไปไม่ได้

ฉะนั้น ในช่องระหว่างเส้นล้ำหน้าของรัคและของทั้งสองฝ่าย จะมีผู้เล่นไปยืนล้ำอยู่ภายในช่องระหว่างเส้นล้ำหน้าที่ยาวจรดเส้นออกทั้งสองข้างสนามไม่ได้ และในช่องระหว่างเส้นล้ำหน้านี้ จะมีคนเล่นที่ร่วมอยู่ในรัคกับคนเล่นที่ร่วมอยู่ในมอลอย่างถูกวิธีเท่านั้นจะคงอยู่ได้

ถ้า รัค กับ มอล มีการเคลื่อนที่ "เส้นล้ำหน้า" ซึ่งอยู่ที่เท้าของทั้งสองฝ่ายที่จะเคลื่อนที่ตามไปด้วย

4. ที่แถวทุ่ม แบ่งพวกล้ำหน้าออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่ 1 ล้ำหน้ากลุ่มที่ร่วมอยู่กับแถวทุ่ม เส้นแนวกึ่งกลางแถวทุ่มอยู่ระหว่างเส้นจากริมสนาม 5 เมตรถึงเส้นจากริมสนาม 15 เมตร เป็นเส้นล้ำหน้าในแถวทุ่ม พวกที่ร่วมอยู่กับแถวทุ่มทั้งหมดจะก้าวเท้าล้ำไปยังฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ รวมทั้งจะเคลื่อนตัวล้ำเส้น 15 เมตร จากริมสนามไปไม่ได้เช่นกันจนกว่าแนวทุ่มจะสิ้นสุดหรือลูกออกจากแถมทุ่มแล้ว
กลุ่มที่ 2 ล้ำหน้ากลุ่มที่ไม่ได้ร่วมเข้าแถวทุ่ม หมายถึง พวกกองหลังและพวกที่ถอยลงมาจากกลุ่มแถวทุ่ม พวกนี้จะต้องอยู่ห่างจากแถวทุ่มออกมา 10 เมตร โดยมีเส้นสมมติลากขนานกับเส้นประตูตลอดความกว้างของสนามเป็นเส้นล้ำหน้าของกลุ่มนี้ห่างจากกลุ่มของพวกที่ร่วมอยู่กับแถวทุ่ม 10 เมตร พวกที่ไม่ได้ร่วมเข้าแถวทุ่ม (กองหลังนั่นเอง) จะก้าวเท้าขึ้นไปเล่นได้เมื่อแถวทุ่มสิ้นสุด รัคและมอลเกิดจากแถวทุ่มส่งลูกออกมาแล้ว

5. ล้ำหน้าในการเล่นทั่วๆไป
ผู้เล่นที่อยู่ตำแหน่ง "ล้ำหน้า" หมายถึง ผู้เล่นที่อยู่หน้า "ลูกบอล" ขณะที่ผู้เล่นฝ่ายเดียวกันกำลังเล่นอยู่ และเป็นผู้ถูกลูกหรือเล่นลูกครั้งสุดท้าย รวมทั้งฝ่ายเดียวกันที่อยู่ข้างหลังได้เตะลูกข้ามไปข้างหน้าแล้ว ก็ยังถือว่า "ล้ำหน้า"

หมายเหตุ กฎกติกาบางอย่างอาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย หรือมีเพิ่มเติมมาบ้าง
THE LAWS OF THE GAME RUGBY UNION 2009 As framed by the International Rugby Board 2009 Edition
ก็ต้องศึกษาจากกติการักบี้ฟุตบอล สมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ฉบับภาษาไทย 2552
m (IP:124.120.161.45)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 19 ก.พ. 2554 (15:07)
ตอนนี้ทางสมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ได้จัดทำแปลกฎกติการักบี้ฟุตบอล 2009 และลงไว้ในเวปของสมาคมฯแล้วครับ
ขอเชิญแจกจ่ายให้น้องๆได้ศึกษากันได้ครับwww.thairugbyunion.com
m (IP:124.120.161.45)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 19 ก.พ. 2554 (15:08)
ผมว่าถ้าได้เล่นรักบี้แล้ว นำวิชาสังคมมาเปรียบเทียบ ก็จะพบว่า
รักบี้สะท้อนสังคมอังกฤษ, อเมริกันฟุตบอลสะท้อนสังคมอเมริกัน

อเมริกันฟุตบอลสะท้อนสังคมอเมริกัน ตรงที่ แต่ละทีมจะแบ่งเป็น 2 ทีมย่อย คือ ทีมรุกและทีมรับ เวลาเล่นถ้าเป็นฝ่ายรุก จะใช้ทีมรุกลงเล่น ส่วนฝ่ายตรงข้ามจะใช้ทีมรับลงเล่น โดยทีมรุกจะได้สิทธิ์เล่น 4 attempt เพื่อกินแดนฝ่ายตรงข้ามไม่น้อยกว่า 10 หลา ถ้าทำไม่ได้ ก็ต้องเปลี่ยนให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายรุกแทน ในการรุก ฝ่ายรุกทำได้ทุกวิถีทางเพื่อรุกให้ได้มากกว่า 10 หลา การสกัดฝ่ายรุกก็ทำได้ทุกวิถีทางเช่นเดียวกัน ถ้ายังไม่ครบ 4 attempt ถึงฝ่ายรับจะแย่งลูกได้ ก็ต้องคืนให้ฝ่ายรุกเล่นต่อ ยกเว้นการแย่งลูกได้กลางอากาศ จึงจะทำให้ฝ่ายรุกหมดสิทธิ์รุก ต้องเปลี่ยนเป็นฝ่ายรับ ถ้าฝ่ายรุกสามารถนำลูกเข้าไปจนสุดแดนฝ่ายรับก็ถือว่าชนะแล้ว หรือรุกกินแคนได้เกิน 10 หลา ฝ่ายรุกก็เล่นต่อไปได้เรื่อย ๆ จนหมดเวลา
ซึ่งสะท้อนสังคมการเมืองของอเมริกา คือประธานธิบดีจะได้โควต้า 4 ปี ในการนำพาประเทศไปตามนโยบายที่หาเสียงไว้โดยทุกวิถีทาง ฝ่ายค้านจะสกัดอย่างไรก็ได้แต่ไม่มีสิทธิ์อภิปรายไม่ไว้วางใจ ปธน นอกจาก ปธน ทำงานผิดพลาดอย่างมหันต์ ก็ยื่นถอดถอน ให้มีการเลือกตั้งใหม่ ถ้า ปธน. สามารถทำงานได้ตามนโยบายก็จะได้ทำงานต่อไปเรื่อย ๆ จนหมดเวลา 4 ปี ฝ่ายค้านก็ต้องรอจนครบ 4 ปี แล้วค่อยมาชิงตำแหน่งกันอีกที

ส่วนรักบี้จะสะท้อนการเมืองแบบรัฐสภา คือมีกำหนดเวลาเล่นแต่ไม่ได้กำหนดเป้าหมายตายตัว ใครแย่งลูกได้ก็จะเป็นฝ่ายรุก ฝ่ายตรงข้ามก็พยายามแย่งลูกให้ได้เพื่อเป็นฝ่ายรุกบ้าง บางครั้งการครอบครองลูกไม่ชัดเจนว่าเป็นของฝ่ายใด ก็ต้องยื้อกันกลางสนาม (ที่เรียกว่า สกรัม ใครที่แรงเยอะกว่าก็จะได้ลูกไป)
แถวทุ่มก็เหมือนเลือกตั้งซ่อม
รักบี้แต่ละทีมต้องเล่นได้ทั้งเกมรุกและเกมรับ เหมือนแต่ละพรรคการเมืองแบบรัฐสภาจะต้องเป็นรัฐบาลก็ได้หรืออาจพลิกเป็นฝ่ายค้านก็ได้ในพริบตา กติกาการเล่นจะมาก เพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา
ส่วนอเมริกันฟุตบอลจะใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายมากกว่า แต่ละทีมต้องลงทุนสูงและมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ทั้งผู้เล่นในสนามและฝ่ายสนับสนุนการวางแผนบนอัฒจรรย์ เพื่อให้สามารถเป็นฝ่ายรุกได้เรื่อย ๆตลอดไป
m (IP:124.120.161.45)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.0406 seconds !