การตอบสนองต่อสิ่งเร้า

การตอบสนองต่อสิ่งเร้า


การตอบสนองต่อสิ่งเร้า (Irritability) เป็นสมบัติที่สำคัญอย่างหนึ่งของสิ่งมีชีวิตที่มีผลต่อการดำรงชีวิต จำแนกออกได้ 2 แบบ คือ


1. ตอบสนองต่อสิ่งเร้าเนื่องจากการเจริญเติบโต


1.1 แสงสว่างเป็นสิ่งเร้า เช่น การงอกและการเจริญเติบโตของลำต้นจะเคลื่อนไหวเบนเข้าหาแสงส่วนการงอกและการเติบโตของรากจะเคลื่อนไหวหนีแสง


1.2 แรงดึงดูดของโลกเป็นสิ่งเร้า เช่น การงอกของรากจะเคลื่อนที่เข้าหาแรงดึงดูด


1.3 อุณหภูมิเป็นสิ่งเร้า เช่น การออกดอกและการงอกของเมล็ดพืชบางชนิดในอุณหภูมิต่ำๆ


1.4 สารเคมีเป็นสิ่งเร้า เช่น การงอกของละอองเรณูที่ตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย


1.5 มีน้ำเป็นสิ่งเร้า เช่น การงอกและเจริญเติบโตของรากเข้าหาส่วนที่มีน้ำหรือความชื่น


1.6 มีความสัมผัสเป็นสิ่งเร้า เช่น มือเกาะของพืชชนิดเลื้อย (ตำลึง องุ่น กระทกรก) เมื่อสัมผัสกับต้นไม้อื่นหรือเสา หรือหลักมันจะงอหรือเลี้ยวเข้าพันเอาไว้โดยรอบ เพื่อพยุงลำต้นเอาไว้


2.การตอบสนองต่อสิ่งเร้าเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำภายในเซลล์


2.1 การหุบของพืชบางชนิดตอนพลบค่ำเมื่อมีแสงเป็นสิ่งเร้า พืชที่มีลักษณะข้างต้น ได้แก่ ก้ามปู แค กระถิน ผักกระเฉด และถั่วต่างๆ


2.2 การหุบใบของพืชบางชนิดเมื่อมีการสัมผัสหรือการกระเทือนเป็นสิ่งเร้า พืชบางชนิดเมื่อได้รับการสัมผัสหรือการสะเทือน กลุ่มเซลล์ที่โคนก้านใบจะสูญเสียน้ำให้กับช่องว่างระหว่างเซลล์ซึ่งจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว และไม่ถาวร ได้แก่


- การหุบใบของต้นไมยราบ ผักกระเฉด เมื่อถูกสัมผัสหรือถูกกระเทือน


- การหุบใบของพืชพวกที่เปลี่ยนโครงสร้างมาจับแมลงเมื่อมีแมลงมาสัมผัส เช่น กาบ หอยแครง หม้อข้าวหม้อแกงลิง หยาดน้ำค้าง เป็นต้น








2.3 การปิด – เปิดของปากใบ เมื่อมีแสงเป็นสิ่งเร้า


- ในเวลากลางวัน เซลล์คุมมีกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง น้ำตาลในเซลล์คุมมีความเข้มข้นสูงกว่าเซลล์ข้างเคียง ทำให้น้ำจากเซลล์ข้างเคียงจึงแพร่ผ่านเข้าสู่เซลล์คุมจนเซลล์คุมแต่งออกทำให้ปากใบเปิด


- ในเวลากลางคืนเมื่อพืชไม่ได้รับแสงจึงไม่มีกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเกิดขึ้น ทำให้น้ำตาลในเซลล์คุมเข้มข้นน้อยกว่าเซลล์ข้างเคียง น้ำจากเซลล์คุมจึงสูญเสียออกไปให้เซลล์ข้างเคียง ทำให้เซลล์คุมเหี่ยว ปากใบที่อยู่ระหว่างเซลล์คุมจึงเปิด



ความคิดเห็นที่ 6


4 มิ.ย. 2552 20:14
  1. ทำได้เลิศมากเลยยยย


    ชอบจังเลย


    บายยยยยย.....




ความคิดเห็นที่ 2

21 พ.ค. 2551 20:00
  1. <P>หาความหมายของ การตอบสนอง ให้ได้มากกว่านี้หน่อย</P>
    <P>&nbsp;</P>



ความคิดเห็นที่ 5

2 มิ.ย. 2552 16:26
  1. ขออนุญาตลอกบทความนะ




ความคิดเห็นที่ 4

12 พ.ย. 2551 16:07
  1. อยากได้ความหมายน้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ




ความคิดเห็นที่ 1

19 พ.ค. 2551 12:11
  1. <P>มีความรู้ดีๆ&nbsp;&nbsp;&nbsp; มากามายที่อยุ่ในเว็บนี้</P>



ความคิดเห็นที่ 3

16 ส.ค. 2551 15:30
  1. ก้ออยากจะบอกว่าควยห่วยแตกมาก   อยากด้ายรูปภาพ    




ความคิดเห็นที่ 7

29 มิ.ย. 2552 09:41
  1. Good very Thanks



ความคิดเห็นที่ 8

10 ก.ค. 2552 17:27
  1. อยากเห็นรูปจะได้เข้าใจได้มากกว่านี้



ความคิดเห็นที่ 9

14 ก.ค. 2552 17:24
  1. ข้อมูลไม่ค่อยเยอะเลยนะคะ่ถ้าให้ดีขอภาพด้วยนะคะ่

    ��������������� อย่าลืมนะ




ความคิดเห็นที่ 10

29 ก.ค. 2552 14:53
  1. เป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ




ความคิดเห็นที่ 11

11 ก.ย. 2552 04:51
  1. ถ้ามีความหมายและมีรูปจะดีขึ้นนะครับ บายครับ



ความคิดเห็นที่ 12

20 ก.ย. 2552 07:34
  1. สุดยอดเลย�
    �thk for
    �much




ความคิดเห็นที่ 13

22 ก.ย. 2552 14:13
  1. รักนะ



ความคิดเห็นที่ 14

2 พ.ย. 2552 17:45
  1. การตอบสนองต่อสิ่งเร้า การตอบสนองต่อสิ่งเร้า (Irritability) เป็นสมบัติที่สำคัญอย่างหนึ่งของสิ่งมีชีวิตที่มีผลต่อการดำรงชีวิต จำแนกออกได้ 2 แบบ คือ 1. ตอบสนองต่อสิ่งเร้าเนื่องจากการเจริญเติบโต 1.1 แสงสว่างเป็นสิ่งเร้า เช่น การงอกและการเจริญเติบโตของลำต้นจะเคลื่อนไหวเบนเข้าหาแสงส่วนการงอกและการเติบโตของรากจะเคลื่อนไหวหนีแสง 1.2 แรงดึงดูดของโลกเป็นสิ่งเร้า เช่น การงอกของรากจะเคลื่อนที่เข้าหาแรงดึงดูด 1.3 อุณหภูมิเป็นสิ่งเร้า เช่น การออกดอกและการงอกของเมล็ดพืชบางชนิดในอุณหภูมิต่ำๆ 1.4 สารเคมีเป็นสิ่งเร้า เช่น การงอกของละอองเรณูที่ตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย 1.5 มีน้ำเป็นสิ่งเร้า เช่น การงอกและเจริญเติบโตของรากเข้าหาส่วนที่มีน้ำหรือความชื่น 1.6 มีความสัมผัสเป็นสิ่งเร้า เช่น มือเกาะของพืชชนิดเลื้อย (ตำลึง องุ่น กระทกรก) เมื่อสัมผัสกับต้นไม้อื่นหรือเสา หรือหลักมันจะงอหรือเลี้ยวเข้าพันเอาไว้โดยรอบ เพื่อพยุงลำต้นเอาไว้ 2.การตอบสนองต่อสิ่งเร้าเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำภายในเซลล์ 2.1 การหุบของพืชบางชนิดตอนพลบค่ำเมื่อมีแสงเป็นสิ่งเร้า พืชที่มีลักษณะข้างต้น ได้แก่ ก้ามปู แค กระถิน ผักกระเฉด และถั่วต่างๆ 2.2 การหุบใบของพืชบางชนิดเมื่อมีการสัมผัสหรือการกระเทือนเป็นสิ่งเร้า พืชบางชนิดเมื่อได้รับการสัมผัสหรือการสะเทือน กลุ่มเซลล์ที่โคนก้านใบจะสูญเสียน้ำให้กับช่องว่างระหว่างเซลล์ซึ่งจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว และไม่ถาวร ได้แก่ - การหุบใบของต้นไมยราบ ผักกระเฉด เมื่อถูกสัมผัสหรือถูกกระเทือน - การหุบใบของพืชพวกที่เปลี่ยนโครงสร้างมาจับแมลงเมื่อมีแมลงมาสัมผัส เช่น กาบ หอยแครง หม้อข้าวหม้อแกงลิง หยาดน้ำค้าง เป็นต้น 2.3 การปิด – เปิดของปากใบ เมื่อมีแสงเป็นสิ่งเร้า - ในเวลากลางวัน เซลล์คุมมีกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง น้ำตาลในเซลล์คุมมีความเข้มข้นสูงกว่าเซลล์ข้างเคียง ทำให้น้ำจากเซลล์ข้างเคียงจึงแพร่ผ่านเข้าสู่เซลล์คุมจนเซลล์คุมแต่งออกทำให้ปากใบเปิด - ในเวลากลางคืนเมื่อพืชไม่ได้รับแสงจึงไม่มีกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเกิดขึ้น ทำให้น้ำตาลในเซลล์คุมเข้มข้นน้อยกว่าเซลล์ข้างเคียง น้ำจากเซลล์คุมจึงสูญเสียออกไปให้เซลล์ข้างเคียง ทำให้เซลล์คุมเหี่ยว ปากใบที่อยู่ระหว่างเซลล์คุมจึงเปิด



ความคิดเห็นที่ 31

5 ม.ค. 2554 20:30
  1. ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ



ความคิดเห็นที่ 15

31 พ.ค. 2553 20:04
  1. ข้อมูลน้อยเกินไป ควรมีศัพท์ทางวิทย์ควบคู่ด้วย



ความคิดเห็นที่ 16

1 มิ.ย. 2553 19:51
  1. ขอถามหน่อยดิ ·ÓäÁÃèÒ§¡Ò¨֧ÁÕ¡ÒõͺʹͧµèÍÊÔè§àÃéÒ..? ช่วยตอบให้ที ด่วนด้วยน่ะ .... (*)



ความคิดเห็นที่ 17

najato045
20 มิ.ย. 2553 14:00
  1. คร๊าฟ...



ความคิดเห็นที่ 18

16 ก.ค. 2553 20:58
  1. อยากได้ข้อมูลมากกว่านี้



ความคิดเห็นที่ 19

20 ก.ค. 2553 21:16
  1. มีสาระมากกกกกกกกก

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น