|
นิทานกลอน
โพสต์เมื่อ:
19:16 วันที่ 7 ก.ย. 2550 ชมแล้ว:
25,841
ตอบแล้ว:
93
วิชาการ.คอม > พักผ่อนหย่อนใจ
วิชาการ.คอม > พักผ่อนหย่อนใจ > สาระขัน วิชาการ.คอม > พักผ่อนหย่อนใจ > แต่งกลอน
ตอนนี้ขอตั้งกระทู้รอไว้ก่อนนะครับ เพราะผมเอาไอเดียนี้มาจากคุณโบตั๋นสีชา
ผมก็ปลื้ม แต่พูดอะไรไม่ออก เฮ้ ! คุณเพิ่งสมัครสมาชิกไฉนบอกว่าติดตามผลงานนานแล้ว ----------------------------------------------------------------------------------------------- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 8 ก.ย. 2550 (21:29) แจ้งลบความเห็นนี้ เป็นปลื้ม ครูชิตเข้ามาห้องนี้ด้วย ติดตามผลงานมานานแล้วครับ Mr.alone [Dek~Dod~Deaw ] ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 77 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาวให้สมาชิกท่านนี้ ------------------------------------------------------------------------------------------------ ผมเคยบอกคุณไปแล้วว่าผมไม่เคยสมัครก็จริง แต่ว่าผมเล่นอยู่ในเว็บนี้เหมือนกันนะครับ ส่วนมากเข้ามาดูเฉยๆ ไม่ค่อยตอบ ถ้าตอบก็ใช้รหัสของไมค์ แต่ผมเพิ่งมารู้จักห้องกลอนไม่นานมานี้ ส่วนมากผมจะอยู่ที่ห้องวิทยาศาสตร์น่ะครับ
Mr.alone [Dek~Dod~Deaw ]
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1358 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 217 ดวง - โหวตเพิ่มดาว หุ ๆๆๆ เป็นปริศนาน่าหาคำตอบแหะ ว่าแต่แต่งถึงไหนแล้วเจ้าค่ะ เรื่องกระต่ายป่ากับกับกบครับ ........เมื่อนั้น........................................โฉมนางรจนามารศรี เพ่งพิศเงาะป่าพนาลี..................................ท่วงทีกิริยาดูน่าชัง ผิวพรรณคล้ำดำดูต่ำต้อย.....................นุ่งผ้าผืนน้อยย้อมสีครั่ง ขี้มูกยืดหนาขี้ตากรัง................................ผมเผ้ารุงรังไม่น่าชม แต่ด้วยบุพเพสันนิวาส.........................บุญเก่าร่วมชาติเป็นคู่สม จึงมองเห็นเพชรในเปือกตม...................ใต้ร่างโสมมเป็นรูปทอง เพราะไม่ตัดสินแต่เปลือกนอก...รูปลักษณ์ลวงหลอกว่าหม่นหมอง แต่นางใช้จิตพินิจมอง.......................สอดส่องเห็นลึกถึงความดี รูปร่างหน้าตาแม้นงามหรู..........................ไม่อาจอยู่ยืนยงคงที่ ผ่านกาลนานไปกายที่มี...................ย่อมเสื่อมศรีสูญสง่าชราลง ความดีมีอยู่ไม่รู้หาย.........................แม้นกายดับชนไม่ลืมหลง ทนทานอยู่ยั้งอย่างยืนยง...............ไม่ปลดปลงตามกายสลายลา ครั้นเวลาสายัณห์ตะวันลับ หิ่งห้อยจับลำพูดูไสว เหมือนพลอยเพชรเม็ดมณีศรีประไพ แลวิไลยามมืดไม่จืดตา อ้ายงูเห่าเจ้ากรรมตัวดำด้อย เห็นหิ่งห้อยดุจดาวพราวพฤกษา จึงพ่นพิษสุดแรงแผลงเดชา ดวงดาราหิ่งห้อยร่อยบรรลัย อ้ายปูนาตาพองมันร้องถาม เขาก่อความขุ่นเคืองเจ้าเรื่องไหน อ้ายงูเห่าเล่าเรื่องที่เคืองใจ มันสุกใสกว่าฉันเท่านั้นเอง ------------------------------------------------------------ ขอโทษคุณศรา_อีปราสนะครับ ที่ไม่ได้มาพิมพ์ต่อให้ ในเช้าวันวันหนึ่ง.....มีฝูงผึ้งบินร่อนมา ฝูงผึ้งต่อยเจ้าปลา...เจ้าปลาน้อยร้องโฮโฮ เจ้าปลาไปฟ้องโทษ.เพราะโกรธาผึ้งโหดต่อย เจ้าปลานั้นไม่ปล่อย.เจ้าพวกผึ้งจอมยโส ท่านเทวะได้เสก......ใช้ยุทธเวทย์เสกให้ผึ้ง เหล็กผึ้งนั้นตืดตึง.....ต่อยครั้งเดียวแล้วก็ตาย ![]() จากน้ำย่ำหญ้าคา.......แล้วพาเพลินระเหินใจ พลันมีเจ้าโคยักษ์.......เหยียบดังปั๊กกบไส้ไหล(เอื้อก!) เหลืออยู่หนึ่งตัวไซร้....รีบวิ่งไปฟ้องมารดา บอกแม่พี่น้องสิ้น........นั่งพูดรินพร้อมน้ำตา ยักษ์ใหญ่ไล่เหยียบมา.ฆ่าพี่น้องแลผองพันธุ์ แม่ถามตัวอะไร..........มาฆ่าได้ไม่เว้นกัน ลูกไม่รู้จักมัน.............บอกว่าใหญ่ใหญ่มากเลย แม่กบจึงพองลม.........จนตัวกลมใหญ่จริงเอย มากไปจนเกินเลย.......ระเบิดตูมแตกตายพลัน
Mr.alone [Dek~Dod~Deaw ]
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1358 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 217 ดวง - โหวตเพิ่มดาว มาให้กำลังใจครับ คุณยายไปดูหนัง วันนี้คุณยาย จะไปดูหนัง เตรียมเสื่อไปนั่ง ดูหนังขายยา เขาฉายที่วัด เขานัดหัวค่ำ ยายแกก็จำ กำหนดเวลา ผัดหน้าหวีหัว แต่งตัวแต่วัน เตรียมหมากตะบัน ไม่ชักไม่ช้า คว้าย่ามใบเก่า ไม้เท้าไม้หลัก แล้วยิ้มพยัก ชักชวนคุณตา "เขาให้ดูเปล่า ไม่เอากะตังค์ แกไม่ไปมั่ง หรืออย่างไรหวา" ตาสูบยาเส้น เย็นใจหงิมหงิม แล้วพูดยิ้มยิ้ม กับคุณยายว่า "เขาให้ดูเปล่า ไม่เอาสักอัฐ ก็แปลกชะมัด ไม่จริงหรอกหวา" ยายชักขุ่นขุ่น เมื่อคุณตาขัด หันก้นสะบัด ไม่พูดไม่จา คุณยายไปวัด อึดอัดในอก หรือมันโกหก อย่างที่ตาว่า แต่พอถามไถ่ ใครใครก็บอก "ไม่เสียเงินหรอก ดูหนังขายยา" แกก็กระหยิ่ม กระยิ้มกระย่อง ไม้เท้าก้าวคล่อง เดินไปวัดวา ไปถึงหน้าจอ พอพลบพอค่ำ ยายแกก็ตำ- หมากรอเวลา พอคนคับคั่ง หนังก็เริ่มฉาย หนังข่าวมากมาย หนังฝรั่งมังค่า การ์ตูนคุณหนู มวยบู๊คุณพ่อ เขาตัดเขาต่อ มาพอหรรษา ครั้นรวมคนนิ่ง ทั้งหญิงทั้งชาย เขาก็หยุดฉาย ทักทายพูดจา เขาเป็นกันเอง เขาเก่งโน้มน้าว คนหนุ่มคนสาว ผู้เฒ่าชรา มีหนังดีดี มียามีหยูก ราคาถูกถูก มาฝากยายย่า "ปวดกระเบนเหน็บ เจ็บบั้นเอวยอก หัวเข่าหัวศอก ยึดเส้นเอ็นชา จะลุกก็คราง จะนั่งก็โอย เด็กตานขโมย หญิงระดูไม่มา" เขาช่างรู้ใจ โรคภัยไข้เจ็บ เรื่องยอกเรื่องเหน็บ เรื่องเส้นเอ็นชา คุณยายว่า "ข้า ก็ชาก็ปวด ขายให้สักขวด อ้ออีกขวดฝากตา" เงินจากห่อหมาก กลิ่นหมากอับอับ ยายคลี่ยายนับ ช้าช้าช้าช้า หนังเขาสนุก มีสุขมีโศก น้ำตายายโชก ชุ่มผ้าเช็ดหน้า บางตอนหยุดพัก เขาชักชวนชม ยาหม่องยาดม ซื้อยาแถมยา เขาพูดตลก ถูกอกถูกใจ เขาเสนออะไร ยายก็ซื้อมา กลับจากดูหนัง พะรังพะรุง หอบเสื่อหิ้วถุง ย่ามหมากถุงยา พอถึงชานเรือน แกเอื้อนแกปลุก ให้คุณตาลุก ชมหยูกชมยา "นี่แน่ะตาเอ้ย แกเคยเจ็บปวด ให้ข้าบีบนวด ตามข้อตามขา ปวดกระเบนเหน็บ เจ็บบั้นเอวยอก หัวเข่าหัวศอก ยึดเส้นเอ็นชา นี่ยาเขาแน่ แก้เจ็บแก้ปวด ไม่ต้องบีบนวด อีกแล้วละตา" คุณตายิ้มยิ้ม หงิมหงิมเงียบเงียบ แล้วพูดเรียบเรียบ กับคุณยายว่า "เอ้อแปลกนะหนัง กะตังค์ไม่เอา แถมยาให้เปล่า มาอีกหรือหวา มันแก้โรคภัย ได้อย่างว่าจริง ไม่หลอกเหมือนลิง ก็ดีจริงยายจ๋า" ตาคิดอะไร ยายหรือจะไม่รู้ ฟังคำแล้วหู ของยายก็ชา จะยิ้มก็เขิน จะเอิ้นก็อาย ยายมุดมุ้งยาย หลบสายตาตา ลืมบอกไปครับ คนแต่งชื่อ 'ศิวกานท์ ปทุมสูติ' ![]()
Mr.alone [Dek~Dod~Deaw ]
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1358 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 217 ดวง - โหวตเพิ่มดาว สนุกดีครับ ยิ่งโดยเฉพาะอักษรอย่างที่คุณโดดเดี่ยวว่า 'น้อย' ป่วย วันนี้น้อยป่วย ปวดหัวตัวร้อน ถอดเสื้อล่อนจ้อน นอนบนหมอนข้าง น้อยร้องครางคราง กินยาและนอนหลับ คุณแม่คอยรับ เมื่อน้อยตกหมอน น้อยนั้นฝันว่า ตัวข้ายิ่งใหญ่ น้อยฝันเรื่อยไป น้อยฝันเรื่อยเปื่อย น้อยฝันเฉื่อยเฉื่อย เรื่อยเปื่อยไปทั่ว เอาแต่คิดมั่ว ว่าตัวเองฝัน คุณแม่รู้ทัน นอนหลับด้วยคน ใจหายกายตน ปะปนผสมใจ แม่ไปเตือนน้อย อย่าคิดเรื่อยเปลื่อย ถ้าฝันเฉื่อยเฉื่อย เรื่อยเรื่อยมั่วซั่ว น้อยนั้นกลัวตาย มิใช่อย่างนั้นหรือ น้อยคิดฝึกปรือ ทางกายและใจ น้อยตื่นมาได้ เดินไปหาหมอ หมอพูดกับพ่อ "ไม่เป็นอะไรแล้ว" สุดยอดเลยเจ้าค่ะ สนุกดี เจ้าค่ะ เป็นกลอน 4 ใช่รึไม่เจ้าค่ะ ใช่ครับ วิชาการห้องกลอน วิชาการห้องกลอน............มีคนสอนแต่งมากมาย สมาชิกหลากหลาย...........ฝึกจนตายไม่เคยเมื่อย ซุปเปอร์โนวาบอย............เก่งเหมือนพลอยไม่เคยเหนื่อย ฝึกแต่งไปเรื่อยเรื่อย.........จะว่าเฉื่อยก็ไม่ได้ นพบุราดิศร...................กล้าการกลอนใครต่อใคร เก่งจริงฝึกต่อไป.............ทุกคนไม่ฤษยา บิ๊กลอร์เก่งจริงเอ๋ย..........ไม่เคยเฉยต่อลำบาก นิทานกลอนมีมาก...........เรื่องควากควากสนุกจริง โบตั๋นสีชานั้น.................แต่งไปพลันเร็วเหมือนลิง (ไม่ได้ว่านะครับ) จิตนั้นไม่ประวิง..............ไม่เคยนิ่งต่อลำบาก ยังมีอีกหลายคน............เก่งปะปนกันหนักหนา จูนู จูโมมา....................นาตะวันนายรอบรู้ นอกนั้นยังมีมาก............ไม่ลำบากเลยหนอครู สอนให้เรารอบรู้............สมเป็นครูครูของเรา พระสุนทรท่านเก่งกาจ....ท่านสามารถจงอย่าเผา กวีอย่ามัวเมา...............โปรดจงเฝ้าผลงานต่อไป ตามอรรถชัดเจนมาก.............กวีวากย์ที่ฝากกลอน เล่นบทรสสุนทร...................ยกย่องชื่อให้ลือนาม ตัวท่านประพันธ์กาพย์...........จิระตราบพยายาม รสเพราะเสนาะงาม................นิติแบบกระบวนดี อันว่าบรรดาผู้......................ประลุสู่ ณ สุธี ย่อมเก่งเชลงมี....................มิติอัศจรรย์โชว์ ดุจเหมือนกาพย์ของท่าน.......สุดตระการนะจูโม รสเป็นเช่นอาโป..................ชโลมจิตสนิทแด |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |