|
นิทานกลอน
โพสต์เมื่อ:
19:16 วันที่ 7 ก.ย. 2550 ชมแล้ว:
25,840
ตอบแล้ว:
93
วิชาการ.คอม > พักผ่อนหย่อนใจ
วิชาการ.คอม > พักผ่อนหย่อนใจ > สาระขัน วิชาการ.คอม > พักผ่อนหย่อนใจ > แต่งกลอน
ตอนนี้ขอตั้งกระทู้รอไว้ก่อนนะครับ เพราะผมเอาไอเดียนี้มาจากคุณโบตั๋นสีชา
อันห้องกลอนกวีศรีสยาม เราน้อมนำคำกลอนอักษรศิลป์ มาสร้างสรรค์ปันไปให้ยลยิน เราทั้งสิ้นอาจหาญการกวี ทั้งท่านนพบุราดิศรเอก เก่งกาจเฉกสุนทรภู่ผู้ผ่องศรี นายรอบรู้ผู้มาใหม่ก็ดูดี ปัญญานี้ลำเลิศประเสริฐนา ท่านจูโมเห็นโล้เล่นเฟ้นกลอนอยู่ ท่านโปรดดูฝีมือนิยายหนา มิเป็นรองสองใครคนไหนนา สหายข้าจูนูรู้จักกัน คุณศรา_อิปราสก็ใช้ย่อย ท่านนั้นค่อยเข้ามาว่าขยัน มีความรู้อันใดได้มาปัน ดูคล้ายท่านบิ๊กลอร์ชำนาญการ มีบางท่านนั้นมีความรู้นัก บางคราวมักมาหามาสังสรรค์ ท่านจิตแผ้วผู้กล้าวิชาการ อีกหนึ่งท่านอาจารย์แขชนะไง ผู้หายไปมากมายเกินจะนับ เกินจะนับได้หมดอย่างสดใส แต่ผู้ที่ฝากฝีมือระบือไกล นั้นก็ได้ดังนี่นะพี่ยา ท่านลูกหว้าว่าหายไปนานนัก นาตะวันท่านจักไปอยู่ไหน ท่านซาลาสแว๊บมาและแว๊บไป เสียงเปียโนเหงาใจใต้แสงเทียน โอ้พูดมาลืมอยู่ผู้คนหนึ่ง คนที่ซึ่งเป็นคนก่นและเขียน คนที่คอยเข้ามาศึกษาเรียน มาแวะเวียนคือข้าอโลนเอง
Mr.alone [Dek~Dod~Deaw ]
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1358 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 217 ดวง - โหวตเพิ่มดาว Mr.alone [Dek~Dod~Deaw ] โอ้พูดมาลืมอยู่ผู้คนหนึ่ง คนที่ซึ่งเป็นคนก่นและเขียน คนที่คอยเข้ามาศึกษาเรียน มาแวะเวียนคือท่านอโลนนั้น ท่านอโลนฝืมือใช่ว่าด้อย ไม่เหม่อลอยคิดมักจักสร้างสรรค์ สามารถสูงไปทั่วประจักษ์พลัน ท่านได้ปันกลอนมานานแต่กาลเดิม แว๊ก ลืมไปหนึ่งท่าน ท่านโบตั๋นหาย แง๊ คุณนะจากับหนูนินาด้วย
Mr.alone [Dek~Dod~Deaw ]
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1358 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 217 ดวง - โหวตเพิ่มดาว มีสองขาหากินในถิ่นเก่า ลุกน้อยเจ้าเรียงรายป่ายซ้ายขวา เคล้าเคลียแข้งขวาซ้ายอยู่ไปมา เจ้าค้นหาหนอนตัวใหญ่ให้ลูกกิน เป็นสุขดีที่ได้เกิดในบ้านอุ่น เค้าค้ำจุนสืบไปไม่มีสิ้น แม้ว่าข้าวในหม้อไม่พอกิน ไม่ถวิลยังสุขกายทั้งยายตา มาวันหนึ่งมีธุดงค์มาทรงกลด ประนมนตกราบไหว้ที่ชายหญ้า พระคุณเจ้าเรานี้มีเมตตา แสดงธรรมล้ำค่าพาชื่นใจ ถึงยามเย็นตายายก่ายหน้าผาก ถึงความยากอาหารเช้าหามีไม่ มาคิดดูรู้ว่าพระจะไปไกล ต้องถวายฉันท์เช้าราวหกโมง สองตายายปรึกษาหาทางออก ไม่ต้องบอกเห็นทางสว่างโล่ง ต้องเชือดไก่ให้ทันก่อนหกโมง นอนคลุมโปงกอดก่ายสบายแฮ ฝ่ายแม่ไก้ได้ยินแทบดิ้นดับ อาทิตย์ลับแล้วขึ้นใหม่ข้อยตายแน่ ต้องรีบหนีไม่พลีกายให้เหลียวแล ยังมีแต่มีคำคิดสกิดใจ โอ้วะเหวยเคยอยู่เป็นอู่ข้าว ต้องถึงคราวดับดิ้นสิ้นตักษัย ต้องตอบแทนผู้มีคุณอุ่นฤทัย ที่เลี้ยงให้เติบโตโอ้ว่าเรา จะเสียชีพพลีให้ไม่เสียสัตย์ จิตกระหวัดถึงลูกน้อยที่คอยเฝ้า ใครจะเลี้ยงใครจะป้องให้นงเยาว์ ใครจะเป่าป้องภัยให้ลูกยา แม่ไก่น้อยค่อยเรียกลูกมาโอบอุ้ม กางปีกคลุมตัวส่ายสายตาพร่า เรียกลูกน้อยค่อยสั่งสอนอีกหนึ่งครา ว่าจงอย่าทะเลาะกันแม่หวั่นใจ พรุ่งนี้แล้วแก้วตาแม่ลาจาก ต้องจำพรากยากจะหลีกเลี่ยงได้ แม่ต้องทดแทนคุณรุ่นเยาว์วัย ตายายให้ไออุ่นพระคุณนอง ี่เจ้าตัวโตต้องปกปักและรักษา เจ้าเล็กกว่าก็ต้องช่วยด้วยสมอง เจ้าสาม สี่ และ ห้า อย่า คนอง ช่วยคุ้มครองเจ้าหกเดี๋ยวนกกิน คนสุดท้องอย่าร้องเรียงเสียงดังนัก มีพยัค รอบกายไม่หมดสิ้น ไม่ได้อยู่ดูพวกเจ้าเฝ้าโบยบิน อย่าทิ้งถิ่นไปไกลเดี๋ยวภัยมา จงรักกันดูแลกันทุกวันด้วย จงร่วมช่วยร่วมแลแก้ปัญหา จะหนักนิดเบาไปไม่คนา จะเติบกล้าต้องรักกันให้มั่นคง วันนี้เหนื่อยเรื่อยเปื่อยไปคงไม่จบ โดนสยบ หนู ปริ ปราง มานั่งจ้อง ไปได้แล้วหมดเวลาอย่าคนอง หนูจะครองคอมต่อพ่ออย่าเยื้อ......แหะๆๆๆ ไปก็ได้ ลูกไก่ทั้งเจ็ด เหมือนถูกเด็ดดวงใจ กระโดดเข้ากองไฟ ตายตามแม่ไก่ดังกล่าว ด้วยอาณิสงค์อันประเสริฐ ลูกไก่ไปเกิดเป็นมนุษย์ต่างดาว เตร๊ง..เตรง..เตร่ง..เตร๊ง ไฟไหม้หอยแมงภู่ ไม่รู้จะทำยังไง
Mr.alone [Dek~Dod~Deaw ]
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1358 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 217 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ขอบคุณสำหรับนิทานกลอนฮับ คุณ xx คุณโบตั๋นกับคุณ alone เพิ่งมาใหม่เหรอฮับ สองเดือนก่อนผมมาอ่านกลอนบ่อยฮับ แต่ไม่เคยได้ยินชื่อคุณสองคนเลยนะฮับ ได้ยินแต่จูโม กับ นพบุราฯฮับ ผมฮับ (IP:202.5.87.131) กระผมเคยเป็นสัมภเวสีแห่งห้องวิชาการนี่แหละครับ ลอยละล่องจนมาเจอกันห้องกลอน เลยมาสิงสถิตชั่วนิรันด์เลย
Mr.alone [Dek~Dod~Deaw ]
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1358 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 217 ดวง - โหวตเพิ่มดาว แด่ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 (ท่าน ผมฮับ) พึ่งเข้ามาใหม่เจ้าค่ะ อืม...น่าจะครบได้ 2 เดือนแล้วมั้งเจ้าค่ะ ไม่ค่อยแน่ใจ (แต่คงเข้ามาไม่ค่อยบ่อยนะเจ้าค่ะ ช่วงนี้งามยุ่งมากมายเจ้าค่ะ ข้าน้อยเป็นเพียงสตรี..... นักกวีฝึกหัดกลอน มีใจรักและใฝ่ปอง..... อยากช่ำชองกวีศิลป์ วันหนึ่งนั้นท่องเที่ยวไป..... ในเว็บไซทั่วแผ่นดิน "วิชาการ"พลันได้ยิน..... รีบโบยบินเข้ามาชม ครั้งแรกนั้นพบห้องกลอน..... ท่านช่วยสอนอย่าสุขสม แต่งกลอนได้สุขอารมณ์..... ทั้งคำคมไพเราะใจ ได้พบเพื่อนมากมายนัก..... พวกเขารักกลอนไฉน เขียนบทกลอนจากหทัย..... แต่งกลอนไปสนุกดี ............................................................................. ขอฝากไว้นะเจ้าค่ะ นิทานกลอน เรื่องกระต่ายกับเต่า ลองฝึกดูนะเจ้าค่ะ ไงก็ขอความกรุณาด้วนเจ้าค่ะ ป.ล. ภาค 2 ตอนกระต่ายกับหอยทาก (สนุกแน่นอนเจ้าค่ะ คุคุคุ) เข้ามาอ่านดูซิเจ้าค่ะ ที่... http://www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php?aid=32507 ![]()
Mr.alone [Dek~Dod~Deaw ]
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1358 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 217 ดวง - โหวตเพิ่มดาว เฟ้นคำพูดสูตรหวานปานน้ำทิพย์ ชโลมหยิบยื่นจิตวินิจฉัย มอบคารมคมคายสหายใน วิชาการเกริกไกรไวกูณฐ์กานท์ หนึ่งท่านบิ๊กลอร์นี้ผู้มีหลัก เป็นอาลักษณ์อักษรกลอนสุขศานต์ เลิศวจีมีแง่แลพิจารณ์ สุดตระการกำจิตสนิทใจ สองอาจารย์จิตแผ้วแว่วเสียงหวาน ปรุงกลอนกานท์ด้วยจิตวินิจฉัย ทันต่อโลกทันต่อเหตุชี้เภทภัย กระบวนความงามประไพไม่อาจเทียม สามท่านแขชนะสุดจะพูด ยากพิสูจน์ว่าท่านนั้นเก่งเยี่ยม นำความรู้ชูกมลบันดลเตรียม รสเสงี่ยมเงาธรรมมีค้ำชู สี่อาจารย์นิรันดร์ประพันธ์ถ้อย ได้เรียงร้อยเล่าเรื่องประเทืองหรู ใดที่ผิดแบบกระบวนท่านชวนดู ชี้ให้รู้สองแง่แล้วแต่มอง ห้าจูโมโก้แท้กลอนแลสวย กาพย์เก่งด้วยได้ประพันธ์กันทั้งสอง จรุงพากย์เพียงหวังดั่งใจปอง ว่าชนผองไทยจักรักแผ่นดิน หกโดดเดี่ยวฯ ชื่อนี้มีเบื้องหลัง เป็นเหมื่อดั่งโนวาอาลักษณ์ศิลป์ ทั้งกลอนโคลงโยงเสียงดั่งเพียงพิณ สุดถวิลดำริของนิยาย เจ็ดศรา ฯ อาลักษณ์ประจักษ์จิต ยามลิขิตเขียนกลอนกลอนสมหมาย หวังเพียงสื่อเรื่องจริงให้หญิงชาย ละอบายเร่งสร้างแต่ทางบุญ แปดโบตั๋นต้องพูดพิสูจน์ว่า เรื่องภาษาอักขระปานกระสุน แต่งได้ดีเร็วแท้มีแต่คุณ มักคอยชุนช่วยสอนเป็นกลอนวรรณ เก้าตัวคือนายรอบรู้ดูเก่งแท้ สนิทแดใครเห็นเป็นสุขสันต์ ช่างอ่อนน้อมถ่อมตนกมลปัน มักประพันธ์กลอนดีไม่มีภัย ที่กล่าวไปยังไม่ครบคำรบหมด ผ่านทางพจน์รสคำคงไม่ไหว ใดที่ยังพลั้งพลาดขออภัย แต่อย่างไรชื่อท่านยังตราตรึง อันขยมสมชื่อระบือบ้าง ได้คอยสร้างเสียงกลอนหวังวอนถึง มอบความรักด้วยจิตสนิทจึง ได้ทะลึ่งกล่าวนามท่านตามนี้ เหมือนหิ่งห้อยน้อยแข่งแห่งศศิ ทำเหมือนริอาจเอื่อมให้เสื่อมศรี แม้ว่าบทรสความไม่งามดี ตัวผมมีหนึ่งคำย้ำ "อภัย" ![]() -------------------------------------------------------------- สิบคือนพบุรา ฯ ผู้สามารถ กวีวาทองอาจกลอนอักษรศิลป์ ฝีมือข้าเทียบท่านนั้นติดดิน รวยระรินบทกวีศรีแห่งไทย พระสุนทรกลอนเอกท่านเสกสรร ท่านผู้นั้นเก่งกาจอาจใช่ไหม คำตอบนั้นคือใช่มิใช่ใด เราคนไทยเคารพนบน้อมเอย คำประพันธ์ของไทยไพเราะหู ได้เชิดชูชาติไว้ให้คงมั่น แบบกระบวนชวนให้ใจประพันธ์ ร่ายโคลงฉันท์กาพย์กลอนลิลิตมี ท่านจูโมมั่นมาดประภาษกาพย์ ตั้งแต่ตราบมีเวปให้เสพย์สรรค์ กาพย์มีแง่แลดูที่หรูนั้น ต่างประพันธ์สอนไว้ให้คิดตาม อย่าถ่อมตนว่าตัวให้กลั้วต่ำ ตัวท่านล้ำเลิศแท้แลไสว เป็นอาลักษณ์นักเลงแต่เกรงใจ กาพย์ประไพสื่อเสียงดั่งเพียงพิณ ขออนุญาตนำเข้าเรื่องครับ เพราะผมทำให้ทุกคนเบี่ยงเบนออกนอกวิถีระบบสุริยะ ตู้ม ! กลับมาถึงโลกแล้ว ------------------------------------------------------------------------------------------------ มีเรื่องเล่าเศร้ามากมาบอกเล่า พลูโตเมาในกามชั่วหญิงยั่วยุ่ง นักวิทยาศาสตร์รวมหัวมุง ร่วมประชุงกล่าวโทษพลูโตน้อย "เจ้าพลูโตไม่สมควรเป็นดาวเอก เราจะร่วมสรรเสกไล่มันถอย" เจ้าพลูโตอหังการมากนับร้อย ไม่เคยถอยถอยไปจากใจจริง "ต้องเอาจริงจริงแล้วมันไม่แคล้ว" วิทย์เรียงแถวไล่ไปไม่ให้สิง จนพลูโตมีจิตคิดประวิง ร้องเหมือนลิงล่าถอยร่อยออกไป ท่านเนปจูนกล่าวเตือนเสมือนสอน "อย่าใจร้อนจงผ่อนผัน อย่ามิให้- ผู้ใดนั้นมาทำลาย" กล่าวเสร็จไป ก็จำใจจำลาพลันกลับไปเดิม ดาวพลูโตโอหังแต่ครั้งไหน จึงขับไล่ไส่สงให้ลงถอย น่าสงสารเจ้าสกาวดาวน้อยน้อย ต้องชม้อยมองดูเขาอยู่กัน ![]() ตอนแรกก็ตกใจครับ ( นึกว่าว่าผม ) แต่....อย่าว่าตัวเองเลยครับ 49. พลูโตไม่มีชีวิต และออกจากระบบ ไปตั้งแต่ 24 ส.ค50 เป็นดาวจะร้องเป็นลิงได้ไง และจะมั่วกามได้ไงตลกมาก อ่านแล้วน่าจะเอาไปไว้กระทู้ กลอนตลกขำฟันหลุดนะ คนคงฮากันตรึม 55++++ ดีดี (IP:222.123.23.20) |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |