ขอรูปแบบแผนการสอนยุคปัจจุบัน

รูปแบบแผนการสอนปัจจุบัน จะมีรูปแบบเป็นอย่างไร ผู้สอนบ้านนอกไม่เข้าใจ เขียนไม่ถูก เขียนหลายครั้งผิดทั้งแผ จะเอาอย่างไร


ขอถามครับ


ความคิดเห็นที่ 39 

MubmiB-22@hotmail.com (Guest)
17 ก.ค. 2549 21:09
  1. เบื่อนักวิชาการมาก ไม่นึกถึงครูขนาดเล็กบ้าง



ความคิดเห็นที่ 37

thanaphan_b@hotmail.com (Guest)
29 มิ.ย. 2549 00:37
  1. ใครมีปัญหาการเรียนการสอนสังคมศึกษาบ้าง ก้บอกหรือเขีนยมาส่งให้ผมบ้างน่ะครับ พันธ์ ต้องการด่วนมาก



ความคิดเห็นที่ 3

Dubber (Guest)
29 มิ.ย. 2544 13:37
  1. ไม่เห็นด้วยครับ




    คือมันใช้ได้ แต่ไม่ทุกกรณีนะครับ นักเรียนชอบไม่ใช่แปลว่าดีเสมอ นักเรียนไม่ชอบ ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ดีเสมอ




    ถ้าไม่รับความเห็นคนอื่นด้วย โอกาสพัฒนาหลักสูตรก็จะน้อยลง เพราะกลายเป็นคนสอนคิดหัวเดียว แทนที่จะหลายหัว แล้วหลักสูตรมันก็ต้องสัมพันธ์กันด้วย แต่ละวิชาที่เรียน ดูแค่ที่อยู่ตรงหน้าคงไม่ได้มังครับ



ความคิดเห็นที่ 5

7203 (Guest)
1 ก.ค. 2544 09:14
  1. ท่านครับ..ไม่ต้องคิดมากเอางี้(แนะนำ)


    1. รูปแบบคงเป็นตามที่ครูวินัยกล่าวนะ


    2.และอย่าลืมคิดต่อไปนะว่าทำไงจะให้เด็กเก่ง.ดี...สุข.....(ทุกเรื่อง) คิดไม่ออกดูที่ตัวท่านเองหรือคนเก่งท่านอื่น ๆ ว่าท่านเก่งอะไรเก่งได้อย่างไร แล้วก็เรียบเรียงความเก่งเป็นลายลักษณ์ลวในแบบที่ทางการกำหนด(ที่เรียกว่า "แผนการสอน"...ก็เท่านั้น


    3. อย่าไปคิดมาก...และอย่าไปทุกข์ในเรื่องของคนอื่น(หน้าที่ที่เขาต้องทำ)โดยลืมทำในเรื่องของตนเอง....ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลครับ.


    (ข้อมูลมากมาย ยินดีที่Mail)



ความคิดเห็นที่ 31

chupong (Guest)
25 ก.ค. 2544 21:34
  1. ใดๆ.. ในโลกล้วน อนิจจัง อย่าให้การศึกษาพัง เพราะผู้รู้บ้างไม่ไม่รู้บ้างมากำหนด




    ขออภัยครับ คือครูผู้สอนถ้าจะสอนเด็กให้เป็นคนดีมีคุณภาพตามเจตนารมของผู้สอนผมว่าสอนไปเถิดครับ แต่ต้องยอมรับการสอนแบบสมัยใหม่ จะใหม่ตามสมัยนิยมหรือจะใหม่ตามแบบฉบับของเรา(ผู้สอนเอง)ก็เลือกกันเอง...แต่อย่าลีมพรบ.ที่ออกมาก็แล้วกันครับ.....เป็นครูไทยอย่าอ่อนไหวและถ้อแท้ จับตาแลปี45 นะครับ



ความคิดเห็นที่ 24

หนามเตย (Guest)
20 ก.ค. 2544 23:27
  1. จากความเห็นเพิ่มเติมข้อที่ 16


    ผมลองไปเล่าให้เพื่อนครูที่โรงเรียนฟังเกี่ยวกับ


    แผนจัดการเรียนรู้ ที่คุณสุทธีรา อ้างมา


    เพื่อน ๆ หลายคนบอกว่า " พวกนักวิชาการก็มัวแต่เขียน ๆ ๆๆๆ ไม่คำนึงถึงพวกครูที่เขากำลังสอนว่าจะรุ้เรื่องหรือไม่ พยายามคิดเรื่องใหม่ขึ้นมาเรี่อย ๆ เรื่องเก่ายังไม่ทันใช้เลยว่าดีหรือไม่ดี ก็คิดเรื่องใหม่ขึ้นมาให้ครูปวดหัวกันอีกแล้ว วัน ๆ ไม่ต้องเตรียมการสอน ต้องคอยมานั่งเตรียม เอกสารให้พวกที่จะมาประเมิน"




    ผมฟังเพื่อนตอบก็คลัอยตามเขาไปด้วย ยกตัวอย่าง ตามปกติโรงเรียนผม ทุก ๆ เทอมต้นจะต้องมีการประกวดสื่อการเรียนการสอน กันทุกปี แต่มาปีนี้งด ครับ ทางโรงเรียนกลับหันมาบังคับให้ครูประกวด Port folio(เฉพาะของครู) แทนการประกวดสื่อ / และจะใช้ข้อมูลจาก Port/ เป็นเกณฑ์พิจารณา ความดีความชอบประจำปี ตอนนี้พวกผมก็ไม่เป็นอันสอนแล้ว ต้องมานั่งเสียเวลาคอยเขียนประวัติ/ยกยอผลงานตัวเอง ดูแล้วก็น่าละอายใจจริง ๆ


    จริง ๆ อยากให้โรงเรียนกลับไปประกวดสื่อแบบเดิมดีกว่า เพราะสามารถใช้ได้ประโยชน์กับเด็กนี่ เป็นแค่ผลงานที่บอกว่าตัวเราเองที่ผ่านมาเป็นอย่างไร พัฒนาไปถึงไหน ใครเขียนเก่งก็เข้าตากรรมการ ใครเขียนไม่เก่งปีหน้าขั้นคงไม่ขึ้น คุณไพจิตร ช่วยเสนอแนะหน่อยนะครับ ในฐานะ ศน.



ความคิดเห็นที่ 4

วินัย (Guest)
29 มิ.ย. 2544 23:36
  1. รูปแบบแผนการสอนเดิม จะเน้นกระบวนการ


    ถ้าแบบใหม่ ต้องมี1. ขั้นนำ 2.ขั้นปฏิบัติการ


    สอน และ3. ขั้นสรุป


    1.ขั้นนำ ก็จะเป็นการนำเข้าสู่บทเรียน จะนำอย่างไรก็ว่าไป


    2.ขั้นสอน ก็จะเป็นการแบ่งกลุ่ม ด้วยการสอนแบบ Cooperrative จะแบ่งสอนแบบไหนก็ว่าไปเช่น Jigsaw/Learningtogether/ฯลฯ


    แล้วก็ แจกใบงาน/ใบกิจกรรมซึ่งในใบงานใบกิจกรรมก็จะมีขั้นตอนต่าง ๆให้เด็กได้ปฏิบัติ


    3.ขั้นสรุป ก็แล้วแต่ กิจกรรม


    ตัวอย่างรูปแบบทั่วไป


    แผนการสอนที่/ เรื่อง/ เวลา..คาบ


    สาระสำคัญ......


    จุดประสงค์ปลายทาง....


    จุดประสงค์นำทาง.....


    เนื้อหา.....


    วิธีสอน


    1. ขั้นนำ...


    2. ขั้นปฏิบัติการสอน...


    3. ขั้นสรุป....


    วิธีการประเมินผล....


    สื่อ/อุปกรณ์การสอน


    ข้อเสนอแนะ(ถ้ามี)....


    ---------------------------------------------------


    ใบงานที่...หรือใบกิจกรรมที่...


    หมายเหตุ นี่เป็นรูปแบบการเขียนแผนแนวปัจจุบันที่เน้นเด็กเป็นสำคัญนะครับ



ความคิดเห็นที่ 7

วินัย (Guest)
4 ก.ค. 2544 23:43
  1. ตามความเห็นของคุณนิรันดร์ ผมเห็นด้วยเป็นบางส่วนที่จะไปลอกคู่มือ ครูมาจัดทำเป็นแผนการสอน อาทิเช่น โครงสร้างรายวิชา/ เนื้อหา/ สาระสำคัญ/ จุดประสงค์การเรียนรู้ /


    แต่ในด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนนั้นผมว่าไม่ควรลอกนะครับ


    เพราะคู่มือเป็นแค่แนวทาง กำหนดแนวการสอนเป็นแบบกลาง ๆ ทั่วไปนะครับ


    การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นหน้าที่ของครูผู้สอนในแต่ละท้องถิ่น จะต้องเป็นผู้จัดทำให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง โดยพยายามสร้างกิจกรรมการเรียนการสอนให้เน้นเด็กเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะสอนเด็กโดยวิธีใด


    โดยเมื่อสอนแล้ว เด็กควรจะต้อง เก่ง/ ดี/มีสุข/


    แต่ก็มีปัญหาเพราะ


    การสอนปัจจุบัน ครูแต่ละท่านสอนหลายระดับ หลายวิชา ดังนั้นการจัดทำแผนการสอนในแต่ละรายวิชา ย่อมมีความบกพร่องเป็นธรรมดา โดยเฉพาะคุณครู สปช. ขยายโอกาสที่สอนในระดับมัธยมซึ่งหน้าเห็นใจจริง ๆ สอน ม 1- ม 3 แทบทุกรายวิชา ถ้าจะมานั่งจัดทำแผนการสอนให้สมบูรณ์ครบถ้วนทุกรายวิชาก็ดูค่อนข้างยาก ปัจจุบันจึงมีสำนักพิมพ์ หัวใส พิมพ์แผนการสอนออกมาจัดขายวางอยู่เต็มเมือง มีทั้งดีและแย่ ปะปนกัน ครูที่ซื้อไปก็แค่ มีพอให้ผู้ใหญ่ตรวจแค่นั้น






    ส่วนวิธีการแก้ปัญหาตามความคิดของผม เห็นว่า โรงเรียนในแต่ละพื้นที่ควรจะมารวมกลุ่มกัน ระดมสมอง จัดทำแผนการสอนในท้องถื่นร่วมกัน ในแต่ละรายวิชา




    ่ส่วนการสอนพิเศษ ผมว่า เป็นสาเหตุหนึ่งที่เป็นปฏิปักษ์กับการศึกษายุคปฏิรูป ซึ่งส่วนใหญ่เน้นคำตอบสุดท้าย เด็กไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน/ ครูก็มุ่งเน้นสอนแต่เนื้อหาอย่างเดียว มิได้ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม/ เด็กก็เรียนรู้แบบตัวใครตัวมัน/


    ถ้าเด็กพวกนี้โตเป็นผู้ใหญ่ สิ่งต่าง ๆเหล่านี้ที่เขาได้รับ จะส่งผลให้เขาเป็นคนเช่นไร


    ในอนาคตรลองคิดดู


    ผมสอนชนบท เด็กบางคนจนมาก/ แค่เงินค่าอาหารกลางวันก็แทบจะไม่มี นี่ดีมีโครงการเงินกู้เพื่อการศึกษามาพอช่วยแก้ปัญหาได้/เพราะฉนั้นพวกนี้ไม่มีคำตอบสุดท้ายจากโรงเรียนกวดวิชา/ .....


    แค่นี้ก่อนนะครับชักเลอะแล้ว???????????



ความคิดเห็นที่ 15

เสียงดิน (Guest)
8 ก.ค. 2544 15:40
  1. กรณีคุณไพจิตร บอกว่าตัวผมอยู่ใกล้แหล่งค้นคว้า ความจริงก็จริงครับ แต่เป็นผลงานของผู้ร่วมงานที่เขาได้มาหลายปีแล้ว แล้วเขาหวงจริง ๆ นะครับ เขาเผยแพร่ตอนที่เขากำลังทำผลงานพอได้ เขาก็เก็บเงียบเลย ก็เลยเกรงใจไม่อยากไปรบกวนเค้า


    จริง ๆอยากได้แหล่งข้อมูลที่สามารถค้นคว้าได้มาก ๆ และหลากหลาย สามารถติดต่อได้จริง จึงอยากเสนอให้ กค. จัดตั้ง เวบบ์ เป็นแหล่งข้อมูลใหญ่ โดยเฉพาะครูต่างจังหวัด ที่อยากค้นข้อมูลผลงานวิชาการทีหนึ่ง ๆ จะได้ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ เสียเวลาเป็นวัน ๆ




    ไม่รู้นะครับที่นี่น่าจะเปิด เป็นแหล่งค้นคว้าผลงานวิชาการ อีกที่หนึ่งก็ได้นะครับ สมกับ วิชาการดอทคอมม์ กค.



ความคิดเห็นที่ 28

หนามเตย (Guest)
21 ก.ค. 2544 16:51
  1. ผมไม่ รุ้จากคุณไพจิตรเป็นการส่วนตัว แต่ยอมรับว่า การตอบแบบสร้างสรรค์ แบบนี้ทำให้ครูแบพวกผมมีกำลังใจ ในการแก้ปัญหาอีกเยอะเลย อยากให้ ศน. ทุกคนเป็นแบบนี้ครับ




    ด้วยความเคารพจากใจ



ความคิดเห็นที่ 12

เสียงดิน (Guest)
6 ก.ค. 2544 22:05
  1. ีที่คุณเสียงฟ้าแนะนำให้ไปหาแผนการสอนพวกทำผลงานที่ผ่านมาแล้ว นั้น จะไปหาแหล่งได้ที่ไหน ครับ (ช่วยบอกแหล่งด้วยผมก็สนใจ อยากแลกเปลี่ยนข้อมูล)


    เพราะส่วนใหญ่เขาหวงกัน ที่โรงเรียนผมพวกที่ได้ซี 8 ซี 9 เขาเก็บผลงานเงียบเลย ไม่ทราบอายอะไร


    จริง ๆ กค. น่าจะจัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาเป็นแหล่ง แลกเปลี่ยน ข้อมูลค้นคว้า เกี่ยวกับผลงานวิชาการให้ครูทุก คน ได้ศึกษา โดยคัดเลือกผลงานวิชาการที่ ผ่านเกณฑ์ แล้ว


    ไม่ต้องมากลัวใครจะนำไปลอกเลียนแบบเพราะผมคิดว่า ของดีที่ผ่านเกณฑ์ กค. แล้วก็น่าจะนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนได้นะครับ


    หรือจะให้ที่นี่เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลก็ได้นะครับ



ความคิดเห็นที่ 19

ครู ซี 7 (Guest)
18 ก.ค. 2544 22:22
  1. คุณสุธิรา ครับ


    ผมสอนมา เกือบ 30 ปี


    วิชาวิทยาศาสตร์ และ ฟิสิกส์ ม.ต้น และ


    ม ปลาย ยังไม่ไว้ใจกันอีกหรือ


    สอนหลายระดับ ด้วย ม. 1 / ม.2/ ม.4 และ


    ม. 6 (24 คาบ/สัปดาห์) ถ้ามาประเมินแบบคุณ สุธิรา ผมขอลาออกแน่...ยืนยัน


    ถ้าจะประเมินแบบที่คุณว่า ..... ครูโรงเรียน ที่ขาดแคลน ก็คงไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินแน่ เพราะมีหลายหน้าที่ อาทิ หัวหน้าพัสดุ หัวหน้างานอาหารกลางวัน งานห้องสมุด งานโสต ฯ คงไม่มีเวลามานั่งประดิษฐ์ประดอย แผนจักการเรียนรู้ อย่างที่คุณว่าได้


    OK. ถ้าให้สอนระดับเดียว หรือ คาบน้อย ๆ เช่น 18 /สัปดาห์ ยินดีให้มาประเมินเลย จะทำให้กรรมการที่มาประเมินเคลิ้มไปเลย/ แต่นี่ พอเข้าโรงเรียน ก็ต้องมาเปิดห้องสมุด ก่อนเคารพธงชาติ หลังจากนั้น ก็งานพัสดุ แล้วก็ต้องสอน สี่โมงเช้าก็ เข้าโรงอาหารโครงการอาหารกลางวัน แล้วกลับมาสอน ตรวจงานเด็กวันละ 1 คาบ เสร็จแล้วก็สอน ๆๆๆๆๆ


    จะเอาเวลาที่ไหน...มานั่งประดิษฐ์ประดอย


    (ห้ามบอกว่าให้ลาออก....นะ.)


    แต่อยากให้ผู้เกี่ยวข้องรู้ บ้าง


    เด็กจะเก่งดี มี สุข/ ครูต้อง เก่ง ดี มีสุขด้วยนะ


    ท่าน รมต. กระทรวงศึกษา ท่านทักษินท่านดูกระทรวงนี้แล้วก็ยัง ไม่กล้าตัดสินใจเลย สั่งลดสาระการเรียนรู้ ไป จาก 12 เหลือ 8 (ถ้าจำๆไม่ผิด ไม่ทราบเรียกถูกหรือไม่)


    ผมไม่ใช่ครูนักวิชาการ ซี สูง แต่ก็ตั้งใจสอนศิษย์อย่างเต็มที่ 10 ปีที่ผ่านไม่เคย มาสาย ลาหรือขาด ยอมรับว่าหัวโบราณ แต่ลูกศิษย์ ได้ดีหลายคน อย่าน้อยก็เป็นคนดี อยากให้นักวิชาการที่พยายามปฏิรูประบบการศึกษาไทย กรุณาค่อย ๆเป็นค่อยไป .... อย่าหักด้ามพร้าด้วยเข่า... อย่าเน้นรูปแบบการสอน มากเกินไป อย่างจ้องว่าการปฏิรูปการสึกษาจะต้องวัดด้วยการประเมินมากเกินไป......ครูเขาเครียด....มันจะกลายเป็นวงจรอุบาทว์ เหมือนการ สอบเข้ามหาวิทยาลัย


    และท้ายสุด กราบขออภัย ท่านนักวิชาที่เกี่ยวข้อง ถ้าครูหัวโบราณ แบบผม ทำให้ท่านไม่สบายใจ



ความคิดเห็นที่ 2

พิทยา (Guest)
29 มิ.ย. 2544 08:10
  1. ขอสนับสนุน อ.นิรันดร์ ครับ


    แผนการสอนเป็นแนวการสอนของเราครับ เพราะฉะนั้นคนที่จะบอกได้ว่ามันดีหรือไม่ดี(ผมไม่ใช้คำว่าถูกหรือผิด นะครับ) ก็คือนักเรียนที่เราสอนนั่นแหละครับ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่ไหนหรอกครับ ถ้าเราสอนแล้วเด็ก ๆ มีความสุข มีความรู้ความเข้าใจ เกิดทัศนคติที่ดีต่อวิชาที่เราสอน ผู้เชี่ยวชาญคนไหนบอกว่าไม่ดีก็ช่างเขาเถอะครับ ถ้าเราสอนห่วย ๆ เด็กเกลียด ไม่มีความสุข ไม่รู้เรื่อง ผู้เชี่ยวชาญเขาบอกว่ามัน(แผนการสอน นะครับ)ดีวิเศษแค่ไหนก็ไม่มีความหมายหรอกครับ



ความคิดเห็นที่ 36

ampol@.com (Guest)
5 พ.ค. 2549 22:44
  1. แผนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ช้น ม.1 ที่เป็นแผนบูรณาการมีใหมถ้ามีช่วยด้วย



ความคิดเห็นที่ 6

นิรันดร์ vcharkarn vteam
3 ก.ค. 2544 08:46
  1. ผมลองมองดูแล้ว วิธีของคุณครูวินัยก็คล้ายคลึงกับที่มีอยู่ในคู่มือครู


    อย่างนี้ จะลอกคู่มือครูไปส่งเลยจะได้ไหมครับ




    ผมเห็นด้วยในประเด็นของอาจารย์พิทยา และคุณ dubber ในมุมที่ต่างกัน


    เป้าหมายของแต่ละวิชานั้นแตกต่างกัน


    เป้าหมายของหลักสูตรโดยรวมก็มี


    เช่นจะต้องปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม คุณธรรม พร้อมไปกับเนื้อหาทางวิชาการด้วย


    อย่างศูนย์กวดวิชาหลายแห่งที่เปิดสอนอยู่ที่สยามสแควร์


    เอาใจเด็กมาก นักเรียน เรียนกันตรึม สอนตลกโปกฮา ไม่ค่อยพ้นเข็มขัดขึ้นมาเท่าไร


    ได้เนื้อหา สาระ จริง แต่คุณธรรมจริยธรรม ไม่ค่อยได้ บางแห่งทำคุณธรรมเสื่อมด้วย




    แล้วก็เวลาปฏิบัติจริงก็เป็นอีกอย่างหนืึ่ง


    บางที่เราวางแผนเอาไว้ว่า จะสอนเรื่องนี้


    อยู่ ๆ ก็มีพวก BIG ๆ เขามาในโรงเรียน ผู้บริหารก็เกณฑ์ครู นักเรียนไปให้การ


    ต้อนรับ


    บางโรงเรียนจัดแข่งกีฬาระหว่างสี ระหว่างโรงเรียน


    ก็เอาเวลาเรียนมาจัดซ้อม แผนที่วางไว้ก็พังพินาศหมด


    สงสัยท่าจะบ่นนอกเรื่อง พอแค่นี้แล้วกันครับ



ความคิดเห็นที่ 32

ไพจิตร (Guest)
26 ก.ค. 2544 09:52
  1. เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคุณเสือเหลืองที่ว่า หากทำให้นักเรียนเกิดความรัก ความศรัทธา และความประทับใจในตัวครูแล้ว เรื่องยากก็กลายเป็นง่าย เรื่องขมก็เปลี่ยนเป็นหวานครับ และตลอดเวลาที่ผ่านมา 20 ปี คุณเสือเหลืองใช้วิธีการแบบนี้ และก็ได้ผลเกิน 80 เปอร์เซนต์ แต่สำหรับวิธีการอื่นๆ ที่คนอื่นได้นำเสนอมาคุณเสือเหลืองก็ยินดีน้อมรับไว้คิด และจะลองปฏิบัติดู


    วิธีการทั้งหมดที่คุณเสือเหลืองใช้แล้วได้ผล ควรจะได้รับการบันทึกไว้เป็นแผนการสอนด้วย หากมีการบันทึกไว้ และมีการย้อนกลับไปดูบ่อย ๆ จะทำให้มีการพัฒนาปรับปรุงในการสอนปีต่อ ๆ ไปได้มากกว่าที่ไม่ได้บันทึกไว้ เพราะเราจะไม่ทำซ้ำในจุดบกพร่องเดิม การไม่บันทึก ทำให้เราลืม หรือมองข้าม และทำซ้ำในจุดที่บกพร่องปีแล้วปีเล่าโดยไม่รู้ตัว นอกจากเป็นประโยชน์ต่อตนเองแล้ว สิ่งที่สังคมต้องการมากที่สุดคือเป็นแนวทาง หรือแบบอย่างช่วยให้ผู้อื่นได้ระมัดระวังในจุดที่ใช้แล้วไม่ได้ผลดี หรือพิจารณานำส่วนที่ดีไปใช้


    และพัฒนาต่อ การทำววิทยาทานคือการทำทานที่เป็นกุศลสูงสุด


    คนเอเชียฉลาดกว่าคนแถบอื่น แต่องค์ความรู้ที่สร้างขึ้นจากความฉลาดนั้นมักจะอยู่แต่กับตัวคน ๆ นั้น เพราะไม่ค่อยจะบันทึกและเผยแพร่ ความรู้จำนวนมากจึงตายไปพร้อมกับคนเหล่านั้น อย่างน่าเสียดาย



ความคิดเห็นที่ 27

ไพจิตร (Guest)
21 ก.ค. 2544 09:22
  1. บางครั้งมีคนนำทฤษฎีใหม่ ๆ มาเสนอ หรือไปอ่านพบเอง มีคำบางคำไม่เคยไม่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ก็จะรีบเปิดไปดูคำอธิบายความหมายของคำ ๆ นั้น อย่างสนใจ แล้วต้องกระโดดตัวลอยด้วยความตื่นเต้น ดีใจ ใช่เลย ! สิ่งนี้แหละที่เคยเกิดขึ้นในระหว่างการทำงานของเรา แต่เรานึกไม่ออก ว่าจะใช้คำอะไรดี ได้แต่ทำสัญลักษณ์และเขียนแบบแก้ขัดตามที่ตัวเองเข้าใจ คราวนี้มีคำที่น่าเชื่อถือ อ้างอิงได้แล้ว ก็รีบกลับไปแก้คำที่ตนเคยเขียนกร้อมแกร้มไว้ ทำให้งานของตัวเองดูดีขึ้นไปอีกมาก ๆ เลย


    ดิฉันได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เพิ่มขึ้นตลอดเวลาเคียงคู่ไปกับการปฏิบัติภาระหน้าที่ ! ทั้ง ๆ ที่สอนอยู่ในโรงเรียนชนบทห่างไกล ด้อยโอกาสในความรู้สึกของคนอื่น ๆ แต่ไม่ด้อยโอกาสในความรู้สึกของคนที่ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน !



ความคิดเห็นที่ 23

ไพจิตร (Guest)
19 ก.ค. 2544 20:12
  1. หลังจากทบทวนไปมาหลายตลบแล้ว ก็รู้สึกว่าในการประเมินครูเพื่อรับใบประกอบวิชาชีพนั้น ครูคนใดพร้อมก็น่าจะให้ประเมินไปก่อนได้ เพราะจะมีครูจำนวนหนึ่งที่เขาพัฒนางานและพัฒนาตนอยู่ตลอดเวลา สอนจริง ทำจริง ทุ่มเท อุทิศเวลาให้แก่งานอย่างไม่เกี่ยงงอน กล้าเป็นผู้นำ กล้าคิด กล้าทำในสิ่งที่ดีงาม ไม่มัวแต่คอยมองว่าคนอื่นจะทำหรือยัง ไม่กลัวเสียเปรียบ ไม่ต้องรอเป็นผู้ตาม ไม่ต้องรอให้คนอื่นทำก่อนแล้วจึงค่อยทำเป็นคนสุดท้ายในโลก คนลักษณะอย่างที่ดิฉันกล่าวนี้มีอยู่จริง ที่ดิฉันรู้จักก็มีหลายคน และที่ดิฉันไม่รู้จักก็ต้องมีอีกหลายคนเช่นกันค่ะ



ความคิดเห็นที่ 25

ไพจิตร (Guest)
21 ก.ค. 2544 02:13
  1. สมัยที่ดิฉันฝึกสอน อาจารย์ของดิฉัน อาจารย์เมธี ลิมอักษร ได้แนะนำให้ดิฉันและเพื่อน ๆ ถือสมุดเล่มหนึ่งติดมือไว้ตลอดเวลา บันทึกทุกอย่างที่ทำตลอดระยะเวลาที่ไปฝึกสอน ด้วยภาษาที่ตัวเองอ่านเข้าใจ อะไรที่นึกคำไม่ออกในขณะที่บันทึก ก็เขียนเป็นสัญลักษณ์ หรือวาดเป็นรูปคร่าว ๆ ให้ตัวเองดูรู้เรื่องไว้ก่อนก็ได้ ท่านบอกว่าแล้วจะซาบซึ้งในคุณค่าของมัน ซึ่งเป็นความจริง และติดนิสัยมาจนปัจจุบันนี้ เมื่อมีเวลาว่างก็มาเรียบเรียงให้สละสลวย ใครต้องการให้เรารายงานแบบไหน เราก็ไม่ตื่นเต้นตกใจ เอาแบบฟอร์มมาเราพร้อมที่จะคัดสรรสาระที่เราบันทึกไว้มาเรียบเรียงใส่ลงไปได้ หลากหลายแบบ เพราะเรามีข้มูลการกระทำทุกอย่างอยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสื่อ ซึ่งเราได้ผลิตขึ้นมาจริง ๆ และได้บันทึกวิธีทำ รูปร่างหน้าตาของสื่อ วัตถุประสงค์ของการใช้ วิธีใช้ ใช้แล้วดีหรือไม่ดีตรงไหน ได้นำสื่อนั้นมาปรับปรุงอย่างไร ปรับปรุงใหม่แล้วหน้าตาเป็นยังไง ใช้ดีขึ้นหรือไม่ ได้ผลอย่างไร บางครั้งก็มีการถ่ายรูปไว้ด้วย ให้เห็นส่วนประกอบต่าง ๆ มุมมองด้านหน้า ต้านข้าง ด้านบน ด้านล่าง ตามความจำเป็น เพื่อสื่อสารให้ผู้ที่ไม่มีโอกาสเห็นของจริง สามารถนึกเห็นภาพที่ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด และจากการที่เรานำไปใช้สอน เราก็จะรู้ว่ามีจุดที่ควรระวังตรงไหนบ้าง จะใช้อย่างไรจึงจะได้ผลดี เขียนเป็นคู่มือการใช้สื่อขึ้นมา สิ่งต่าง ๆ ที่เราบันทึกไว้นี้ สามารถนำมาเรียบเรียงให้เป็นระบบระเบียบสวยงามตามแบบฉบับที่โรงเรียนหรือสังคมต้องการ เช่น เรียบเรียงลงใน Port folio หรือนำมาเรียบเรียงตามแบบฟอร์มของการเขียนรายงานการวิจัย ก็จะกลายเป็น "รายงานการวิจัยในชั้นเรียน" ที่แจ๋ว เต็มภาคภูมิ เพราะทำจริง ข้อมูลจริง


    นั่นคือ Port folio หรือ รายงานการวิจัยในชั้นเรียน อันนั้น ก็คือสิ่งเดียวกับงานที่เราทำอยู่ ซึ่งมันจะมีประโยชน์ต่อทั้งตนเอง นักเรียน และครูอื่น ๆ ในโรงเรียนตลอดจนถึงนอกโรงเรียน ถ้ามีการเผยแพร่ออกไปสู่โรงเรียนอื่น ๆ ด้วย


    สมัยที่ดิฉันเป็นครู ศน. มีโครงการอะไรใหม่ ๆ เขาก็จะเอาไปให้ทำ ซึ่งครูบางแห่งมักพูดกันว่ายุ่ง มาอีกแล้ว มาเพิ่มงาน แต่สำหรับดิฉันกลับดีใจ ที่มีคนมาช่วยเราคิดว่าจะสอนยังไงดี โครงการของ ศน. จะเป็นเรื่องทางวิชาการ ซึ่งสามารถเอาเข้ามาบูรณาการกับแผนการสอนของเราได้ ดิฉันก็จะเอากิจกรรมในโครงการมาผสมผสานเข้าไปในกิจกรรมในแผนการสอนของดิฉัน แหะ ๆ ทำทีเดียวได้สองงาน แบบประเมิน แบบวัดต่าง ๆ ที่ใช้ในโครงการ ดิฉันก็นำมาใช้ หรือปรับใช้ หรือนำมาเป็นตัวอย่างในการสร้างแบบวัด แบบประเมินในแผนการสอนของดิฉัน ฮิ ฮิ สบายกว่าคิดเองทั้งหมด ฮิ ฮิ ทำทีเดียวได้หลายงาน



ความคิดเห็นที่ 26

ไพจิตร (Guest)
21 ก.ค. 2544 02:42
  1. ถ้าไม่รังเกียจก็เชิญที่เว็บไซต์


    http://www.geocities.com/inno_thai

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น