พุทธศาสนา…เป็นศาสนาประจำชาติอิตาลี...แล้วครับ

โพสต์เมื่อ: 22:53 วันที่ 26 ก.ย. 2550         ชมแล้ว: 26,172 ตอบแล้ว: 46
วิชาการ >> คาเฟ่ >> ปรัชญา

พุทธศาสนา…เป็นศาสนาประจำชาติอิตาลี...แล้วครับ

ที่มา : ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.siamrath.co.th/Education.asp?ReviewID=89725
http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=buddhiststudies&id=61




ราวสิบกว่าปีมาแล้ว สื่อมวลชนในยุโรปได้แถลงกันยกใหญ่ว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่จะเติบโตเร็วที่สุดในสมัยศตวรรษที่ 21 เพราะเห็นว่ากระแสผู้นับถือเติบโตเร็วมากทั้งในทวีปยุโรป, ออสเตรเลีย และอเมริกาเหนือ ไม่ว่าฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, อังกฤษ, สเปน, ออสเตรเลีย ฯลฯ วัดวาอารามผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง คนเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการนำพระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศฝรั่งเหล่านี้แต่ไหนแต่ไรมาส่วนมากแล้วนับถือศาสนาคริสต์มาก่อน และกระแสชาวคริสต์หันมานับถือพระพุทธศาสนานี้ก็ก่อตัวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19
ประเทศยุโรปบางแห่ง เช่น อิตาลีได้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ยกพระพุทธศาสนาให้เป็นหนึ่งในศาสนาสำคัญของชาติ ไม่ต่างอะไรกับศาสนาคริสต์

สมเด็จพระสันตปาปา จอห์น ปอล ที่สองซึ่งเป็นประมุขของคริสตจักร นิกายโรมันคาทอลิก
ทรงมองเห็นกระแสดังกล่าว ครั้งได้ประทานสัมภาษณ์แก่วิตโดริโอ เมสซุรี่ นักเขียนและนักสื่อมวลชนที่มีชื่อของอิตาลี เมื่อ ค.ศ. 2536 อันเป็นช่วงที่มีการเฉลิมฉลองครบ 15 นับแต่ที่พระองค์ได้ ทรงรับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสันตปาปา จึงทรงตั้งพระทัยวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาพระพุทธศาสนาอย่างตรงๆ ต่อมาบทประทานสัมภาษณ์ซึ่งมีหลายตอนนี้มาพิมพ์รวมเล่มในรูปหนังสือชื่อ Crossing the Threshhold of Hope (London, Jonathan Cape, 1994) มีทั้งหมด 244 หน้า (รวมดรรชนีคำศัพท์)
ตอนที่ทรงวิพากษ์วิจารณ์คำสอนพระพุทธเจ้า (ซึ่งทรงเข้าพระทัยผิดๆ อยู่มาก) อยู่ในบทที่ 12 มีทั้งหมด 7 หน้า (ตั้งแต่หน้า 84-90)
สาเหตุที่ทรงวิจารณ์พระพุทธศาสนา มีกล่าวชัดในบทประทานสัมภาษณ์ กล่าวคือทรงต้อง การเตือนสติชาวคริสต์ทำนองว่าไม่ควรด่วนเข้าไปนับถือคำสอนพระพุทธศาสนา แต่ควรใช้วิจารณญาณ (For this reason, it is not inappropriate to caution those Christians who enthusiastically welcome certain ideas originating in the religious traditions of the Far East, pp.89-90) ที่เป็นดังนี้ เพราะกระแสคนหันมานับถือพระพุทธศาสนา และช่วยกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างแข็งขันในยุโรป ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมักเป็นชาวคริสต์มาก่อน หลายคนเคยเป็นบาทหลวงระดับสูง ต่อมาก็มีฝรั่งนักวิชาการชาวพุทธหลายคนทั้งพระ ทั้งฆราวาส ซึ่งเคยเป็นชาวคริสต์มาก่อน ได้เขียนตอบโต้พระองค์ลงวารสารต่างๆ มากมาย ที่โดดเด่นก็ คือ กลุ่มพระสงฆ์ชาวอิตาเลี่ยนในอิตาลี นำโดย พระฐานวโร ได้เข้าเฝ้าเพื่อทูลชี้แจงให้สมเด็จพระสันตปาปาทรงทราบด้วยซ้ำว่าทรงอธิบายพระพุทธศาสนาผิดๆ

ยุโรปตอนนี้จึงเหมือนอินเดียครั้งพุทธกาล ศาสนาเดิมที่ผู้คนนับถือคือศาสนาพราหมณ์ แต่เมื่อพระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนาก็มีผู้เคยนับถือศาสนาพราหมณ์มานับถือ และขวนขวายเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นการใหญ่
ที่จริงแล้ว พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงเดือดเนื้อร้อนพระทัยว่าใครจะหันมานับถือศาสนาของพระองค์หรือไม่ ทรงสอนให้ผู้ฟังเทศน์ของพระองค์รู้จักไตร่ตรองหาเหตุผลให้รอบคอบก่อนถึงจะเชื่อ หลายคนที่หันมานับถือคำสอนของพระองค์เคยให้ความอุปถัมภ์ศาสนาอื่นมาก่อนก็มี พระองค์ก็ทรงแนะให้คนเหล่านี้กลับไปคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ มิหนำซ้ำพระองค์ยังคงแนะให้บรรดาผู้หันมานับถือพระพุทธศาสนาเหล่านี้ยังคงอุปถัมภ์บำรุงศาสนาอื่นๆ ที่ตนเคยนับถือตามปกติไปด้วย
แต่เดิม ศาสนาคริสต์ถูกลัทธิมาร์กซ์โจมตีอย่างรุนแรงมาร์กซ์ได้ประณามศาสนาว่า คือยาเสพติด เพราะสอนให้ประชาชนศรัทธาแบบหัวปักหัวปำโดยไม่ใช้ปัญญาไตร่ตรอง หลายอย่างขัดแย้งหลักวิทยาศาสตร์ เช่น โลกแบน, โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ฯลฯ นักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบความจริงใหม่ ๆ หลายคนถูกศาสนจักรลงโทษจนตายในคุก
แต่เมื่อพระพุทธศาสนาเข้าสู่ยุโรป พระพุทธศาสนาได้สอนให้ปัญญาชนชาวยุโรปได้เข้าใจความหมายของ Religion เสียใหม่ว่า ศาสนาของพระพุทธเจ้าคือคำสอน ซึ่งทรงสอนให้ผู้ฟังใช้ปัญญาพิจารณาอย่างถ่องแท้ก่อนจะปลงใจเชื่อ ไม่ใช่เทวโองการ (Gospel)จากพระเจ้าซึ่งแย้งไม่ได้ พระสงฆ์หรือพุทธสาวกก็มิใช่มิชชันนารี ซึ่งมีภารกิจหลักคือจาริกไปชี้ชวนให้ใครต่อใครมานับถือพระศาสนา พระสงฆ์หรือพุทธสาวกมีหน้าที่เพียงอธิบายคำสอนของพระพุทธเจ้าให้ คนที่สนใจฟังเท่านั้น ใครไม่สนใจฟัง ชาวพุทธก็ไม่เคยใช้กฎหมายหรือรัฐธรรมนูญบังคับให้นับถือ ไม่เคยตั้งกองทุนให้การศึกษาฟรี แล้วสร้างเงื่อนไขให้ผู้รับทุนเปลี่ยนมาเป็นชาวพุทธ ไม่เคยสร้างที่พักอาศัยให้หรือแจกทานให้อาหารฟรีๆ แล้ววางเงื่อนไขให้คนมาขออาศัยตนต้องหันมานับถือศาสนาในภาวะจำยอม

ขณะที่ศาสนาคริสต์ต้องใช้ความพยายาม อย่างหนักเพื่อดึงศรัทธาชาวยุโรปให้นับถือเหมือนเดิม ในเวลาเดียวกัน
ก็พยายามแสวงหาผู้นับถือใหม่ๆ ในประเทศเอเชียให้มากยิ่งขึ้น การเผยแพร่หนังสือ “พลังชีวิต”
ซึ่งจัดพิมพ์โดยมูลนิธิอาร์เธอร์ เอส เดอมอส ในประเทศไทยคือหนึ่งในความพยายามดังกล่าวนี้

ความใจกว้างและมีหลักคำสอนที่เป็นสัจธรรม เชิญชวนให้มาพิสูจน์ด้วยการปฏิบัติเองและเน้นให้ใช้ปัญญาไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนนับถือ ทำให้พระพุทธศาสนาได้รับการยอมรับจากวิญญูชนไปทั่วโลก นักปรัชญาและนักวิทยาศาสตร์ดัง ๆ ระดับโลกจำนวนมาก เช่น โซเพน ฮาวเออร์, ไอน์สไตน์ ต่างหันมานับถือพระพุทธศาสนา
นับแต่พระพุทธศาสนาเข้ายุโรปสมัยศตวรรษที่ 19 ก็มีงานวิจัยหลายชิ้นแสดงสถิติว่าคนยุโรปและอเมริกาชาติต่าง ๆ หันมาเข้าวัดในพระพุทธศาสนามากขึ้นบ้าง ประกาศตนเป็นพุทธมามกะมากขึ้นบ้าง สถานปฏิบัติธรรมทางพระพุทธศาสนาซึ่งรวมทั้งวัดวาอารามเพิ่มขึ้นที่นั่นที่นี่ประจำบ้าง

เดือน ธ.ค. ที่ผ่านมาก็มีข่าวออกมาอีกว่า ดาราฮอลลี้วูดอังกฤษ ชื่อ ออร์นันโด บลูม
ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้แสดงนำในหนังเรื่อง The Lord of the Rings ได้ทำพิธีประกาศตนเป็นพุทธมามกะต่อหน้าสาธารณชนอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว

ระหว่างทหารอเมริกันพยายามไล่บี้ทหารอิรักอย่างเมามันตามคำสั่งของประธานาธิบดีบุชไม่นานมานี้ ทหารอเมริกันคนหนึ่งนามว่า เจเรมี่ ฮินซ์แมน วัย 26 ปี ได้ตัดสินใจหนีทัพอเมริกาในอิรักไปปักหลักลี้ภัยในแคนาดา เขาให้เหตุผลว่าสงครามที่อเมริกาทำกับชาวอิรักเป็นสงครามผิดกฎหมาย ประเด็นที่น่าสนใจก็คือเขาเป็นชาวพุทธที่สนใจปฏิบัติธรรมคนหนึ่ง เขาให้สัมภาษณ์ว่าคำสอนพระพุทธศาสนาสอนให้เขาไม่อยากทำสงคราม เขาตั้งปฏิญาณว่าจะรับใช้ชาติหรือพิทักษ์ชาติจากการรุกรานของข้าศึกศัตรู แต่มิใช่ไปทำสงครามแบบก้าวร้าวต่อชาติอื่นดังที่ทหารอเมริกันกำลังทำอยู่ในอิรักเวลานี้

ผมได้ข่าวจากหนังสือพิมพ์ Lanka Daily News ในลังกาตั้งแต่ 23 ต.ค. ที่แล้วว่าปัจจุบันพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่เติบโตเร็วที่สุดในแคนาดา ประเทศแคนาดาเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างที่สุดในอเมริกาเหนือ พระพุทธศาสนาเข้าแคนาดาในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และมาบูมขึ้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2503-2513 (1960s) เป็นต้นมา ช่วงนั้นมีการสำรวจพบว่าวัดชาวพุทธมีแค่ 18 วัด มีชาวแคนาดาปฏิบัติธรรมราวๆ 10,000 คน แต่เมื่อสำรวจผู้นับถือพระพุทธศาสนาอีกครั้งในพ.ศ. 2528 ชาวพุทธมีเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 คน หกปีหลังจากนั้นคือพ.ศ. 2534 รัฐบาลสำรวจคร่าวๆ อีกครั้งพบว่าผู้ประกาศตนเป็นพุทธมามกะมีเพิ่มเป็น
163,415 คน รัฐมาสำรวจครั้งล่าสุดอีกครั้ง เมื่อพ.ศ. 2544 พบว่าพุทธมามกะแท้ ๆ มีไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน แซงหน้าจำนวนผู้นับถือศาสนาฮินดูและศาสนาซิกข์ ซึ่งเคยตามหลัง จำนวนผู้นับถือยังเติบโตแบบก้าวกระโดดเช่นนี้ทุกปี

ผลสำรวจยังบอกว่าวัด, สถานที่ปฏิบัติธรรม หรือศูนย์กลางของชาวพุทธในแคนาดาตอนนี้มีเกือบๆ จะถึงหนึ่งพันแห่งทั่วประเทศ เมืองที่มีชาวพุทธมากที่สุดคือ ออนตาริโอ, บริติชโคลัมเบีย และควิเบก ข่าวยังลงด้วยว่าแม้จำนวนคนนับถือจะยังอยู่เรือนแสน แต่จำนวนผู้แสดงความสนใจและเริ่มศึกษาพระพุทธศาสนาบ้างแล้วมีหลายล้านคนทั่วประเทศ

เมื่อ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา โฆษกประจำรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กระพือข่าวว่า
องค์ทะไลลามะจะได้รับอนุญาตให้เข้ารัสเซีย หลังจากถูกแบนเพราะเกรงจะกระทบความสัมพันธ์กับจีน หลังจากรัสเซียเซ็นสัญญามิตรภาพกับจีน เมื่อ พ.ศ. 2544 แต่ชาวรัสเซียก็แสดงจุดยืนชัดเจน
ว่าองค์ทะไลลามะจะมาเยือนด้วยภารกิจศาสนา เมื่อกระแสประชาชนเรียกร้องหนักขึ้น รัสเซียก็ยอมอนุญาตให้ท่านเข้ารัสเซียแต่โดยดี ปลาย พ.ย.ที่ผ่านมา ท่านทะไลลามะจึงมีโอกาสแสดงธรรมโปรดพุทธบริษัทและประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกที่เมืองกัลมิเกีย ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงมอสโกประมาณหนึ่งพันไมล์
ชาวรัสเซียหลายคนในเมืองนี้มีบรรพบุรุษเป็นชาวมองโกลซึ่งอพยพจากทางตะวันตกของจีนเข้าสู่รัสเซียเมื่อราว 4 ร้อยกว่าปีมาแล้ว พระพุทธศาสนาที่นำเข้ามาจึงเป็น พระพุทธศาสนาแบบทิเบต ผลปรากฏว่า มีชาวพุทธและผู้สนใจทั่วๆ ไปชาวรัสเซียแห่กันมาฟังธรรมล้นหลามเป็นจำนวนหลายพันคน
ผู้สื่อข่าวรายงานลงใน Ireland Online ว่าจากจำนวนประชากรของเมืองนี้ ทั้งหมดราว 3 แสนคน ประมาณครึ่งหนึ่งนับถือพระพุทธศาสนา รัสเซียมีประชากรราว 144 ล้านคน ในจำนวนนี้มีราว 1 ล้านคน ที่ประกาศตนเป็นพุทธมามกะ

ผมดูภาพรวมพระพุทธศาสนาจากข่าวสารต่างๆ แล้วก็รู้สึกได้ว่าวัฒนธรรมแบบพุทธกำลังเติบโตและเบ่งบานในหลาย ๆ ประเทศของทวีปยุโรป, ออสเตรเลีย และอเมริกาบางแห่ง เช่น รัสเซียแม้จะเติบโตช้า แต่ปีที่กำลังจะผ่านไปนี้ก็เริ่มมีการติดต่อกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ผมคิดว่าปัญญาชนในประเทศทุนนิยมทั่วโลกเวลานี้คงเอือมระอากับ “ทุนนิยมเสรี” หรืออีกชื่อหนึ่งว่า กระแสโลกาภิวัตน์กันไม่น้อยและก็คงเห็นชัดเจนแล้วว่ามีแต่ศาสนาเท่านั้นที่จะช่วยเปลี่ยนให้มนุษย์มีความเป็นผู้เป็นคน(ใจสูง) มากขึ้น ท่ามกลางกระแสสังคมที่มีแต่นายทุนจอมตะกละตะกรามแสวงหากำไรสูงสุดอยู่ทุกแห่ง ดังนั้น จึงเริ่มผ่อนปรนให้ผู้นำศาสนาทำงานได้สะดวกขึ้น

54850


montasavi เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน78 ครั้ง - ดาว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว





จำนวน 38 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 27 ก.ย. 2550 (09:01)
เป็นข่าวดีอย่างยิ่งครับ ขอบคุณคุณ montasavi ที่ช่วยแบ่งปันข่าวดีอันนี้



ขอให้ความดี วิถีแห่งปัญญา ได้ตั้งมั่น แพร่หลายไปทั่วทุกมุมของโลก
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2226 ครั้ง - ดาว 382 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 27 ก.ย. 2550 (13:29)
ขอขอบคุณวิชาการดอดคอมที่ได้นำเอาเรื่องราวดีๆ มาบอกถึงแม้ว่ารัฐบาลจะไม่บรรจุ คำว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ไว้ในรัฐธรรมนูญก็ไม่เป็นไรครับ เพราะพระพุทธเจ้าทรงสอนว่า ใครจะนับถืออะไรลัทธิไหนก็ขึ้นอยู่กับจิตใจของเขาคนนั้น พระพุทธศาสนาสอนเรื่อง เหตุและผล สอนเรื่องความจริง คำสอนของพระพุทธองค์เป็นอกาลิโกครับ สาธุ
TEWINPOONA เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3 ครั้ง - ดาว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 27 ก.ย. 2550 (19:12)
เป็นข่าวดีจริงๆ.....ความเจริญยั่งยืนของพระพุทธศาสนา จะมั่นคง
480338 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 28 ก.ย. 2550 (11:22)
ในอเมริกาก็มีพระขับชอบเปอร์เหมือนที่วันจานบินเลย
somchai.h@hotmail.com (IP:210.4.144.193)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 28 ก.ย. 2550 (22:09)
สาธุ
วินา (IP:202.28.111.17)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 29 ก.ย. 2550 (22:17)
สมณะ
montasavi เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน78 ครั้ง - ดาว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 30 ก.ย. 2550 (08:57)
good
สันติ (IP:202.28.111.17)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 1 ต.ค. 2550 (09:29)
นับเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ สำหรับชาวพุทธ และอยากบอกดังๆว่า ในขณะที่ประเทศตะวันตกมองเห็นคุณค่าพุทธศาสนาแต่ประเทศที่นับถือพุทธเกือบทั้งประเทศกลับไม่บัญญัติพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ โถ คนไทย
naorat เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 1 ต.ค. 2550 (23:09)
เราควรมองเหรียญ2ด้าน

อย่ามองแต่ด้านเดียว



คุณต้องลองเปิดใจดู อย่านึกคิดไปเองว่าคุณเป็นคนถูกฝ่ายเดียวนะ!!

คนอื่นก็มีหัวใจเหมือนกัน
อยากบอก (IP:58.8.187.193)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 2 ต.ค. 2550 (17:45)
เมื่อเราดูแลหัวใจคนอื่น เราก็จะดูแลหัวใจของเรา



เมื่อเราดูแลหัวใจของเรา เราก็จะดูแลหัวใจของคนอื่น
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2226 ครั้ง - ดาว 382 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 2 ต.ค. 2550 (21:31)
ก็ดี
นึกไม่ออก เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน89 ครั้ง - ดาว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 2 ต.ค. 2550 (21:40)
ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี การที่ศาสดาแต่ละพระองค์ โปรดสัตว์ในแต่ละพื้นที่เพราะว่า สภาพภูมิประเทศ กรรม (การกระทำ ผลของการกระทำ) ของแต่ละเผ่าชนนั้นต่างกัน ทุกศาสดามาจากรากธรรมเดียวกัน คือ ธรรมะ ธรรมะเป็นสิ่งที่จริงแท้ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ดับสูญ ไม่เพิ่ม ไม่ลด คงรูป นั่นคือธรรม
kalayanee (IP:203.113.60.72)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 3 ต.ค. 2550 (12:43)
เป็นข่าวดีในข่าวร้ายครับ เพราะในไทยทุกวันนี้ คนไทยมากกว่าครึ่งนับถือเทพมากกว่าพระพุทธเจ้าแล้ว เห็นได้จาก แต่ละคนมีเหรียญจตุคามรามเทพห้อยคอ จนคอจะหักอยู่แล้ว

ประเทศไทยโดนเทพไล่พุทธหนีไปอยู่แถบยุโรปหมด

ผมคนหนึ่งที่ประกาศตัวเลยว่า ในหัวใจทั้งสี่ห้องนี้ จะมีพระพุทธเจ้าเพียงพระองค์เดียว ขอรับ
กันตเมธ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน31 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 3 ต.ค. 2550 (12:51)
จริงด้วยสินะครับ
jumo เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 3 ต.ค. 2550 (15:20)
สิ่งที่เกิดจากเหตุ ย่อมเกิดขึ้น แปรเปลี่ยน และดับไปด้วยการดับของเหตุและปัจจัยนั้นๆ และย่อมจะเกิดขึ้นได้อีก เมื่อยังคงมีเหตุให้เกิดขึ้น



การพยายามมองหาอะไรที่จริงแท้ชนิดตายตัว ไม่ดับสูญ จึงเป็นมิจฉาทิฏฐิ



ดังนั้นควรต้องระวังอย่างยิ่ง ที่จะคิดเห็นว่าอะไรเที่ยง คงอยู่ตายตัว ไม่ดับสูญ ... เพราะจะหลงให้คิดเห็นผิดได้ง่ายๆ
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2226 ครั้ง - ดาว 382 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 6 ต.ค. 2550 (08:16)
พุทธศาสนาในยุโรป
montasavi เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน78 ครั้ง - ดาว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 6 ต.ค. 2550 (08:18)
55891
สอนธรรม
montasavi เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน78 ครั้ง - ดาว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 6 ต.ค. 2550 (21:55)
พุทธศาสนาที่ชาวยุโรปจะรับได้ต้องเป็นวิทยาศาสตร์แท้ๆ

ลองไปศึกษาพุทธศาสนาแนววิทยาศาสตร์จากเวปนี้ดู

www.whatami123.com
kaw_47 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 12 ต.ค. 2550 (15:00)
ตั้งหัวข้อเวอร์ไปหรือเปล่าครับ มีมากขึ้น แต่เทียบเปอร์เซนต์ยังไม่ถึง10 ใช้คำว่า "เป็นศาสนาประจำชาติไปแล้ว" ได้เหรอครับ



ดูๆไป มุสาตั้งแต่หัวข้อนี่ ไม่น่ามาเขียนข่าวธรรมะนะครับ
เอ่อ (IP:58.9.26.232)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 14 ต.ค. 2550 (13:20)
พระพุทธศาสนาจะอยู่ได้นาน สาวกต้องศึกษาจากพระไตรปิฎก จริงอยู่แม้แรกๆจะอ่านยากเพราะไม่มีความคุ้นเคย หรือภาษาพระว่า ไม่มีวาสนามาก่อน ก็อดทนศึกษาไปเพียงเล่มหรือสองเล่มจาก ชุด 45 เล่ม หรือ 90 กว่าเล่มที่รวมอรรถกถา ก็ใช้ได้ โดยนำอริยสัจ 4 มาจับว่าอะไรที่เรียกว่าทุกข์ ทุกข์นั้นเกิดจากอะไร เช่น อุปาทาน ตัณหา กรรม ภาวะการหมดทุกข์นั้นมีอยู่คือ นิโรธ วิธีดับทุกข์คือ มรรคมี8ทางเริ่มจาก สัมมาทิฐิ คือมีความเห็นที่ถูกต้องก่อน ไม่หลงเชื่อว่ามีวิญญาณเป็นตัวๆ อยู่ในร่างซึ่งได้มาจากพระเจ้าดังนั้นจึงควรถือปฏิบัติด้วยวิธีต่างๆ เช่นในสมัยก่อนก็บูชาไฟ สมัยนี้ก็ดูๆกันเอาเองพูดมากไม่ได้ กับ อีกทางหนึ่งคือไม่หลงคิดว่าเกิดมาชาติเดียวแล้วก็ตาย สมควรหาความสุขให้มากแบบฝรั่ง จะฆ่าใครก็ไม่แปลกขอให้ได้เงินมาก็พอ เป็นต้น สัมมาทิฐินี้ ยังขยายความชัดว่า ไม่ให้เห็นเป็นสัตว์ เป็นบุคคล เปรียบเสมือน รถ เราเรียก รถ พอเพียงเข้าใจว่าเป็นรถ แต่พอถอดมาก็มีแต่ ล้อ เพลา พวงมาลัย หารถ ตรงไหนก็ไม่เจอ คน สัตว์ก็เช่นกัน ถอดมาก็เป็นอวัยวะ ไม่มีชีวะหรือวิญญาณซ่อนอยู่ข้างใน แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มี เทวดา นรก สวรรค์ บุญคุณ พ่อแม่ บาป บุญหรือ ไม่มีการเกิดใหม่ อย่างที่คนสมัยใหม่เข้าใจ เป็นต้น ที่กล่าวมายาวนี้ เผื่อคนไทยเราจะหันมาศึกษา พระไตรปิฎกให้มาก อ่านมากๆได้บุญแยะ คิดตามถูกต้อง ก็ไม่ต้องแขวนเทพ แขวนอาจารย์ ที่ไหนอีก พระธรรมนั่นแหละคือศาสดา แทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้พระราชทานเอาไว้ กระนั้นยังมีคนบอกว่า ไม่เชื่อพระไตรปิฎกอีก บอกว่าเขียนภายหลัง เลยขอแก้ไว้ก่อนว่า สมัยพุทธกาลมีเขียนหนังสือกันแล้ว เช่นมีพระวินัยห้ามภิกษุณี เกี่ยวข้องกับการเขียนบางอย่างเป็นต้น แต่ที่ให้ท่องก็เพื่อให้จำได้ ถ้าเขียนแล้ว คนจะไม่พยายามจำ จะปฏิบัติธรรมได้ยาก เพระปฏิบัติธรรมคือการ ใคร่ครวญพระธรรม ไม่ใช่การนั่งนิ่งไม่คิดอะไรเลยเหมือนที่เข้าใจกันในสมัยนี้ อันนั้นเป็นสมาธิ ทุกศาสนามี แต่พุทธศาสนา ใคร่ครวญ ถึง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เหตุเกิดทุกข์ ความดับทุกข์ คุณของกิเลสที่ทำให้ติดข้อง โทษของกิเลสที่ทำให้อยากถอน อุบายในการสลัดออกจากการติดข้อง ด้วยเทคนิคต่างๆ เหมือนวิศวกรแก้ไขเรื่องจิตครับ ถ้าอยากให้พุทธศาสนายั่งยืน เริ่มที่คนไทยก่อนครับ ในต่างประเทศส่วนมากเป็นมหายาน ยังเน้นเรื่องสวรรค์ เทพยดาอยู่มาก พระมหายานบางนิกาย แต่งงาน หรือ เน้นการช่วยเหลือ พัฒนาเพื่อนมนุษย์มากกว่าชำระกิเลส เพื่อดึงดูดให้มีคนมานับถือมากขึ้น แต่ท้ายสุดก็จะดับสูญไปเร็วกว่าที่คิด เนื่องจากออกไปไกลจากคำสอนแล้วเอาคำของอาจารย์นิกายตนมาเหนือกว่า พุทธพจน์ แม้แต่ในประเทศไทย ในกลุ่มเถรวาท ก็แตกเป็นสายๆแล้ว ขอให้พิจารณากันให้ดี อย่าเพิ่งดีใจเกินเหตุไปครับ ขอให้ศึกษาแก่นแท้ของการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างเข้าใจด้วยครับ ขออนุโมทนา
p-nong@hotmail.com (IP:58.8.160.253)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 20 ต.ค. 2550 (14:01)
ถ้าหากว่ามองด้วยมุมมองจากพระพุทธศาสนาอย่างเดียวก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่อย่าลืมว่าท่านมองเพียงแง่เดียวโดยมีอคติคือความเชื่อของท่านที่มีต่อพระพุทธศาสนา ต้องเปรียบเทีนบกับองค์ประกอบหลายด้านค้วยกัน

1.พระพุทธศาสนาในประเทศอิตาลีมีถึง0.5 เปอร์เซนต์หรือไม่

2.พระพุทธศาสนาในประเทศอิตาลีมีขบวนการเผยแพร่ที่เข็มแข็งจนเป็นที่รู้จักของคนอิตาลีส่วนใหญ่หรือไม่ เพราะจากที่เคยสอบถามชาวอิตาลีหลายท่านที่รู้จัก ได้คำตอบว่าเขาไม่รู้จักพระพุทธศาสนา

3.ควรศึกษาเปรียบเทียบเรื่องอัตราการเจริญเติบโตของแต่ละศาสนาให้ดีขึ้นจะได้ไม่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด

4.ชาวตะวันตกหลายท่านได้มีความสนใจในพระพุธศาสนาจริงๆ แต่ที่ทราบจากชาวอเมริกันบอกว่าพวกเขาสนใจในการวิปัสนาสมาธิ แต่ก็มีน้อยคนที่เปลี่ยนไปนับถือพุทธ

ไม่ควรเสนอข่าวที่เกินความจริงไปนะครับ
Dayrajchan@yahoo.co.th (IP:203.113.17.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 26 ต.ค. 2550 (20:21)
อนุโมทนา

สาธุ

ขอบคุณกับทุกมุมมองนะครับ
เนเน่ (IP:158.108.211.108)


ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 29 ม.ค. 2551 (12:37)
เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ครับ
กกก (IP:202.44.135.34)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 29 ม.ค. 2551 (21:15)
"ธรรมทั้งหลาย มีใจเป็นหัวหน้า มีใจเป็นใหญ่ สำเร็จแล้วด้วยใจ ถ้าบุคคลมีใจร้ายแล้ว พูดอยู่ก็ดี ทำอยู่ก็ดี ทุกข์ย่อมไปตามเขา เพราะเหตุนั้น ดุจล้ออันหมุนไปตามรอยเท้าโค ผู้นำแอกไอยู่ฉะนั้น"
น้อมถวาย (IP:125.24.24.44)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 26 ก.พ. 2551 (21:25)

ใครไม่มีใจเป็นชาวพุทธแท้ๆๆไม่ต้องโพสตลงก็ได้นะ


 


เรื่องหน้าที่ของชาวพุทธศาสนาอื่นไม่รู้  ทุกๆศาสนายอมคิดว่า


 


ศาสนาตนดีถามว่า  มีศาสนาใดเล่าสามารถพิสูจน์ได้อย่างศาสนาพุทธ


 


ช่วยบอกที


 


จากคนรักศาสนาพุทธคนหนึ่ง (อยากให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ)


skpcomputer@hotmail.com (IP:125.26.116.40)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 27 ก.พ. 2551 (20:43)
79098

อะไรคือความจริงแท้  .. "ความจริง" คืออะไร



                ตอบว่า.. ความจริงแท้ คือ สิ่งที่พิสูจน์ได้ ด้วยอุปกรณ์ และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์     แต่..อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ ก็ยังพิสูจน์ความมีอยู่จริงของ นรก สวรรค์ และ มรรค ผล นิพพาน ไม่ได้



 



                แต่..พุทธศาสนาท้าให้พิสูจน์ด้วยการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน มาตลอด 2000 ปี   เมื่อยังมีผู้ตัดสินใจบวชถวายชีวิตในพุทธศาสนาอยู่ นั่นก็แสดงว่า ผู้นั้นได้ยอมจำนนต่อคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างไม่มีเงื่อนไข..



นี่แล..คือความจริง เหนือจริงของพุทธศาสนา



 



                "Science without religion is lame, religion without science is blind."
                ศาสตร์ที่ไร้ศาสน์ คือความพิกลพิการ, ศาสน์ที่ไร้ศาสตร์ คือความมืดมนอนธการ
                                                                'Albert Einstein' อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์



 



 



 



บทพิสูจน์



งานวิจัยเรื่อง   “ 20 ผู้กลับชาติมาเกิด”    โดย  Ian Stevenson, M.D. (ศาสตราจารย์ น..เอียน สตีเวนสัน)   มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย  พิมพ์โดย อภิธรรมมูลนิธิ หน้าพุทธมณฑล อ. พุทธมณฑล  จ. นครปฐม 73170



  



                ถ้าไม่จริง เด็ก 2 ขวบ จะรู้จักชื่อของลูกเมีย ญาติพี่น้องของตนในชาติก่อนได้อย่าง  โดยที่ ศาสตราจารย์ น.พ.เอียน สตีเวนสัน  ได้นำเด็กคนนั้น...ไปหาญาติพี่น้องตามที่เด็กกล่าวอ้าง จนพบจริง ๆ  ในประเทศบลาซิล มีอยู่ถึง 6 คน



 



 



พระพุทธเจ้าทรงรู้แจ้งกฎธรรมชาติว่า   



            “ สัตว์ทุกชีวิตเคยเวียนว่ายตายเกิดมาแล้วนับชาติไม่ถ้วน(1)   ผู้ที่ไม่เคยเกิดเป็นพ่อแม่กันมาก่อนหาได้ยาก(2)   บางชาติเกิดเป็นเทพ(เทวดา+พรหม)   บางชาติเป็นมนุษย์    บางชาติเป็นสัตว์เดรัจฉาน  บางชาติเกิดเป็นเปรต/อสุรกาย  บางชาติต้องตกนรก   ต้องเวียนว่ายตาย-เกิดอยู่อย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด    ตามอำนาจบุญและบาปที่ตนเองได้ทำไว้    เหตุการณ์ทุกอย่างที่เราประสบอยู่ทุกวันนี้ไม่มีคำว่าโชคหรือบังเอิญ  ทุกอย่างเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทำของเราในอดีตทั้งสิ้น(3)



 



......อ้างอิง...ดูรายละเอียดใน พระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงการราชิวิทยาลัย (เล่มที่ / หน้าที่ )



            1.พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ หน้า ๒๒๓



2. พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ หน้า ๒๒๗           
3. พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔ หน้าที่ ๓๕๐-๓๖๕



 



ดูต่อที่  : http://www.tlcthai.com/club/list_topic.php?club=buddhism&club_id=1278&table_id=1&cate_id=788



 


montasavi เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน78 ครั้ง - ดาว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 16 พ.ค. 2551 (13:17)
แล้วไงหรอ ผมต้องค้นหาว่าชาติที่แล้วผมเป็นอะไรยังงี้นะหรอ

โดยที่ไม่ต้องสนใจว่าชาตินี้ผมตกอยู๋ในสถานะไหน ต้องขวนขวาย ทำประโยชน์ให้แก่ตัวเองกับสังคมหรอ

อย่าปัญญาอ่อนหาความชอบธรรมกับตัวเองดีกว่า



มันต้องให้คนทั่วโลก(อาจจะรวมทั้งจักรวาล) เชื่อเด็ก 2 ขวบหรอ
haamarx (IP:58.147.73.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 15 ธ.ค. 2553 (15:30)
ทุกอย่างมันมีเหตุ มีผลอยู่ในตัวของมัน

อดีตหรืออนาคตก้อไม่สำคัญเท่าปัจจุบัน

เรื่องที่เหนือธรรมชาติถ้าไม่จำเป็นก้อไม่ควรกล่าวถึง เพราะมันเป็นเรื่อง "อจินไตย" ของอย่างนี้มันเป็น "อกาลิโก" คือ สิ่งที่รู้ได้เฉพาะตนเอง ส่วนสิ่งที่ดีก็ขอร่วมอนุโมทนาด้วยแล้วกันนะคับ สาธุ
อริยสัจ4 (IP:202.29.87.48)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 8 ธ.ค. 2554 (20:08)
ควรจะยกเลิกพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยไปเสียเถอะ
ศีลข้อ 1 ก็ไม่ถือ หมูปิ้งก็จะกิน ไก่ทอดก็อร่อยกินทิ้งกินขว้าง กินก็ไม่เผื่อสุนัขจรจัด หน้าใหญ่จัดเลี้ยงอาหารแบบเหลือดีกว่าขาด
ศีลข้อ 5 ก็เว้น ทั้งผลิตทั้งขายกันเปิดเผย ร่ำรวยเจริญรุ่งเรือง ติดอันดับมหาเศรษฐีของประเทศ
ไม่ทราบตรรกะของคนไทยคืออะไร
ตรรก (IP:202.47.224.130)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 8 ธ.ค. 2554 (20:31)
.
เห็นด้วยกับ คห.21 จริงๆ

แย่มากเลย เป่าหูแบบไม่ลืมหูลืมตา ภาพที่ได้มาก็เพียงบางส่วนเอามาจากวัดไทยที่ไหนบ้างก็ไม่รู้

ที่เขาดูถูกได้ก็เพราะมองแค่เงาตัวเองอย่างนี้

เห่ออะไรกับงารให้เขามาถืออย่างเรา ภูมิใจนักหรอหรือรอคอยมานาน

เอาแค่ในอินเดียต้นฉบับแท้แท้เขายังโยนทิ้ง

นี่มัน มุสา เห็นๆ
เปลือง ข้าวสวย (IP:182.53.40.47)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 9 ธ.ค. 2554 (13:58)

 สองคนยลตามช่อง   คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม   
คนสองตาแหลมคม    เห็นดวงดาวอยู่พราวพราย

การที่คุณไม่ปลงใจเชื่อในทันทีที่อ่าน ก็นับว่าดี
แต่หากคุณไม่เชื่อเพราะคุณมีอคติที่จะไม่เชือ ก็นับว่าคุณไม่ได้ใช้ปัญญาไตร่ตรอง
ความเชือทางศาสนาเป็นเรื่องละเดียดอ่อน คุณไม่ควรไปดูถูกศรัทธาของคนอื่นเพราะความไม่เชื่อของคุณ
วิธีการใช้ข้อความของคุณเป็นการสร้างศัตรู
นับว่าโชคดีที่คุณไม่กล้าที่แสดงตัวตนของคุณออกมาว่าคุณเป็นใคร
ผู้ที่ให้ข้อมูล ลงทะเบียนสมาชิก ล็อกอิน ตรวจสอบที่มาได้ชัดเจน
ต่างจากคุณที่แอบว่าผู้อื่น
เพียงเท่านี้ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นคนละระดับกันครับ


นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน22126 ครั้ง - ดาว 892 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 9 ธ.ค. 2554 (16:08)
.
การตำหนิคนที่ทำไม่ถูกต้อง ก็เชื่อว่าดีกว่าปกป้องผู้กระทำผิด

การที่เห็นผิดแล้วเพิกเฉยละเลยไม่กล่าวโทษ นั่นเท่ากับว่าส่งเสริมยอมรับอยู่นัยๆ

ให้นำข้อมูลอันเป็นเท็จมากล่าวอ้างให้เข้าใจผิด ยิ่งหากผู้ที่นำมาเผยแพร่เป็นบรรพชิต

ใช้เครดิต พระศาสดา ยิ่งแล้วใหญ่

หากเรายกย่องผู้ควรตำหนิ หรือทางกลับกันตำหนิผู้ควรยกย่อง ไม่ว่าใครทำก็ไม่จำเป็นต้องแสดงตนเอาหน้า

หากน้ำหนักของเนื้อหา ต่ำช้าจริงสังคมก็ต้องลงโทษไม่ให้เกียรติเขาเอง คำพูดนั้นหรือความคิดเห็นของเขาก็ฟังไม่ขึ้น

แม้ว่าจะถูกจัดว่าต่างระดับต่ำทราม ก็ยังหมายว่า ความรับผิดชอบสิ่งที่นำเสนอนั้นไม่มีส่วนด้อยกว่าเลย

จะเห็นกงจักร เป็นมะลิซ้อน เราก็ไม่ว่ากัน
คห.37 (IP:182.53.45.113)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 10 ธ.ค. 2554 (10:18)

คนที่แอบว่าคนอื่นลับหลัง ไม่ให้มีใครรู้ว่าผู้ที่ตำหนิคนอื่นเป็นใคร ไม่สามารถเรียกว่ารับผิดชอบได้
หากรับผิด รับชอบ ควรแสดงตัวตนว่าฉันนี้รับผิดชอบในการกระทำของฉัน


นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน22126 ครั้ง - ดาว 892 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 10 ธ.ค. 2554 (10:58)
.
เนื้อหา และสาระที่นำเสนอ สามารถบ่งเจตนารับผิดชอบในตัวเนื้อหาสาระเอง

หาก มุสา คำโตซึ่งหน้า น่าชื่นชมกว่าอันนี้ก็ "นานาจิตตัง" อยู่ที่ค่านิยมเฉพาะตนของท่าน

หากสิ่งที่นำเสนอเห็นได้ชัดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ไม่เสียหายต่อส่วนรวมไม่มีอกุศลจิต

คิดปิดทองหลังพระก็ขออย่าได้ พาลหาเรื่องตำหนิเลย

*แอบว่าคนอื่นลับหลังแม้ไม่ใช่นิสัยของคนกล้า หากพิเคราะห์ในเจตนา ก็ควรยกเว้นเป็นกรณีๆไป

นี่ขนาดเป็นพิมพ์เขียวของคนอื่น

ไม่ห่วงไยผู้เยาวัยที่เบาความนำไปอ้างอิงเข้าใจผิดไปกันใหญ่

ปล่อยปะละเลยแล้วยังตำหนิผู้ตักเตือนอีกแล้วต่อไปใครจะกล้าแย้งเมื่อเห็นว่าผิด

เหมือนมีผู้แจ้งความผิดก็เห็นซึ่งหน้าหากไม่หลับตาอคติมีทิฐิแรง

ยังต้องการให้มีคนลงนามแจ้งความและขอหลักฐานใบเสร็จกันอยู่อีกหรือ ?
คห.37 (IP:125.25.103.74)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 11 ธ.ค. 2554 (10:05)

ใบปลิว บัตรสนเท่ห์ การตำหนิผู้อื่นโดยไม่กล้าเสนอหน้า แล้วยังอ้างว่าตนมีความรับผิดชอบ
ใครส่งข้อความแบบนี้มาถึงผมก็ทิ้งลงถังหมด
ผมคิดว่าพื้นฐานความรู้สึกรับผิดชอบแตกต่างกันมาก ระหว่างผู้ที่กล้าเสนอตัวออกมา
ไม่ว่าเขาจะผิดหรือถูก นับว่าเขารับรองว่า นี่เป็นความรับผิดชอบต่อคำพูดของเขา

แถวบ้านผมค่อนข้างเปลี่ยว หลายบ้านก็เลี้ยงสุนัขไว้เพื่อให้เห่าขโมย แล้วก็มีหมาที่เพ่นพ่านตามถนนทั่วไป
ใบไม้ไหวมันก็เห่า คนดีดีหรือเพื่อนบ้านผ่านมามันก็เห่า พอหันไปดูมันก็วิ่งหนีหายไป
ไม่รู้ว่าตัวไหนเห่าบ้าง
แต่ถ้าเป็นหมาที่อยู่ในรั้วบ้าน รู้ว่าเป็นหมาบ้านไหน เราหันไปดูมันก็ไม่หนีหายแต่เห่าไม่เลิก
จนกว่าเจ้าของออกมาห้าม


นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน22126 ครั้ง - ดาว 892 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 11 ธ.ค. 2554 (17:12)
.
หลายปีที่ผ่านมากระถึงแม้ปัจจุบัน สถานพยาบาลที่เรียกว่า คลีนิคนิรนาม

รับตรวจโรคร้าย เข้าไม่ต้องแจ้งชื่อ ขอให้บบอกข้อมูลที่เป็นจริงเข้าก็ตรวจและควบคุมโรคร้ายได้ผล

ซึ่งปกติต้องบอกชื่อบุพการีด้วยว่าเป็นใครมาจากไหน ?

ผลตรวจเลือดเพื่อควบคุมโรคร้าย การบอกชื่อว่าเป็นใครไม่ทราบว่าส่งผลมากน้อยเพียงไหนต่อผลตรวจที่ได้รับ

อีกอย่างการทำ Questionnaire ให้กรอกแบบสอบถาม

ที่ต้องการผลรับที่ผู้ตอบ ยินดีตอบแบบเต็มใจไม่ตกแต่งความจริงอย่าง Nonfiction

เขาไม่ให้ระบุชื่อ เพื่อจะได้ข้อมูลที่เป็นจริงอย่างเต็มที่

และเลี่ยงการเผชิญหน้าอย่างอันธพาล

ชื่อและ Mail ที่ส่วนมากอุปโลกน์ตามอ้างก็ไม่มีผล (หากไม่ดีต่อส่วนรวมก็ลบได้)

เราควรคำนึงถึงสาระที่นำเสนอ หรือกล่าวเชิญชวนให้ทำเป็นอย่างมาก

*เรื่องของสุนัขนั้นถ้าจำไม่ผิด

ฟังมันเห่าบ้างแม้ดูจรจัดก็ไม่น่าเสียหายหากสังเกตมันเห่าแต่ละราย(ตัวจริง)ทั้งนั้น

ระวังแต่เจ้าตัวที่เลี้ยงไว้นอกจากไม่เห่าแล้วยังอาจ(เนรคุณ)กระดิกหางให้โจร

*ใบปลิวและบัตรสนเท่ห์ อาจต้องอ่านดูเพราะผู้เขียน(เขาก็รู้ว่า)น้ำหนักเบา

มีหรือจะเท่าลิง 18 ตัวอที่ดูว่าเผยตนโชว์หลักฐานหลา(เหมือน)ท้าให้ตรวจสอบ

บ้างก็รู้ทั้งรู้ว่าสิ่งที่เห็นขาวหรือดำ ยังตามปรักปรำกันให้เสียเกียรติทำไม...?
คห.37 (IP:58.9.111.64)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 4 ก.พ. 2555 (13:21)

ศาสนาพุทธ เฟื่องฟูในยุโรปมานานแล้ว โดยเฉพาะในวงการวิทยาศาสตร์

เอามาจากบทที่ 2 หนังสือ พระพุทธเจ้าพลิกใจ ไอน์สไตน์พลิกโลก

พระพุทธศาสนาเป็นการรวมกันของปรัชญากับวิทยาศาสตร์  ศาสนาพุทธสนับสนุนวิธีการทางวิทยาศาสตร์ และติดตามวิธีการนั้นจนถึงที่สุด

Buddhism is a combination of both speculative and scientific philosophy. It advocates the scientific method and pursues that to a finality


เบอร์ทรานด์ รัสเซลล์ “บิดาแห่งตรรกศาสตร์”  

ศาสนาพุทธ ได้สร้างความก้าวหน้าทางอารยธรรม และวัฒนธรรมที่แท้จริงให้แก่โลก และทรงอิทธิพลยิ่งกว่าสิ่งใด

Buddhism  has  done  more for  the  advance of world  civilization and  true  culture  than any other influences 

เอช.จี.เวลส์ “บิดาแห่งนิยายวิทยาศาสตร์” 

“ในหมู่อุปสรรคที่จะมุ่งไปสู่ความหลุดพ้นของมนุษย์  อุปสรรคที่สำคัญที่สุดคือ “อวิชชา”  ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงเรียกว่า “ปีศาจที่ชั่วร้าย”  

 Of all the frictional resistances, the one that most retards human movement is ignorance, what Buddha called 'the greatest evil in the world.

นิโคล่า เทสล่าร์ “บิดาแห่งการสื่อสารแบบไร้สาย” “บิดาแห่งกระแสไฟฟ้าสลับ”


สิ่งที่ควรศึกษาควบคู่ไปกับทฤษฎีอะตอม  คือการศึกษาหาความรู้ทางด้านปรัชญา ที่ซึ่ง นักคิด อย่างพระพุทธเจ้าและเล่าจื๊อ ได้เคยเผชิญมาแล้ว

For a parallel to the lesson of atomic theory...[we must turn] to those kinds of epistemological problems with which already thinkers like the Buddha and Lao Tzu have been confronted.

นีลส์ บอร์ห “บิดาแห่งทฤษฎีโครงสร้างอะตอม”

ในหนังสือ ยังมีตัวอย่างของนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก ที่สนใจพุทธศาสนาอีกมากมาย

ซึ่ง่ก่อนหน้านี้ หลายคนไม่รู้เลยว่า นีลส์ บอร์ห   เทสล่าร์   ไอน์สไตน์  ฯลฯ ศรัทธาศาสนาพุทธ


nyeb เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน16 ครั้ง - ดาว 123 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม