วิชาการดอทคอม ptt logo

ระดับการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ

โพสต์เมื่อ: 23:09 วันที่ 26 ส.ค. 2550         ชมแล้ว: 48,201 ตอบแล้ว: 5
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ ( Economics Intregation )
จากที่เรียนมา มี 5 ขั้นตอน คือ

1. Free Trade Area , Free trade Assosiation ( FTA )
2. Custom Union ( CU )
3. Common Market (CM)
4. Economics Union
5. Political Union

การรวมกลุ่ทางเศรษฐกิจจะพัฒนาจาก 1 ถึง 5
จุดมุ่งหมายสูงสุดของการรวมกลุ่มคือ Political Union
ซึ่งในเวทีการค้าระหว่างประเทศยังไม่สามารถพัฒนา
ถึงขั้นดังกล่าวได้ จะดีที่สุดก็ถึงแค่จุด Economics Union
นั้นก็คือ สหภาพยุโรป European Union ( EU )

International Relation


International Relation
ร่วมแบ่งปัน37 ครั้ง - ดาว 153 ดวง





จำนวน 5 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 6 ม.ค. 2552 (20:19)

การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระดับต่าง ๆ


          การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจแบ่งออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่ระดับขั้นต้อนไปจนถึงระดับขั้นสูง ดังนี้


          1. การให้สิทธิพิเศษทางการค้า (Preferential Trade Arrangement) เป็นการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจเบื้องต้น มีการใช้ภาษีศุลกากรในหมู่ประเทศสมาชฃิกในอัตราต่ำกว่าที่ใช้กับประเทศนอกกลุ่ม แต่ภายในกลุ่มยังไม่ได้ใช้ภาษีศุลกากรอัตราเดียวกัน โดยมากเกิดจากประเทศที่เคยเป็นเจ้าอาณานิจม ภายหลังยังคงรักษาสายสัมพันธ์กับอดีตอาณานิคมของตนอ้วยการให้สิทธิพิเศษทางการค้า ตัวอย่างได้แก่ ประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ (British Common Wealth)


          2. เขตการค้าเสรี (Free Trade Area) เป็นการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่ก้าวหน้ากว่าการให้สิทธิพิเศษทางการค้า มีการใช้ภาษีศุลกากรในหมู่ประเทศสมาชิกในอัตราต่ำกว่าที่ใช้กับประเทศนอกกลุ่ม และภายในกลุ่มมีการใช้ภาษีศุลกากรอัตราเดียวกันในสินค้ารายการเดียวกัน ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจแบบนี้มากมายหลายกลุ่ม อาทิ เขตอการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area, AFTA) เขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (North American Free Trade Agreement,NAFTA) เขตการค้าเสรีละตินอเมริกา (Latin American Free Trade Association,LAFTA) ฯลฯ อนึ่ง หลายกลุ่มใช้ชื่อเรียกที่เป็นขั้นตอนการรวมกลุ่มที่ก้าวหน้ามากเหมือนเป็นการตั้งเป้าหมายหรือความหวังที่จะไปให้ถึง แต่ทว่าในความเป็นจริงเป็นการรวมกลุ่มขั้นเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อของกลุ่มอาจทำให้เข้าใจผิด


          3. ตลาดร่วม (Common Market) เป็นการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่ก้าวหน้ามากกว่าสหภาพภาษีศุลกากรนอกจากครอบคลุมลักษณะสหภาพภาษีศุลกากรแล้ว ยังมีการปล่อยเสรีให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงาน เงินทุน และการประกอบการ ระหว่างประเทศสมาชิกภายในกลุ่ม ตัวอย่างตลาดร่วมได้แก่ ประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Community) หรือ ตลาดร่วมยุโรป (European Common Market) ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาเป็นสหภาพเศรษฐกิจแล้ว


          4. สหภาพเศรษฐกิจ (Economic Union)  เป็นการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าสมบูรณ์ที่สุด นอกจากครอบคลุมลักษณะของตลาดร่วมแล้ว ยังมีการใช้สถาบันทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ร่วมกันหรือแบบเดียวกัน อาทิ การใช้เงินตราอย่างเดียวกัน โดยมีการสร้างเงินตราชนิดใหม่ขึ้นมาใช้ร่วมกัน การกำหนดนโยบายการเงินและการคลังชุดเดียวกัน สำหรับการเจรจาทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศ ก็มอบหมายให้องค์กรร่วมที่จัดตั้งขึ้นทำหน้าที่ต่าง ๆ ในนามของประเทศภาคีทั้งหมด อย่างเช่นเป็นผู้แทนในการทำหน้าที่ทั้งหมดเกี่ยวกับ WTO ตัวอย่างสหภาพเศรษฐกิจได้แก่สหภาพยุโรป


          5. ขั้นสุดท้ายอันเป็นสุดยอดของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวมเป็นชาติเดียวกัน ซึ่งรัฐบาลของแต่ละประเทศไม่สามารถกำหนดนโยบายตนเอง แต่สหภาพจะเป็นผู้กำหนดให้ประเทศสมาชิกดำเนินการ หรือเรียกว่าเป็น สหภาพเหนือชาติ (Supernational  Union)


          นอกจากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจและความตกลงทางการค้าจะเป็นลักษณะที่มีสมาชิกหลายประเทศ ยังมีความตกลงทางการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศที่เรียกว่าทวิภาคี (Bilateral) คือประเทศคู่ค้าจะเจรจาทำความตกลงกัน โดยวัตถุประสงค์สำคัญคือการที่ทำให้การค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศนี้เพิ่มขึ้น ความร่วมมือทางเศรษฐกิจลึกขึ้น มีการให้สิทธิพิเศษทางการของประเทศคู่ค้าสูงกว่าประเทศอื่น  เช่น ญี่ปุ่นลงนามในความตกลงทวิภาคีกับสิงคโปร์ และกำลังเจรจากับหลายประเทศ เช่น เกาหลี และไทย สิงคโปร์ นอกจากจะลงนามกับญี่ปุ่นแล้ว ยังลงนามความตกลงทวิภาคีเป็นเขตการค้าเสรีกับนิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา รวมถึงเจรจากับชิลีในเอเซียใต้  เช่นเดียวกับอินเดียก็มีการลงนามเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน เช่นภูฐาน เนปาล ศรีลังกา และศรีลังกาเองก็มีการเจรจากับปากีสถาน


อย่างไรก็ดี  ระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่   ที่เกิดขึ้นหลังสงครามเย็น ทำให้มีการขยายตัวของการรวมกลุ่มในทางเศรษฐกิจมากขึ้น คือการขยายเป็นการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจตามภูมิภาคต่าง ๆ (Regionalization)  และ  "ความร่วมมืออนุภูมิภาค" (Subregional Cooperation) อันได้แก่ เหลี่ยมเศรษฐกิจต่างๆ ที่มีอยู่ในภูมิภาคต่างๆ เช่น หกเหลี่ยมเศรษฐกิจ หรือความร่วมมือของกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion : GMS), สามเหลี่ยมเศรษฐกิจทางตอนใต้ของไทยที่เชื่อมโยงกับทางตอนเหนือของมาเลเซีย และอินโดนีเซีย (IMT-GT), BIMST-EC (Bangladesh – India – Myanmar – Sri Lanka – Thailand – Economic Cooperation) และสามเหลี่ยมเศรษฐกิจที่เชื่อม โยงระหว่างสิงคโปร์ มาเลเซียและอินโดนีเซีย รวมถึงโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ไทย พม่า ลาว และจีนตอนใต้ (Economic Quadrangle) mujจะได้กล่าวในรายละเอียดการหลัง


 


แพร (IP:125.25.238.63)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 20 ส.ค. 2552 (14:11)
แล้วข้อได้เปรียบเสียเปรียบของสหภาพศุลกากร,ตลาดร่วม,สหภาพเศรษฐกิจ,สหภาพการเมืองล่ะคะ ช่วยตอบที
oil_oilmen@hotmail.com (IP:125.26.156.105)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 17 พ.ย. 2552 (20:02)
ความรู้เยอะม้ากกกกกกกกกกกกก
thfgthfrh (IP:115.67.144.109)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 14 ก.ค. 2553 (17:53)
ส่วนแบ่งการค้าห้าเหลี่ยมเศรษฐกิจใครรู้ช่วตตอบแล้วน่ะค่ะ
บุ๋ม (IP:158.108.108.127)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 1 มี.ค. 2555 (17:09)
สามเปลี่ยมเศรษฐกิจไม่ใช่ อินโดนิเซีย มาเลเซีย และไทย หรือ?
Tawpaiyo (IP:124.121.138.36)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม