ผังกลอน

เอาผังกลอนมาแบ่งปันกันครับ เห็นหลายคนต้องการมาก ๆ
โคลงสี่สุภาพมาก่อนใครเลย




ความคิดเห็นที่ 137


23 มิ.ย. 2554 21:14
  1. ท่านสุนทรภู่ กวีสู้ใจภมิใจในไทย ใส่ใจในกวี บทกลอนนานา มาเป็นสิ่งดี พระอภัยนี้ ศรีใจเราเอ๋ย


ความคิดเห็นที่ 136

21 มิ.ย. 2554 20:59
  1. กายใจเรา นั้นมีทำไม อยู่โดยอะไร ทำไมต้องเกิด ลืมตาดูโลก มีแต่โรคภัย ทะเลาะกันฉันใด ก็ไม่แต่ทุกข์ มีนักการเมือง ชอบออกหาเสียง นโยบายเขา ไม่เห็นเตยทำ ปล.แต่งมั่วไม่อยากตายแต่นักการเมืงเรื่ิงจริงนะ-*-

ความคิดเห็นที่ 135

21 มิ.ย. 2554 20:47
  1. ดังดุดฟ้าในโลกา พาเรคามาเจอกันนี้ มิตรขาดไม่อาจสิ้น เจ้าพวกหาเสียง นักการเมืองมาเพ่นพ่าน หูจะแตกไม่เหลือไร -*-

ความคิดเห็นที่ 134

3 พ.ย. 2553 20:38
  1. ต้องการผังกาพย์ห่อโคลง

ความคิดเห็นที่ 133

jumo
23 ก.ย. 2553 21:00
  1. บทของกลอน คำกลอนวรรคหนึ่ง เรียกว่า กลอนหนึ่ง สองวรรค หรือสองกลอน เรียกว่า บาทหนึ่ง หรือคำหนึ่ง สองคำหรือสองบาท หรือสี่วรรค หรือสี่กลอน เรียกว่า บทหนี่ง วรรคทั้งสี่ของกลอน ยังมีชื่อเรียกต่างๆ กันและนิยมใช้เสียงต่างๆ กันอีก คือ ๑. กลอนสลับ ได้แก่ กลอนวรรคต้น คำสุดท้าย ใช้คำเต้น คือนอกจากเสียงสามัญ แต่ถ้าจะใช้ ก็ไม่ห้าม ๒. กลอนรับ ได้แก่ กลอนวรรคที่สอง คำสุดท้าย นิยมใช้ เสียงจัตวา ห้ามใช้เสียงโท, สามัญ, ตรี,และวรรณยุกต์เอกมีรูป วรรณยุกต์เอกไม่มีรูป ไม่ห้าม แต่ต้องให้คำสุดท้าย ของกลอนรอง เป็นเสียงตรี ๓. กลอนรอง ได้แก่ กลอนวรรคที่สาม คำสุดท้าย นิยมใช้ เสียงสามัญ ห้ามใช้เสียงจัตวาหรือคำที่มีรูปวรรณยุกต์๔. กลอนส่ง ได้แก่ กลอนวรรคที่สี่ คำสุดท้าย นิยมใช้ เสียงสามัญ ห้ามใช้คำตาย และคำที่มีรูปวรรณยุกต์จะใช้คำตายเสียงตรี บ้างก็ได้ บาทของกลอน คำกลอนนั้น นับ ๒ วรรคเป็น ๑ บาท ตามธรรมดา กลอนบทหนึ่ง จะต้องมีอย่างน้อย ๒ บาท (เว้นไว้แต่กลอนเพลงยาวหรือกลอนนิราศ ซึ่งนิยมใช้บทแรก ที่ขึ้นต้นเรื่อง เพียง ๓ วรรค) บาทแรก เรียกว่า บาทเอก บาทที่ ๒เรียกว่า บาทโท คำกลอนจะยาวเท่าไรก็ตาม คงเรียกชื่อว่า บาทเอก บาทโท สลับกันไปจนจบ และต้องจบลงด้วยบาทโทเสมอ เช่น นิราศเรื่องหัวหินก็สิ้นสุด เพราะจากบุตรภรรยามากำสรวล (บาทเอก) เมื่ออยู่เดียวเปลี่ยวกายใจคร่ำครวญ ก็ชักชวนให้คิดประดิษฐ์กลอน (บาทโท) ใช้ชำนาญการกวีเช่นศรีปราชญ์ เขียนนิราศก็เพราะรักเชิงอักษร (บาทเอก) บันทึกเรื่องที่เห็นเป็นตอนตอน ให้สมรมิตรอ่านเป็นขวัญตา (บาทโท)มิใช่สารคดีมีประโยชน์ จึงมีโอดมีครวญรัญจวนหา (บาทเอก) ตามแบบแผนบรรพกาลโบราณมาเป็นสาราเรื่องพรากจากอนงค์ (บาทโท)หลักนิยมทั่วไปของกลอน ๑. คำสุดท้ายของวรรคที่ ๑ และวรรคที่ ๒ ก็ดี คำสุดท้ายของวรรคที่ ๓ และวรรคที่ ๔ ก็ดี ไม่ควรใช้คำที่มีเสียงเหมือนกัน หรือคำที่ใช้สระ และตัวสะกด ในมาตราเดียวกัน เช่น ก. ในไพรสณฑ์พรั่งพรึบด้วยพฤกษา แนววนาน่ารักด้วยปักษา ข. เขาเดินทุ่งมุ่งลัดตัดมรรคา มั่นหมายมาเพื่อยับยั้งเคหา ค. เห็นนกน้อยแนบคู่คิดถึงน้อง มันจับจ้องมองตรงส่งเสียงร้อง ๒. คำที่รับสัมผัส ในวรรคที่ ๒ และที่ ๔ ควรให้ตำแหน่งสัมผัส ตกอยู่ที่พยางค์สุดท้าย ของคำไม่ควรให้สัมผัสลงที่ต้นคำ หรือกลางคำ ยิ่งเป็นกลอนขับร้อง ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะจะทำให้เสียความในเวลาขับร้อง เช่น สดับถ้อยสุนทรนอนดำริ จนสุริยาแจ้งแจ่มเวหา ๓. คำสุดท้ายของวรรค ควรใช้คำเต็ม ไม่ควรใช้ครึ่งคำ หรือยัติภังค์ เว้นไว้แต่ แต่งเป็น กลบทยัติภังค์หรือเป็น โคลง, ฉันท์ และกาพย์ เช่น อันถ้อยคำของท่านนั้นเป็นสามานย์วาจาฟังไปไม่เกิดหรร ษารมณ์เลยสักนิดเพราะผิดจรร ยาทั้งนั้นไร้ศีลฉันสิ้นอา(วรณ์) การแยกคำออกใช้คนละครึ่ง ในระหว่างวรรค เช่นนี้ไม่ควรใช้ ๔. ไม่ควรใช้ภาษาอื่น ที่ยังมิได้รับรอง มาใช้เป็นส่วนหนึ่ง แห่งภาษาไทย เช่น โอไมเดียร ดาริ่งมิ่งสมร บิวตี้ฟูลสุนทรหฤหรรษ์ แม่ชื่นจิตสวิตฮารตจะคลาดกัน ใจป่วนปั่นหันเหเซกู๊ดบาย ส่วนคำบาลี และสันสกฤตใช้ได้ เพราะเรารับมาใช้ เป็นส่วนหนึ่ง แห่งภาษาไทย แต่ถึงกระนั้นก็ต้องแปลงรูปคำเสียก่อน จะนำมาใช้ทั้งดุ้นไม่ได้ ๕. ไม่ควรใช้ "ภาษาแสลงโสต" คือถ้อยคำที่พูดด้วยความตลกคะนอง หยาบโลน หรือเปรียบเทียบกับของหยาบ ซึ่งใช้กันอยู่ ในกลุ่มคนส่วนน้อย และรู้กัน แต่เฉพาะในวงแคบๆ เช่น คำว่า ม่องเท่ง, จำหนับ,จ้ำบ๊ะ, ตั้กฉึ้ก, ถังแตก, ยกล้อ ฯลฯ  ที่มา http://www.212cafe.com/boardvip/view.php?user=cm99&id=1206


ความคิดเห็นที่ 131

13 ก.พ. 2553 14:32
  1. ดีมาก ๆ เลยค่ะ มีกลอนแปลก ๆ เยอะดี ( ก็เลยเอาเรื่องกลอน ส่ง อ. ซะเลย )

ความคิดเห็นที่ 130

9 ก.พ. 2553 19:27
  1. ขอบคุณมากๆค่ะที่นำมาฝาก นุชหาตั้งนานกว่าจะเจอ ขอบคุณมากจริงๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 128

22 ธ.ค. 2552 21:14
  1. อยากได้กลอนแปดเรื่องพลังงานไฟฟ้าค่ะ


ความคิดเห็นที่ 124

16 ก.ย. 2552 19:08
  1. อยากให้เทศไทยมีธรรมมะ


ความคิดเห็นที่ 123

jumo
12 ส.ค. 2552 22:05
  1. อันชีวิตคิดประมวลคำนวณค่าละลานตามากมายหลากหลายผลเกิดเป็นคนควรทำตนให้เป็นคนแล้วจะพ้นบ่วงกรรมที่ทำไป


ความคิดเห็นที่ 122

jumo
12 ส.ค. 2552 22:02
  1. รวยหรือจนมั่งหรือมีมิอาจเทียบจะเอาทรัพย์มาเปรียบเพื่อเหยียบหยามการศึกษาใช่บ่งค่าว่าคนงามตระกูลใหญ่จิตใจทรามหลามชั่วกัลป์คนจะงามงามที่ใจใช่ใบหน้าคนจะสวยสวยจรรยาใช่หน้าหวานคนจะแก่แก่ความรู้ใช่อยู่นานคนจะรวยรวยสินทานใช่บ้านโต


ความคิดเห็นที่ 121

25 ก.ค. 2552 14:45
  1. ขอบคุณมาก ที่นี่สุดยอดจริงๆ


ความคิดเห็นที่ 120

25 ก.ค. 2552 13:39
  1. ขอบคุณมากเลยสําหรับแผนผังทุกๆอย่างช่วยได้มากเลย

ความคิดเห็นที่ 117

26 ส.ค. 2551 12:45
  1. ผมอยากรู้ผังกลอน  8ครับ


ความคิดเห็นที่ 116

25 ส.ค. 2551 17:54
  1. ช่วยเเต่งกลอน ฉันท์ 11 ให้หน่อยเอาเเบบง่ายก็พอ


ความคิดเห็นที่ 114

นพบุราดิศร
9 ก.ค. 2551 22:12
  1. ผมซูฮกฉันท์เต็มที  ตอนนี้กำลังเรียนอยู่อย่างยิ่งยวดเลยครับ คำฉันท์ประพันธ์ยาก...............ละก็พากและเพียรนานใช้ซึ่งมนัสมาน......................แหละประสานประสาทความ


ความคิดเห็นที่ 113

ธุลีรัตติกาล
8 ก.ค. 2551 20:52
  1. ฉันท์ยากครับ มีหลายแบบ และซับซ้อนนักแล


ความคิดเห็นที่ 112

ศรา_อีปราส
8 ก.ค. 2551 20:40
  1. อืม งั้นเหรอครับโดยส่วนตัวผมว่าโคลงนะ


ความคิดเห็นที่ 111

jumo
8 ก.ค. 2551 20:39
  1. สำหรับตัวผมแล้วคิดว่าว่าฉันท์ทุกประเภทครับ ครุ-ลหุ ยากยิ่งกว่า เอก-โท อีก


ความคิดเห็นที่ 110

ศรา_อีปราส
8 ก.ค. 2551 20:07
  1. ถามหน่อยนะครับคุณคิดว่า ร้อยกรองแบบใดยากที่สุด


ความคิดเห็นที่ 109

นพบุราดิศร
8 ก.ค. 2551 19:58
  1. ไม่ยากครับ


ความคิดเห็นที่ 108

jumo
6 ก.ค. 2551 20:29
  1. มีครับ อยู่หน้าแรก ความคิดเห็นที่ 2

ความคิดเห็นที่ 107

6 ก.ค. 2551 20:15
  1. กลอน6มีไหม

ความคิดเห็นที่ 106

5 ก.ค. 2551 23:12
  1. ช่วยแต่งกลอน๔เกียวกับเรื่องพลังงานกับความพอเพียงหน่อยครับ

    ขอบคุณล่วงหน้าคับ


ความคิดเห็นที่ 105

jumo
9 มิ.ย. 2551 20:48
  1. จะลาหายไปไหนที่ใดเล่า

    แสนโศกเศร้าจิตใจฤทัยหมอง

    วิโยคจิตจิตใจใจช้ำชอง

    นั่งเหม่อมองมองสู่ฟ้านภาไกล


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น