|
โพสต์เมื่อ:
07:00 วันที่ 1 ม.ค. 2513 ชมแล้ว:
1,082
ตอบแล้ว:
161
vArticle() สุนทรภู่ครูกวีศรีสยาม บรรเลงรสบทงามตามวิสัย ของชาติเชื้อชายกลอนสุนทรใจ จะหาไหนได้เทียบเปรียบไม่มี ขอเฉลิมเจิมบทรสอ่อนหวาน ถึงตำนานเหล่ากวีศรีสยาม ฝากผลงานล้ำค่าน่าอ่านตาม ลีลางามงดยิ่งกว่าสิ่งใด หนึ่งองค์ปิ่นปัถวีพระมงกุฏ เอกบุรุษทรงเจิมเฉลิมไข กว่าร้อยเรื่องเฟื่องฟูความรู้ไทย เพชรหนึ่งในใต้หล้านภายิน สองคือท่านสุนทรภู่ครูกลอนแปด เหมือนแสงแดดส่องงานตระการศิลป์ ปรุงถ้อยคำพร่ำสอนเป็นกลอนนิล สุดถวิลรสเพราะช่างเหมาะความ สามท่านชิตบุรทัติชัดเก่งฉันท์ แต่งประพันธ์เพียงหวังทั้งสยาม จงสนใจคำประพันธ์อันงดงาม สนองตามคำมั่นในสัญญา สี่นายนรินทร์ปิ่นชนคนขยัน ได้รังสรรค์แต่งโคลงโยงศึกษา กับคำกาพย์เกิดงานตระการตา เนิ่นนานมากว่าร้อยฉนำปี ห้าอาจารย์เนาวรัตน์แต่งอรรถสอน ช่างสุนทรถ่วงท่าสง่าศรี ทั้งกลอนรักกลอนใจสอนไมตรี ท่านยอมพลีกายตนนิพนธ์งาน เอาแค่ 5 คนก่อน ใครรู้จักตำนานกลอนแห่งเมืองไทย ก็ลงได้ครับ เดี๋ยวผมจะร้อยกรองเอง เพื่อเป็นการสรรเสริญคุณของพวกท่านที่มีต่อภาษาไทยในด้านคำประพันธ์ครับ ขอเชิญชวนชาวไทยในทั่วหล้า โปรดได้มาสืบสานเหล่างานศิลป์ ร่วมแต่งกลอนสอนใจเอาไว้ยิน ให้คู่ถิ่นไทยเราให้เนานาน ภาษาไทยไทยแน่นี้แน่ชัด จักพิพัฒน์เพริศพริ้งเพราะสืบสาน อักขระสละสลวยด้วยวิญญาณ ของเหล่าท่านบรรพชนคนสุนทรีย์ อย่าฝักไฝ่ในค่านิยมเขา จักอับเฉาชาติไทยไร้สุขศรี ลูกหลานไทยไร้รักษ์ในวจี จะมองหน้าผู้พลีได้อย่างไร เร่งพินิจติดตามคำถามเถิด หนึ่งชาติเกิดเป็นไทยนี่ใช่ไหม ถ้ารู้แจ้งแจ่มจิตคิดว่าไทย อย่าปล่อยให้ภาษาหมดราคา แต่งกลอนมาก็มากเพื่ออยากให้ อนุชนสนใจในงานศิลป์ อันเป็นของควรค่าคู่แผ่นดิน อย่าหาญหมิ่นเลยเชียวเดี๋ยวหมองมล อันสรรพางค์ร่างกายเข้าตายเข้า ก็เกิดเน่าแน่นอนในสังขาร อันภาษาของเราแสนเก่านาน อย่าให้ผ่านเหมือนชีวิตอนิจจัง อย่าลืมมาร่วมสืบสานงานศิลป์นะครับ อย่าปล่อยให้ผมบ้าอยู่คนเดียว มาช่วยแต่งไม่ให้ใครว่าบ้า มีคำด่านานามาว่าบ๊า เดี๋ยวถูกคนเขาด่าหรอกว่าบา มีนานาคำด่านอกจากบา มาเล่นคำควรคิดตามจิตฝัน แล้วประพันธ์กันไปให้สุขี อักขระในพจน์บถวิธี บรรเลงทีไพเราะเสนาะใจ อนิจจาชาติไทยไร้ฉัตรแก้ว คงไม่แคล้วจักพินาศชาติสยาม เร่งพินิจคิดถึงซึ่งบทความ ของนิยาม "ฉัตรแก้ว" คืออะไร กลัวคุณนพบุราถูกว่าบ้า จะช่วยมาแต่งกลอนต่อให้เห็น โอ้ ! แต่งกลอนไม่ยากอย่างที่เป็น ไม่ลำเค็ญหรอกหนามนุษย์เอย ----------------------------------------------------------- จรุงคำพร่ำสอนเป็นกลอนแปด หาได้แผดเสียงสู้อย่างขู่เข็ญ ในอักษรกลอนกิจคิดประเด็น ไม่ยากเย็นอย่างที่คิดจริตไป เคล็ดลับแห่งแต่งกลอนอักษรสาร มีตำนานจริงแท้โดยแก้ไข ให้เหมาะสมตามยุคให้สุขใจ ยังคงไว้ซึ่งนิติดำริงาม กลอนสุภาพเพียงเปรยเฉลยวัช ก็รู้ชัดแปดคำไม่ซ้ำถาม แต่ปุจฉาอาลักษณ์ถึงหลักความ ก็ล้มหลามคำตอบตามชอบปอง ซึ่งบัญญัติตัดสินจนสิ้นว่า ธรรมดาแปดคำย้ำสนอง เก้าแก้ขัดไขประพันธ์โดยครรลอง ไม่หม่นหมองในวรรคอาลักษ์เลย พึงระวังวรรณยุกต์นี้ขุกเข็ญ ท้ายวรรคเป็นที่ผิดลิขิตเผย อันวรรครับเราเล่นประเด็นเปรย อย่ามัวเฉยทุกเสียงไม่เบี่ยงเบน วรรคสดับโดยตรีสามัญนั้น อย่าบากบั่นคิดใช้ให้ได้เห็น จักเสียบทรสสาพาระเนน ขอยกเว้นสองเสียงให้เลี่ยงกัน วรรครองส่งคงไว้อย่าให้เสีย จะอ่อนเพลียกลอนหวังไม่ดั่งฝัน เสียงเอกโทจัตวาอย่าใช้มัน ตรีสามัญเพราะกว่าอย่าละเลย เล่นสัมผัสอักษรกลอนจักเพราะ สระเหมาะวางไปอย่าได้เฉย สองสัมผัสเมินค่าเขาว่าเชย อย่าเฉยเมยเร่งใช้ให้ทันตา กลอนที่ดีโดยคิดวินิจฉัย ควรแต่งไปหนึ่งสองอย่าลองหา ซึ่งสามสี่ห้าหกตามถกมา จักหมดค่าวรรคทองเกิดหมองมล ใช่ลงคำพร่ำเป็นเหลือหลาย ต้องคมคายความไว้ให้เป็นผล อันการแต่งตรองตรึกเหมือนฝึกตน ให้ล่วงพ้นคำค่อนคนหยามเรา จงอย่าใช้กลอนไปในทางชั่ว ไปแปลงมั่วมั่นแต่งแปลงด่าเขา ไม่สมชื่อนักกลอนสุนทรเชาวน์ เขาจักเผาชื่อเสียงเพียงนินทา ศึกษาเพื่อพิทักษ์รักอักษร ฝากนครเขตไทยไว้ศึกษา ให้สืบชื่อลือลั่นสั่นสุธา ว่าตัวข้า "อาลักษณ์เป็นนักกลอน" เล่นสัมผัสจัดจ้านด้านอักษร ดีกว่าย้อนด่าเขาโดยเผาผลาญ เก็บคารมคมคิดจิตพิจารณ์ เรียงร้อยสานเป็นกลอนอันอ่อนโยน อันชาติไทยไร้รักสมัครจิต ด้วยลิขิตจากอะไรหรือใครหนา มัวลองคิดติดตามคำถามมา จะพบว่าไทยบั่นฆ่ากันเอง เพียงหนึ่งคำพร่ำเสียงสำเนียงพูด ก็พิสูจน์คิดเอาเขาข่มเขง หนึ่งประโยคคิดเอาเขาบรรเลง กล่าวเลบงใส่ร้ายป้ายมลทิน อนิจจานี้หรือคือสยาม เป็นเขตคามฉันมิตรนิจสิน อธิโถโถ่ทั้งก็แผ่นดิน เห็นแก่การโกงกินสิ้นทุกคน เพื่ออำนาจวาสนาไม่มาถึง ก็ตะบึงช่วงชิงสิ่งทุผล เพื่อเงินตราสามารถพิฆาตชน จึงเกิดกลโกงขึ้นทำมึนเรา สามัคคีที่มีก็หนีหาย เพราะหญิงชายต่างโถมประโคมเผา สิ้นแผ่นดินแดนสุขยุคสีเทา ความหนักเบาไม่มีจักพลีกัน อนิจจาลาแล้วฉัตรแก้วชาติ พังพินาศเพราะอะไรใครรังสรรค์ สิ้นสมัครรักสนิทเกิดติดพัน "คงสิ้นชาติชนชั้นชื่อชาติไทย" คุณจูโมโต้กลอนสุนทรหน่อย ผมเรียงร้อยผู้เดี่ยวเปลี่ยวตัณหา ได้ประชันฉันมิตรสักหนึ่งครา เกินจะหาสิ่งใดได้คือกัน เหงาครับไม่มีใครมาต่อกลอนกันเลย อนิจจาลาก่อนในตอนนี้ เพราะวิถีงานซ้ำย้ำมาหา จึงต้องลาจากท่านเหล่าบรรดา มิตรวิชาการกลอนอันอ่อนโยน เดี๋ยวดึกผมจะเข้ามาใหม่ครับ เดี๋ยวไปทำฟิสิกส์เรื่องของไหลก่อน การบ้านอะครับ มาแต่งกลอนช่วยดิศรกายนอนร้อน ไปพักผ่อนเถอะบ้างไม่หมางหมอง พอสบายกายใจหายมาประลอง เดี๋ยวช้ำชองหรือท่านบุราเอย ต่อกลอนท่านชั้นเชิงเชื้อลายศิลป์ แต่งถวิลกลอนไปให้ผยอง ตามนิติตรงแนบแบบครรลอง ไว้ชาติของคนธรรพ์รำพันวจี อรรถแถลงแจงบทรสอ่อนหวาน ถึงตำนานเมืองไทยในวิถี เป็นเมืองเอกเฉกเช่นอย่างสรวงมี ประเพณีแน่วแน่เลิศแท้เอย ไม่รู้จะแต่งอะไรแล้วครับ ฟ้าประทานนวมินทร์ปิ่นกษัตริย์ เอกองค์ขัตติยะราชชาติสยาม ภูมิพลล้นเกล้าระบือนาม ทั่วเขตคามคงมั่นน้อมวันทา พระโอรสมหิดลสืบสนธิ ในดำริพลีกายหมายศึกษา สรรค์ประโยชน์โชติช่วงให้ล่วงมา แก่บรรดาผองชนเหล่าคนไทย รราชนัดดาเดชบดินทร์ปิ่นปิยะ มิเคยละวางกิจวินิจฉัย เหนือตกออกไต้กลางที่ร้างไกล ทุกข์ไฉนทรงขจัดพิพัฒน์ชน มากโครงการสานเกื้อคอยเกื้อหนุน ทรงค้ำจุนเจือสุขทุกแห่งหน ทฤษฎีพอเพียงที่เสี้ยงตน ประสิทธิ์ผลผ่องผุดสุดบรรยาย อุปถัมภ์ค้ำจุนสกุลศาสน์ มิเคยขาดบำรุงผดุงหาย ทรงพลีชีพชีวาจิตรากาย เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา อันกีฬาเลิศชื่อระบือเด่น ยามทรงเล่นเรือใบได้ศึกษา ประดิษฐ์สร้างอย่างประจงณรงค์พา ให้ทรงคว้าเหรียญทองสนองชัย ยามขัดเคืองเรื่องใดไม่ทรงนิ่ง ทรงประวิงเวียนคิดวินิจฉัย บำรุงราษฏร์ศาสนาจัหาใคร จะเทียมทันองค์ไท้ของไทยเรา เฉลิมราชย์ราชาจุฑาทิป ครบหกสิบดับไฟที่ไหม้เผา ทกสิบล้านดวงใจไม่มัวเมา สมัครเอาดำรัชพิพัฒน์ไทย หนึ่งอณูแห่งไอได้ลอยล่อง จากนึ่งสองรวมกันไม่หวั่นไหว กลั่นเป็นเมฆเสกฝนเป็นชลไป เหมือนล้านใจลูกรักได้ทักทอ ให้พ่อหลวงปรีเปรมเกษมสรวล แก่หมู่มวลเทพไท้ไทยร้องขอ สวัสดิ์จิตนิจกาลผ่านพะนอ พระชนม์ก็ยั่งยื่นลุหมื่นเทอญ ฯลฯ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพเจ้า นพบุราดิศร พงศาภิมุข พิมพ์ผิดตรงไหนช่วยบอกตา ( สั้น ) หน่อยจ๊ะ ภาพเลือนหมดแล้ว |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |