|
การชอบกินอาหารขยะถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้
โพสต์เมื่อ:
00:04 วันที่ 19 ส.ค. 2550 ชมแล้ว:
110,994
ตอบแล้ว:
0
วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ > วิทย์ทั่วไป
วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ > ชีววิทยา วิชาการ.คอม > สุขภาพ > สุขภาพทั่วไป วิชาการ.คอม > สุขภาพ > แม่และเด็ก วิชาการ.คอม > สุขภาพ > อาหารการกิน
จากผลการทดสอบในสัตว์ทดลอง แม่ที่รับกินอาหารขยะหรือ junk food ขณะที่ตั้งครรภ์ อาจถ่ายทอดไปถึงลูกทำให้ลูกชอบกินอาหารประเภทนั้นไปด้วย
นักวิจัยจากวิทยาลัย Royal Veterinary พบว่าเมื่อขณะที่หนูตั้งท้องถ้าได้รับอาหารประเภทบิสกิต ขนมกรุบกรอบ และขนมหวาน ลูกที่ออกมาก็จะมีพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น นักวิจัยกลุ่มนี้กล่าวว่าจากการศึกษาในวารสาร British Journal of Nutrition แสดงให้เห็นว่า พฤติกรรมของหนูได้ถูกตั้งโปรแกรมตั้งแต่อยู่ในท้อง นักโภชนาการจึงได้เน้นถึงความสำคัญของการบริโภคอาหารที่มีความสมดุลสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นแม่ นักวิทยาศาสตร์ได้มีการพิสูจน์แล้วว่า ในมนุษย์นั้นพฤติกรรมการบริโภคอาหารในช่วงแรกของชีวิตสามารถเป็นตัวบอกถึงรูปร่างของเราในอนาคต รวมถึงกำหนดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนและโรคหัวใจด้วย อย่างไรก็ตาม จากงานวิจัยล่าสุดรายงานว่า การกินอาหารที่ไม่ดีมากเกินไปในหนูที่กำลังท้องนั้นมีอันตราย หฯตัวเมียถูกใช้ในงานวิจัยของกองทุน Wellcome Trust ซึ่งทำการให้อาหารหนูที่สมดุล และอีกกลุ่มให้กินอาหารพวกโดนัท บิสกิต มัฟฟิน ขนมหวานและขนมกรุบกรอบตามที่ต้องการ โดยให้อาหารเหล่านี้กับแม่หนูอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งลูกหนูเกิด และให้อาหารระหว่างที่หนูให้นมลูกจนกระทั้งหนูหย่านม ผลออกมาไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยว่าหนูที่ได้กินอาหารพวกขนมหวานได้ตามใจจะมีการบริโภคอาหารอื่นๆ ได้มากกว่า อย่างไรก็ตามเป็นที่ชัดเจนว่าลูกของหนูเหล่านี้มีพฤติกรรมการกินที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากลูกของหนูที่กินอาหารหนูปกติ ลูกหนูจะมีการแตกออกเป็นกลุ่มๆ ลูกหนูบางตัวจากแม่ที่ได้รับอาหารหนูปกติไม่กินอาหารอื่นนอกจากอาหารหนูปกติ ขณะที่ลูกหนูจากแม่ที่กินอาหารขยะและกลุ่มลูกหนูที่เหลือจากแม่ที่กินอาหารปกติ จะกินอาหารทั้งอาหารขยะและอาหารปกติแล้วแต่ว่าพวกมันจะเลือกกิน ลูกหนูกลุ่มที่แม่กินอาหารปกติจะกินอาหารน้อย ขณะที่ลูกหนูจากแม่ที่กินอาหารที่มีคุณค่าและให้อาหารขยะอีกครั้งจะกินอาหารมากกว่า อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มสุดท้าย หนูจากแม่ที่กินอาหารขยะจะกินอาหารเกือบทุกอย่าง พวกมันจะกินอาหารมากเป็น 2 เท่าของหนูจากแม่ที่ได้รับอาหารปกติ นักวิจัยกล่าวว่า สารเคมีแห่งความพึงพอใจ จะถูกปลดปล่อยออกมาจากแม่ เมื่อมันกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์พวกนั้นและอาจไปมีผลต่อการวิวัฒนาการของสมองของลูกหนู ศาสคราจารย์ Neil Stickland ผู้นำการวิจัยกว่าวว่า รัฐบาลมีความพยายามที่จะสนับสนุนพฤติกรรมการกินของเด็กในโรงเรียนให้บริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น แต่นี่แสดงให้เห็นว่าเราต้องเริ่มตั้งแต่เด็กอยู่ในท้องและในช่วงทารกเลยทีเดียว แม่ในอนาคตควรที่จะตระหนักว่าการตั้งครรภ์และการให้นมลูกนั้นไม่ใช่เวลาที่ควรจะบริโภคอาหารพวกไขมันและน้ำตาลอย่างตามใจปาก เพราะนี่เหมือนกับเป็นการกินอาหารสำหรับคนสองคน อย่างไรก็ตาม Fiona Ford นักวิจัยทางด้านโภชนาการจาก University of Sheffield กล่าวว่า ยังขาดหลักฐานที่ชัดเจนสนับสนุนว่ามันจะมีผลเช่นเดียวกันนี้ในมนุษย์ มันอาจจะผิดก็ได้ที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกอยากกินอาหารขบเคี้ยวที่ไม่มีประโยชน์ระหว่างตั้งครรภ์ เธอกล่าวว่า อาหารที่สมดุลมีความสำคัญมากระหว่างการตั้งครรภ์ ขณะที่เรื่องนี้เป็นที่สนใจในการทำวิจัย กลไกเหล่านี้ถูกปรับอย่างละเอียดอ่อนและหล่อนไม่คิดว่าพวกเราจะเข้าใจมันในตอนนี้ ด็อกเตอร์ Atul Singham จาก Institute of Child Health ในลอนดอน กล่าวด้วยว่า เขาสงสัยเล็กน้อยเกี่ยวกับระดับของการโปรแกรมเด็กในครรภ์ในเรื่องของอาหารการกินในเด็กจนกระทั่งมันได้รับการพิสูจน์จากการศึกษาโดยมนุษย์ เขากล่าวว่า นี่เป็นอะไรที่เราต้องสนใจ แต่ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลในมนุษย์ที่จะสนับสนุน และก่อนหน้านี้มันก็เป็นการยากมากที่จะทำการศึกษาในเรื่องนี้ Tracy Kelly มูลนิธิโรคเบาหวาน ของอังกฤษ ได้เตือนให้ระมัดระวังเรื่องการแปรผลการศึกษาในหนูมาใช้กับมนุษย์ เธอกล่าวว่า ยังต้องทำการศึกษามากกว่านี้ก่อนที่เราจะวาดภาพการสรุปอะไรที่แน่นอนลงไปว่าอาหารขยะกับคนท้องสามารถมีผลกระทบต่อเด็กอย่างไร ที่มา http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/6940852.stm ![]() ![]() ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม
|