|
อาวุธใหม่ สู้มะเร็งด้วยนาโนแคปซูล
โพสต์เมื่อ:
10:19 วันที่ 30 ส.ค. 2550 ชมแล้ว:
159,736
ตอบแล้ว:
6
นักเคมีแห่งมหาวิทยาลัยไรซ์พบวิธีใหม่ที่จะใส่อนุภาคสารกัมมันตภาพรังสีเข้าไปในดีเอนเอ ซึ่งมีลักษณะเป็นท่อสร้างจากคาร์บอน เพื่อช่วยทำลายเซลล์มะเร็งเป้าหมาย
Lon Wilson หัวหน้าทีมนักวิจัยเคมีกล่าวว่ายังไม่มีการรับรองการใช้อนุภาคแอลฟาในการรักษามะเร็ง แต่สำหรับอนุภาคเบตามีการทดสอบออกมาแล้วว่าไม่เหมาะในการนำมารักษามะเร็งแค่เพียงเซลล์เดียวเนื่องจากอนุภาคเบตาที่ปล่อยไปมีจำนวนมากนับพัน ในทางตรงข้ามเราสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งเพียงเซลล์เดียวได้โดยการปล่อยอนุภาคแอลฟาตรงไปยังนิวเคลียสของเซลล์มะเร็งเพียงครั้งเดียว Wilson และคณะแห่งมหาวิยาลัยวอชิงตันได้พัฒนาและทดสอบการใส่อะตอมแอสทาทีน สัญลักษณ์ย่อว่า (At) เข้าไปในท่อนาโนคาร์บอน เค้าได้บอกเล่าว่าธาตุที่ว่านี้หาได้ยากพอๆกับงมเข็มในมหาสมุทรเลยครับ เพราะหากลองคำนวณดูแล้วในเปลือกโลกมีน้อยกว่าหนึ่งช้อนชาเสียอีก เค้าจึงต้องสร้างธาตุนี้ขึ้นมาจากเครื่องไซโคลตรอน (เป็นเครื่องเร่งอนุภาคชนิดหนึ่งครับ) แอสทาทีนคล้ายกับเรเดียมและยูเรเนียมเป็นธาตุกัมมันตรังสีครับ โดยธรรมชาติสารกัมมันตรังสีจะปล่อยอนุภาคแอลฟาหรือเบตา อนุภาคแอลฟาจะมีความรุนแรงมากกว่า เจ้าแอสทาทีนนี่ปล่อยอนุภาคแอลฟาครับซึ่งประกอบด้วยโปรตรอนสองตัวและนิวตรอนสองตัวทำให้มีมวลมากกว่า นับว่ามันปลดปล่อยอิเลคตรอนออกมามากกว่าอนุภาคเบตาซึ่งใช้รักษามะเร็งในปัจจุบันถึง 4,000 เท่า Wilson เปรียบเทียบความแตกต่างของมันว่าเหมือนกับกระสุนปืนลมกับกระสุนปืนใหญ่ ยิ่งมวลมากเท่าไรยิ่งปลดปล่อยอนุภาคแอลฟาไปทำลายเซลล์มะเร็งมากเท่านั้น ในทางการแพทย์ความเร็วของอนุภาคที่ถูกปลดปล่อยออกมาก็เป็นสิ่งสำคัญครับ อนุภาคเบตาจะถูกปลดปล่อยออกมาเร็วกว่า สำหรับการใช้อนุภาคเบตารักษาผู้ป่วยมะเร็งสามารถสร้างรังสีเบตาได้ภายนอกร่างกายผู้ป่วยแล้วจึงยิงไปที่ก้อนเนื้อโดยตรง ส่วนอนุภาคแอลฟามีมวลมากกว่าและเคลื่อนที่ช้ากว่าจึงมีแรงทะลุทะลวงน้อยกว่าแถมยังสมารถหยุดยั้งได้แค่ใช้กระดาษทิชชูแผ่นบาง ๆ Wilson กล่าวว่า ด้วยลักษณะเฉพาะของอนุภาคแอลฟาที่ทั้งมีแรงทะลุทะลวงน้อยและมีมวลมากจึงทำให้อนุภาคแอลฟากลายเป็นอนุภาคในอุดมคติเพื่อใช้รักษาเซลล์มะเร็งโดด ๆ หรือเพียงเซลล์เดียวครับแต่ก็มีปัญหาอยู่ที่ว่าจะต้องหาทางส่งอนุภาคเข้าไปอย่างแม่นยำและรวดเร็วให้ได้ การศึกษาก่อนหน้านี้ของ Wilson และคณะได้พยายามที่จะติดแอนติบอดีลงบนหลอดนาโนคาร์บอนเรืองแสง แอนติบอดีเป็นโปรตีนที่ผลิตมาจากเซลล์เม็ดเลือดขาว แอนติบอดีแต่ละชนิดถูกออกแบบมาให้เฉพาะเจาะจงกับแอนติเจนของมัน โดยแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยว่าแอนติเจนจากเซลล์มะเร็งของผู้ป่วยจะจำเพาะกับแอนติบอดีชนิดใดจะได้ใช้แอนติบอดีนั้นไปจับทำลายเซลล์มะเร็ง ต่อมา Wilson ได้ทำการทดลองเพื่อสร้างความแม่นยำให้กับเป้าหมายยิ่งขึ้นโดยทดลองในเซลล์มะเร็งเพียงเซลล์เดียว เค้าได้สร้างแอนติบอดียึดไว้บนอะตอมแอสทาทีนที่อยู่บนหลอดนาโน แต่ก็ยังเผชิญกับปัญหาอยู่ครับเพราะแอสทาทีนมีค่าครึ่งชีวิตสั้น ประมาณ 7.5 ชั่วโมง ในแง่การย่อยสลายธาตุกัมมันตรังสี ครึ่งชีวิตหมายความว่าเวลาที่สารปริมาณหนึ่งใช้ในการย่อยสลายให้เหลือปริมาณเพียงครึ่งเดียว ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงต้องมีวิธีการจัดการที่เหมาะสมก่อนที่มันจะย่อยสลายไปหมดครับ ส่วนผลความคืบหน้านั้นจะมารายงานให้ทราบอีกทีภายหลังครับ sciencedaily. New Cancer Weapon: Nuclear Nanocapsules Accessed via: http://www.sciencedaily.com/releases/2007/08/070823154059.htm Dated August 28, 2007 \n\n ![]() ![]() ![]() จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1- ขอโทษนะครับ กด Enter เกินไปนิดนึง ทำให้อ่านยากซักหน่อย ขอโทษด้วยนะครับ น่าสนใจครับ แต่ว่าตราบใดที่เรายังหาทางแก้ไขที่ปลายเหตุ มะเร็งก็ยังกลับมากวนใจเราได้อีก ถึงแม้เราจะฆ่ามันไปแล้วก็ตาม ตอนนี้ผมสนใจเรื่องกลไกการเกิดมะเร็งอยู่ครับ เช่นเรื่องของ SOS system เรื่องของการซ่อมแซมครั้งใหญ่ เป็นไปได้ว่าเซลล์ถูกยื้อชีวิตไว้จากระบบนี้แต่เซลล์ก็กลายไปมาก ส่งผลให้เซลล์รอดตายแต่ก็กลายเป็นมะเร็ง ถ้าเราสามารถบล๊อกการทำงานของระบบดังกล่าวได้ มะเร็งก็"อาจ"จะไม่เกิดก็ได้ เป็นแค่แนวความคิดครับ ทราบดีว่ามะเร็งมาจากหลายสาเหตุ ก็พยายามศึกษาอยู่เหมือนกันครับ ถ้าเป็นไปได้ อยากปรึกษาผู้รู้เรื่องมะเร็งครับ เพื่อย่นระยะเวลาในการค้นคว้า อีเมลล์ผมครับ tuchea41098@hotmail.com พื้นฐานความรู้ พันธุศาสตร์โมเลกุล และพันธุวิศวกรรมพื้นฐานครับ (กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีปี2) ขอความกรุณาด้วยครับ |