ขอรูปแบบแผนการสอนยุคปัจจุบัน

รูปแบบแผนการสอนปัจจุบัน จะมีรูปแบบเป็นอย่างไร ผู้สอนบ้านนอกไม่เข้าใจ เขียนไม่ถูก เขียนหลายครั้งผิดทั้งแผ จะเอาอย่างไร


ขอถามครับ


ความคิดเห็นที่ 1 

นิรันดร์ vcharkarn vteam
29 มิ.ย. 2544 08:03
  1. แผนการสอนก็คือโครงคร่าวว่าในภาคเรียน อาจารย์จะสอนเด็กเรื่องอะไร เมื่อไร


    อย่างไร มีการนำสื่ออะไรมาใช้บ้าง มีการวัดผลประเมินผลอย่างไร




    ถ้าครอบคลุมที่กล่าวมาก็น่าจะผ่านนะครับ




    ถ้าคนไหนบอกว่าแผนการสอนของท่านอาจารย์ผิด


    ผมคิดว่า อาจารย์น่าจะถามผู้ตัดสินเลยว่า เขียนอย่างไรจึงถูก




    ในความเห็นของผม เขียนอย่างไรก็ไม่น่าจะผิด


    แต่ก็จะมีผู้ประเมินบางท่าน พยายามทำตัวเองให้เป็นผู้สำคัญล้นฟ้า


    ถ้าทำไม่ถูกใจข้าฯ เขียนอย่างไรก็ไม่ถูก ก็มีเหมือนกัน


    อย่างนี้ แทนที่ครู อาจารย์จะเอาเวลาไปตรวจการบ้าน เตรียมการสอน


    ก็ต้องมานั่งเขียนเอกสารเอาใจคนบางคน ก็เป็นเรื่องน่ารำคาญใจเหมือนกัน




    แต่ผมว่า อย่างไรเสีย


    อาจารย์น่าจะคุยกับผู้ประเมินแผนฯก่อนว่าที่อาจารย์เขียนผิดตรงไหนนะครับ



ความคิดเห็นที่ 2

พิทยา (Guest)
29 มิ.ย. 2544 08:10
  1. ขอสนับสนุน อ.นิรันดร์ ครับ


    แผนการสอนเป็นแนวการสอนของเราครับ เพราะฉะนั้นคนที่จะบอกได้ว่ามันดีหรือไม่ดี(ผมไม่ใช้คำว่าถูกหรือผิด นะครับ) ก็คือนักเรียนที่เราสอนนั่นแหละครับ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่ไหนหรอกครับ ถ้าเราสอนแล้วเด็ก ๆ มีความสุข มีความรู้ความเข้าใจ เกิดทัศนคติที่ดีต่อวิชาที่เราสอน ผู้เชี่ยวชาญคนไหนบอกว่าไม่ดีก็ช่างเขาเถอะครับ ถ้าเราสอนห่วย ๆ เด็กเกลียด ไม่มีความสุข ไม่รู้เรื่อง ผู้เชี่ยวชาญเขาบอกว่ามัน(แผนการสอน นะครับ)ดีวิเศษแค่ไหนก็ไม่มีความหมายหรอกครับ



ความคิดเห็นที่ 3

Dubber (Guest)
29 มิ.ย. 2544 13:37
  1. ไม่เห็นด้วยครับ




    คือมันใช้ได้ แต่ไม่ทุกกรณีนะครับ นักเรียนชอบไม่ใช่แปลว่าดีเสมอ นักเรียนไม่ชอบ ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ดีเสมอ




    ถ้าไม่รับความเห็นคนอื่นด้วย โอกาสพัฒนาหลักสูตรก็จะน้อยลง เพราะกลายเป็นคนสอนคิดหัวเดียว แทนที่จะหลายหัว แล้วหลักสูตรมันก็ต้องสัมพันธ์กันด้วย แต่ละวิชาที่เรียน ดูแค่ที่อยู่ตรงหน้าคงไม่ได้มังครับ



ความคิดเห็นที่ 4

วินัย (Guest)
29 มิ.ย. 2544 23:36
  1. รูปแบบแผนการสอนเดิม จะเน้นกระบวนการ


    ถ้าแบบใหม่ ต้องมี1. ขั้นนำ 2.ขั้นปฏิบัติการ


    สอน และ3. ขั้นสรุป


    1.ขั้นนำ ก็จะเป็นการนำเข้าสู่บทเรียน จะนำอย่างไรก็ว่าไป


    2.ขั้นสอน ก็จะเป็นการแบ่งกลุ่ม ด้วยการสอนแบบ Cooperrative จะแบ่งสอนแบบไหนก็ว่าไปเช่น Jigsaw/Learningtogether/ฯลฯ


    แล้วก็ แจกใบงาน/ใบกิจกรรมซึ่งในใบงานใบกิจกรรมก็จะมีขั้นตอนต่าง ๆให้เด็กได้ปฏิบัติ


    3.ขั้นสรุป ก็แล้วแต่ กิจกรรม


    ตัวอย่างรูปแบบทั่วไป


    แผนการสอนที่/ เรื่อง/ เวลา..คาบ


    สาระสำคัญ......


    จุดประสงค์ปลายทาง....


    จุดประสงค์นำทาง.....


    เนื้อหา.....


    วิธีสอน


    1. ขั้นนำ...


    2. ขั้นปฏิบัติการสอน...


    3. ขั้นสรุป....


    วิธีการประเมินผล....


    สื่อ/อุปกรณ์การสอน


    ข้อเสนอแนะ(ถ้ามี)....


    ---------------------------------------------------


    ใบงานที่...หรือใบกิจกรรมที่...


    หมายเหตุ นี่เป็นรูปแบบการเขียนแผนแนวปัจจุบันที่เน้นเด็กเป็นสำคัญนะครับ



ความคิดเห็นที่ 5

7203 (Guest)
1 ก.ค. 2544 09:14
  1. ท่านครับ..ไม่ต้องคิดมากเอางี้(แนะนำ)


    1. รูปแบบคงเป็นตามที่ครูวินัยกล่าวนะ


    2.และอย่าลืมคิดต่อไปนะว่าทำไงจะให้เด็กเก่ง.ดี...สุข.....(ทุกเรื่อง) คิดไม่ออกดูที่ตัวท่านเองหรือคนเก่งท่านอื่น ๆ ว่าท่านเก่งอะไรเก่งได้อย่างไร แล้วก็เรียบเรียงความเก่งเป็นลายลักษณ์ลวในแบบที่ทางการกำหนด(ที่เรียกว่า "แผนการสอน"...ก็เท่านั้น


    3. อย่าไปคิดมาก...และอย่าไปทุกข์ในเรื่องของคนอื่น(หน้าที่ที่เขาต้องทำ)โดยลืมทำในเรื่องของตนเอง....ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลครับ.


    (ข้อมูลมากมาย ยินดีที่Mail)



ความคิดเห็นที่ 6

นิรันดร์ vcharkarn vteam
3 ก.ค. 2544 08:46
  1. ผมลองมองดูแล้ว วิธีของคุณครูวินัยก็คล้ายคลึงกับที่มีอยู่ในคู่มือครู


    อย่างนี้ จะลอกคู่มือครูไปส่งเลยจะได้ไหมครับ




    ผมเห็นด้วยในประเด็นของอาจารย์พิทยา และคุณ dubber ในมุมที่ต่างกัน


    เป้าหมายของแต่ละวิชานั้นแตกต่างกัน


    เป้าหมายของหลักสูตรโดยรวมก็มี


    เช่นจะต้องปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม คุณธรรม พร้อมไปกับเนื้อหาทางวิชาการด้วย


    อย่างศูนย์กวดวิชาหลายแห่งที่เปิดสอนอยู่ที่สยามสแควร์


    เอาใจเด็กมาก นักเรียน เรียนกันตรึม สอนตลกโปกฮา ไม่ค่อยพ้นเข็มขัดขึ้นมาเท่าไร


    ได้เนื้อหา สาระ จริง แต่คุณธรรมจริยธรรม ไม่ค่อยได้ บางแห่งทำคุณธรรมเสื่อมด้วย




    แล้วก็เวลาปฏิบัติจริงก็เป็นอีกอย่างหนืึ่ง


    บางที่เราวางแผนเอาไว้ว่า จะสอนเรื่องนี้


    อยู่ ๆ ก็มีพวก BIG ๆ เขามาในโรงเรียน ผู้บริหารก็เกณฑ์ครู นักเรียนไปให้การ


    ต้อนรับ


    บางโรงเรียนจัดแข่งกีฬาระหว่างสี ระหว่างโรงเรียน


    ก็เอาเวลาเรียนมาจัดซ้อม แผนที่วางไว้ก็พังพินาศหมด


    สงสัยท่าจะบ่นนอกเรื่อง พอแค่นี้แล้วกันครับ



ความคิดเห็นที่ 7

วินัย (Guest)
4 ก.ค. 2544 23:43
  1. ตามความเห็นของคุณนิรันดร์ ผมเห็นด้วยเป็นบางส่วนที่จะไปลอกคู่มือ ครูมาจัดทำเป็นแผนการสอน อาทิเช่น โครงสร้างรายวิชา/ เนื้อหา/ สาระสำคัญ/ จุดประสงค์การเรียนรู้ /


    แต่ในด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนนั้นผมว่าไม่ควรลอกนะครับ


    เพราะคู่มือเป็นแค่แนวทาง กำหนดแนวการสอนเป็นแบบกลาง ๆ ทั่วไปนะครับ


    การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นหน้าที่ของครูผู้สอนในแต่ละท้องถิ่น จะต้องเป็นผู้จัดทำให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง โดยพยายามสร้างกิจกรรมการเรียนการสอนให้เน้นเด็กเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะสอนเด็กโดยวิธีใด


    โดยเมื่อสอนแล้ว เด็กควรจะต้อง เก่ง/ ดี/มีสุข/


    แต่ก็มีปัญหาเพราะ


    การสอนปัจจุบัน ครูแต่ละท่านสอนหลายระดับ หลายวิชา ดังนั้นการจัดทำแผนการสอนในแต่ละรายวิชา ย่อมมีความบกพร่องเป็นธรรมดา โดยเฉพาะคุณครู สปช. ขยายโอกาสที่สอนในระดับมัธยมซึ่งหน้าเห็นใจจริง ๆ สอน ม 1- ม 3 แทบทุกรายวิชา ถ้าจะมานั่งจัดทำแผนการสอนให้สมบูรณ์ครบถ้วนทุกรายวิชาก็ดูค่อนข้างยาก ปัจจุบันจึงมีสำนักพิมพ์ หัวใส พิมพ์แผนการสอนออกมาจัดขายวางอยู่เต็มเมือง มีทั้งดีและแย่ ปะปนกัน ครูที่ซื้อไปก็แค่ มีพอให้ผู้ใหญ่ตรวจแค่นั้น






    ส่วนวิธีการแก้ปัญหาตามความคิดของผม เห็นว่า โรงเรียนในแต่ละพื้นที่ควรจะมารวมกลุ่มกัน ระดมสมอง จัดทำแผนการสอนในท้องถื่นร่วมกัน ในแต่ละรายวิชา




    ่ส่วนการสอนพิเศษ ผมว่า เป็นสาเหตุหนึ่งที่เป็นปฏิปักษ์กับการศึกษายุคปฏิรูป ซึ่งส่วนใหญ่เน้นคำตอบสุดท้าย เด็กไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน/ ครูก็มุ่งเน้นสอนแต่เนื้อหาอย่างเดียว มิได้ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม/ เด็กก็เรียนรู้แบบตัวใครตัวมัน/


    ถ้าเด็กพวกนี้โตเป็นผู้ใหญ่ สิ่งต่าง ๆเหล่านี้ที่เขาได้รับ จะส่งผลให้เขาเป็นคนเช่นไร


    ในอนาคตรลองคิดดู


    ผมสอนชนบท เด็กบางคนจนมาก/ แค่เงินค่าอาหารกลางวันก็แทบจะไม่มี นี่ดีมีโครงการเงินกู้เพื่อการศึกษามาพอช่วยแก้ปัญหาได้/เพราะฉนั้นพวกนี้ไม่มีคำตอบสุดท้ายจากโรงเรียนกวดวิชา/ .....


    แค่นี้ก่อนนะครับชักเลอะแล้ว???????????



ความคิดเห็นที่ 8

บวรวิทย์ ยุทธนากร (Guest)
5 ก.ค. 2544 13:03
  1. เห็นด้วยกับการมีและใช้แผนการสอนที่ครูผู้สอนได้ทำโดยมุ่งหมาย เพื่อเป็นแนวทางพัฒนานักเรียนทั้งที่เรียนเก่งและเป็นแนวแก้ไขปรับปรุงนักเรียนที่เรียนได้ช้า รวมทั้งพัฒนาตัวครูเอง


    ไม่เห็นด้วย ถ้าจะอาศัยแผนการสอนด้วยวิธีใด ๆ ก็ตาม เพียงเพื่อปรับตำแหน่งของตนโดยมีนักเรียนเป็นเพียงแหล่งอาศัยอ้างอิง หรือมีไว้เพียงเพื่อป้องกันตัวครูเอง


    คิดว่าการมีและใช้แผนการสอนไม่ว่าในสมัยก่อนหรือสมัยปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องเป็นกฎตายตัวเสมอไปในเรื่องรูปแบบ ผมเข้าใจว่าทฤษฏีการเรียนการสอนที่มีอยู่ในทุกประเทศ ไม่มีของประเทศใดที่จะเคยถูกเรียนว่า เป็นกฎแห่งการเรียนรู้ ได้แท้จริงตลอดไป เพียงแต่ทฤษฏีนั้น ๆ เหมาะที่จะใช้ตามสภาพของผู้เรียน และสภาพของสังคมขณะนั้น


    ผมมั่นใจในความเชื่อนี้



ความคิดเห็นที่ 9

ไพจิตร สดวกการ (Guest)
6 ก.ค. 2544 09:43
  1. ในทัศนะของดิฉัน


    แผนการสอน ก็มีความหมายตรงตัวของมันอยู่แล้ว ว่าเป็นการวางแผนว่าครูจะสอนอย่างไร (ผู้เรียนจะเรียนอย่างไร) เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้ตามหลักสูตร ตามปรัชญาการศึกษาของสังคมนั้น ๆ


    พิจารณาตามนัยข้างต้นนี้ องค์ประกอบหลักก็ต้องมี จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา กิจกรรมการเรียนการสอน สื่อการเรียนการสอน การวัดและการประเมินผล


    ส่วนในแต่ละองค์ประกอบจะแยกย่อยลงไปอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อ และแนวคิด เกี่ยวกับการเรียนรู้ของมนุษย์ตามที่สังคมนั้นยึดถืออยู่ในขณะนั้น


    ส่วนรูปแบบ (แบบฟอร์ม) ของแผนการสอนนั้นเปรียบเหมือนภาชนะที่เอามาบรรจุองค์ประกอบข้างต้นดังกล่าว


    รูปทรงของภาชนะที่บรรจุอาหารก็มีส่วนช่วยให้อาหารน่ารับประทาน หรือรับประทานได้สะดวกขึ้น แต่คุณค่าแท้ของอาหารก็ต้องอยู่ที่ตัวอาหารเอง


    ความถูกผิดที่สำคัญจึงต้องพิจารณาที่ความสอดคล้องขององค์ประกอบเหล่านั้น ว่าได้จัดให้สอดรับกันหรือไม่


    ผู้จัดทำแผนการสอนต้องศึกษาให้เข้าใจจุดมุ่งหมายหลักสูตร จุดประสงค์การเรียนรู้ ความเชื่อ แนวคิดหลัก เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนในสังคมของตนในขณะนั้น แล้วออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอน สื่อ และการวัดการประเมินผล ที่อธิบายให้ตัวเองและผู้อื่นฟังได้ว่าทำอย่างนั้นเพราะอะไร เพื่ออะไร ขัดแย้งกันในตัวเองหรือไม่




    สิ่งที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่งที่ผู้สอนทั่วไปมักละเลย คือ


    การบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างสอน และหลังสอน


    จะใช้เครื่องมืออะไรในการบันทึกก็สุดแล้วแต่สภาพความพร้อมที่มีอยู่


    บันทึกที่ได้จะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับนำมาปรับปรุงการเรียนการสอนและการวางแผนการสอนต่อ ๆ ไป ให้ดียิ่งขึ้นเป็นลำดับ


    แผนการสอนเป็นสิ่งที่เราคาดไว้ว่าทำอย่างนี้แล้วน่าจะดี บันทึกระหว่างสอนและหลังสอนจะช่วยบอกให้เรารู้ว่าสิ่งที่เราคาดไว้นั้นใช้ได้ดีจริง สำหรับผู้เรียนลักษณะอย่างนี้หรือไม่ ต้องปรับเปลี่ยนอย่างไรต่อไป ข้อค้นพบจากการปฏิบัติจริง จะช่วยให้คนที่สอนอย่างไตร่ตรองได้ความรู้ใหม่เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนที่ผ่านการพิสูจน์ในเชิงประจักษ์และปรับปรุงครั้งแล้วครั้งเล่า นี่คือสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นในผู้ประกอบวิชาชีพครู



ความคิดเห็นที่ 10

ไพจิตร สดวกการ (Guest)
6 ก.ค. 2544 19:43
  1. ครูที่แท้จริง จะพบเห็นจุดที่อยากปรับปรุงในแผนการสอนของตนเองเสมอหลังจากที่ได้สอนไปแล้ว ไม่ต้องนั่งงอมืองอเท้ารอให้คนอื่นมาบอกให้แก้ด้วยซ้ำไป นั่นคือ ครูต้องสอนตนเองได้ ! จึงจะน่าเชื่อว่าจะไปสอนผู้อื่นได้



ความคิดเห็นที่ 11

เสียงฟ้า (Guest)
6 ก.ค. 2544 19:47
  1. เอาอย่างนี้ครับ อ.ชูพงษ์


    แผนการสอนที่เขาทำไว้แล้วที่ผ่านการประเมินจนได้ ซี 7 - 8 - 9 มาแล้ว มีเยอะแยะเลยแทบทุกรายวิชา อาจารย์ก็เอามาลอกได้เลยครับ หลักสูตร คำอธิบายรายวิชา จุดประสงค์ ทั่วไป จุดประสงค์เฉพาะ โครงสร้างบทเรียนการแบ่งคาบ การแบ่งจุดประสงค์ เนื่อหาสาระ จุดประสงค์นำทาง-ปลายทาง - อุปกรณ์ การประเมินผล ฯลฯ ลอกไปเลย แต่กิจกรรมการเรียนการสอน อาจารย์ก็ต้องใช้วิธีการของอาจารย์นั่นแหละ ผมคิดว่าคงไม่มีใครสกู้อาจารย์ได้ในการสอนเด็กกลุ่มที่อาจารย์กำลังสอนรายวิชาและเรื่องที่อาจารย์สอนอยู่ ถ้าหากวิธีการสอนของอาจารย์ชูพงษ์ ไปซ้ำกับวิธีการของคนอื่นก็ไม่ต้องซีเรียสครับ หรืออาจดูวิธีการของคนอื่นแล้วเอามาดัดแปลงเป็นวิธีการของเราเองก็ได้ แต่มีข้อที่จะต้องคำนึงเป็นพิเศษก็คือกิจกรรมการเรียนการสอน อย่าให้ตัวเองเป็นพระเอก ให้เด็กได้คิด ได้พูด ได้ลงมือทำ หรือได้ศึกษาค้นคว้าได้แสดงออกให้มากที่สุด


    ลองดูนะครับ



ความคิดเห็นที่ 12

เสียงดิน (Guest)
6 ก.ค. 2544 22:05
  1. ีที่คุณเสียงฟ้าแนะนำให้ไปหาแผนการสอนพวกทำผลงานที่ผ่านมาแล้ว นั้น จะไปหาแหล่งได้ที่ไหน ครับ (ช่วยบอกแหล่งด้วยผมก็สนใจ อยากแลกเปลี่ยนข้อมูล)


    เพราะส่วนใหญ่เขาหวงกัน ที่โรงเรียนผมพวกที่ได้ซี 8 ซี 9 เขาเก็บผลงานเงียบเลย ไม่ทราบอายอะไร


    จริง ๆ กค. น่าจะจัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาเป็นแหล่ง แลกเปลี่ยน ข้อมูลค้นคว้า เกี่ยวกับผลงานวิชาการให้ครูทุก คน ได้ศึกษา โดยคัดเลือกผลงานวิชาการที่ ผ่านเกณฑ์ แล้ว


    ไม่ต้องมากลัวใครจะนำไปลอกเลียนแบบเพราะผมคิดว่า ของดีที่ผ่านเกณฑ์ กค. แล้วก็น่าจะนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนได้นะครับ


    หรือจะให้ที่นี่เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลก็ได้นะครับ



ความคิดเห็นที่ 13

ไพจิตร (Guest)
7 ก.ค. 2544 08:24
  1. คุณเสียงดินขา


    คุณนั่นแหละค่ะ ที่อยู่ใกล้แหล่งผลงานมากที่สุด เพราะคุณบอกว่าที่โรงเรียนของคุณมีซี 8 ซี 9 คุณควรจะได้ไต่ถาม ขอดู ขอศึกษา ปรึกษาหารือ กับพวกเขา เพราะตำแหน่งที่เขาได้รับ"ต้อง" มี "หน้าที่" เผยแพร่ ให้คำปรึกษา ให้ความช่วยเหลือแก่เพื่อนครู ถ้าเขาไม่ยอมให้ ถือว่า "บกพร่อง" ต่อ "หน้าที่" นะคะ ร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาได้ นอกเสียจากว่าคุณเองไม่เชื่อ ไม่ศรัทธา ในเกียรติภูมิของเขา ไม่เคยอยากจะขอคู ขอคุยด้วย อย่างนี้ก็ไปกล่าวโทษเขาไม่ได้ค่ะ ในโลกนี้มีคนจำนวนน้อยมากที่จะเที่ยวไล่แจกโดยคนเขาไม่ได้ขอ


    คุณควรจะช่วยเผยแพร่ชื่อคนที่ได้ซี 8 ซี 9 และชื่อโรงเรียนของคุณให้พวกเราได้ทราบด้วย พวกเราจะได้มีแหล่งติดต่อค่ะ



ความคิดเห็นที่ 14

เสียงฟ้า (Guest)
8 ก.ค. 2544 14:52
  1. มีมากมาย ตัวอย่าง เช่น


    ห้องสมุดของสสวท.


    ห้องสมุด กค.


    ห้องสมุดโรงเรียนศรีอยุธยา


    ลองระบุรายวิชามาดูซิครับ เผื่อจะมีคนช่วยหาให้



ความคิดเห็นที่ 15

เสียงดิน (Guest)
8 ก.ค. 2544 15:40
  1. กรณีคุณไพจิตร บอกว่าตัวผมอยู่ใกล้แหล่งค้นคว้า ความจริงก็จริงครับ แต่เป็นผลงานของผู้ร่วมงานที่เขาได้มาหลายปีแล้ว แล้วเขาหวงจริง ๆ นะครับ เขาเผยแพร่ตอนที่เขากำลังทำผลงานพอได้ เขาก็เก็บเงียบเลย ก็เลยเกรงใจไม่อยากไปรบกวนเค้า


    จริง ๆอยากได้แหล่งข้อมูลที่สามารถค้นคว้าได้มาก ๆ และหลากหลาย สามารถติดต่อได้จริง จึงอยากเสนอให้ กค. จัดตั้ง เวบบ์ เป็นแหล่งข้อมูลใหญ่ โดยเฉพาะครูต่างจังหวัด ที่อยากค้นข้อมูลผลงานวิชาการทีหนึ่ง ๆ จะได้ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ เสียเวลาเป็นวัน ๆ




    ไม่รู้นะครับที่นี่น่าจะเปิด เป็นแหล่งค้นคว้าผลงานวิชาการ อีกที่หนึ่งก็ได้นะครับ สมกับ วิชาการดอทคอมม์ กค.



ความคิดเห็นที่ 16

สุทธิรา (Guest)
16 ก.ค. 2544 23:16
  1. จากการมี พ.ร.บ.การศึกษา จึงทำให้มีการปฏิรูปการเรียนรู้เกิดขึ้น มีการประกันคุณภาพการศึกษา ดังนั้นโรงเรียนจะต้องมีมาตรฐานการศึกษาซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อการประเมินคุณภาพทั้งภายในและภายนอก จากหมวดที่ 4 ของ พ.ร.บ.การศึกษาจะเน้นผู้เรียนสำคัญที่สุดรวมทั้งการจัดกระบวนการเรียนการสอนซึ่งจะต้องมีให้ครบทั้ง 3 ด้านคือด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านความรู้และด้านทักษะความสามารถของผู้เรียน การจัดกิจกรรมจะเน้นให้ผู้เรียนรู้จักคิด และคิดแก้ปัญหาได้ แผนการสอนที่เคยทำกันมานั้นจะต้องนำมาปรับแก้ไขใหม่ให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการเรียนรู้ แผนการสอนจะเรียกใหม่าว่า "แผนการจัดการเรียนรู้" จะมีมาตรฐาน, ตัวบ่งชี้เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมาตรฐานนี้จะต้องมีให้ครบทั้ง 3 ด้านดังกล่าว นอกจากนี้คำว่าจุดประสงค์นำทางและปลายทางจะหายไป จะมีคำว่า "ผลการเรียนรู้" แทน ซึ่งเป็นการบอกว่าเมื่อผู้เรียนได้เรียนไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมาบ้างหรือเกิดผลอย่างไรนั่นเอง กิจกรรมการเรียนรู้จะดำเนินไปตาม "วงจรการเรียนรู้"เป็นวงจรที่ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีการประเมินผลขณะปฏิบัติกิจกรรม ทั้งผู้เรียนและผู้สอนจะประเมินไปพร้อมๆกัน ซึ่งจะมีเกณฑ์ในการวัดในแต่ละด้าน ดังนั้นเมื่อสอนเส็จแต่ละแผนแล้วจะทราบได้ทันทีว่าผู้เรียนในมาตรฐานนี้ จะมีคุณภาพในระดับใด (มี 5 ระดับ) แต่ละระดับมีกี่คน ผู้เรียนเมื่อรู้ว่าตนเองอยู่ระดับใดก็ต้องพัฒนาตัวเองให้อยู่ในระดับคุณภาพที่ดีขึ้น โดยมีผู้สอนให้คำปรึกษาชี้แนะ(หรือจะทำการวิจัยในชั้นเรียน) เมื่อทำการสอนสิ้นสุดภาคเรียนก็จะต้องมีการ "รายงานผลการปฏิบัติงาน"ให้แก่ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อผลดีที่จะติดตามมาหลายๆอย่าง


    สำหรับการประเมินภายในจะทำการประเมินทุกปีโดยเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าหมวด,หัวหน้างาน,ผู้ช่วยนหรือฝ่ายบริหารในสถานศึกษา เพื่อรองรับการประเมินภายนอก


    การประเมินภายนอกเป็นการประเมินโดยองค์กรอิสระภายนอก เพื่อรับใบประกอบวิชาชีพครู เป็นการประเมินเป็นรายบุคคล ใครพร้อมก็ขอรับการประเมินก่อน ประเมิน 5 ปีต่อครั้ง อาจารย์ 3 ระดับ 9 จะถูกประเมินในปี 2545 อ.3 ระดับ 6-8 ประเมินปี 2546 ส่วนครูปฏิบัติการทั่วไปจะประเมินปี 2547


    เรื่องราวทั้งหมดนี้ได้มาจากการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการปฏิรูปการเรียนรู้ วิทยากรคือ อ.ชูศรี ตันพงษ์ อาจารย์ 3 ระดับ 9 ครูต้นแบบวิชาภาษาไทย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ โรงเรียนนวมินทราชูทิศพายัพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000



ความคิดเห็นที่ 17

สุทธิรา (Guest)
16 ก.ค. 2544 23:30
  1. ตัวอย่าง "การออกแบบการเรียนรู้"


    ตัวอย่าง "แผนการการจัดการเรียนรู้" และมาตรฐานการศึกษาเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน" รวมทั้งคำแนะนำในเรื่องของการศึกษา ให้ลองขอจาก อ.ชูศรี ตันพงษ์ โรงเรียนนวมินทราชูทิศพายัพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 56000 ค่ะ



ความคิดเห็นที่ 18

ไพจิตร สดวกการ ศูนย์นวัตกรรมและการนิเทศทางไกล หน่ (Guest)
17 ก.ค. 2544 07:03
  1. ขอขอบคุณคุณสุทธิรามากค่ะ


    เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนค่ะ


    และขอทราบชื่อ สกุล ที่ทำงาน/ที่ติดต่อ ของ


    คุณสุทธิรา ไว้เป็นเครือข่ายของสังคมแห่งการเรียนรู้ด้วยค่ะ


    ถ้าไม่สมัครใจที่จะเปิดเผยต่อสาธารณชน ขอความกรุณาให้ดิฉันได้รับทราบข้อมูลทาง e-mail ด้วยนะคะ



ความคิดเห็นที่ 19

ครู ซี 7 (Guest)
18 ก.ค. 2544 22:22
  1. คุณสุธิรา ครับ


    ผมสอนมา เกือบ 30 ปี


    วิชาวิทยาศาสตร์ และ ฟิสิกส์ ม.ต้น และ


    ม ปลาย ยังไม่ไว้ใจกันอีกหรือ


    สอนหลายระดับ ด้วย ม. 1 / ม.2/ ม.4 และ


    ม. 6 (24 คาบ/สัปดาห์) ถ้ามาประเมินแบบคุณ สุธิรา ผมขอลาออกแน่...ยืนยัน


    ถ้าจะประเมินแบบที่คุณว่า ..... ครูโรงเรียน ที่ขาดแคลน ก็คงไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินแน่ เพราะมีหลายหน้าที่ อาทิ หัวหน้าพัสดุ หัวหน้างานอาหารกลางวัน งานห้องสมุด งานโสต ฯ คงไม่มีเวลามานั่งประดิษฐ์ประดอย แผนจักการเรียนรู้ อย่างที่คุณว่าได้


    OK. ถ้าให้สอนระดับเดียว หรือ คาบน้อย ๆ เช่น 18 /สัปดาห์ ยินดีให้มาประเมินเลย จะทำให้กรรมการที่มาประเมินเคลิ้มไปเลย/ แต่นี่ พอเข้าโรงเรียน ก็ต้องมาเปิดห้องสมุด ก่อนเคารพธงชาติ หลังจากนั้น ก็งานพัสดุ แล้วก็ต้องสอน สี่โมงเช้าก็ เข้าโรงอาหารโครงการอาหารกลางวัน แล้วกลับมาสอน ตรวจงานเด็กวันละ 1 คาบ เสร็จแล้วก็สอน ๆๆๆๆๆ


    จะเอาเวลาที่ไหน...มานั่งประดิษฐ์ประดอย


    (ห้ามบอกว่าให้ลาออก....นะ.)


    แต่อยากให้ผู้เกี่ยวข้องรู้ บ้าง


    เด็กจะเก่งดี มี สุข/ ครูต้อง เก่ง ดี มีสุขด้วยนะ


    ท่าน รมต. กระทรวงศึกษา ท่านทักษินท่านดูกระทรวงนี้แล้วก็ยัง ไม่กล้าตัดสินใจเลย สั่งลดสาระการเรียนรู้ ไป จาก 12 เหลือ 8 (ถ้าจำๆไม่ผิด ไม่ทราบเรียกถูกหรือไม่)


    ผมไม่ใช่ครูนักวิชาการ ซี สูง แต่ก็ตั้งใจสอนศิษย์อย่างเต็มที่ 10 ปีที่ผ่านไม่เคย มาสาย ลาหรือขาด ยอมรับว่าหัวโบราณ แต่ลูกศิษย์ ได้ดีหลายคน อย่าน้อยก็เป็นคนดี อยากให้นักวิชาการที่พยายามปฏิรูประบบการศึกษาไทย กรุณาค่อย ๆเป็นค่อยไป .... อย่าหักด้ามพร้าด้วยเข่า... อย่าเน้นรูปแบบการสอน มากเกินไป อย่างจ้องว่าการปฏิรูปการสึกษาจะต้องวัดด้วยการประเมินมากเกินไป......ครูเขาเครียด....มันจะกลายเป็นวงจรอุบาทว์ เหมือนการ สอบเข้ามหาวิทยาลัย


    และท้ายสุด กราบขออภัย ท่านนักวิชาที่เกี่ยวข้อง ถ้าครูหัวโบราณ แบบผม ทำให้ท่านไม่สบายใจ



ความคิดเห็นที่ 20

ไพจิตร (Guest)
19 ก.ค. 2544 06:31
  1. การปฏิรูปการศึกษา เป็นการปฏิรูปทั้งระบบ


    ถ้าระบบยังไม่พร้อม ก็คงเป็นการโหดร้ายที่จะประเมินรายบุคคล


    จากความคิดของนักวิชาการระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปที่ดิฉันสัมผัสมา ท่านมีความพยายามที่จะปฏิรุปให้ครูได้ทำหน้าที่ที่ตรงกับงานในหน้าที่ของครูค่ะ


    ดิฉันเข้าใจสภาพของคุณ "ครู ซี 7" ดีค่ะ


    เพราะดิฉันบรรจุในโรงเรียนชนบทที่เปิดใหม่มีดิฉันและเพื่อนเป็นครูสองคนแรกของโรงเรียน ต้องสอนทุกวิชา และทำงานทุกอย่างที่นอกเหนืองานครูโดยตรง ตั้งแต่การสร้างเพิงไปจนถึงงานสัมพันธ์ชุมชน

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น