มารู้จัก โรค พุ่มพวง (เอส แอลอี)

โรค SLE คืออะไร

คนปกติจะมีระบบต่อสู้กับเชื้อโรคเรียกภูมิคุ้มกัน ถ้าภูมิคุมกันของคนเสียจากเชื้อไวรัส HIV เรียกโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือโรค AIDS ร่างกายจะไม่สามารถสร้างภูมิต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมได้ ในทางตรงกันข้ามภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานมากเกินไปและจำเนื้อเยื่อตัวเองไม่ได้ทำให้ภูมิคุ้มกันทำลายเนื้อเยื่อตัวเราเรียก autoimmune disease ทำให้เนื้อเยื่อนั้นเกิดการอักเสบและถูกทำลาย โดยคำจำกัดความหมายถึงโรคเรื้อรังที่เกิดระบบภูมิคุ้มกันทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง เนื้อเยื่อที่มักเกิดอาการได้แก่ ข้อ joint ,ผิวหนัง skin, ไต kidneys, หัวใจ heart, ปอด lungs, หลอดเลือด blood vessels, และสมอง brain.ผู้ป่วยจะมีอาการเป็นๆหายๆ



ผู้ป่วย SLE รักษาไม่หายแต่สามารถมีคุณภาพีชีวิตใกล้เคียงคนปกติ ผู้ป่วยต้องทราบว่าโรคนี้จะมีบางช่วงที่ปราศจากอาการเรียก remission บางช่วงก็มีระยะที่เกิดโรคกำเริบเรียก flares ผู้ป่วยต้องเรียนรู้วิธีป้องกันโรคกำเริบและรู้วิธีรักษาโรคนี้มักจะเป็นในผู้หญิงแต่ไม่เป็นกรรมพันธุ์ โรค SLE มีได้หลายลักษณะดังนี้



Systemic lupus erythematosus (SLE) หมายถึงโรคที่มีการทำอักเสบและมีการทำลายเนื้อเยื่อหลายอวัยวะ เช่น ผิวหนัง ไต ข้อ หัวใจ

Discoid lupus erythematosus โรคที่เป็นเฉพาะผิวหนังโดยเฉพาะบริเวณหน้า หนังศีรษะ ผู้ป่วยจำนวนไม่มากที่เปลี่ยนไปเป็น SLE

Drug-induced lupus เป็นกลุ่มโรคที่มีอาการเหมือน SLE เช่น มีผื่น ข้ออักเสบ มีไข้ แต่ไม่เป็นโรคไต เมื่อหยุดยาอาการต่างๆจะหายไป

Neonatal lupus ทารกที่เกิดจากแม่ที่เป็น SLE พบน้อยมาก

สาเหตุของ SLE



สาเหตุที่แท้จริงไม่มีใครทราบแต่เชื่อว่าเกิดจากหลายสาเหตุเช่นพันธ์กรรม สิ่งแวดล้อมและระบบภูมิคุ้มกัน มักพบโรค SLE ในคู่แผดจากไข่ใบเดียวกัน มากกว่าแผดจากไข่คนละใบ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า แสงแดด ความเครียด ยาบางชนิด การติดเชื้อบางชนิด เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคในผู้ป่วยที่มีแนวโน้มโรคนี้ไม่สามารถติดต่อจากผู้ป่วยสู่คนอื่น ภูมิคุ้มกัน antibodies ของโรค SLE จะทำลายเนื้อเยื่อของตัวเองเรียก autoantibodies ทำให้เกิดการอักเสบของหลายอวัยวะ เกิดอาการ ปวด บวม แดง ร้อน ที่อวัยวะนั้น autoantibodiesบางส่วนจับกับสารในร่างกายเกิดเป็น immune complexes ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบตามอวัยวะต่างๆ



อาการของโรค SLE

ผู้ป่วย SLE แต่ละคนจะมีอาการต่างกัน อาการมีตั้งแต่เป็นมาก บางรายเป็นน้อย อาการที่พบบ่อยได้แก่ อาการทางผิวหนังและอาการปวดข้อ อาการทางผิวหนังได้แก่มีผื่นโดยเฉพาะบริเวณที่ถูกแสงเรียกว่าแพ้แสงแดด Photosensitivity ผื่นมักจะเกิดมากบริเวณที่ถูกแสงแดด เช่นผื่นที่หน้าบริเวณโหนกแก้มและจมูกทำให้มีลักษณะคล้ายปีกผีเสื้อเรียก butterfly or malar rash นอกจากนั้นยังพบว่ามีอาการผมร่วงด้วย ส่วนอาการทางข้อได้แก่ ปวดข้อ บางครั้งอาจจะมีอาการข้ออักเสบ ข้อบวมและปวด ไข้สูง มีผื่น อาการอื่นที่พบได้แก่ แน่นหน้าอก ผมร่วง ถูกแสงแล้วมีผื่นที่ผิวหนัง ซีด ปลายนิ้วจะมีสีม่วงอ่อน บางรายปวดหัว ซึม ชัก



อาการที่พบบ่อย



ปวด บวม ของข้อ

ไข้ไม่ทราบสาเหตุ

อ่อนเพลียไม่มีแรง

ผื่นที่หน้า



หายใจลึกๆจะเจ็บหน้าอก

ผมร่วง

ปลายนิ้วมีสีม่วงเมื่อถูกความเย็น



แพ้แสงแดด



บวมหลังเท้า



ผู้ป่วย SLE บางรายอาจมีการอักเสบเพียงระบบเดียว บางรายมีการอักเสบหลายระบบได้แก่



ร้อยละ 90 จะมีอาการทั่วไป ได้แก่ไข้ อ่อนเพลีย ปวดข้อปวดกล้ามเนื้อ

ผู้ป่วยร้อยละ 90 จะมีอาการทางกล้ามเนื้อและข้อ จะมีอาการปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ข้อที่ปวดมักจะเป็นข้อนิ้วมือ proximal interphalangeal, metacarpophalangeal ข้อมือ ข้อเข่า

อากทารทางผิวหนังและเยื่อบุ ร้อยละ 30 ของผู้ป่วยจะมีแผลที่เพดานปาก แผลจะไม่เจ็บปวด แต่หากมีการติดเชื้อก็อาจจะทำให้เจ็บได้ แผลนี้ผู้ป่วยอาจจะไม่รู้ตัว ผื่นตามผิวหนังจะมีผื่นแพ้แสงแดดและผื่นที่หน้าดังได้กล่าวมาแล้ว ผู้ป่วยจะมีอาการผมร่วงซึ่งพบได้ร้อยละ 50 ผมจะร่วงช่วงที่โรคกำลังดำเนินงานแต่เมื่อโรคถูกควบคุมผมจะกลับสู่ปกติ นอกจากนั้นก็อาจจะมีอาการทางผิวหนังอื่น เช่น ลมพิษ Raynaud phenomenon

ไต มีการอักเสบของไต nephritis ทำให้ไตไม่สามารถเก็บไข่ขาวผู้ป่วยจะมีอาการบวม ในรายที่เป็นมากจะมีไตเสื่อมผู้ป่วยจะบวม ความดันโลหิตสูงขึ้น เนื่องจากผู้ป่วยที่ไตอักเสบเริ่มต้นจะไม่มีอาการ เราทราบได้จากการตรวจปัสสาวะพบไข่ขาวและเม็ดเลือดขาว

ระบบประสาท ผู้ป่วย SLE อาจมีอาการปวดศีรษะ ซึม อัมพาต ชัก ปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น เส้นเลือดมีการอักเสบอาจจะทำให้เกิดเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ

ระบบไหลเวียน มีการอักเสบของหลอดเลือด vasculitis

เม็ดเลือด ผู้ป่วยจะมีจำนวณเม็ดเลือดลดลง เม็ดเลือดขาวต่ำลง เกร็ดเลือดต่ำลง ภูมิคุ้มกันทาลเม็ดเลือด

ระบบหายใจ จะมีเยื่อหุ้มปอดอักเสบ เจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้า

หัวใจ หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจมีการอักเสบทำให้เกิด กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ myocarditis เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ pericarditis ลิ้นหัวใจอักเสบ endocarditis

อาการทางตา อาจจะมีตาอักเสบ anterior uveitis or iridocyclitis หรือเส้นเลือดไปเลี้ยงตาอุดตันทำให้ตาบอด

ระบบทางเดินอาหารมีเยื่อบุช่องท้องอักเสบทำให้เกิดอาการปวดท้อง หรือต่อมน้ำเหลืองในท้องรวมท้องลำไส้อักเสบ

การวินิจฉัยโรค SLE



ไม่ง่ายอย่างที่คิดเนื่องจากอาการของโรคซับซ้อนการวินิจฉัยต้องอาศัยประวัติการเจ็บป่วยที่ค่อยข้างละเอียด และแพทย์ต้องระลึกถึงโรคนี้อยู่เสมอ การตรวจร่างกายถ้าพบลักษณะเฉพาะก็สามารถวินิจฉัยได้ นอกจากนั้นแพทย์จะเจาะเลือดเพื่อวินิฉัยดังนี้



Antinuclear antibody คือตรวจหาว่ามีภูมิคุ้มกันของร่างกาย antibody ทำลาย nucleus ตัวเองหรือไม่ วิธีการโดยการหยด serum ของผู้ป่วยบนเซลล์ของตับหนู แล้วใช้ antihuman IgG ซึ่งฉาบสารเรืองแสงส่องกล้องจุลทรรศน์เรืองแสงจะพบความผิดปกติได้ ถ้าการตรวจให้ผลบวกแสดงว่าเป็น SLE

การตัดชิ้นเนื้อ biopsy ที่ผิวหนังและไตเพื่อตรวจหาภูมิคุ้มกันที่เกาะติดอวัยวะดังกล่าว

การตรวจหา VDRL ให้ผลบวกหลอก

การตรวจ CBC อาจจะพบว่าซีด หรือเม็ดเลือดขาวต่ำ หรือเกร็ดเลือดต่ำ

การตรวจปัสสาวะพบว่ามีไข่ขาวรั่วมากกว่า 0.5กรัม ต่อวันและบางรายอาจจะพบเซลล์เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวในปัสสาวะด้วย ผู้ป่วยบางรายต้องมีการเจาะชิ้นเนื้อไตเพื่อตรวจสำหรับวางแผนการรักษา

ตรวจพบ LE cell ในเลือด

ตรวจ Erythrocyte sedimentation rate (ESR) ถ้ามีการอักเสบมากค่า ESR จะสูงค่าตัวนี้ใช้ติดตามการรักษา

เจาะหา Complement levels คือสารเคมีในร่างกายถ้าโรคเป็นมากค่านี้จะต่ำ

การรักษาโรค SLE



หลังจากวินิจฉัยโรคได้แล้วแพทย์จะทำการรักษาซึ่งอาจจะใช้แพทย์เปลืองเนื่องจากต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา เช่น แพทย์โรคข้อ rheumatologist แพทย์เชี่ยวชาญผิวหนัง dermatologists แพทย์เชี่ยวชาญโรคไต nephrologists แพทย์เชี่ยวโรคภูมิคุ้มกัน immunologists การรักษาผู้ป่วย SLE ขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละคนเนื่องจากแต่ละคนเจ็บป่วยไม่เหมือนกัน ยาที่แพทย์มักจะเลือกใช้



NSAIDs Used To Treat Lupus*

Generic Name

Ibuprofen

Naproxen

Sulindac

Diclofenac

Piroxicam

Ketoprofen

Diflunisal

Nabumetone

Etodolac

Oxaprozin

Indomethacin



Nonsteroidal anti-inflammatory drugs (NSAIDs) เป็นยาลดการอักเสบใช้รักษาไข้ ข้ออักเสบ ปวดข้อ ข้อบวม อาจใช้ร่วมกับยาชนิดอื่น ผลข้างเคียงของยาคือ โรคกระเพาะอาหาร ท้องเสีย และบวม



ยารักษามาลาเรีย มีการนำยารักษามาลาเรียมาใช้รักษา SLE โดยเฉพาะรักษาอากรเพลีย ปวดข้อ ผื่น และปอดอักเสบจาก SLE ได้แก่ยา hydrochloroquine

, chloroquine (Aralen), and quinacrine (Atabrine) ผลข้างเคียงคือแน่นท้อง ตามัวลง

Steroid อาจเป็นยากิน ยาทา หรือยาฉีดขึ้นกับความรุนแรงของโรค เนื่องจากยามีผลข้างเคียงจึงนิยมใช้ยาให้มีขนาดน้อยที่สุดที่สามารถรักษาคนไข้ ผลข้างเคียงในระยะสั้นได้แก่ เจริญอาหาร บวม ไม่ควรหยุดยากลุ่มนี้ทันทีเพราะจะเกิดอันตราย หากกินยานี้เป็นเวลานานจะเกิดผลข้างเคียงคือ กระดูกพรุน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ต้อกระจก ติดเชื้อได้ง่าย ผู้ป่วยที่ได้ยา steroid ควรได้รับ แคลเซี่ยมและวิตามินดีเสริมเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน



immunosuppressive หากไม่สามารถควบคุมโรคได้แพทย์จะใช้ยากลุ่มนี้เพื่อกดภูมิคุ้มกันได้แก่ยา azathioprine (Imuran) and

cyclophosphamide (Cytoxan) ,methotrexate



เนื่องจากยามีผลข้างเคียงมากดั้งนั้นไม่ควรซื้อยารับประทานเองหรือหยุดยาเองเพราะอาจเกิดผลเสีย



สัญญาณเตือนภัย



อ่อนเพลีย Increased fatigue

ปวดข้อ Pain

ผื่น Rash

ไข้ Fever

แน่นท้อง Stomach discomfort

ปวดศีรษะ Headache

มึนงง Dizziness



การป้องกันการกำเริบ



ต้องเรียนรู้สัญญาณเตือนภัย

ต้องตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

ตั้งเป้าหมายการรักษา

ต้องหลีกเลี่ยงแสงแดด

รักษาสุขภาพให้ดีและคุมอาหาร

หลีกเลี่ยงความเครียด

ต้องมีเวลาผักผ่อนเพียงพอ

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ



ได้



คุณภาพชีวิตของผู้ป่วย SLE



แม้ว่าอาการของโรค SLE จะมีมากและผลข้างเคียงของยาจะมีมากแต่ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตอย่างมีความสุขได้หากเรียนรู้ถึงอาการเตือนของการกำเริบของโรค และสามารถรู้ถึงวิธีป้องกันโรค ผู้ป่วยควรไดัรับการตรวจจากแพทย์อย่างสม่ำเสมอโดยการตรวจร่างกาย และตรวจเลือด ไม่ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการเนื่องจากการรักษาแต่เริ่มแรกจะให้ผลการรักษาได้ผลดีกว่าการรักษาเมื่อโรคเป็นมากแล้ว



ผู้ป่วย SLE ควรได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีเช่น การตรวจเต้านม การตรวจภายใน การตรวจสุขภาพช่องปาก และการฉีดวัคซีน ผู้ป่วยที่รับประทานยา steroid หรือยารักษามาลาเรียควรได้รับการตรวจตาทุกปี



ความคิดเห็นที่ 8 

amphawan_12@hotmail.com (Guest)
15 ก.ค. 2551 19:32
  1. สร้างภูมิคุมิกันให้กับร่างกายโดยการดูแลเซลล์ให้แข็งแรง ลดการใช้สเตียรอยด์ ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายดีขึ้น




ความคิดเห็นที่ 5

ohhopox@hotmail.com (Guest)
1 พ.ค. 2551 13:57
  1. ไม่ได้เป็นเองค่ะ พี่ชายเป็นอยู่ หาหมอมาเยอะมาก กว่าจะรู้ว่าเป็นเส้นเลือดฝอยอักเสบ ทรมานมากๆๆเพราะเค้าเป็นที่อวัยวะข้างในด้วย เส้นเลือดฝอยตรงไหนอักเสบอวัยวะนั้นก็จะอักเสบตาม เป็นที่กระเพาะ กระเพาะจะทะลุ เป็นที่ตับ ตับอักเสบ ตอนนี้เป็นที่ลำไส้ ตามตัวจะมีเม็ดเต็มไปหมด แม้กระทั่งตามหน้าตา หมอบอกว่าถ้าเส้นเลือดฝอยที่สมองอักเสบก็คงจะถึงที่สุดแล้ว เห็นแล้วทุกข์ใจและทรมานมาก ตอนนี้พี่ชายไม่มีกำลังใจที่จะรักษาแล้ว นอนรักษาที่รพ.เดือนละ 2 ครั้ง มีอาการและโรคแทรกซ้อนเยอะมาก มีใครพอจะรู้จักหมอเก่ง ๆและยาดี ๆ ไหมค่ะ ขอได้โปรดแจ้งที่ ohhopox@hotmail.com ขอบคุณมากคะ




ความคิดเห็นที่ 20

Bo (Guest)
11 มี.ค. 2554 19:13
  1. สามารถรักษาหายได้ทุกคนหรือเปล่าค่ะ พอดีพี่สาวเป็นอยู่แล้วทางบ้านกำลังเครียดมากค่ะ กลัวพี่เป็นอะไร โรงพยาบาลที่ไหนที่รักษาโดยตรงบ้างค่ะ



ความคิดเห็นที่ 21

pepee
25 มี.ค. 2554 15:17
  1. มีเพื่อนคุณแม่ เค้าเป็นอยู่ค่ะ ทรมานมาหลายปีแล้ว ตอนที่เป็นนั้นเค้าจะผอมและโทรมมาก แต่ตอนนี้อาการดีขึ้นมาแล้ว หน้าตาแจ่มใส สุขภาพดีขึ้นมากก สภาพร่างกายเหมือนคนปกติธรรมดา ยังไงเมล์มาคุยรายละเอียดเกี่ยวกับการรักษาได้น่ะค่ะ อยากแชร์ประสบการณ์ให้ฟัง pear_twin@hotmail.com
    เป็นกำลังใจให้ทุกคน ...สู้ ๆ ^______^




ความคิดเห็นที่ 3

tumsri@matichon.com (Guest)
2 เม.ย. 2551 09:49
  1. ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้  มีวิธีปฏิบัติตัวอย่างไร และอาหารที่ไม่ควรกิน ของเค็ม ของหวาน  ถ้าเป็นผลไม้จะกินได้ตามปกติหรือเปล่า



ความคิดเห็นที่ 10

jum_tato@hotmail.com (Guest)
7 ส.ค. 2551 16:57
  1. ดิฉันป่วยเป็นSleมา5ปีแล้วอายุตอนนี้36ปี ทุกข์ทรมาณกับโรคนี้มากทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ดิฉันไม่เคยท้อ อดทนและค้นคว้าข้อมูลทางการแพทย์และโภชนาการ พอได้ข้อมูลที่มีประโยชน์บ้างดังนี้ (หากจะได้ข้อมูลละเอียดขึ้นคุณต้องศึกษาเพิ่มเติมด้วยบางครั้งถึงจะรู้ว่าดิฉันบอกข้อมูลอะไรให้คุณ)
         ผู้ป่วยSLEส่วนใหญ่จะมีปัญหาโดยรวมดังนี้



    1.การใช้และควบคุมอินซูลินของร่างกายผิดปกติ (โดยไม่สามารถตรวจน้ำตาลในเลือดได้เพราะจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ  ต้องสังเกตุอาการด้วยตัวเองแต่ต้องศึกษาข้อมูลให้ตัวเองรู้ว่าอาการจะแสดงอย่างไรว่าน้ำตาลในเลือดผิดปกติ)



    2.เมื่อร่างกายใช้น้ำตาลในกระแสเลือดไม่ได้หรือไม่ดี  พลังงานของร่างกายก็จะไม่พอ ร่างกายจะอ่อนเพลียมาก



    3.ร่างกายจะมีการดึงพลังงานของโปรตีนจากกล้ามเนื้อ มาใช้ทดแทน



    4.ใช้โปรตีนมากจน ขาดโปรตีนอย่างหนัก  ถึงขั้นเข้าภาวะโลหิตจาง



    5.หากอยู่ภาวะโลหิตจางนานๆ  จะทำให้การทำงานทุกระบบของร่างกายปั่นป่วนและติดเชื้อในที่สุด



       ดิฉันไม่สามารถทราบถึงต้นเหตุของกลไกในร่างกายที่ผิดปกตินี้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร  แต่ดิฉันศึกษาหาข้อมูลเพื่อช่วยตัวเอง และลูก  มีวิธีบรรเทาอาการให้ทะเลาลงและอยู่กับโรคSLEนี้ให้ได้สบายที่สุด  วิธีที่สำคัญก็คือ คุณต้องควบคุมอาหาร แบบคนที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (คุณหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกนิดนึง)เพื่อควบคุมอินซูลินให้อยู่ในกระแสเลือดไม่มากเกินไป ซึ่งเป็นภาวะอาการต้นเหตุของความผิดปกติของระบบร่างกาย   ดิฉันใช้วิธีนี้ทำให้ร่างกายสบายและเป็นสุขขึ้น การดูแลรักษาวิธีนี้ไม่ได้ทำให้โรคนี้หายไป  ไม่มีทาง  แต่ดิฉันอยู่กับมันแบบมิตรที่ดีต่อกัน  (การกินแบบนี้ไม่ได้ยากอะไร  แต่ก็ไม่ง่ายต้องปรับวิธีการกินอย่างมากกว่าจะลงตัวรู้ว่าควรกินอาหารชนิดไหน ,ปริมาณเท่าไร และอย่างไร และหากคุณรู้วิธีของคุณแล้ว พอคุณสบายตัวคุณจะทำได้อย่างไม่เบื่อ .....หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับอินซูลินมีผลกระทบกับร่างกายอย่างไร หรือ ภาวะน้ำตาลต่ำเป็นอย่างไร , หรืออื่นๆที่เกี่ยวกับข้อมูลที่ดิฉันได้กล่าวมาอย่างคร่าวๆนี้ก็ติดต่อไปที่อีเมลย์ของดิฉันได้  ดิฉันยินดีจะช่วย..ให้ข้อมูล  ขอบคุณค่ะที่รับฟัง  jum_tato@hotmail.com




ความคิดเห็นที่ 4

ฺBirs_boss@hotmail.com (Guest)
21 เม.ย. 2551 21:09
  1. ดิฉันคิดว่าโรค Sle ต่างกันน่ะกับ Hiv เพราะโรคก้อบอกในข้างต้นแล้วถึงข้อแตกต่างกันโรคนี้น้อยคนจะรู้ตัวว่าตัวเองเป็น เพราะบางอย่างไม่ได้เกิดมาพร้อมผู้ป่วยอาจไม่รู้ว่าตัวเองเป็นก้อไปรักษาตามอาการที่เป้นโดยไม่ได้ตรวจได้ลึกซึ้งในห้องแล็ปตรวจผลเลือด โรค SLE เป้นโรคที่ใช้หมอเปลืองมากเพราะต้องใช้หมอแต่ละสาขามาช่วยในการรักษา ผู้ที่ป่วยเป้นSLE ต้องมีข้อบ่งชี้ ถึง 6 - 11 โรคขึ้นไปถึงจะะบุได้ว่าคุณป่วยเป็น SLE ได้



ความคิดเห็นที่ 9

veera_phat@hotmail.com (Guest)
27 ก.ค. 2551 10:05
  1. แฟนน้องชายผมกำลังเป็นโรคนี้อยู่ ใครพอที่จะรู้สถานที่ที่จะรักษาและไม่เสียค่าใช้จ่ายมากไหมครับเพราะที่รักษอยู่บำบัดได้แค่กินยาอย่างเดียว ขอบคุณมากครับ




ความคิดเห็นที่ 7

kanta_nok@hotmail.com (Guest)
8 ก.ค. 2551 08:27
  1. ขอความอนุเคราะห์ผู้ที่มีความรู้ เรื่อง แพ้เม็ดเลือดขาวตัวเอง ให้ความรู้สำหรับดิฉันด้วยค่ะ

    เพราะเพิ่งทราบจากคุณหมอว่าเป็น ที่สำคัญคือมีอาการผมร่วงเป็นกำ ๆ ดิฉันกลุ้มใจมาก ถามคุณหมอก็บอกว่า ตอบไม่ได้จะหายหรือเปล่า 50:50 ทำให้จิตตกมากค่ะ เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรดูแลตัวเองอย่างไร และดิฉันไม่รู้จะพูดกับใคร เมื่อเวลาอยู่คนเดียว หลังจากอาบน้ำสระผม ผมจะร่วงเป็นกำ ดิฉันจะตกใจมาก และสับสนมากค่ะ ดิฉันจะหายจากผมร่วงหรือ ไม่ค่ะ ถ้าท่านใดมีประสบการณ์ หรือ มีความรู้เรื่องนี้ ขอความอนุเคราะห์แนะนำดิฉันด้วยค่ะ

    ท่านจะได้บุญที่ทำให้ดิฉันรู้สึกดีขึ้นค่ะ ขณะนี้ดิฉันทุกข์มากค่ะ หรือจะส่งทาง mail ดิฉันก็ได้ค่ะ



ความคิดเห็นที่ 12

syvp (Guest)
19 ก.ย. 2552 15:25
  1. แม่ดิฉันก็เป็นค่ะ ให้แม่คั้นใบย่านาง15ใบกินทุกวันแม่หายท้องอืดและตาแม่เริ่มดีขึ้นดิฉันได้ซื้อน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นมาให้แม่กินและอมปากของแม่หายเป็นแผลและแม่ก็ไม่ต้องหยอดตาเพราะตาแม่ไม่เจ็บอีกแล้ว ตอนกินน้ำมันมะพร้าวแม่มีปํญหาคือกินตอนท้องว่างและหลังเครื่องดื่มแม่ปวดท้องมาก ท่านก็เลยเปลี่ยนมากินหลังอาหารซึ่งก็ไม่ปวดท้อง แม่กินแคลเซี่ยมไม่ได้ ก็ซื้องาดำป่นและจมูกข้าวสาลีมาให้ท่านชงกับเครื่องดื่มธัญญาหารกินตอนเช้าค่ธและท่านก็ต้องทานยาที่หมอสั่งด้วยค่ะแต่ท่านทรมานมากเมื่อกินยาของหมอ




ความคิดเห็นที่ 13

nutrawin_bua@hoimail.com (Guest)
26 ม.ค. 2553 12:29
  1. หนูเป็นโรคเอสแอลอีมา10กว่าปีแล้วค่ะยังไม่มีวิธีให้หายเลยหมอที่หนูรักษาบอกว่าโรคนี้ไม่หายจริงหรือค่ะ ตอนนี้หนูอายุ17ปีแล้วร่างกายหนูจะไม่เหมือนคนอื่นหนูจะมีแขนเล็กขาเล็กกว่าคนอื่นค่ะพอจะมีวิธีทำให้แขนขาปกติใหมค่ะโรคนี้เป็นแล้วมันทรมานนะค่ะหนูอยากหายมากแต่ก็ไม่มีวิธีรักษาชักที่ช่วงนี้หนูก็ใส้เสือแขนยาวขายาวตลอดที่จริงหนูก็ยอมรับตัวเองนะค่ะแต่หนูรับไม่ได้ที่แขนหนูเล็กและมันเห็นเส้นเลือดเลยนะค่ะหนูอยากมีวิธีรักษาค่ะ



ความคิดเห็นที่ 14

major.43@hotmail.com (Guest)
13 ต.ค. 2553 21:37
  1. เเฟนผมเป็นโรคนี้อยู่ครับ ใครพอที่จะรู้สถานที่ที่จะรักษาและไม่เสียค่าใช้จ่ายมากไหมครับเพราะที่รักษอยู่บำบัดได้แค่กินยาอย่างเดียว ขอบคุณมากครับ



ความคิดเห็นที่ 15

peacealp@gmail.com (Guest)
1 พ.ย. 2553 18:47
  1. คุณแม่ของดิฉันเคยเป็นโรค SLE หรือโรคพุ่มพวงนี้ แล้วหายค่ะ ฉันจำได้ตอนนี้ฉันเรียนอยู่ปี3 ตอนนอนเฝ้าคุณแม่ที่โรงพยบาลเป็นเดือนๆ เมื่อปี37 ทานยาเยอะ มากๆๆๆๆ จนผมล่วง เกือบหมด ปัจจุบันคุณแม่หายจากการเป็นโรคนี้แล้วจากที่คุณหมอบอกว่าจะรักษาไม่หาย ผ่านไปไม่ถึงสิบปี เลยอยากแบ่งปันและเป็นกำลังใจให้กับคนที่เป็นโรคนี้นะค่ะ ว่าหายได้ค่ะ แต่ต้องมห้ความร่วมมือกับคุณหมอที่รักษาเรานะค่ะ และดูแลตัวเองด้วยค่ะ ใครสนใจ วิธีปฏิบัติตัว กับโรค E-mail คุยกันได้ค่ะ



ความคิดเห็นที่ 16

pakkad_nono@hotmail.com (Guest)
3 พ.ย. 2553 09:01
  1. แม่ของดิฉันก็เป็นโรคนี้ค่ะพอดีได้ไปรู้จักกับยาตัวหนึ่งจึงนำมาใช้ในการรักษาปัจจุบันอาการดีขึ้นมากแล้ว มีหลายๆคนที่เป็นโรคนี้ก็ใช้เหมือนกันแล้วก็อาการดีขึ้นมาก ใครสนใจก็ติดต่อมาได้นะคะ อยากช่วยคนที่เป็นโรคนี้จริงๆค่ะ pakkad_nono@hotmail.com



ความคิดเห็นที่ 17

pakkad_nono@hotmail.com (Guest)
3 พ.ย. 2553 09:08
  1. ใครต้องการที่จะรักษาโรคSLEติดต่อมาได้นะคะ อยากช่วยจริงๆนัดคุยกันได้นะคะถ้าอยู่แถวภาคใต้ยินดีที่จะช่วยค่ะ
    เบอร์โทร0805439528 ชื่อกวางค่ะ



ความคิดเห็นที่ 22

jartjar@hotmail.com (Guest)
9 เม.ย. 2554 19:43
  1. สวัสดีค่ะ ตอนนี้เป็น sle ได้1กว่าแล้วตอนนี้กินยาแล้วอาการดีขึ้นแต่หน้าบวมมาก
    แม่บอกว่าอาจจะไม่ให้กินยาแล้วเพราะหน้าบวม
    เราจะตัดยาเองได้ป่าวค่ะ



ความคิดเห็นที่ 18

น้องโบว์ (Guest)
28 พ.ย. 2553 12:25
  1. ดิฉันก็เปนคนนึงที่เปนโรค SLE ค่ะ เพิ่งทราบว่าเป็นเมื่อวันที่ 27 พย 53 ค่ะ ตอนแรกก็ไม่คิดอะไรมาก แต่พอมาลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดู ตอนนี้ก็เลยเครียดมากกก แต่ก็ไม่ท้อค่ะ อาการของดิฉัน คือ มีผื่นแดงนูนขึ้นตามหน้า เต้มไปหมด น่าเกลียดดดสุด ๆ และมันก็ลามเร็วมากค่ะ และตามตัวของดิฉันที่โดนแสงแดดก็ขึ้นเม็ดตุ่มสีแดงเต็มไปหมดเลย ตอนนี้รู้สึกแย่มากกก แดดก็โดนไม่ได้ ต้องใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวจิง ๆ แล้วใช่ไหม



ความคิดเห็นที่ 19

Ouroboros vcharkarn veditor
28 พ.ย. 2553 12:37
  1. เป็นกำลังใจให้ครับ แม้โรคนี้จะยังรักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่สามารถบรรเทาอาการจนไม่รู้สึกว่าป่วยได้ ขอให้ดูแลสุขภาพให้ดี สำรวจตัวเองอยู่เสมอ สำหรับคนที่เปนโรคในลักษณะนี้มักจะพยายามเสาะแสวงหาวิธีรักษาโรคอยู่เสมอ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดี แต่อยากจะให้ใช้วิจารณญาณ คิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล เพื่อไม่ห้ตกเป็นเหยื่อของผู้ที่คิดหาผลประโยชน์จากความอ่อนแอของคนอื่น ซึ่งมีอยู่มากในสังคมครับ




ความคิดเห็นที่ 23

monmuk_@hatmail.com (Guest)
25 เม.ย. 2555 21:11
  1. ท่านที่ท้อแท้ กับการรักษาโรคพุ่มพวง ไม่ต้องท้อแท้แล้วหมอมุขสับเส้นมียารักษา คือยาสมุนไพร เป็นแคบซู กับยาน้ำ กินแล้วอาการจะดีขึ้นพายใน2-3วัน และทานยาต่อเนื่อง ก็จะหาย คนที่กินหายโทคุยได้ 0882003625 คุณฝน ต้องการรักษา ติดต่อที่หมอมุขสับเส้น 0856506788 รักษากันจริงๆ



ความคิดเห็นที่ 24

cartoonnyna@gmail.com (Guest)
19 มี.ค. 2557 14:34
  1. สวัสดีค่ะ
    จะขอรบกวนถามหน่อยนะค่ะ
    คือ ไปหาหมอหลายทีแล้วค่ะ (หมอที่รักษาประกันสังคม)
    ให้แต่ยา + กับยาทามาเท่านั้นไม่มีเจาะเลือดไปตรวจเลยค่ะ
    คืออาการ มันมีผื่นคันขึ้น เวลาที่นอนดึก ต้องทานยาแก้แพ้ทุกคืน จนเริ่มเป็นหนักค่ะ เหมือนตื่นมาก้อคัน
    ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร เป็นโรคเกี่ยวกับอะไร และมีวิธีแก้ไหมค่ะ
    อยากทราบจริงๆค่ะ
    รบกวนด้วยนะค่ะ
    ขอบพระคุณมากค่ะ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น