‘แอสปาแตม’ ปลอดภัย

ข่าวดีสำหรับคนกลัวอ้วนมาแล้วครับ หากใครที่กำลังบริโภคอาหารที่ใส่สารให้ความหวาน แอสปาแตม แต่ยังตะขิดตะขวงใจ ลองมาดูข้อมูลนี้กันครับ
Science Daily- งานวิจัยเกี่ยวกับแอสปาแตมจำนวนมากบ่งชี้ให้เห็นว่าแอสปาแตมไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง พิษต่อระบบประสาทหรือปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆ เลยครับ
กว่า 500 รายงาน ซึ่งประกอบด้วยรายงานด้านพิษวิทยา การแพทย์และโรคระบาดในระดับพรีคลินิคตั้งแต่ปี 1970 จวบจนปัจจุบันที่ศึกษาเกี่ยวกับการใช้สารให้ความหวานในระดับเข้มข้น จากมหาวิทยาลัยกว่า 10 มหาวิทยาลัยออกมารับรองแล้วครับว่าแอสปาแตมปลอดภัยกับทุกเพศทุกวัยและทุกสภาพร่างกาย
งานนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Critical Reviews in Toxicology ฉบับเดือนกันยายน โดยได้รับเงินทุนจากบริษัทอะยิโนะโมะโต๊ะ เจ้าของแอสปาแตม
Bernadene Magnuson ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากมหาวิทยาลัยแห่งแมรีแลนด์ กล่าวว่า “ผู้บริโภคมักมีคำถามเรื่องความปลอดภัยของการใช้แอสปาแตมในสื่อและอินเตอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา โดยกลุ่มของเราได้ศึกษาและพยายามทำความเข้าใจจากรายงานทั้งหมดที่มีเนื่องจากมีผู้วิจัยมาแล้วเป็นจำนวนมาก”
แอสปาแตม
เป็นสารให้ความหวานที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ มีความหวานมากกว่าซูโครสถึง 200 เท่า และได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นสารให้ความหวานได้ เมื่อเปรียบเทียบน้ำหนักระหว่างแอสปาแตมกับซูโครสในปริมาณที่เท่ากันแอสปาแตมให้แคลอรีเท่าเทียมกับซูโครสครับแต่เราก็ใช้เพียงแค่เศษเสี้ยวของแอสปาแตมเพื่อให้หวานเท่าซูโครสจึงได้แคลอรีน้อยกว่ามาก แอสปาแตมได้รับการค้นพบโดยบังเอิญในปี 1965 ครับ ตั้งแต่นั้นมามันก็กลายเป็นสารให้ความหวานที่โด่งดัง อาหารและผลิตภัณฑ์ยากว่า 5,000 ชนิดมีมันเป็นส่วนผสมตั้งแต่เครื่องดื่มรสนุ่มจนถึงน้ำซอสปรุงรส
การบริโภคแอสปาแตม
ข้อมูลล่าสุดจากปี 2001-2002 จาก National Health and Nutrition Examination Surveys (NHANES) เพื่อสำรวจระดับแอสปาแตมสูงสุดที่ผู้คนเค้าบริโภคกัน
Magnuson กล่าวว่าแม้จะเป็นระดับสูงสุดที่เคยมีการบริโภคก็ยังต่ำกว่าระดับการบริโภคที่ยอมรับได้ในแต่ละวันอยู่ดีและต่ำกว่าปริมาณที่ใช้ในสัตว์ทดลองด้วย
มาประเมินผลกัน
ทีมนักวิจัยได้รวบรวมข้อมูลการทดสอบการให้สารแอสปาแตมหลาย ๆ ระดับกับผลต่อร่างกาย ประกอบด้วยการให้ที่เกินระดับที่ยอมรับได้ในแต่ละวัน ทั้งในคนและสัตว์ทดลอง นอกจากนั้นยังดูการทดลองในคนที่แข็งแรงกับในเด็ก และดูผลที่เกิดกับผู้ใหญ่และเด็กที่เป็นเบาหวาน เด็กที่ไวต่อน้ำตาล และคนที่เป็นโรคพาร์คินสันและมีอาการซึมเศร้า
ผลการประเมินสรุปได้ดังข้างล่างนี้ครับ
โดยภาพรวม
การใช้แอสปาแตมในระดับที่ใช้กันทั่วไปถือว่าปลอดภัยแม้จะมีคนบางกลุ่มใช้ในปริมาณสูงก็ยังจัดว่าต่ำกว่าระดับที่ยอมรับให้ใช้ได้ในแต่ละวัน ไม่มีหลักฐานที่แสดงว่าแอสปาแตมก่อให้เกิดมะเร็ง พิษต่อระบบประสาทหรือผลเสียต่อร่างกายใด ๆ แม้จะบริโภคในระดับที่สูงเกินระดับที่ยอมรับได้ในแต่ละวัน
เฉพาะเจาะจง
- จากหลักฐานการศึกษาระยะยาวหลายงาน แอสปาแตมไม่ก่อให้เกิดมะเร็งหรือกระตุ้นการแพร่กระจายของมะเร็ง
- จากการสำรวจผู้บริโภคแอสปาแตมไม่ก่อให้เกิดพิษต่อระบบประสาท เช่นปัญหาด้านความทรงจำและการเรียนรู้
- พบว่าแอสปาแตมก่อให้เกิดผลเสียต่อระบบสืบพันธุ์และการให้น้ำนม
- ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและอาจช่วยผู้ป่วยในแง่ของการลดน้ำตาล
- ไม่มีหลักฐานบ่งบอกว่าแอสปาแตมทำให้อ้วน แต่แอสปาแตมกลับช่วยควบคุมน้ำหนักระยะยาวในกลุ่มผู้ทดลองที่มีน้ำหนักต่างกัน
- ไม่มีการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้แอสปาแตมกับการพัฒนาเนื้องอกในสมอง


ที่มา http://www.sciencedaily.com/releases/2007/09/070914183700.htm

No results found.

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น