|
<
โพสต์เมื่อ:
17:00 วันที่ 26 ก.ย. 2550 ชมแล้ว:
1,004
ตอบแล้ว:
5
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้ดูภาพยนตร์ (ภาพยนตร์ ต้องมี ต.เต่า ร.เรือ การันด้วยนะ)
An Inconvinien Truth - แอน อิน คอน วี เนี่ยน ทรูธ .........( Truth = ความเป็นจริง- จบคำนี้ให้ แลบลิ้นออกมาระหว่างฟัน แล้วพ่นลม ยาวๆ... ) เอา เถอะครับ ไม่ใช่ รายการสอน ภาษา แต่ว่า จะมีสักกี่คน ที่ออก เสียง ได้ ถูกจริง ๆ.......จริงป่ะ ว่ากันต่อ ภาพยนตร์เรื่องนี้ กล่าวกันโดยตรงๆ ในหัวเรื่อง ภาวะโลกร้อน ... โลกเราร้อนขึ้นสาเหตุมาจาก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ปลดปล่อยออกมา จากการเผาไหม้ต่างๆ การใช้พลังงาน น้ำมันเชื้อเพลิง เราไม่ใช่พูดถึงบรรยากาศชั้นโอโซนที่ฮิตกันเมื่อสัก 10 ปีที่แล้ว ไม่ใช่ CFC ที่อยู่ในเครื่องทำความเย็นหรือ ก๊าซบรรจุกระป๋อง... เหล่านั้นมันเรื่องจ้อย เป็นรุ่นหลานของคาร์บอนไดฯ ก๊าซคาร์บอนไดฯ ทำอะไรกับโลกเราบ้าง..... ก๊าซนี้มีอยู่แล้วโดยธรรมชาติ แต่จากการเผาไหม้ในธรรมชาติ ไม่สามารถทำให้โลกร้อนได้ จนถึงขั้นวิกฤต วิกฤตขนาด สูญสิ้นมนุษย์ชาติเลยนะ............เอ้าไม่เชื่อ..... ว่ากันตั้งแต่ต้น เลยนะ โลกเราได้รับพลังงานความร้อนโดยปรกติจาก แสงอาทิตย์ ..ก่อให้เกิดกระบวนการ สังเคราะห์แสงในพืช พืชสร้างอาหารและคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สู่บรรยากาศ ...ในสภาพบรรยากาศปรกติ พลังงานความร้อนส่วนหนึ่ง ที่ได้จากแสงอาทิตย์ และความร้อนที่มาจากพื้นโลก จะถูกระบายปลดปล่อยออก สู่อวกาศ ทำให้โลกเรามีอุณหภูมิคงที่ เย็นสบาย ไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไป (เหมาะสมสำหรับมนุษย์ ที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้) ฤดูกาล และสภาพอากาศ ไม่ผันผวนแปรปรวน อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทร มีการปรับเปลี่ยนไหลเวียน ตามสภาพภูมิประเทศ (สภาพภูมิอากาศโลก มีผลมาจากอุณหภูมิของน้ำในทะเลมากกว่า พื้นดิน) นั่นคือสภาวะปรกติของโลก ......ที่ควรจะเป็น....แต่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เริ่มถูกปลดปล่อยออกสู่บรรยากาศโลกมากขึ้น ตั้งแต่มนุษย์เริ่มรู้จักใช้ ไฟ........มนุษย์ใช้ไฟเป็นเครื่องมือมาตั้งแต่ยุคหิน ใช้ไฟเพื่อหุงต้มทำอาหาร ให้แสงสว่าง และความอบอุ่น เท่านั้นยังรับได้ ต่อมาในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม มนุษย์ค้นพบแหล่งพลังงานจากการเผาไหม้ เชื้อเพลิงปิโตรเลียม ว่ากันง่ายๆ ก็คือน้ำมัน ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ใช้เวลาสร้างสะสมมาถึงร้อยล้านปี และจะหมดลงในอีกไม่กี่สิบปี เพราะน้ำมือมนุษย์ ....ซ้ำร้าย การเผาไหม้เหล่านี้ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ออกสู่บรรยากาศมากมาย นี่ยังไม่นับรวมถึง ก๊าซพิษ อันตรายอื่นๆ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่สะสมในชั้นบรรยากาศ จะห่อหุ้มโลกไว้เหมือนกับผ้านวมหนาๆ ......ความร้อนที่อยู่บนพื้นโลกไม่สามารถระบายออกสู่ชั้นบรรยากาศได้ ...อุณหภูมิโลกจึงสูงขึ้นเรื่องๆ ...นับมาแต่อดีต... ต่อมาในยุค.....E=MC 2 หรือเข้ามายุคเฟื่องฟูของพลังงานนิวเคลียร์ มนุษย์คิดว่าพบขุมทรัพย์ทางพลังงาน พลังงานมหาศาลที่มาจากอณูเล็กๆ ของธาตุบางชนิดให้ความร้อนมหาศาล ให้พลังงานเหมือนไม่รู้จบ .....แต่ลืมหันไปมองผลกระทบที่ตามมา หรือว่าแกล้งลืม.....(เพราะเงินที่เข้ามามันก็มหาศาล......มารเงินมันบังตา)... กากนิวเคลียร์.....อันตรายต่อทุกชีวิตบนโลก กัมมันตรังสี มีผลกระทบถึงลูกถึงหลาน ....พิการถึงรุ่นสุดท้ายของตระกูล .....การลดอุณหภูมิของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ก็ต้องใช้น้ำ นำก็จากแหล่งน้ำธรรมชาติ หาง่ายที่สุดแล้ว แหล่งน้ำใกล้โรงงานนิวเคลียร์ จะไม่มีสัตว์น้ำอาศัย เพราะน้ำมันร้อนเกินไป (ไม่ใช่สัตว์น้ำไม่อยู่หรอก เพราะมันอยู่ไม่ได้....) ปูปลา อยู่ไม่ได้ มนุษย์จะหาอะไรกิน ......ก็ย้ายที่ไปเบียดเสียดกันในเมือง....สิ อยากกินก็ซื้อเอา ...(งั้นเหรอ) เดิมทีออกจากบ้านหาปูหาปลา ขุดเผือกขุดมันก็ได้กิน ......แต่เราเข้าเมือง ต้องไปซื้อมา.......ใช่ก็ต้องใช้เงิน โรงงานนิวเคลียร์ ปล่อยความร้อนออกมาใช่มั๊ย.....ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ออกมาใช่มั๊ย ....ผ้าห่มนวมหนาๆ ที่กักความร้อน ก็ยังห่อหุ้มโลกเราอยู่ใช่มั๊ย ภูมิอากาศ ก็ร้อนขึ้นใช่มั๊ย น้ำในมหาสมุทรก็ร้อนขึ้นใช่มั๊ย ภูมิอากาศหล่ะ ..... เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าร้อนนานขึ้นมั๊ย.....ฝนตกแรงๆ ตกเหมือนเทน้ำ ไม่รู้สึกว่าตกแล้วเย็นฉ่ำ ใช่มั๊ยครับ ที่ที่ไม่เคยมีน้ำท่วมก็เริ่มท่วมแล้วใช่มั๊ย บางปีไม่มีหน้าหนาว ใช่มั๊ย....หรือไม่ก็หนาว 3 วัน 4 วัน ....กลางคืนแทนที่อากาสจะเย็นสบาย กลับร้อนเหนียวเหนอะ หนะ....ต้องเปลืองไฟ เปิดแอร์อีกใช่มั๊ย.....ต้องใช้น้ำมันกี่แกลลอน มาสร้างกระแสไฟใช้เปิดแอร์ 1 ตัว มันเป็น วัฏจักร ทำอย่างนี้แล้วมีผลอีกอย่างให้แก้ไขเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องกันไป ........ไม่รู้จะเริ่มที่ไหน ..... เริ่มที่ประหยัดไฟครับ ....ใช้เท่าที่จำเป็น ปลูกต้นไม้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในชีวิตนี้....... ช่วยกันรณรงค์การประหยัดพลังงาน และหันมาใช้เชื้อเพลิงสะอาด และพลังงานทางเลือก....ต้องศึกษาเพิ่มครับว่ามีอะไรบ้าง ใช้ได้ครับแต่ให้ก่อประโยชน์ มากที่สุดเท่าที่จะมากได้...... หลักการคือประหยัดทรัพยากรโลกให้มากที่สุด ลดการใช้พลังงานความร้อนที่สิ้นเปลืองทั้งหลาย ผลพวงจากการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิงคือ พลังงานไฟฟ้า ......โรงงานไฟฟ้าอีกมากมายที่ เผาเชื้อเพลิงปิโตรเลียมเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้า ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คือประเด็น...เอาผ้าห่มนวมหนาๆ ที่ห่อโลกไว้....ออกไป ...เท่าที่ทำได้คืออย่าให้มันหนาขึ้น น้ำแข็งขั้วโลก ละลาย ...ในตอนแรกผมคิดว่าแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียว จะละลายน้ำแข็งขั้วโลก วึ่งเป็นความคิดผิดมาโดยตลอด เพียงแค่แสงอาทิตย์ ไม่กี่ชั่วโงต่อวัน ไม่กี่วันต่อปี ไม่สามารถละลายน้ำแข็งขั้วโลกได้เท่าไหร่ ..... แต่สภาวะอากาศร้อน อุณหภูมิของน้ำทะเลสูงขึ้น ละลายภูเข้าน้ำแข็ง 24 ชั่วโมงต่อวัน 365 วันต่อปี ......จะมีน้ำแข็งกี่ก้อนก็ละลายหมด ครับ....น้ำแข็งขั้วโลกละลาย มีผลอย่างไร ต่อเรา....แหม อยู่ใกล้เสนศูนย์สูตร .....ขนาดนี้ น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ปริมาณน้ำในมหาสมุทรก็เพิ่มมากขึ้น แปลว่าน้ำจะสูงขึ้น น้ำจะท่วมมากขึ้น ......น้ำจะท่วมง่ายขึ้น .. อนาคตเราจะมาแผ่นดินไว้อยู่อาศัย.....ไว้ทำกิน ไว้เพาะปลูก น้อยลง......คนจะแย่งกันกินแย่งกันใช้ แย่งกันอยู่มากกว่านี้... ประเทศไทย เป็นประเทศอันดับ ที่ 31 .....ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สู่บรรยากาศ ของโลก..แปลว่าเราผลาญน้ำมันกัน เป็นว่าเล่น ใช้ไฟฟ้าแบบไม่เคยสนใจ.....หลายคนรู้ดี แต่ไม่เคยทำ...ยังคงรักความสบายของตัวเอง ....ยังคงชอบทำอะไรง่ายๆ...ผลลัพธ์ช่างมัน รู้มั๊ยครับคนที่จะรับผลคือใคร ลุกคุณ.....ลุกผม ลูกหลานของเราทุกคน ต้องทนทุกข์ทรมานเพราะความมักง่ายของคนรุ่นเรา... สิ่งที่เราทำจะส่งผลถึง คนรุ่นต่อมาเสมอ...... ** ลดอุณหภูมิโลกเดี๋ยวนี้..... ประหยัดทรัพยากรธรรมชาติทุกชนิด น้ำ ป่า ต้มไม้ ทรัพยากรแร่ธาตุ สัตว์ สิ่งมีชีวิตทุกชนิด ลดการใช้พลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า อย่าเพิ่มอุณหภูมิให้โลก ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ปลูกต้นไม้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ศึกษารายงานภาวะโลกร้อน ให้มากที่สุด เผยแพร่ข่าวสาร ภาวะโลกร้อนให้มากที่สุด ให้ถือเป็นหน้าที่ของมนุษย์ และเลิก เป็นทาสของเงิน กับโทรศัพท์มือถือ ![]() จำนวน 5 ความเห็น, หน้า่ | -1- คุณ Tanu เก่งเรื่องจักรวาลจริง ๆ นับถือมาก .. ![]() ... ![]() ... ![]() . ![]() |