คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
เอ ช่วงนี้อาจารย์นิรันตร์หายไปไหนครับ ลูกศิษย์ลูกหาคิดถึง
โพสต์เมื่อ: 14:37 วันที่ 25 มี.ค. 2544         ชมแล้ว: 1,350 ตอบแล้ว: 8
ไปธุระต่างประเทศอีกหรือเปล่าครับ


เปี้ยว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1204 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 175 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 7 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 15 มี.ค. 2544 (02:55)
นั่นซีคะ อาจารย์นิรันดร์ คะ มาคิดถึงด้วยคนค่ะ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 15 มี.ค. 2544 (09:20)
ออกข้อสอบ ตรวจข้อสอบ ทำคะแนน แล้วก็
ไปสิงคโปร์มาครับ ไปเยี่ยม ศูนย์ Pearson Education ที่สิงคโปร์มา
ดู ๆ แล้วน่าอิจฉา เขามีหนังสือทางวิทยาศาสตร์น่าอ่านแยะมาก โดยเฉพาะ
หนังสือสำหรับเด็ก แต่ราคาค่อนข้างแพงสำหรับคนไทย ก็เลยซื้อกลับได้นิดหน่อย
หนังสือแบบ นวลนาง 191 พวกหัวใจสีม่วง ฯลฯ ไม่มีวางขายในสิงคโปร์เลย
ผมว่ารัฐบาลเขาเก่งนะครับที่ควบคุมของแบบนี้ได้
เขาเชิญไปบรรยายให้ gifted child ในสิงคโปร์ฟัง เกี่ยวกับ Physics Magic
ลองเข้าไปดูที่ http://www.mut.ac.th/~physics
แล้วคลิกที่ Physics Magic
แต่พอไปถึงสิงคโปร์ ปรากฎว่า ผู้อำนวยการของเขากลับไม่อนุญาตให้บรรยาย
เขาเกรงว่าเด็กปรีชาญาณในสิงคโปร์ของเขา พอฟังผมพูดแล้วจะไปพยายาม
ทำการทดลองที่บ้านแล้วจัเกิดอันตราย

ฟังดูแล้วผมว่าไม่น่าจะเป็นไปได้
แต่คนที่เชิญผมไปบอกว่า สิงคโปร์มีอะไรที่ไม่น่าเชื่อหลายอย่าง
เช่น คนสอนวิทยาศาสตร์ ไม่เชื่อวิทยาศาสตร์ที่ตัวเองสอน

เด็กสิงคโปร์เรียนหนังสือกันประหลาดมาก(ถ้าผมฟังเขาพูดไม่ผิดนะครับ)
คือเรียน 10 ปี สอบครั้งเดียว ข้อสอบส่งมาจากอังกฤษ เด็กทุกคนต้องจ่าย
ค่าสอบ 400 S$ ก็เอา 25 (คูณเพื่อแปลงเป็นบาท) ถ้าสอบไม่ผ่านก็ต้องรอปีหน้า
พอถึงชั้น 12 ก็สอบอีกที ค่าสอบ 500

เด็กม.ปลายของเขาทุกคนต้องเรียนวิทยาศาสตร์หนักมาก
ผมเห็นตำราเขาแล้ว ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำโจทย์ในนั้นได้หรือเปล่า

เด็กไทยเราสบายกว่ามาก
สอบกันทุกสองสัปดาห์ สอบไล่ถ้าไม่ผ่านก็สอบซ่อมได้ในสองสัปดาห์
ค่าสอบซ่อมก็แค่ 5 บาท

ผมได้ไปเยี่ยม Science center ของสิงคโปร์มาด้วย
ก็คล้าย ๆ พิพิทธภัณฑ์ วิทยาศาสตร์ ที่คลอง 5 ถนนรังสิต นครนายกของเรา
ได้มีโอกาสไปนั่งในกรงของฟาราเดย์แล้วให้ฟ้าผ่าใส่ด้วย
เพิ่งกลับมาเมื่อวันจันทร์ครับ

สัปดาห์หน้าจะหายไปอีกพักครับ จะไปสู้ฝนที่นครศรีธรรมราช
มีการอบรมสัมนาครูฟิสิกส์ที่นั่น ก็เลยจะไปแจมเสียหน่อย
เขาจัดที่สถาบันราชภัฎนครฯ
คนอื่นเขามักจะใช้ของไฮเทคหรือเครื่องมือเฉพาะไปสอนฟิสิกส์
แต่ผมจะเอาของราคา บาท สองบาทไปสอนฟิิสิกส์(แพงกว่านี้ก็มีแต่ไม่มาก)
เป็นประเภทของที่ทุกคนหยิบใช้ในชีวิตประจำวันแล้วสอนฟิสิกส์ได้ด้วย

ดีใจจัง ที่มีคนคิดถึง
ขอบคุณครับ

นิรันดร์ (IP:203.148.240.37)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 16 มี.ค. 2544 (03:16)
ขอต้อนรับกลับบ้านค่ะ

ขอบคุณมากที่เล่าเรื่องให้ฟังค่ะ ว่าไปแล้วเด็กทางเอเชียเรานี่ไม่แต่เรียนหนักอย่างเดียว แต่ยังแบกภาระหนักกว่าเด็กฝรั่งมากในวัยเรียนนะคะ เช่น ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล อนาคตที่แขวนอยู่บนการสอบเอ็นต์ แค่สองอย่างนี่เด็กก็แบกกันไหล่ลู่แล้วนะคะ เคยเจอคนสิงคโปร์คนหนึ่งสมัยที่ยังคุยใน usenet อยู่ เค้าชอบโม้เรื่อยว่าสิงคโปร์ดีกว่าเมืองไทยอย่างไร เคยไปสิงคโปร์ครั้งหนึ่ง พอเค้ารู้ว่าเป็นคนไทย ก็ชอบพูดถึงว่าสิงคโปร์ดีกว่าเมืองไทยอย่างไร แม้แต่คนขับรถแท้กซี่ก็ยังโวเลย หึหึ ไม่ทราบอาจารย์เจอแบบนั้นเยอะหรือเปล่านะคะ

มีของมาฝากอาจารย์ด้วย เดี๋ยวจะไปตั้งกระทู้ใหม่นะคะ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 17 มี.ค. 2544 (05:39)
รู้สึกอิจฉาสิงค์โปรเหมือนกัน ที่เขามีตำราดีๆ
สำนักพิมพ์มีชื่อหลายๆ อันก็ตั้งสาขาอยู่ในสิงคโปร์

แต่สิงคโปร์ก็ใช่ว่าจะดีไปเสียหมด
มันก็มีสองด้านแหละครับขึ้นอยู่จะเลือกแบบไหน
ผมไม่เคยไปหลอก แต่มีเพื่อนบางคนมาจากสิงคโปร์

เร็วๆ นี้เห็นมีข่าวว่าเด็กรุ่นใหม่อยากเป็นคนอังกฤษมากกว่า
อยากเป็นคนสิงคโปร์ ไม่ทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรเหมือนกัน

จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1406 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 227 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 19 มี.ค. 2544 (09:49)
ค่อนข้างจริงครับ
สิงคโปร์นั้น ขยับตัว อะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด

อยู่สิงคโปร ผมว่าลำบากกว่าอยู่เมืองไทยมาก

ถ้าไปอยู่ชั่วครั้งคราว อาจมองว่าสิงคโปรดี
บ้านเมืองเขาสะอาดมาก
การคมนาคมก็สะดวก
เมื่อสองปีก่อน ผมไปสิงคโปร ติดอยู่บนถนนเป็นชั่วโมงเหมือนกรุงเทพฯ
พอไปครั้งนี้ รถไม่ติดเลย

เขาแก้อย่าง
รถทุกคันจะเข้าเมือง ต้องจ่ายเงินครับ
เขาเอาดาวเทียมจับการเคลื่อนไหวของรถทุกคัน รู้ว่ารถตอนนี้อยู่ที่ไหน
พอขับเข้าเขตเมือง ต้องเอาบัตรผ่านเสียบเข้ากับเครื่องมือในรถ
มันจะเก็บเงินตลอดเวลาที่รถอยู่ในเมือง ถ้าไม่ทำ ปรับทีเป็นแสน
เพราะฉนั้น ไม่คุ้ม ทุกคนต้องทำตาม แม้ไม่เต็มใจ
แท็กซี่บ่นกันทุกคัน แต่คนขับรถบ้านก็บ่นเรื่องที่จอด
จอดรถตรงไหนก็ต้องเสียตัง
แล้วใบขับขี่ก็แพงมาก ประมาณแสนหนึ่ง
ไม่รวยจริง ก็ไม่ขับรถ ใช้บริการสาธารณะ ก็ถูกกว่าใช้รถส่วนตัวมาก
แท็กซี่ทุกคันเป็นของรัฐ ค่าเช่าก็เป็นชั่วโมง ไม่ได้คิดเป็นวันอย่างบ้านเรา
ค่าแท็กซี่ก็ตามมิเตอร์ คนขับไม่กล้ายึกยักกับนักท่องเที่ยว กลัวถูกฟ้อง

ผมได้มีโอกาสเข้าไปในเขตที่อยู่อาศัยของชาวสิงคโปร
ก็เหมือนแฟล็ตดิงแดงบ้านเรา แต่สะอาดเรียบร้อยกว่า
บ้านในสิงคโปร์แพงมากแม้อยู่ชานเมือง
ขนาดชานกรุงเทพฯ ราคา 2 ล้าน ในสิงคโปรจะราคาประมาณ 50-60 ล้านบาท
เพราะฉนั้น ไม่ใช่เศรษฐีจริงก็อยู่แค่เฟล็ตกันทั้งนั้น

ในความเห็นของผม
ถึงจะยากดีมีจน คนไทยเรามีความสุขกว่าสิงคโปรแยะ
ไปเที่ยวสิงคโปรก็สนุกดี แต่ตอนกลับมาใช้หนี้ก็ไม่ค่อยสนุกเท่าไรครับ

นิรันดร์ (IP:203.148.240.37)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 19 มี.ค. 2544 (13:51)
บ้านเค้ามีการจัดระเบียบสุดขั้วเลยนะคะ คนไทยให้ไปอยู่ใต้ระบบอย่างนั้น สงสัยปฏิวัติกันแน่ๆ ดิฉันเคยถามอีตาหนุ่มสิงคโปร์นั่น หลังจากที่เค้ามากร่างใน soc.culture.thai เที่ยวอวดว่าสิงคโปร์ดีกว่าเมืองไทยว่า แล้วมาเมืองไทยให้มันเมื่อยทำไมเล่า ทำไมไม่อยู่บ้าน หรือไปเที่ยวที่อื่นซะ จะได้ไม่ต้องมีเรื่องบ่น เค้าก็สารภาพค่ะว่า อยากจะมาอยู่เมืองไทยหลังจากเกษียรแล้ว อยากหาเมียไทย ขนาดไปซื้อคอนโดที่เชียงใหม่ แต่ก็มีเรื่องมาบ่นอยู่เรื่อย หึหึ อย่างนี้เพื่อนฝรั่งที่เคยไปทำงานที่สิงคโปร์ให้คำนิยามว่า เป็น small islander's mentality ค่ะ ช่วยไม่ได้จริงๆ มันก็มีส่วนอยู่มากนะคะ ที่สภาพความจำกัดทางภูมิศาสตร์จะจำกัดทัศนะการมองโลกไปด้วย

อย่างคนขับแท้กซี่ที่นั่งด่าเมืองไทย(ดิฉันนั่งไปกับเพื่อนฝรั่งสามคน)ตลอดทางก็ว่า เมืองไทยน่ะอันตราย ยิงกันตูมตามแถวชายแดน ดิฉันเลยหัวเราะก๊าก ว่าเมืองไทยใหญ่กว่าสิงคโปร์เยอะ ที่สิงคโปร์นี่ไปนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซต์เพื่อนขับครึ่งชั่วโมง(ตอนตีสาม)ก็ข้าม "ประเทศ" แล้ว แต่เมืองไทยน่ะ เค้าทิ้งระเบิดชายแดน อยู่กรุงเทพไม่มีใครรู้เรื่องหรอก เพราะไม่ได้ยิน สมัยนั้นยังมีเรื่องทางชายแดนเขมรอยู่น่ะค่ะ พอเค้ารบกันก็มีลูกหลงเข้ามาหมู่บ้านเมืองไทยแถวจันทบุรี คนขับแท้กซี่พี่แกอ่านข่าวแล้วก็นึกไม่ออกว่า เมืองไทยใหญ่กว่าสิงคโปร์ขนาดไหน เป็นสิงคโปร์ละก็ แค่ยิงกันที่ชายแดน ก็คงได้ยินเสียงปืนข้าม "ประเทศ" กันเลย (ฮา) แล้วสมัยโน้นก็เห็นเค้าทุบทิ้งเขตที่เป็นบ้านเรือนเก่าๆ แบบที่คนจีนชอบสร้างกัน แล้วสร้างเป็นตึกระฟ้าสูงๆที่ไม่ได้แสดงออกถึงรากฐานทางวัฒนธรรมอะไรเลย ดิฉันเห็นแล้วจริงๆรู้สึกสงสารมากกว่า ที่ความจำเป็นในการหาที่ให้พออาศัย ทำให้เค้าต้อง "ทำลาย" มรดกทางวัฒนธรรมทุกอย่าง คิดๆดูแล้วก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะว่า ความเจริญทางวัตถุที่เค้าเอามาโม้ได้เนี่ย มันคุ้มกันรึเปล่า

แต่ตอนที่กลับไปเมืองไทยช่วงฟองสบู่กำลังพองตัวสูงสุด เห็นสภาพการก่อสร้างรอบๆกรุงเทพแล้ว ก็รู้สึกเศร้าใจอยู่เหมือนกันค่ะ ดีแต่ว่า ของเรายังมีเขตรามบ้านช่องเก่าๆให้ดูอยู่มากแม้ในเขตกรุงเทพเอง ไปนั่งกินข้าวแช่ที่ท่าพระจันทร์แล้วแทบช็อคที่เห็นปลาผุดเต็มไปหมด ยิ่งโยนข้าวลงไปก็มีปลามากินเยอะแยะเลย เพราะแม้เมื่อก่อนอยู่เมืองไทยก็ไม่เคยเห็นปลาเป็นๆในแม่นำ้เจ้าพระยาเลยค่ะ อิอิ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 26 มี.ค. 2544 (14:37)
ผมเคยคุยกับคนขับแท็กซี่ในสิงคโปร
พวกแท็กซี่นี่เกลียดรัฐบาลมาก
รถทุกคันเป็นของรัฐฯ
ค่าเช่าคิดเป็นชั่วโมง
เรียกร้องค่าทิปจากผู้โดยสารก็ไม่ได้
ผมเคยขึ้นแล้วเขาขอค่าทิป 5 เหรียญ
โอ้โอ เป็นเงินไทยก็ร้อยกว่าบาทนะครับ
ผมก็บอกเอาไปเหรียญเดียวก็แล้วกัน เขาก็คืนโดยดี
ถ้านักท่องเที่ยวโวยวายขึ้น พวกนี้ก็จะขับรถอีกไม่ได้

ไปเที่ยวสิงคโปร์ ทริปเดียวก็ทั่วประเทศแล้ว
เทียวเมืองไทย ทั้งปี ก็ไม่ทั่วประเทศ
ผมอยู่มาเกือบครึ่งศตวรรษแล้ว ยังเที่ยวกรุงเทพเมืองเดียวไม่ทั่วแลยครับ

สิงคโปร เขาก็มีดีอย่างที่เราไม่มี
ไทยเราก็มีดีอย่างที่ทำอย่างไรสิงคโปรก็ไม่มีทางเทียบได้

เรามีภาษาไทย เขาไม่มีภาษาสิงคโปร
แค่นี้ เราก็กินขาดแล้วครับ

นักท่องเที่ยวชอบไปสิงคโปรก็เพราะพูกภาษาอังกฤษได้สะดวก
อีกหน่อย พอคนไทยเราเก่งภาษาอังกฤษขึ้นกว่านี้ ก็คงมีนักท่องเทียวมาไทยมากขึ้น

ขอให้สนามบินหนองงูเห่าเสร็จเร็ว ๆ ก็แล้วกันครับ
อย่าให้มาเลเซีย สิงคโปร์หัวเราะเยาะเราอยู่เลย

นิรันดร์ (IP:203.121.130.34)

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.