ศัพท์คณิตตามหลักสูตรใหม่?

บังเอิญ ( ย้ำอีกทีว่าบังเอิญค่ะ ) เป็นโรงเรียน


นำร่องการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน


เมื่อไปศึกษามาตรฐานต่างๆ แล้ว พบคำศัพท์อยู่หลายคำ ดูเหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ไม่เข้าใจ


เช่น


1) มาตรฐาน ค 3.2 ใช้การนึกภาพ (visualization) ใช้เหตุผลเกี่ยวกับปริภูมิ (spatial reasoning ) และใช้แบบจำลองทางเรขาคณิต ( geometric model ) ในการแก้ปัญหาได้


2) ในมาตรฐานช่วงชั้นนี้ มีข้อความเกี่ยวกับ


การแปลง (Transformation ) ทางเรขาในเรื่องการเลื่อนขนาน (translation) การสะท้อน (reflection) และการหมุน ( rotation )


3) อีกคำหนึ่งนะคะ คือ แบบรูป ( pattern )


ครูอัญว่า ครูคณิตโดยตรงยังงงงงงง ถ้ามีครูเอกอื่นที่ได้มาสอนคณิตคงมีนไปเลยเหมือนกัน เคยเข้าไปดู web ของ schoolnet ในส่วนของคณิตที่มีพจนานุกรมศัพท์คณิตที่สสวท.ได้เสริมไว้ใน web ก็ไม่มีคำศัพท์พวกนี้เลย


ขอท่านทั้งหลายได้ช่วยอธิบายด้วยภาษาง่ายๆ อ่านแล้วเข้าใจง่ายให้หน่อยนะคะ


ขอบพระคุณค่ะ


ความคิดเห็นที่ 31


2 ม.ค. 2549 10:27
  1. ขอบคุณนะค่สำหรับความหมายของแบบรูป

ความคิดเห็นที่ 30

ครูไผ่
10 พ.ย. 2548 08:52
  1. โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ลิงค์ในความเห็นที่ 29 ค่ะ [[18918]]

ความคิดเห็นที่ 28

ครูไผ่
5 พ.ย. 2548 21:43
  1. หนู mm คะ คนที่เข้ามาให้ความรู้ในนี้มีทั้งที่เป็นรุ่นพี่ รุ่นพ่อแม่ รุ่นปู่ ย่า ตา ยายของหนู หนูควรใช้คำขึ้นต้นให้มีสัมมาคารวะหน่อยค่ะ อย่าใช้คำว่า "เนี่ย" นะคะ คลิกดูที่นี่ค่ะ http://www.curric.net/t_geometry.doc

ความคิดเห็นที่ 27

5 พ.ย. 2548 18:42
  1. เนี่ย อยากได้ความรู้เกี่ยวกับการแปลงทางเรขาคณิต ในอินเทอร์เน็ตมากๆๆ เพราะจาต้องไปทำรายงานงานส่งอาจารย์ ด้วย้จา ด้วยความกรุณา น่ะ จ้า

ความคิดเห็นที่ 25

1 ก.พ. 2548 23:32
  1. ตกลงแล้วคำศัพท์เหล่านี้ คืออะไรคะ เป็นผู้ปกครองค่ะ เลยอยากรู้เผื่อลูกถาม (visualization) (spatial reasoning ) ( geometric model ) (Transformation ) (translation) (reflection) ( rotation ) ( pattern )

ความคิดเห็นที่ 24

2 ก.ย. 2545 13:10
  1. เเดเเ

ความคิดเห็นที่ 23

สุรัชน์
15 มิ.ย. 2545 19:01
  1. อาจลองเข้าไปดูที่ http://standards.nctm.org/

ความคิดเห็นที่ 21

24 พ.ค. 2545 13:16
  1. การใช้ไปนาน ๆ แล้วก็เกิดความคุ้นเคยนั้น คนไทยเราสามารถคุ้นเคยได้กับทั้ง ภาษาแขก และภาษาจากทางยุโรป อเมริกา ฯลฯ เช่น แม็กโดนัล, KFC ฯลฯ ผมมองว่า ถ้าศัพท์นั้น ถ้าบัญญัติขึ้นมาเป็นภาษาไทยแล้วเกิดประโยชน์ คนไทยทั่วไปได้ใช้ประโยชน์กับศัพท์นั้นก็น่าจะบัญญัติศัพท์ขึ้นมาใหม่ แต่ถ้าเป็นศัพท์เฉพาะทางที่จะมีคนใช้เฉพาะกลุ่ม และคนที่จะใช้ส่วนใหญ่ จะต้องเกี่ยวข้อกับภาษาสากล ผมว่า ไม่น่าจะไป บัญญัติให้เสียเวลาครับ เห็นด้วยกับคุณสมชัยครับในเรื่องการใช้คำทับศัพท์

ความคิดเห็นที่ 20

22 พ.ค. 2545 19:43
  1. ผมไม่เห็นด้วยเรื่องการกำหนดศัพท์ใหม่ เพราะเท่าที่ผมเคยเรียนมา คำศัพท์ใหม่ๆคือปัญหาหลักที่ทำให้เรียนคณิตฯไม่รู้เรื่องครับ ถ้าต้องมาสร้างความคุ้นเคยกับคำใหม่ สู้ให้เด็กเข้าใจคำภาษาอังกฤษไปเลยจะดีกว่า การสร้างคำใหม่ที่ทำกันอยู่นี้นั้นผมคิดว่าไม่ใช่ภาษาไทยด้วย เพราะเป็นการใช้คำภาษาบาลี/สันสฤติ(ขออภัยถ้าสะกดผิด)มากกว่า (หรือกลัวว่านักภาษาเขาจะตกงานก็ไม่รู้) อยากยกตัวอย่างภาษาญี่ปุ่น เขาจะใช้ตัวอักษรคะตาคะนะในการสะกดคำที่มาจากภาษาต่างประเทศแทน และใช้คำนั้นเป็นภาษาญี่ปุ่นไปเลย บางคนอาจจะไม่รู้ว่าคะตาคะนะเป็นยังไง ขออธิบายสั้นๆ คือตัวอักษรอีกรูปหนึ่ง แต่เสียงเหมือนเดิม เช่น (ขอสมมติเป็นไทยนะครับ) ก. อาจจะเขียนว่า KO ก็ถือว่าเป็นอักษรไทยอีกแบบหนึ่ง พูดง่ายๆก็เหมือนเราเขียนคำว่า Computer เป็น คอมพิวเตอร์นั่นแหละครับ ถ้าเป็นคนญี่ปุ่นเขาจะถือว่า คำว่า Computer เป็นภาษาอังกฤษ ส่วนคำว่า คอมพิวเตอร์ เป็นภาษาไทยครับ

ความคิดเห็นที่ 19

8 พ.ค. 2545 00:10
  1. แต่ถ้าใช้ไปนาน ๆ ก็อาจจะกลายเป็นคำธรรมดาที่คุ้นเคยกันก็ได้นะคะ อย่างเช่นคำว่า ปริมณฑล ปริมาตร เป็นต้น

ความคิดเห็นที่ 18

8 พ.ค. 2545 00:06
  1. เห็นด้วยกับอาจารย์นิรันดร์ในคำที่ใช้ภาษาแขกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17

8 พ.ค. 2545 00:03
  1. หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานทางคณิตที่ให้เรียนเรื่องพวกนี้ ในช่วงชั้นที่ 3 ก็มีความรู้สึกว่านักเรียนน่าจะมีความสุขและสนุกกับคณิตขึ้นมาบ้าง เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ยากเกินที่จะเข้าใจและสามารถออกมาเป็นรูปธรรมได้ และใช้ความคิดที่ไม่ซับซ้อนมากนัก อีกทั้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตได้เพราะได้ฝึกการสังเกตและการหาความสัมพันธ์ของสิ่งที่เกี่ยวข้อง แต่ก็อยู่ที่ว่าครูผู้สอนสามารถเจาะลึกเรื่องพวกนี้ให้นักเรียนได้เกิดทักษะหรือไม่ ถ้านักเรียนได้แค่พอรู้ ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย ต้องขอฝากครูคณิตทุกท่านนะคะ สำหรับคำศัพท์นั้นดิฉันเห็นด้วยที่ว่าใช้การยืดหยุ่นเอา แต่อย่าไปไกลจากต้นตอ เพราะทุกวันนี้ดิฉันสอนโรงเรียนรอบนอก เวลาสอนคณิตศาสตร์ระดับมัธยมนี่มีเยอะมากที่ใช้ศัพท์ท้องถิ่นมาอธิบายแล้วเด็กจะรับได้เร็ว แต่ถ้าใช้ศัพท์คณิตศาสตร์อธิบายเด็กไม่รู้เรื่องเลย ยังนึกอยู่ว่าถ้าเป็นสมัยฝึกสอนแล้วใช้ศัพท์ท้องถิ่นมาอธิบายนี่คงติด F แน่เลย ทั้งที่ชีวิตจริงนี่ ได้ A ต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความกระจ่างต่อกระทู้นั้ ถ้าท่านใดมีความคิดเห็นเพิ่มเติมก็เชิญนะคะ

ความคิดเห็นที่ 16

7 พ.ค. 2545 23:59
  1. หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานทางคณิตที่ให้เรียนเรื่องพวกนี้ ในช่วงชั้นที่ 3 ก็มีความรู้สึกว่านักเรียนน่าจะมีความสุขและสนุกกับคณิตขึ้นมาบ้าง เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ยากเกินที่จะเข้าใจและสามารถออกมาเป็นรูปธรรมได้ และใช้ความคิดที่ไม่ซับซ้อนมากนัก อีกทั้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตได้เพราะได้ฝึกการสังเกตและการหาความสัมพันธ์ของสิ่งที่เกี่ยวข้อง แต่ก็อยู่ที่ว่าครูผู้สอนสามารถเจาะลึกเรื่องพวกนี้ให้นักเรียนได้เกิดทักษะหรือไม่ ถ้านักเรียนได้แค่พอรู้ ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย ต้องขอฝากครูคณิตทุกท่านนะคะ สำหรับคำศัพท์นั้นดิฉันเห็นด้วยที่ว่าใช้การยืดหยุ่นเอา แต่อย่าไปไกลจากต้นตอ เพราะทุกวันนี้ดิฉันสอนโรงเรียนรอบนอก เวลาสอนคณิตศาสตร์ระดับมัธยมนี่มีเยอะมากที่ใช้ศัพท์ท้องถิ่นมาอธิบายแล้วเด็กจะรับได้เร็ว แต่ถ้าใช้ศัพท์คณิตศาสตร์อธิบายเด็กไม่รู้เรื่องเลย ยังนึกอยู่ว่าถ้าเป็นสมัยฝึกสอนแล้วใช้ศัพท์ท้องถิ่นมาอธิบายนี่คงติด F แน่เลย ทั้งที่ชีวิตจริงนี่ ได้ A ต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความกระจ่างต่อกระทู้นั้ ถ้าท่านใดมีความคิดเห็นเพิ่มเติมก็เชิญนะคะ

ความคิดเห็นที่ 15

7 พ.ค. 2545 19:01
  1. ตอนผมเป็นเด็ก ๆ นะครับ ผมก็ถูลู่ถูกัง พอผ่าน ๆ ภาษาอังกฤษไปได้เท่านั้น แต่ผมก็ยังเห็นว่า การใช้ทับศัพท์ภาษาอังกฤษไปเลย น่าจะดีกว่าอยู่ดี อย่างคำว่า การหมุน นี่ ผมเห็นด้วยครับ ว่าควรใช้ภาษาไทย ฟังแล้วชัดดี แต่อย่าง "ปริภูมิ" นี่สิครับ ฟังแล้วต้องแปรไทยเป็นไทยอีก แล้วถ้าเด็กคนนั้นต้องไปเรียนต่อในภายหน้า ต้องแปลไทยเป็นอังกฤษอีกรอบ สู้ให้เรียนทับศัพท์ไปเลยไม่สะดวกกว่าหรือครับ

ความคิดเห็นที่ 14

7 พ.ค. 2545 15:19
  1. ขอบคุณ คุณ ABC มากค่ะ ที่ช่วยขยายความการแปลงทางเรขาคณิตเรื่องการหมุน (rotation) ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยภาพเคลื่อนไหวอันสวยงาม และขอบคุณอาจารย์นิรันดร์ที่ให้ความสนใจแสดงความคิดเห็น เนื่องจากว่าศัพท์ดังกล่าวอยู่ในหลักสูตรระดับช่วงชั้นที่ 3 (มัธยมศึกษาตอนต้น) ชึ่งเีริ่มตั้งแต่ชั้น ม.1 และเป็นสาระพื้นฐานที่นักเรียนทุกคนต้องผ่าน (ตกไม่ได้) ไม่ว่าจะเรียนอยู่ที่โรงเรียนชั้นนำในกรุงเทพฯ หรือที่หนองหมาว้อ ฯลฯ บางครั้งคำภาษาอังกฤษที่ง่ายสำหรับเราอาจจะเป็นสิ่งที่ยากสำหรับเด็กในบางท้องที่ก็ได้ คนรุ่นเราฟังศัพท์ภาษาไทยที่บัญญัติใหม่แล้วรู้สึกขัดหู เพราะเราคุ้นกับศัพท์ภาษาอังกฤษของคำนั้นมาก่อน แต่สำหรับเด็กซึ่งยังไม่รู้จักคำภาษาอังกฤษนั้นมาก่อนอาจจะรับและเข้าใจและทำความคุ้นเคยกับศัพท์ภาษาไทยได้ก่อนศัพท์ภาษาอังกฤษค่ะ ส่วนเด็กในโรงเรียนซึ่งคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษ พูดไทยคำอังกฤษคำ อยู่แล้ว ครูก็สามารถสอนทับศัพท์ไปเลยได้ ยืดหยุ่นได้ตามสภาพค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13

7 พ.ค. 2545 12:48
  1. Picture2[[18917]]

ความคิดเห็นที่ 12

7 พ.ค. 2545 12:41
  1. Picture[[18916]]

ความคิดเห็นที่ 11

7 พ.ค. 2545 11:30
  1. ดร.ไพจิตรครับ ผมสงสัยอยู่ว่า ทำไมเราจึงต้องไปพยายามบัญญัติศัพท์ให้ฟังแล้วเข้าใจยาก กว่าภาษาต่างประเทศเสียอีกครับ(อยากรู้จริง ๆ นะครับ ไม่ได้มีเจตนาก่อกวน) คือผมมีความเห็นว่า เวลาครูสอนเรื่องพวกนี้ ไม่เพียงพูดคำศัพท์บัญญัติเด็กจะเข้าใจได้ อย่้างไร ครูก็ต้องอธิบายอย่างยืดยาวกว่าความรู้จะเข้าไปในสมองเด็กได้ แต่คนที่เรียนรู้เรื่องพวกนี้ได้ดีและเห็นความสวยงานของสิ่งเหล่านี้ ต้องการศึกษาต่อ เขาเหล่านั้นก็ต้องเรียนเป็นภาษาอื่นอยู่แล้ว การใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษไปเลย น่าจะเกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติมากกว่า ก็เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวนะครับ และก็อยากทราบเหตุผลว่าทำไมต้องสร้างศัพท์ให้มันฟังยาก ๆ ด้วย ถ้าเป็นการบัญญัติศัพท์ขึ้นมาแล้วสื่อความหมายได้ไม่ยาก ผม็จะเห็นดีด้วย อย่างคำว่าปรัศวภาควิโลม (ไม่แน่ใจว่าสะกดถูกหรือเปล่า) ลองไม่เคยเรียนมาก่อน รับรองงครับว่าไม่มีใครรู้แน่ว่ามันหมายถึงอะไร จริงอยู่การที่เรามีภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ เป็นเรื่องที่จะต้องอนุรักษ์ไว้ ผมเห็นด้วยอย่างิ่งที่เด็กไทยต้องรู้ภาษาไทยอย่างดี ต้อรู้วรรณคดีไทยบ้างตามสมควร คำหรัพันธ์ ฉันทลักษณ์ไทยก็เป็นความสวยงาม ของภาษาไทย ชนิดทีี่ไม่มีภาษาอื่นในโลกจะมี แต่การบัญญัติศัพท์เพื่อนเรียนรู้โลกให้ทันคนอื่นเขา มันเป็นอีกเรื่อง คนไทยทั้งหลายมีความเห็นอย่างไรกันบ้างครับ

ความคิดเห็นที่ 10

7 พ.ค. 2545 09:44
  1. และวิธีลดความเหนื่อยที่นิยมทำกันมากคือ เขียนคำถามเหล่านี้ลงในใบงาน ถ้าตั้งคำถามได้ดี ที่มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นความคิด ใบงานนั้นก็จะเป็นสื่อที่ดีสำหรับนำไปใช้กับผู้เรียนที่อื่น ๆ ด้วย

ความคิดเห็นที่ 9

6 พ.ค. 2545 21:46
  1. การฝึกความสามารถในการมองเห็น "แบบรูป" จะทำให้เด็กสามารถสร้างมโนทัศน์ สูตร กฎ ต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง เช่น เมื่อเด็กบวกจำนวนคี่ดังตัวอย่างต่อไปนี้ไปได้สักพักหนึ่ง 1 + 3 = 4 1 + 3 + 5 = 9 1 + 3 + 5 + 7 = 16 ... เด็กก็จะสังเกตเห็นแบบรูปของข้อมูลชุดนี้ และสามารถสร้างข้อสรุปขึ้นมาว่า ผลบวกของจำนวนคี่ n จำนวนที่เริ่มต้นจาก 1 มีค่าเท่ากับ n2 ถ้าเด็กสังเกตไม่ออก ครูก็อาจใช้คำถามนำดังนี้ จำนวนที่นำมาบวกกันในแต่ละบรรทัดเป็นจำนวนอะไร เริ่มต้นจากอะไร บรรทัดที่ 1 มีจำนวนที่นำมาบวกกัน กี่ จำนวน ได้ผลลัพธ์ เท่าไร ลองทำผลลัพธ์ที่ได้ให้เป็นเลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังไม่เท่ากับ 1 ดูซิ ว่าได้เท่าไร เด็กบางคนเมื่อตอบคำถามบรรทัดแรกได้ ก็จะถามและตอบบรรทัดที่ 2 และ 3 ต่อไปได้เอง เด็กบางคนอาจจะต้องรอให้ครูถามบรรทัดที่ 2 ให้ด้วยจึงจะรู้จักถามและตอบบรรทัดที่ 3 ต่อไปเอง เด็กบางคนอาจจะต้องรอให้ครูถามให้ทุกบรรทัดจึงจะตอบได้ เด็กบางคนครูถามให้แล้วต้องตอบให้ด้วย ตามความแตกต่างระหว่างบุคคล อย่าไปโมโหโกรธาเขา ต้องเมตตาเขาที่เกิดมาไม่เท่าคนอื่น ครูต้องยอมรับภาระหน้าที่ แต่ก็สามารถแบ่งเบาได้ด้วยการแบ่งงานให้เด็กที่เข้าใจก่อนช่วยถามเด็กที่ยังไม่เข้าใจต่อ ก็คงจะใช้เวลาไม่นานนัก ให้เด็กช่วยจะแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็วกว่าที่ครูจะยืนถามเด็กทีละคนอยู่คนเดียว นะคะ

ความคิดเห็นที่ 8

6 พ.ค. 2545 21:00
  1. จากตัวอย่างที่ 2 ถ้าเด็กดู "แบบรูป" ออก เด็กก็จะสามารถสรุปได้ว่า คำตอบลงท้ายด้วย 1 เสมอ โดยที่จำนวนซึ่งอยู่ในหลักสิบของคำตอบ จะเท่ากับจำนวนที่เป็นตัวคูณของโจทย์ และตัวบวกในโจทย์แต่ละข้อจะมีค่ามากกว่าตัวคูณอยู่ 1 เสมอ เพราะฉะนั้นเด็กก็จะทราบได้ทันทีว่า โจทย์ของคำตอบ 91 ในแบบรูปชุดนี้ คือ 9 คูณ 9 + 10 โดยเด็กไม่ต้องเขียนโจทย์ไล่ไปทุกข้อ

ความคิดเห็นที่ 7

6 พ.ค. 2545 10:00
  1. การให้นักเรียนฝึกสังเกตและวิเคราะห์แบบรูป จะช่วยส่งเสริมกระบวนการคิดให้เกิดกระบวนการสร้างองค์ความรู้ทางคณิตศาสตร์ สามารถสังเกต สำรวจ คาดการณ์ หาข้อสรุป และให้เหตุผล สนับสนุนการคาดการณ์หรือข้อสรุปนั้น ๆ ตัวอย่างที่ 2 9 คูณ 0 + 1 = 1 9 คูณ 1 + 2 = 11 9 คูณ 2 + 3 = 21 9 คูณ 3 + 4 = ? ... ------?--------- = 91

ความคิดเห็นที่ 6

6 พ.ค. 2545 00:06
  1. หลังจากครูอัญไปเข้าอบรมแล้ว ครูอัญคงหายสงสัยในคำศัพท์ที่ครูอัญถามมาในกระทู้นี้ แต่ท่านอื่นอาจจะยังสงสัยอยู่อีกบ้าง ดิฉันจะค่อย ๆ ทยอยว่าไปเท่าที่จะมีเวลาว่างจากงานประจำนะคะ แบบรูป (Pattern) เป็นความสัมพันธ์ที่แสดงลักษณะสำคัญร่วมกันของจำนวนชุดหนึ่ง หรือรูปภาพชุดหนึ่ง เช่น แบบรูปของจำนวน (Number Patterns) แบบรูปของรูปภาพ (Picture Patterns) แบบรูปในรูปเรขาคณิต (Patterns in Geometric Shapes) แบบรูปในสามเหลี่ยมปาสคาล (Patterns in Pascal 's Triangle) แบบรูปของจำนวน เช่น การให้เหตุผลเชิงอุปนัย (สังเกตและสรุปจากตัวอย่าง) ว่าพจน์ต่อไปของ 1, 4, 9, 16, 25, ... คืออะไร ?

ความคิดเห็นที่ 5

28 เม.ย. 2545 21:50
  1. ขอบพระคุณมากค่ะ อ.ไพจิตร ที่ได้ให้ความกระจ่ายในเรื่องคำศัพท์นี้ ตอนนี้ก็ต้องไปวางแผนว่าจะสอนนักเรียน ยังไงเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้

ความคิดเห็นที่ 4

22 เม.ย. 2545 00:06
  1. เรียน อ.ไพจิตร ผมเป็นแฟนครูอัญ ขณะนี้ครูอัญอยู่บนรถทัวร์แล้วครับผมไปส่งเมื่อตอนสองทุ่มเศษ ขอขอบพระคุณ อ.ไพจิตร เป็นอย่างมากที่กรุณาตอบคำถามสร้างความกระจ่าง และผมได้ลงรูปเครื่องวัดมุมอย่างง่ายที่ใช้สำหรับประกอบกิจกรรมการเรียนตรีโกณมิติและการประยุกต์พร้อมรายละเอียดแล้วตามที่ท่านกรุณาให้ความสนใจขอดูรูป ที่CT664 ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 3

21 เม.ย. 2545 23:25
  1. ไม่ทราบว่าคุณครูอัญจะได้อ่านหรือเปล่า คงจะอยู่ในรถเดินทางแล้วกระมัง ถ้าครูอัญไม่ได้อ่าน ท่านอื่นอ่านแทนก็แล้วกันนะคะ เอาเรื่องการแปลงทางเรขาคณิตก่อนนะคะ รูปคู่ในข้อ ก ข้อ ข และข้อ ค ท่านคิดว่ารูปคู่ในข้อใดเป็นตัวอย่างของการแปลงแบบเลื่อนขนาน แบบสะท้อน และแบบหมุน[[18915]]

ความคิดเห็นที่ 2

21 เม.ย. 2545 15:57
  1. อ.ไพจิตรคะ คืนนี้หนูต้องเข้า กทม. มาอบรมคณิตของ สมาคมคณิตฯ ที่จุฬา (22 - 24)และหนูก็เอาการจัดแผนการเรียนรู้ทั้ง ม.ต้น , ม.ปลายรวมทั้งการวัดผลประเมินผลที่พวกหนูช่วยกันทำ มาด้วย เผื่อจะมาปรึกษาท่านผู้รู้ทาง กทม.ซึ่งหนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านใดบ้าง ไม่ทราบว่าหนูจะได้เจออาจารย์ไหมคะ และรู้สึกว่าที่โรงแรม MAZZ ก็มีการประชุมคณิตเรื่องนี้ แต่มีตัวแทนท่านอื่นมา โรงเรียนหนูต้องใช้แผนนี้ตอนเปิดเทอมนี้แล้วค่ะ ช่วยแนะนำหนูด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1

21 เม.ย. 2545 14:06
  1. คืนนี้จะเข้ามาคุยด้วยนะคะ ตอนนี้ยังติดงานอยู่ค่ะ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น