|
ทำไมคุณจึงเรียนคณิตศาสตร์
โพสต์เมื่อ:
09:20 วันที่ 12 ก.ย. 2550 ชมแล้ว:
3,540
ตอบแล้ว:
29
อยากทราบว่าทุกๆท่านมีเหตุผลอะไรกันบ้างที่มาเรียนคณิตศาสตร์
โดยเฉพาะครู อาจารย์ นักวิจัย นักศึกษาที่อยู่สาขาคณิตศาสตร์ จำนวน 27 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2| คงเป็นเพราะคณิตศาสตร์เป็นศาสตร์ที่รอการค้นพบและพิสูจน์ ดูลึกลับและน่าสนใจทีจะเข้าไปศึกษาและค้นคว้ามั้งคะ ความจริงคณิตศาสตร์ เป็นเรื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การนับและทอนตัง การนับจำนวนสินค้าที่ซื้อขาย ต่อภายหลังจึงใช้วิชาคณิตศาสตร์ในการจำลองการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์ ปัจจุบันใช้เป็นแบบจำลองในทางดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ ฯลฯ ล้วนแต่น่าท้าทายทั้งนั้น ความชอบ/ใจรัก ความสนใจ ความถนัด และความเข้าใจหรือทัศนคติที่ดีที่มีต่อคณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากๆและมีประโยชน์อย่างมากในการพัฒนาเทคโนโลยี และด้านอื่นๆอีกมากมาย ผมเองก็ชอบมากๆครับโดยเฉพาะโจทย์ยากๆพวก ฟังก์ชันต่างๆเช่น ฟังก์ชันแบบ1ต่อ1 ฟังก์ชันจาก A ไป B เป็นต้นครับ กลศาสตร์ piutonium1234 (IP:222.123.47.102) ผมไม่ได้เป็นทั้งครู อาจารย์ นักวิจัย หรือนักศึกษาที่อยู่สาขาคณิตศาสตร์ แต่สาขาวิชาที่ผมเรียนนั้นใช้วิชาคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาที่ผมมองว่า มันไม่น่าจะนำมาใช้แก้ปัญหาแบบนี้ได้นะ...แต่ก็ทำได้ ทฤษฎีบทต่างๆในคณิตศาสตร์ขั้นสูงก็มีพื้นฐานที่มาจากคณิตศาสตร์พื้นๆนี่เอง ดังนั้น เหตุผลที่ผมสนใจที่จะเรียนคณิตศาสตร์ก็คือ -โดนบังคับ -____-' -ถึงจะไม่โดนบังคับก็ตาม สิ่งต่างๆในวิชานี้ก็มีน่าอัศจรรย์อยู่ในตัวมันอยู่แล้ว และนี่เองที่ทำให้ผมสนใจที่จะศึกษาเพิ่มเติม ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้สามารถอธิบายได้ด้วยคณิตศาสตร์ top (IP:124.120.4.23) ผมนิสิตคณะวิทยาศาสตร์ เอกคณิตศาสตร์ ปี1 เรียนคณิตศาสตร์เพราะรักคณิตศาสตร์ครับ เหตุผลง่ายๆที่เข้าใจได้ทันทีหลังอ่านจบ dosaku (IP:161.200.255.162) ผมเรียนเพราะมันเป็นหลักสูตร ผมเรียนไปก็ไม่ได้ใช้(บวก ลบ คูณ หาร เป็นก็พอแล้วว่ามั๊ย) ผมอยากรู้จิงๆว่าเรียนไปมันได้ใช้รึเปล่า เช่น เรียนระบบจำนวนจริงไปจะใช้กับคนค้าขายได้รึเปล่า งงงงงจิงๆนะครับ แล้วอีกพวกวิชาฟิสิกส์นี่อีก เรียนไปได้ใช้รึเปล่า คณิตศาสตร์ก็เป็นภาษาๆหนึ่งแหละครับ เหมือนๆพวกภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส ไทย สเปน และอีกมากมาย นั่นแหละ ผมชอบตรงที่มันเป็นภาษาที่ต้องใช้เหตุผล คณิตศาสตร์เป็นภาษาสากลใช้กันทั้งโลก น่าทึ่งไหมหล่ะ !คณิตศาสตร์เป็นภาษาที่ใช้อธิบายธรรมชาติได้ด้วยโดยการเขียนสมการไม่กี่ตัว เท่ห์ม๊ากมาก... ชีวิตประจำวันเราก็อยู่แต่กับคณิตศาสตร์ ตั้งแต่ออกจากบ้านก็ต้องคิดแล้วว่าต้องจ่ายค่ารถเท่าไร แล้วจะหรือเงินในกระเป๋าเท่าไร ซื้อข้าวก็ต้องคิดแล้วแม่ค้าจะต้องทอนเงินเราเท่าไร หรือแม้แต่ของใช้ในชีวิตก็เป็นผลิตผลจากคณิตศาสตร์ทั้งนั้นแหละครับ ไม่ว่าจะเป็น บ้านที่เราอยู่ ตึกที่เราเรียนและทำงาน ก็ต้องมีการคำนวณเพื่อไม่ให้พัง ใช้ทั้งเวกเตอร์ และตรีโกณมิติ(ที่หลายคนไม่ชอบนั้นแหละ) และยังมีผลิตผลอีกมากมายที่ต้องใช้คณิตศาสตร์ เช่นไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ เห็นแล้วใช่ไหมครับว่าคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่น่าทึ่งขนาดไหน แล้วยังงี้่จะไม่ให้ผมรักมันได้ยังไงหล่ะ witchtuya (IP:58.8.4.138) หลายอย่างๆ เราได้ใช้ เพราะเรา "ซื้อ" เขา แล้วเอามาใช้ เราไม่ได้ทำเอง (เงินที่ซื้อบางทีก็ไม่ได้หามาเอง) ถ้าเรารู้ว่าในชีวิตอีก 10 - 60 ปีข้างหน้าเราจะเจออะไรบ้าง ก็คงจะรู้ได้ว่า ต้องเรียนอะไรบ้าง แต่เมื่อไม่รู้ ก็จำต้องเรียนทักษะพื้นฐานที่จำเป็นไว้จำนวนหนึ่ง ถ้าพูดกันตรงๆแล้ว มีเรื่องเหลวไหลไร้สาระเน้นบันเทิงมากมายที่เราไปเรียนรู้มัน ลองถามเราดูซิว่า สิ่งที่ไม่ค่อยจะมีสาระเหล่านี้ มันได้ใช้อะไร มันมีประโยชน์อะไรในชีวิตของเรา เป็นวิชาที่ไม่ต้องท่องจำ ใช้ทักษะ สมอง ทำความเข้าใจ ตอบความคิดเห็นที่ 8 F[P] Tanan Thanyawat ผมไม่เถียงคุณหรอกนะครับว่าคุณไม่ได้ใช้ แต่แค่อยากบอกว่าคุณไม่ได้ใช้มันตรงๆ คุณใช้ผลประโยชน์ของมัน หรือผลพลอยได้ อย่างเช่นเทคโนโลยีที่คุณใช้ปัจจุบันล้วนแล้วแต่เกิดมาจากพื้นฐานทางคณิตศาสตร์แทบทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น เรื่องเกี่ยวกับเครื่องซักผ้า ก็ใช้ระบบ fuzzy control หรือ fuzzy logic ถ้าไม่มีระบบนี้ เครื่องซักผ้าของคุณจะจัดการตัวเองไม่ได้เลย ผมยกตัวอย่างนี้ขึ้นมาเพราะว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้(ลองไปอ่านในเอกสารประกอบเครือ่งซักผ้าดูนะครับจะบอกว่าใช้ fuzzy control ) คุณใช้มือถือนั่นก็ใช่ ถ้าไม่มีคณิตศาสตร์ ก็ไม่มีมือถือ ไม่มี TV ไม่มีตู้เย็น ไม่มีลิฟต์ที่จอดให้ตรงกับชั้นที่คุณต้องการ ถ้าให้เปรียบโลกนี้เป็นตึก คณิตศาสตร์ก็คือปูนซีเมนต์ และเช่นเดียวกัน ก็ต้องมีสิ่งอื่นควบคู่ไปด้วยหลายๆสิ่งในตึก โลกเราจึงมีศาสตร์หลายแขนงควบคู่กัน ถ้ามองภาพว่าเรายืนอยู่เกาะร้าง ก็เปรียบคณิตศาสตร์เป็นขั้นบันไดเล็กๆที่ต้องค่อยๆพัฒนา ค่อยๆต่อให้บันไดยาวขึ้นนำเราไปสู่โลกภายนอก อีกอย่างที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ พัฒนากระบวนการคิด ทำให้เราหัดคิดอย่างมีเหตุมีผล เป็นขั้นเป็นตอน และที่สำคัญยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นภายใต้เหตุผล ยังมีอีกเยอะครับ วันนี้พอแค่นี้ครับ นักรบ idin (IP:202.28.77.31) ถึงความคิดเห็นที่ 8 คณิดศาสตร์เป็นวิชาที่คัดคนโง่ คุณจะไม่ได้ใ้ช้มันตรงๆแต่คนจะได้ใช้มันทั้งหมดในทางวิทยาศาสตร์ คณิตสาสตร์จะมีวิธีคิดหาคำตอบของมันออกมา คุณจะได้ใช้ในทางวิทยาศาสตร์ เช่น คุณอยากเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ คุณก็ต้องเรียน วิชาเอกฟิสิกส์ โทคณิต ซึ่งเป็นวิชาบังคับ บ้านที่คุณอยู่ ณ ตอนนี้ก็ยังมีคณิตศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยการคำนวณในทางฟิสิกส์ และต้องมีระบบรักษาความปอดภัย คุณเรียนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ คุณก็ต้องเก่งคณิตศาสตร์์ คุณต้องมองให้กว้าง ***คนเก่ง มักเรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเอง ***คนฉลาด มักเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น ******คุณเป็นคนหรือคนฉลาด ี่ผมเรียนคณิตศาสตร์ เพราะว่าผมชอบ ผมสนุกที่ได้ทำโจทย์คณิตศาสตร์ ผมจำได้ตอนเด็กๆ สิ่งที่ทำให้ผมชอบคณิตศาสตร์ ก็คือ ผมได้รับรู้ การสอนของคนที่ใช้หัวใจสอน ครูที่สอนให้ผม ท่องสูตรคูณ จนคล่องตอน ป.2 ตั้งแ่ต่ตอนนั้น ผมก็สนุกกับการเรียนคณิตศาสตร์ และผมก็จำไม่ได้ว่า ตอนไหนที่ไม่สนุกกับการเรียนคณิตศาสตร์ ถึงแม้ ผมไม่เคยรู้ว่า จะเรียนไปทำไม แต่ผมก้มีความสุขที่ได้เรียนคณิตศาสตร์ จบครับ คณิตศาสตร์คือความมันส์ครับ... ผมสนุกทุกทีที่เจอโจทย์ที่เราสุ้กับมันได้อย่างพอฟัดพอเหวี่ยง อีกอย่าง มันทำให้เรามีเหตุผล(พิสูจน์)และรับรู้ หรือคิดอะไรต่อมิอะไรได้เร็วและแม่นยำขึ้นครับ Vernus (IP:222.123.137.75) Math = Reason = Beautiful หารสังเคราะห์ภาษาอังกฤษใช้ว่าอะไรคะ pie (IP:203.209.95.67) ถ้าไม่เรียนคณิตศาสตร์ ฝันที่อยากเป็นหมอก็ได้แค่ฝัน ถึงมันจะยากอ่านะ แต่ก็จำเป็นมากกกกกก ไงก็ทำใจ ตอนม.ต้นหนุกดีนะ แต่มาม.ปลายเริ่มเครียดมาก สรุปแล้วมันจำเป็นอ่ะคับ มันเป็นบันไดขั้นสำคัญที่ต้องก้าวข้ามไปก่อน ให้ได้.. เพราะมันเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องเรีบยน เพื่อ**สอบ*** หลายคณะ หลายวิชา ต้องมีวิชานี้ทั้งนั้น แต่ในชีวิตจริง เมื่อเราเรียนจบออกมา ผ่านการสอบต่างๆหมดแล้ว เราก็ไม่ได้ใช้ตรีโกณ เซต พาราโบลา แคลคูลัส.... ที่ใช้ทุกวันก็แค่ บวก ลบ คูณ หาร เราคิดว่าที่เค้าให้เราเรียนเลขก็เพื่อเป็นการพัฒนาสมอง ให้คิดอย่างเป็นระบบ แล้วก็สมองจะได้พัฒนามากกว่านะ มองต่างมุม ก็คิดเห็นต่างกัน... ก็จริงอย่างที่คห.19ว่าไว้แหละครับ ที่ว่าเรียนจบไปแล้วเราก็ไม่ได้ตรีโกณ เซต พาราโบลา เคลคูลัส... ...นั่นขึ้นอยู่กับว่า...คนที่เรียนจบไปนั้น เขาจะไปประกอบอาชีพด้านไหน แม่ค้าปากตลาด...รู้แค่บวก ลบ คูณ หาร ก็เพียงพอแล้ว แต่...คุณรู้ไหมว่า... รูปร่างของจานดาวเทียม สอดคล้องกับสมการพาราโบลา...แม้กระทั่งเครื่องมือแพทย์บางอย่างก็อาศัยเรขาคณิตวิเคราะห์ในการออกแบบ นักกฎหมาย ยังต้องใช้ความรู้ทางตรรกศาสตร์ ซึ่งสัมพันธ์กับเรื่องเซตอีกทีหนึ่ง การคำนวณความสูงของอาคารบ้านเรือนที่พวกเราพักพึงอาศัยกันอยู่ ยังต้องอาศัยความรู้เรื่องตรีโกณฯ แม้แต่นักเศรษฐศาสตร์หรือนักบัญชีก็ยังต้องใช้แคลคูลัส... จำนวนเชิงซ้อนที่หลายๆคนไม่รู้จะเรียนไปทำไม กลับใช้แก้ปัญหาในทางวิศวกรรมไฟฟ้าได้อย่างดีเยี่ยม...ไม่อย่างนั้นคงไม่มีหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ให้ใช้กันจนถึงทุกวันนี้ ...................เพราะฉะนั้น ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะทำงานด้านไหนด้วยครับ |