|
โจทย์ฟิสิกส์ลูกเล่นท้าทาย
โพสต์เมื่อ:
01:37 วันที่ 17 ก.ย. 2550 ชมแล้ว:
14,432
ตอบแล้ว:
43
วิชาการ.คอม > ครูอาจารย์
วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ > ฟิสิกส์ วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ > ฟิสิกส์ > นักฟิสิกส์
โจทย์ฟิสิกส์ลูกเล่นท้าทาย-1
![]() จำนวน 39 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- แตกประเด็นในข้อ 2 ของ อ.นิรันดร์ ถ้าจำเป็นจะต้อง"ไปหลายวัน" ไม่มีใครรดน้ำไม้กระถางให้ ก็ใส่น้ำในถังน้ำแล้ววางไว้ให้สูงกว่ากระถาง ถ้ามีสายยางเส้นเล็กๆ หรือใหญ่ก็ได้แต่มีที่บังคับให้น้ำหยด ก็ดีสินะ ทำกาลักน้ำเสียเลย แต่ถ้าหาวัสดุดังกล่าวไม่ได้ก็ใช้ผ้าขี้ริ้วนี่แหละครับฉีกเป็นแถบยาวๆแล้วบิดให้กลมเป็นเกลียวจุ่มลงในถังน้ำ อีกปลายหนึ่งวางไว้ที่โคนต้นไม้ในกระถาง ก่อนไปก็สังเกตด้วยนะครับว่า จะใช้ผ้าขนาดใดน้ำจึงจะไหลมาก-น้อยพอดีกับระยะเวลาที่จากบ้านไป อ้อ ! ระวังด้วนนะครับ พอกลับมา ต้นไม้สดชื่นออกดอกสลอน แต่เครื่องเพชร หลวงพ่อเลี่ยมทอง หายเกลี้ยง คุณ NpEducate ใช่คนเดียวกับคุณพี่ Np ที่เคยคุยกันบ่อย ๆ หรือเปล่าครับ ![]() 1. ผมเคยสอนนักศึกษาในเรื่องนี้หมือนกัน แต่ผมยกตัวอย่างน้ำท่วมว่าทำไมกระสอบทรายจึงกั้นน้ำท่วมได้ และทำไมจึงกั้นได้ระดับหนึ่ง ปัญหาแบบเดียวกัน 2. ก็เหมือนกับที่คุณNpEducate ว่านั่นแหลครับ มันก็คือ กาลักน้ำแต่เป็นแบบ Capillary effect 3. นี่ก็เหมือนกัน ต้องต้มนำให้ดือดเพื่อไล่อากาศออก ทั้ง 3 คำถามนี้สุดยอดครับ และเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่เกี่ยวกับ "แรงตึงผิวของน้ำ" 4. หากใครได้ดูหนังจีน บางครั้งจะมีฉากการซักผ้า สาวจีนแทนที่จะขยี้ผ้า หล่อนกลับใช้ก้อนหินเรียบ ๆ ทุบผ้าเปียกน้ำ ส่วนใครที่ชมหนังอินเดียนอกจากจะเห็นสาวแขกวิ่ง ๆ ๆ แล้วชกโงกหน้ามาจ๊ะเอ๋แล้ว บางครั้งจะเห็นสาวแขกซักผ้าโดยการเอาส่าหรีเปียกน้ำฟาดกับก้อนหิน การทุบผ้าด้วยหินหรือการเอาผ้าเปียกน้ำฟาด ๆ ๆ ช่วยให้ผ้าสะอาดขึ้นได้อย่างไร ดร.แขชนะ มีประสบการณ์ในต่างแดนมาก เคยเห็นการซักผ้ารูปแบบอื่นบ้างไหมครับ จะเห็นว่าคำถามของผมเกี่ยวกับการซักผ้าทั้งนั้น เนื่องจากเป็นอาชีพเก่าของผมนั่นเอง ในความเห็นของผม การทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ไม่ได้ทำให้ผลการเรียนเสียหาย กลับเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนเสียอีก ในความเห็นผม ถ้าเป็นไปได้ เด็กม.ปลายหรือมหาวิทยาลัย หากใครไม่ทำงาน ไม่น่าจะให้เรียนด้วยซ้ำไป พูดถึงวิธีซักผ้าแล้วนึกถึงไอ้หมาน ที่อยู่หอพักกอไผ่ ติดกับทางลงเรือข้ามคลองแสนแสบก่อนที่จะถึงโรงฝึกงาน มันมีวิธีซักผ้าที่แปลกๆคือแทนที่จะขยี้ผ้าด้วยมือ แต่มันใช้เท้า ลงไปยำในกะละมังซักผ้า ย่ำไปย่ำมา บางครั้งก็ใช้เท้าเขี่ยหรือพลิกผ้า สักครูหนึ่งก็บิดและซักด้วยน้ำเปล่า มันบอกว่าสะอาดกว่าซักด้วยมือหรือซักด้วยเครื่องซักผ้าเสียอีก หลังจากเรียนจบแล้วต่างคนก็ต่างไป ไม่ทราบว่ามันนำวิชานี้ไปถ่ายทอดให้ใครบ้างหรือเปล่า เหมือนผมเลย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 15 ม.ค. 2551 (11:20) ไม่อยากบอกให้ใครรู้ ผมก็ลองทำมั่ง ผลปรกฎว่าร่องที่ก้นกะละมังอาลูมิเนียม(โลปิเนียม)หายไปหมดเลย ถามว่า ก้นกะละมังซักผ้า ไม่ว่าจะเป็นโลปิเนียมหรือพลาสติก ทำไมเขาจึงทำเป็นรองเป็นวงเหมือนคลื่นน้ำ (เกี่ยวกับวิทยศาสตร์โดยเฉพาะฟิสิกส์ หรือไม่) ตกลง อยากบอกหรือไม่อยากบอกกันแน่ครับ นอกจากก้นกาละมังจะเป็นร่องเหมือนกันแล้ว กระเบื้องมุงหลังคาก็ไม่มีใคร ทำเป็นแผ่นเรียบเช่นกันครับ แต่ก่อนเลย คุณ NpEducate เคยเห็นหรือใช้กาละมังสังกะสีไหมครับ ที่จริงมันเป็นกาละมังเหล็กเคลือบสี ก้นกาละมังจะเรียบ ๆ ไม่มีลอน ๆ เกี่ยวกับสมบัติของวัสดุครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 15 ม.ค. 2551 (13:57) เกิดทัน ครับ ยังจำได้ ที่บ้านมีอยู่ใบหนึ่ง สีขาว ขอบสีแดง ก้นเรียบ ไม่มีรอน ได้มาจากคนต่างถิ่นบรรทุกเกวียนมาแลกข้าวเปลือก ตอนนี้เห็นมีแต่ใบเล็กๆสำหรับใส่แกง ผมคิดว่า คุณ NpEducate เป็นคนเดียวกับคุณพี่ Np ที่เคยคุยกันบ่อย ๆ ใช่หรือเปล่าครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 16 ม.ค. 2551 (16:48) จากหลักการวิเคราะห์เชิงจิตวิทยา และแนวทาง Identify บุคคลของ FBI ประกอบกับข้อมูลแวดล้อมจาก np, npedu, และ npeducate ร่วมกับสำนวนและเนื้อหาของกระทู้ ตลอดจนการถามของอาจารย์นิรันดร์ 2 ครั้งแล้วไม่ได้รับคำตอบ เข้าข่ายการปกปิดอำพราง ตามหลักการนะครับ.... 90% มั่นใจได้ว่าทั้ง 3 ชื่อนั้นคือบุคคลคนเดียวกัน พอผมพูดอย่างนี้ ขั้นตอนต่อไปที่ FBI ควรจะเดาต่อคือ หาชื่อใหม่ที่ไม่มีคำ "Hint" ว่า "np" ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 16 ม.ค. 2551 (20:14) จะสมัครเป็นสมาชิก โดยใช้ชื่อหนึ่ง แต่มันไม่ผ่าน จะแก้ไขก็ไม่ได้ จะใช้ชื่อนั้นก็ไม่ได้ ได้รับแจ้งว่ามีผู้ใช้ชื่อนี้แล้ว จึงเปลี่ยนอีก แล้วก็ไม่ผ่านอีก จะแก้ก็ไม่ได้ จะใช้ก็ไม่ได้ จึงเปลี่ยนอีก มันอย่างนี้แหละ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 20 ม.ค. 2551 (15:55) อ.นิรันดร์ ครับ ผมแค่สงสัยน่ะครับ ไม่ได้มีเจตนาอื่น ข้อ 3 นอกจากผ้าแล้ว อันนี้ใช้หลักการเดียวกันหรือเปล่าครับ คือ ระหว่างหมูสดกับหมูที่ต้มอย่างไหนสามารถซึมซับซีอิ๋วได้ดีกว่ากัน ชี้แนะด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 20 ม.ค. 2551 (16:10) ถามอ.นิรันดร์หรือดร.แขชนะ ผมเองก็เป็นคนซักผ้า ทั้งๆที่ผมไม่ชอบซักเลยสักนิด:D ผมสงสัยว่าเพราะอะไร พอเรานำผ้าเข้าที่ปั่นแห้งแล้วมันถึงแห้งครับ ทั้งๆที่มันก็แค่หมุนเท่านั้นเอง ผมคิดว่าแรงลมจากการหมุนทำให้น้ำระเหยออกไปใช่ไหมครับ เหมือนกับต้นไม้เวลาที่เรานำมันขึ้นรถเพื่อเคลื่อนย้ายจึงต้องเด็ดใบให้มันเหลือน้อยที่สุดใช่ไหมครับ ช่วยชี้แนะด้วยครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 20 ม.ค. 2551 (18:00) เห็นคำถามแล้ว ท้าทายดี ทั้งๆที่ไม่ใช่ อ.นิรันดร์ หรือ ดร.แข ก็อยากจะลองตอบ(ไม่ทราบว่าจะถูกหรือผิด) ที่ผ้ามันแห้ง(หมาดๆ)นั้น คงไม่ใช่เพราะน้ำระเหย หรือแรงลม กระมังครับ น่าจะเป็นแรงเหวี่ยวง(แรงหนีศูนย์กลาง) การทดสอบสมติฐาน 1. ให้คุณลองจุ่มผ้าเช็ดตัวลงในน้ำแล้วยกขึ้น 2. ใช้เชือกยาวประมาณ 1 เมตร ผู้ผ้าเช็ดตัวตรงกลางผืน ให้แน่น 3. แกว่งหรือมุนรอบศีรษะคุณ ให้เร็วที่สุด ประมาณ 20 นาที 4. สังเกตดูผ้าเช็ดตัวของคุณว่าหมาดหรือแห้งกว่าเดิมหรือไม่ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 20 ม.ค. 2551 (21:30) หมูกับผ้าไม่เหมือนกัน ผ้า เมื่อต้ม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมี แต่เมื่อต้ม แรงตึงผิวของน้ำจะลดลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นทำให้น้ำสามารถแทรกเข้าไปในเส้นใย ของเนื้อผ้าที่มีขนาดเล็กมาก ๆ ได้ ในขณะที่น้ำเย็นทำไม่ได้ เพราะแรงตึงผิวของน้ำเย็นสูงกว่า โมเลกุลของน้ำยึดติดกันแน่นจึงแทรกตัวระหว่างเส้นใยเนื้อผ้าได้ยาก ส่วนการต้มเนื้อสัตว์ จะทำให้โครงสร้างทางเคมีของเนื้อต่างไปจากตอนเป็นเนื้อดิบครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 21 ม.ค. 2551 (22:15) จากความคิดเห็นที่ 14 ของคุณหมอ "ศานติ" mechanical advantage (ภาษาไทย?) เดิม เราเคยใช้ว่า "การได้เปรียบเชิงกล" ครับ ข้อ 1 ลองคิดถึงจุดศูนย์กลางมวล (center of mass) ข้อ 5 พูดถึงเชือกที่ใช้ลากจูงเรือว่าทำไมต้องใช้เชือกยาว ก็คงต้องอ้างอิงถึงความเฉื่อยของเรือที่ลากและถูกลาก นะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 26 ม.ค. 2551 (00:24) ลูก B ใช่มั้ยคับ เพราะ ลูก B วางบนฉนวนทำให้ระบายความร้อนได้ช้ากว่าลูก A ที่แขวนด้วยเชือกซึ่งมีพื้นที่ระบายความร้อนสู่อากาศมากกว่า..........เอ หรือว่าร้อนเท่ากันคับ (ผมอายุแค่8 ปีเองครับ) tangmo (IP:124.120.165.212) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 29 ม.ค. 2551 (09:56) ผมขอลองตอบดูนะครับไม่รู้จะถูกไหม 1. ทั้งสองลูกจะร้อนเท่ากัน เพราะำไม่ว่าจะผูกเชือกหรือว่าวางบนพื้นฉนวนก็จะมีส่วนที่สัมผัสฉนวนพอๆกัน 2. (หนอนสองตัวนี้ไม่น่ามาปีนกำแพงเลย)ขอตอบหนอนตัวแรก เพราะ งาน เท่ากับ แรงคูณระยะตามแนวแรง ตัวแรกเดินทางมากกว่า อัตราส่วน 2 เท่า เพราะความยาวต่างกัน 2 เท่า 3. (มีคนตอบแล้ว) ใช้หลักของ Kirchhoff's Voltage Law (KVL) 4. โลหะปริมาตร 1cm^3 มาแทนที่น้ำผึ้งๆก็มีปริมาตรเท่ากัน ทำให้น้ำผึ้งมีมวล 2 กรััม ความเร็วเท่ากับโลหะหล่น 1 cm/s โมเมนตัม เท่ากับ มวลคูณความเร็ว ก็ได้ 2 g.cm/s 5. (ก็มีคนตอบแล้ว) แต่การใช้เชือกยาวน่าจะเพราะเวลาเลี้ยวจะได้ใช้แรงน้อยลง 6. งง แต่น่าจะใช้ P1V1/T1 = P2V2/T2 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 21 ก.พ. 2551 (11:19) ผมเข้าใจชัดเจนแล้วครับ ขอบคุณมากครับ |