|
เสือโคคำกลอน
โพสต์เมื่อ:
10:30 วันที่ 17 ส.ค. 2550 ชมแล้ว:
722 ตอบแล้ว:
9
...จากที่ซุปเปอร์โนวา และลูกหว้าขอร้อง (เข้าข้างตัวเองนะว่าสองคนนี้เขาขอร้อง)
ให้แต่งเรื่องคาวีต่อ แต่กลัวว่าจะหลงลืมที่ได้แต่งไว้ล่วงหน้า จึงรวบรวมทั้งหมดมาตั้งเป็นกระทู้ เพื่อความต่อเนื่อง หวังว่าคงได้รับความสนใจจากทุกท่าน และขอมอบความดีให้กับคุณน้องทั้งสอง คุณน้องซุปเปอร์โนวา และคุณน้องลูกหว้า จำนวน 9 ความเห็น, หน้า่ | -1- ....จะเกลากลอนอ่อนหวานขานขับ.........มาคำนับเกศก้มประนมหัตถ์ เคารพนบไหว้พระไตรรัตน์....................อีกองค์พระพนัสบดีศรีมิ่งเมือง ไหว้องค์พระอิศวรผู้เรืองเดช.................ผู้ครองเขตไกรลาสภูเขาเขื่อง ไหว้พระนารายณ์ฤทธิเรือง....................ทรงครุฑย่างเยื้องบนเมฆา ไหว้พระจตุรพักตร์ผู้ทรงหงส์.................เหมราชฤทธิรงค์แกล้วกล้า ลูกนี้จะตั้งใจรจนา...............................บทกลอนวอนว่านิทานไทย ขอให้ลูกแต่งคล่องอย่าข้องขัด..............ปราศจากมัวหมองจิตผ่องใส จะคิดอ่านกานต์กลอนให้เร็วไว...............ประพันธ์เสร็จสมได้ดังจินตนา ...ขอแต่งกลอนสุนทรกล่าวตามเค้าเรื่อง...ที่เข่าเลื่องลือขานนานหนักหนา ยกกระบวนทวนตำหรับจับตำรา...............ตามเค้าเดิมมีมาแต่ช้านาน จะจับเรื่องโคเสือมาเพื่อกล่าว.................ถึงเรื่องราวสัมพันธ์ก่อที่ต่อสาน ลูกเสือลูกโคเป็นเพื่อนกัน......................สื่อสัมพันธ์สนิทแน่นแม้นพี่น้อง ต้นตอก่อเหตุที่แม่เสือ...........................ออกล่าหาเหยื่อเพื่อปากท้อง เลยเวลาไม่กลับมาเหลียวมอง.................ปล่อยลูกเสือโห่ร้องเพราะท้องหิว ลูกเสือเที่ยวท่องเมื่อท้องร่ำ....................เช้าจนค่ำหาแม่หายด้วยใจหวิว เดินเปะปะโซเซแลละลิ่ว........................ด้วยความหิวจึงเป็นลมล้มทับทาง ฝ่ายแม่โคเหยาะย่างหาหญ้าอ่อน.............กับลูกน้อยคอยอ้อนอยู่เคียงข้าง เดินดุ่มมาถึงซึ่งกลางทาง.......................พบเสือน้อยนอนขวางกลางมรรคา จึงส่งเสียงเรียกขานอย่างหวานอ่อน..........ว่าเสือน้อยใยมานอนไม่เป็นท่า ลูกเสือตอบ ข้ามาตามหามารดา...............ไม่พบหน้าหลายวันชักพรั่นใจ อันแม่ข้าออกล่าหาอาหาร.......................เป็นเนิ่นนานไม่กลับชักสงสัย ตัวข้านี้ก็หิวนมเป็นพ้นไป........................สามวันมิได้ดื่มกษีรธารา เอ็นดูข้าน้อยเพิ่งกำเนิด..........................ได้โปรดเถิดแม่โคเจ้าขา ขอดูดดื่มน้ำนมแทนมารดา......................ต่อชีวาให้ข้าน้อยค่อยเติบโต ฝ่ายแม่โคฟังคำสำเนียงอ้อน....................ลูกเสือวอนอ้อนออดพรอดโผ เกิดสงสารลูกเสือน้อยจึงว่าโอ..................เจ้าซมโซอดนานคงหิวครัน มาเถิดหนาแม่นี้จะให้นม......................... มาดูดอมดื่มนมเอาจากเต้าถัน ว่าพลางนางโคยอบกายพลัน....................เอียงปทุมถันให้ลูกพยัคฆา ครั้นได้ดื่มน้ำนมจากแม่โค.......................จากที่เคยอดโซก็สุขขา เป็นพระคุณอุ่นล้นกมลา..........................แม่โคเจ้าขาข้าขอบคุณ แล้วลูกโคน้อยกับลูกเสือ........................ก็เป็นเพื่อนรักเหลือต่างอุดหนุน มีเคราะห์ร้ายพายพัดต่างค้ำจุน.................อุดหนุนช่วยเหลือกันและกัน เสือโคคำกลอน (2) ....จำเนียรกาลนานมาเพลาบ่าย..............สุริยนยักย้ายลับไพรสัณฑ์ แม่เสือย่างเยื้องจากป่าพลัน...................กลับมายังสุวรรณคีรี ครั้นถึงถ้ำแลหาไม่เห็นลูก......................ด้วยใจพันผูกรักเหลือที่ โอ้ว่าอนิจจาลูกข้านี้..............................จักวายชีวีแล้วหรือไร คิดพลางทางหาไปทั่วถ้ำ....................... แลซ้ำแล้วแลตาเสาะใหม่ ก็ไม่พานพบลูกยาพาเศร้าใจ...................โอ้บาปกรรมแต่หนใดมาไล่ทัน ว่าโอ่โอ๋ลูกเอ๋ยลูกแก้ว...........................เจ้ามาจากลับแล้วกะทันหัน แม่จากเจ้าไปไม่กี่วัน.............................เจ้าไม่น่าหุนหันรีบด่วนตาย รำพันพลางนางเสือได้ฉุกคิด....................หากลูกน้อยวายชีวิตใยศพหาย หรือว่าลูกเสือน้อยยังไม่ตาย....................แต่ร่อนเร่ออกไปนอกถ้ำทอง คิดได้ดังนั้นนางพลันโผน........................จ้ำกระโจนเข้าไพรเที่ยวไล่ส่อง ตระเวณก่นค้นไปไล่แลมอง.....................เพื่อหมายปองพบลูกยาเห็นหน้ากัน เที่ยวท่องมองหาตามป่าเขา......................หวังเจอเจ้าลูกน้อยนอนอยู่นั่น แต่แลแลแล้วระทดสลดครัน................... ไม่พบพานลูกยาน่าเสียใจ จนล่วงลุถึงทุ่งหญ้าริมผาตั้ง......................ก็พานพบลูกเสือนั่งข้างเคียงไหล่ กับลูกโคแม่โคสำราญใจ.........................อยู่โคนไม้ไพรพฤกษาวนารมย์ ความดีใจแม่เสือจึงเผ่นโผน.....................กระโจนเข้าหวังพรอดพิรมย์สม กับลูกรักจากกันมานานนม......................อยากชื่นชมให้สมรักที่จากกัน ฝ่ายแม่โคระวังอยู่ก็ขู่ข่ม........................ แหงนเขาคมสู่พยัคฆ์ผินพักตร์หัน พลางสำทับให้ลูกน้อยเข้าหลบพลัน...........เจ้าเสือนั่นอันตรายมันกรายมา ฝ่ายลูกเสือแลเขม้นมองเห็นแม่................จึงกล่าวแก้ว่าโถแม่โคขา เสือนั่นที่ท่านเห็นเป็นมารดา....................คงตามมาหาข้าแน่เป็นแท้จริง ว่าพลางทางเข้าไปพันพัว........................โลมไล้หางหัวด้วยรักยิ่ง ประชดว่าแม่หนาช่างทอดทิ้ง...................ให้ลูกน้อยนอนนิ่งอยู่เดียวดาย ลูกนี้หิวนมเป็นเป็นยิ่งนัก.........................สุดที่จักอดรนทนอยู่ได้ จึงเที่ยวท่องมองหามารดาไป...................ทั่วทั้งพนาลัยไม่พบพาน จวบจนมาประสบพบแม่โค.......................เอื้ออารีอะโขอีกสงสาร เมตตาให้นมข้าได้ดื่มทาน.......................เป็นพระคุณอันอนันต์อเนกมี นางพยัคฆ์ฟังคำสำเนียงบุตร....................ก็สุดกลั้นโศกาน้ำตาปรี่ สงสารลูกตัวน้อยแค่เพียงนี้......................ไม่น่าทีต้องซัดเซพเนจร โอ้ว่าลูกเอ๋ยลูกแก้ว................................สิ้นแล้วเคราะห์กรรมแม่จำถอน จากนี้ไปให้เจ้าอยู่สถาพร.........................สุโขสโมสรทุกค่ำคืน แต่นี้จะไม่ทิ้งเจ้าไปไหน...........................จะอยู่เรียงเคียงใกล้ทั้งหลับตื่น ขอขวัญเจ้าเข้ากายอย่าหน่ายขืน................อายุมั่นขวัญยืนชื่นสกล ลูกเสือได้ฟังคำรำพันแม่..........................ชื่นใจแท้ดั่งดื่มด่ำหยาดน้ำฝน แล้วกล่าวถ้อยวาจาปรารม........................ว่าตัวผมอยากอยู่กับลูกวัว ด้วยว่าได้ร่วมดื่มน้ำกษีร...........................ชุบชีวินกลับฟื้นกำลังทั่ว แล้วปลอบโคน้อยว่าอย่ากลัว.....................เพราะแม่ตัวจะไม่เป็นอันตราย ฝ่ายแม่โคยังยั้งระวังอยู่........................... ด้วยว่ารู้สัญชาติเสือกินเยื่อหมาย แม้นวันนี้เจ้าไม่ฆ่าข้าให้ตาย......................แต่วันหน้าอาจปองร้ายหมายชีวี ลูกเสือจึ่งแจ้งให้มารดา........................... ทำสัญญาตั้งสัตย์ตัดวิถี ว่าจะไม่ฆ่าฟันผลาญชีวี............................ดับชีวิตโคนี้ให้บรรลัย นางพยัคฆ์รับคำทำสัญญา.........................ว่าจะไม่เข่นฆ่าให้ตักสัย หากมาตรแม้นผิดวาจาคราใด.....................ขอพระกาฬจงได้อย่าปราณี ....แต่นั้นมาสี่สัตว์ก็สมสนิท.......................อยู่ชิดร่วมเรียงเคียงวิถี หากินตามประสาของป่ามี..........................แสนสุดที่จะสุขสมภิรมฤทัย ทั้งแม่เสือแม่โคต่างแยกทาง..................... หาอาหารตามถิ่นกว้างในป่าใหญ่ แม่โคไปขวาเสือไปซ้าย............................แบ่งแยกเขตไว้ใช้หากิน มาวันหนึ่งแม่เสือเกิดหลงผิด......................โทสจริตครอบงำทำใจหิน จึงลอบไปเข่นฆ่าล้างชิวิน..........................แล้วจับแม่โคกินเป็นภักษา ฝ่ายลูกโคเย็นค่ำแม่ไม่กลับ.......................จึงร่วมกับลูกเสือออกค้นหา จนมาพบแม่เสือกลางมรรคา......................กับร่างแม่โคป่าที่วายชนม์ สัญชาตญาณเสือใหญ่ยังกรุ่นคุ...................มุทะลุมุ่งกินลูกโคอีกหน ฝ่ายลูกเสือเห็นท่ามิชอบกล.......................จึงใช้เขี้ยวตนกัดกลางคอ ฝังเขี้ยวจ่อมจมหลอดมแม่.........................นางเสือแก่สิ้นฤทธิ์ไร้แรงต่อ สำนึกได้ในคำสาบานพ้อ...........................ว่าโอ้หนอเราพลั้งพลาดคำสัตย์ตัว สมแล้วที่ต้องตายวายชีวาตม์......................ลูกพิฆาตฆ่าแม่มิใช่ชั่ว หากแต่แม่นี้หลงจิตมัว...............................ทำชั่วผิดพลั้งไม่ควรอภัย แล้วเรียกลูกเสือลูกโคมาสั่งสอน..................แม่จะลาไปก่อนต้องตักสัย ขอให้เจ้าทั้งสองเจริญวัย............................จงซื่อสัตย์มั่นในสัตยา ขอให้ช่วยอุ้มชูดูแลกัน...............................อย่าหุนหันพลันทยานเข้าเข่นฆ่า จงรักกันเหมือนพี่น้องร่วมมารดา...................นางสั่งลาพลางล้มสิ้นลมปราณ ทั้งลูกเสือลูกโคโศการ่ำ...................รำพันพร่ำบ่นหาน่าสงสาร โอ้ว่ามารดรยอดดวงมาลย์.................มาจากลับพร้อมกันถึงสองตน โบราณว่าขาดพ่อเหมือนถ่อหัก...........ขาดไร้หลักค้ำยันดันส่งหน ขาดแม่เหมือนแพแตกแหวกกมล........ต้องส่งผลให้ซัดเซพเนจร เดินจากศพแม่ลาน้ำตาอาบ.................ให้เจ็บปลาบแสนโทมนัสสา โอ้พระคุณอุ่นเกล้าของลูกยา...............มาจากลาร้างลับไม่กลับคืน เคยอิงอุ่นอกแอบแนบเนื้ออ่อน.............เคยร่วมนอนเคียงพักตร์ทั้งหลับตื่น เคยกล่อมนอนอ่อนเสียงสำเนียงรื่น.......เคยชูชื่นชมชิดยามนิทรา ไม่มีแล้วอกอุ่นเคยอิงแอบ...................ไม่มีแล้วเนื้อแนบที่เนียนหน้า ไม่มีแล้วเสียงสั่งของมารดา.................ไม่มีแล้ววาจาคอยปลอบโยน รำพันพลางทางพลัดกันปลอบขวัญ........ร่วมทางจรจรัลแผ่นโผน ร่ำไห้พลางเดินพลางมาสองตน.............ต้องผจญภัยไปในพนาลี ทั้งสองสัตว์เที่ยวท่องในป่าใหญ่.............เดินชมไพรใบพฤกษานานาสี ต้นไม้ใหญ่หลายหลากดูมากมี...............ทั้งนนทรีปีบสักพยุงยาง ประดู่กระทุ่มกุ่มน้ำสำโรงป่า..................โยทกากาหลงชงโคฝาง ตะแบกบานดอกร่วงลงเกลื่อนทาง..........ช้องนางทองกวาวดอกพราวพราย ทรงบาดาลราชพฤกษ์มะค่า...................พวงผกาทองหลางขึ้นข้างไผ่ ขึ้นแซมกิ่งเสียดยอดเรียงราย................แลไปช่างสดชื่นรื่นอารมณ์ เดินลัดเลาะด้นป่าพนาสัณฑ์..................ทั้งสองพลันเหลือบตาเห็นอาศรม ท่านฤาษีกำลังเดินจงกรม......................ทั้งสองสัตว์ก็รีบก้มคำนับกาย ฤาษีแลเขม้นเห็นประหลาด....................สัตว์สองชาตินี้ใยเป็นสหาย เคียงคู่อยู่ด้วยกันไม่ทำลาย....................ล้างลาญประหารกายกันและกัน จึงพร่ำบ่นมนตราคาถาเป่า.....................โอมกายเจ้าสองตัวจงแปรผัน กลายร่างเป็นมนุษย์พิสุทธิ์พลัน..............จบคาถาสองสัตว์นั้นก็เปลี่ยนกาย กลายเป็นหนุ่มรูปงามทรามสวาท.............สำเร็จดังมุ่งมาตรจิตคาดหมาย ทั้งสองสัตว์ก้มกราบฤาษีไพร...................ขอบพระคุณท่านไท้ที่เมตตา พระฤาษีปรีเปรมเกษมสันต์.....................เจ้าทั้งสองรักมั่นกันจริงหนา ทั้งทั้งที่เป็นสัตว์ต่างมารดา......................แต่ไม่หาเรื่องรังแกทำร้ายกัน จึ่งไต่สวนทวนถามความเป็นไป................ว่าไฉนจึงรักสมัครมั่น เดินทางมาร่วมเรียงเคียงคู่กัน..................ด้นดั้นบุกดงป่าพนาลี ทั้งสองคนคลานเข้าไปกราบก้ม...............ประนมหัตถ์นมัสการพระฤาษี แล้วตอบความตามเรื่องที่เกิดมี................ให้ท่านตาฤาษีได้เข้าใจ พระฤาษีฟังคำก็อ้ำอึ้ง.............................ว่าสองเจ้ารักลึกซึ้งน่าเลื่อมใส ทั้งที่ต่างพงศ์พันธุ์ห่างกันไกล..................แต่ก็ไม่ทำร้ายหมายชีวี ทั้งกลับเอื้ออารีมีมิตรจิต.........................มิตรใจใกล้ชิดไม่หลีกหนี เสือเจ้าแก่วัยกว่าให้เป็นพี่.......................ส่วนโคนี้ให้เป็นน้องเพราะรองวัย แล้วตั้งนามโคน้อยว่าคาวี.......................ส่วนเจ้าเสือตัวพี่อย่าสงสัย ข้าจะให้ชื่อว่าหลวิชัย..............................จงรักใคร่เอื้อเฟื้อช่วยเหลือกัน แล้วสอนสรรพวิชานานาศาสตร์.................อีกถอดดวงใจใสสะอาดใส่พระขรรค์ มอบให้ทั้งสองเพื่อป้องกัน.........................สรรพอันตรายที่กรายมา แล้วสั่งสอนวอนว่าว่าหลานเอ๋ย.................พ่อทรามเชยทั้งสองของตาหนา เจ้าจงจำคำสอนพระเจ้าตา.......................เมื่อจะลาร้างไกลไปอารัญ อันพระขรรค์ของเจ้านี้มีหัวใจ....................ที่ตาถอดออกไว้จากร่างหลาน อย่าเที่ยววางทิ้งขว้างระวังครัน..................จงเก็บแนบกายนั้นตลอดกาล อย่าให้ไกลจากกายแม้นยามหลับ..............อย่าให้ใครจับหักจะประหาร ชีวิตของสองเจ้าจะแหลกลาญ...................หากว่าพระขรรค์นั้นถูกทำลาย ทั้งสองคนก้มกราบพระฤาษี......................ตัวหลานทั้งสองนี้จะผันผาย จะออกไปเผชิญโชคบนโลกใหญ่...............ขอท่านตาอวยชัยให้คำพร ๐ บัดนั้น......................................พระฤาษีชีไพรผู้ใจอ่อน ดำรัสสั่งพลางพร่ำเป็นคำสอน............เจ้าจะจรไปในอรัญวา จะเดินทางจงอย่าตั้งตนประมาท.........ยามนวยนาดให้ระวังทั้งซ้ายขวา เห็นป่ารกดงดิบดูทึบตา....................เจ้าจงอย่ายาตราจะอันตราย อันคบคนพึงระวังชั่งดวงจิต...............จงอ่านคิดหน้าหลังระวังไว้ หากพลังพลาดคบพาลจะพาภัย.........มาสู่กายเป็นแน่แท้ทุกข์แก่ตัว อนึ่งพบคบหากับบัณฑิต..................จะสถิตย์ในทางเด่นละเว้นชั่ว ไม่พาเราเมามึนหม่นนหมองมัว..........อีกทั้งตัวก็พ้นทุกข์เข้ารุกราน สั่งสอนศิษย์เสร็จสรรพจับไม้เท้า.......เพ่งพิศเอาปลายชี้ไปในไพรสัณฑ์ เจ้าจงไปตามทิศไม้เท้าพลัน.............เป็นทิศอันอุดมมงคลมี ๐ มาจะกล่าวบทไป.......................ถึงกรุงไกรเมืองจันทรบุรีศรี งดงามอร่ามเรืองเฟื่องธานี...............ชาวบุรีมีสุขทุกวันวาร ท้าวมคธราชพระราชา.....................ครองพาราแดนประเทศนิเวศสถาน พระนางจันทราวดีนงคราญ...............ยอดดวงมาลย์มเหษีศรีมิ่งเมือง ท้าวเธอมีพระราชธิดา.....................พระนามว่าศรีสุดาโฉมลือเลื่อง พิศผิวผุดผ่องประกายเรือง...............นวลเหลืองดังโสมส่องท้องนภา งามพักตร์ดุจวงพระจันทร์ฉาย...........งามกรอ่อนละม้ายลายเรขา งามขนงโค้งอ่อนรับใบหน้า...............โฉมนางดุจเทพธิดาวิลาวัลย์ ...จวบกระทั่งวันหนึ่ง ณ บึงใหญ่....................อันเป็นแหล่งน้ำใช้ในเมืองนั่น มียักษามาสิงสู่อยู่เมืองนั้น............................คอยจับเมืองจันทร์บุรีกิน ใครมาตักน้ำในลำละหาน.............................ก็ถูกยักษ์จับทานจนหมดสิ้น จนชาวเมืองหวาดกลัวทั่วธานินทร์...................ต่างย้ายถิ่นอพยพหลบหนีภัย พระราชามคธราชประกาศหา.........................ผู้อาสาปราบยักษ์ให้ตักสัย หากสำเร็จเสร็จการเร็วไว..............................จะประทานทรัพย์ไว้เป็นรางวัล ...จะกล่าวฝ่ายหลวิชัย-คาวี...........................ดั้นป่าพนาลีไพรสถาน เดินทางมาถึงซึ่งเมืองจันทร์...........................เหนื่อยกายอนันต์เอนกมี จึงดุ่มเดินลงน้ำชำระกาย...............................ริมบึงใหญ่ที่พำนักแห่งยักษี อสุราเหลือบแลเห็นคาวี................................ก็ตรงรี่รีบเข้าตะครุบกาย หวังจะจับคาวีเป็นภักษา................................คาวีคว้าพระขรรค์พระเวทย์ร่าย ฟาดฟันอสุราขาดใจตาย...............................แล้วมานอนหลับสบายใต้ต้นรัง ฝ่ายชาวบ้านร้านตลาดผาดเพ่งพิศ...............เห็นยักษ์ร้ายวายชีวิตก็พร้อมพรั่ง ชวนไชโยโห่ร้องกระหึ่มดัง........................รีบพากันไปยังพระนคร กราบทูลต่อพระเจ้ามคธราช......................ว่ายักษ์ร้ายอาละวาดแต่กาลก่อน บัดนี้มิอาจจะกลับย้อน.............................มารานรอนเข่นฆ่าประชาชี เพราะเหตุมีคนดีมาปรามปราบ...................อสุราสิโรราบลงกับที่ ย่อยยับดับดิ้นสิ้นชีวี................................ตราบแต่นี้สิ้นกำสลดหมดเคราะห์เวร เมื่อนั้น.................................................ท้าวมคธราชแลเห็น ประชาชนสงบสุขร่มเย็น............................ประดุจดังที่เป็นแต่เดิมมา จึงตรัสสั่งเสนาพฤฒามาตย์........................ป่าวประกาศหาตัวผู้เข่นฆ่า มีฝีมือปราบปรามอสุรา..............................ไปเชิญมาพบเราโดยเร็วพลัน บัดนั้น...................................................เสนาอำมาตย์ขมีขมัน รับราชโองการพระทรงธรรม์.......................แล้วพากันผันผายจากวังมา ครั้นมาถึงซึ่งริมบึงใหญ่.............................พบคาวีหลวิชัยนอนเคียงหน้า พิศเห็นลักษณะงามต้องตำรา......................คงเป็นผู้มีบุญญาบารมี จึงพร้อมกันอัญเชิญทั้งสองท่าน..................ขึ้นสีวิกากาญจน์รุ่งราศี พร้อมพหลพยุหโยธี.................................จรลีหมายมุ่งเข้ากรุงไกร เซียนกลอน แต่งกลอนได้เพราะจริงๆ อย่าลืมมาแต่งต่อให้จบล่ะ เร็วๆนะ อัพเร็วๆจะมาอ่านต่อนะ อยากรู้ตอนจบ ว่าจะเป็นอย่างไร โอ๊ว..ยอดเซียนกลอน (IP:125.24.179.76) สุนทรจับศัพทาภาษาเสก อดิเรกเลิศแท้ฝังแดฉัน เกลานิทานผ่านถ้อยร้อยประพันธ์ สุดจาบัลย์รสกลอนช่างร้อนแรง อันนิทานนานนมภิรมย์ถ้อย แต่มีน้อยที่คนจะสนจิต ผิดกับเรื่องไร้แก่นแกนความคิด ต่างพินิจเลือกดูอดสูใจ |