ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 19 พ.ย. 2550 (15:55) เนื้อเรื่องประมาณนี่แหละจ้ะ
เนื้อเรื่องจากที่ท่านป้าแห่งบอร์ดwww.cjrteashop.netแปล
ต่อจากตอนที่แล้ว....
ชูอิจิถูกยิงเข้าที่หน้าอก เลือดเริ่มไหลซึมเปรอะเสื้อและมือซ้ายที่ยกขึ้นกุมบาดแผลที่กระสุนจากปืนในมือของคีร์ทะลวงเข้าไป
"เป็นอะไรคีร์ รีบตอกตะปูปิดฝาโลงซะ!" เสียงยินซึ่งเฝ้ามองเหตุการณ์นี้อยู่ไกลๆ สั่งผ่านวิทยุ
"แต่ชั้นยิงทะลุปอดแล้ว ปล่อยทิ้งไว้อีก 30 นาทีก็...." คีร์ตอบ สายตาเธอยังจับจ้องชายผู้ที่เธอมอบความตายให้ซึ่งกำลังหอบหายใจอย่างยากลำบาก
"ฝังกระสุนที่หัวมัน!" ยินออกคำสั่ง ไม่ประสงค์จะปล่อยให้อีกฝ่ายได้มีชีวิตอยู่บนโลกนี้นานขึ้นอีกแม้เพียงหนึ่งนาที "จะได้หยุดลมหายใจของมันโดยสมบูรณ์...."
"........รับทราบ..."
คีร์สาวเท้าก้าวเข้าไปใกล้ชูอิจิซึ่งยืนพิงขอบประตูรถ เธอยกปืนขึ้นจ่อที่หน้าผากของเขา
"หึ...." มุมปากของชูอิจิซึ่งเลือดไหลซึมเหยียดยิ้มขึ้น "...มาถึงนี่เลยรึ...."
"ชั้นก็แปลกใจเหมือนกันแหละ..." คีร์ตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย "...ที่มาถึงนี่ได้ง่ายดายปานนี้น่ะ..."
แล้วเธอก็เหนี่ยวไกปืน
ร่างของชูอิจิล้มหงายลงบนเบาะรถ เลือดแดงทะลักไหลเจิ่งนองจากบาดแผลเปิดตรงกลางหน้าผาก
ใต้เงาของปีกหมวกสีดำและปอยผมสีเงินปรากฏรอยยิ้มเหยียดด้วยความพอใจ
ทันใดนั้น คีร์สังเกตเห็นแสงไฟสีแดงวูบกับเสียงไซเรนแว่วมาจากโค้งข้างหน้า
"ตำรวจรึ..." ผู้เฝ้ามองอยู่ไกลๆ เอ่ยขึ้น
"รู้สึกว่าแถวๆ นี้จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นน่ะครับ..." ว้อดก้าตอบ
ยินจึงออกคำสั่งผ่านวิทยุอีกครั้ง "คีร์! เก็บกวาดเสร็จก็สลายตัวไปซะ!"
"รับทราบ...."
คีร์กดเซ็ตระเบิดเวลา วางมันไว้ที่ข้างศีรษะซึ่งจมอยู่ในบึงเลือดของชูอิจิ แล้วมองภาพสุดท้ายของเขา ใบหน้าสงบนิ่งของเธอซ่อนความรู้สึกเอาไว้
'...อย่าอาฆาตกันเลยนะ..'
นั่นคือคำพูดที่คีร์เก็บไว้ในใจ ก่อนจะบึ่งรถจากไป เหลือไว้เพียงระเบิดเวลาที่นับถอยหลังจนถึงศูนย์ แล้วระเบิดตูมใหญ่ เปลวไฟสว่างลุกท่วมรถกระบะ ลามเลียร่างที่นอนอยู่ในนั้น สวนทางกับรถตำรวจที่ขับผ่านเข้ามาพอดี
ตัดมาที่โรงแรมนิวเบกะ
โจดี้พยายามโทรหาชูอิจิ แต่โทรเท่าไหร่ชูอิจิก็ไม่รับโทรศัพท์เสียที
"อุตส่าห์ลงทุนยืมมือถือโคนันคุงมาแล้วแท้ๆ ดันไม่รับสายซะอีกชูเนี่ย!" เธอบ่นกับเพื่อน FBI ที่โดนอุปโลกน์ให้เป็นแฟนซะตั้งนาน
"เค้างีบอยู่น่ะสิ..." แคเมลตอบ "คุณอะคะอิน่ะ จากเรื่องคราวนี้ก็แทบไม่ได้หลับเลยนี่นา..."
"อ๊ะ จริงสิ ว่าไงล่ะโคนันคุง?" โจดี้เปลี่ยนเรื่องหันไปถามโคนันแทน "เคยพูดว่าอยากไปที่ร.พ. อีกครั้งก่อน FBI จะถอนกำลังออกมานี่นา ไปกับพวกเราเลยมั้ยล่ะ"
"ตอนแรกผมกะว่างั้น แต่ก็เกรงใจจังเลยครับ..." โคนันยิ้ม ตอบปฏิเสธโจดี้ไป "เด็กๆ เจี๊ยวจ๊าวเดี๋ยวจะลำบากกัน แล้ววันนี้ก็เป็นวันศุกร์ที่ 13 ด้วย ผมว่าจะรีบกลับบ้านไปนอนแบบคนโตๆ เค้าน่ะฮะ"
แล้วโคนันก็โบกมือลา FBI ทั้งสองด้วยใบหน้ายิ้มแย้มใสซื่อ ที่ทำให้โจดี้รู้สึกเอะใจอะไรขึ้นมา
'วันศุกร์ที่ 13.....'
เมื่อโจดี้และแคเมลมาถึงร.พ. กลางเบกะ ซึ่ง FBI ประจำการกันอยู่ ทั้งสองจึงได้รับรู้ว่าชูอิจิออกไปหาเรนะที่โทรมาเรียกให้ไปพบสองต่อสองกันในช่วงที่ทั้งคู่มัวแต่วุ่นวายกับคดีฆาตกรรมที่โรงแรม
"แล้วทำไมไม่ห้ามเค้าไว้ล่ะคะ!?" โจดี้โวยวายยกใหญ่ใส่เจมส์
"ห้ามแล้วนะ" เจมส์ตอบ "แต่เค้าบอกแกมบังคับว่าถ้าไม่ไปเจ้าหล่อนจะเป็นอันตราย..."
เจมส์ปลอบโจดี้ว่าไหนๆ ก็เป็นอะคะอิคุงผู้เป็นเบอร์หนึ่ง ณ ที่นี้แล้ว ไม่ต้องหวงห่วงขนาดนั้นก็ได้
ทว่าทันใดนั้นเอง เจ้าหน้าที่ FBI คนหนึ่งก็แทรกกลางคันขึ้นมา "เอ่อ คือว่า... ที่ๆ สองคนนั้นเค้านัดเจอกันคือเทือกเขาไรฮะใช่มั้ยครับ? ตะกี้ข่าวออกในทีวีครับ ว่าที่เทือกเขาไรฮะเกิดเพลิงไหม้รถคันหนึ่ง พบศพถูกไฟคลอกตายอยู่ในนั้นด้วย..."
เจมส์กับโจดี้สะดุ้งเฮือก "ว่าไงนะ!?"
"รถที่ถูกไฟไหม้เป็นรถยี่ห้อเชฟโรเล็ตสีดำ มีชายอายุประมาณ 20-30 ปีนั่งอยู่ข้างใน ผู้ที่พบคือตำรวจ 2 นายที่ขับรถสายตรวจเพื่อไปจุดที่เกิดอุบัติเหตุอื่นซึ่งผ่านมาโดยบังเอิญ ตำรวจให้สัมภาษณ์ว่าจู่ๆ รถก็เกิดระเบิดขึ้นต่อหน้าต่อตา และศพนั้นมีร่องรอยว่าถูกยิงด้วยปืนหลงเหลืออยู่ ทางตำรวจจึงตั้งข้อสงสัยว่าเป็นคดีฆาตกรรมและจะทำการสืบสวนเพื่อระบุตัวผู้ตายจากมือขวาของศพที่รอดจากไฟไหม้ต่อไป..."
เจมส์ โจดี้ และ FBI คนอื่นๆ ยืนล้อมวงกันดูรายงานข่าวศพไฟไหม้ในรถจนจบ
"ไม่ใช่! นี่ไม่ใช่ชู!!" โจดี้พูดขึ้นด้วยสีหน้าตึงเครียด เธอเชื่อจนหมดใจว่าชูอิจิมีอะไรซ่อนไว้ในแขนเสื้ออยู่ "ซักคนในองค์กรโดนจับเป็นแพะบูชายัญไปตะหาก! ถ้าเป็นเค้าต้องทำแบบนี้แน่ๆ!!"
แล้วเธอก็หันไปทางเจมส์ "ถ้าเราไปชี้ตัวกับทางตำรวจ เดี๋ยวเดียวก็ได้รู้แล้วล่ะค่ะ!"
"แต่จะไปชี้ตัวยังไงล่ะ ศพก็เป็นซากไปหมดแล้ว..." เจมส์แย้ง "ศพมีมือขวาเหลืออยู่ ถ้าเอาไปเทียบกับรอยนิ้วมือของอะคะอิคุงล่ะก็คงได้ความ แต่เชฟโรเล็ตที่มีรอยนิ้วมือเค้าก็ไหม้หมดแล้ว ไม่งั้นตำรวจก็คงเก็บรอยนิ้วมือได้ไปแล้วล่ะ...."
"เดี๋ยวค่ะ!" โจดี้ขัด เธอนึกขึ้นได้ว่าชูอิจิเคยแตะมือถือของโคนันที่เธอยืมมา ดังนั้นรอยนิ้วมือของชูอิจิก็ยังมีอยู่บนมือถือที่อยู่กับเธอนี่เอง "ถ้ายังไงดิฉันจะเอานี่ไปให้ตำรวจตรวจสอบดูนะคะ!"
"รอเดี๋ยว ชั้นจะไปส่ง..." เจมส์เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง "แล้วก็ชั้นว่าเธอคงรู้ดีแล้วนะ แต่ว่าเรื่องที่ศพนั่นอาจจะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับ FBI น่ะ...."
"ค่ะ อย่าให้รู้เรื่องนี้สินะคะ"
ที่กองบัญชาการตำรวจ โจดี้นั่งรอในห้องรอด้วยสีหน้าเป็นกังวล
เธอแจ้งกับผู้หมวดทาคางิที่มารับเรื่องว่า วันนี้เธอบังเอิญขับรถผ่านไปกินข้าวทางเทือกเขาไรฮะพอดี แล้วก็เก็บมือถือที่ผู้ชายคนหนึ่งซึ่งขับรถเชฟโรเล็ตสีดำทำตกไว้ได้ แล้วเธอคิดว่าอาจเป็นของคนที่ตายปริศนาในข่าวคนนั้น พร้อมกับบอกด้วยว่านี่เป็นมือถือที่ทั้งเธอและโคนันเคยจับ จึงน่าจะพบรอยนิ้วมือของเธอและโคนันอยู่ ทาคางิจึงนำมือถือเครื่องนั้นไปตรวจสอบทันที
ประตูห้องนั่งรอเปิดแอ๊ด ทาคางิเดินเข้ามา "ผลการตรวจสอบออกมาแล้วครับ!"
"ละ แล้วยังไงคะ?" โจดี้ลุกขึ้นพรวด สีหน้าส่อแววความหวังว่าจะได้ยินคำตอบหนึ่งในใจ "ดิฉันเข้าใจผิดไปจริงๆ ใช่มั้ยคะ""
"ผลการตรวจสอบ..." ทาคางิอ่านใบรายงานผล "พบรอยนิ้วมือของคุณกับของโคนันคุงจริงตามที่แจ้งไว้นะครับ และพบรอยนิ้วมือของชายที่พบเป็นศพไฟไหม้เมื่อไม่นานมานี้อยู่ด้วยกันครับ!"
โจดี้บอกลาทาคางิที่เดินมาส่งถึงนอกตึกกองบัญชาการตำรวจ ทันทีที่คล้อยหลังทาคางิ หยาดน้ำตาก็ริ้นขึ้นในดวงตาของเธอ....
"ท่าทางแบบนั้น.... ศพนั่นเป็นอะคะอิคุงจริงๆ สินะ...." เจมส์ซึ่งนั่งอยู่ที่เบาะหลังเอ่ยขึ้น
หัวหน้าของเธอกล่าวต่อไปอย่างหมายจะบรรเทาความรู้สึกโศกเศร้า "โทษมิซึนะชิ เรนะไปก็เท่านั้น ถ้าไม่ทำอย่างนี้ เธอก็จะถูกฆ่าตายแทน แล้วเธอก็บอกอะคะอิคุงไว้ว่า 'ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ต้องให้ภารกิจของ CIA เป็นอันดับหนึ่ง แม้ทาง FBI จะต้องประสบปัญหา ก็อย่าอาฆาตกันเลยนะ' แล้วยังไงล่ะ
โจดี้นิ่งเงียบ เจมส์ยังคงพูดต่อไป
"แต่เพราะอย่างนี้เราถึงตอกลิ่มฝังเข้าไปในองค์กรได้สำเร็จ....ลิ่มเหล็กที่ไม่มีวันถอนออกมาได้.... ถึงแม้ค่าชดเชยนั้นมันออกจะ....ออกจะมากมายเกินไปหน่อย..."
โจดี้ไม่สามารถเอ่ยอะไรออกมาได้ ในใจเธอเข้าใจความมุ่งหมายของชูอิจิดีแล้ว ทว่าเธอไม่สามารถหยุดยั้งความเสียใจที่พร่างพรูออกมาจากดวงตาได้ ร่างของเธอสั่นเทิ้ม ศีรษะที่ไม่อาจประคองให้ตั้งตรงได้เอนพิงพวงมาลัยที่สองมือกุมไว้เพียงหลวมๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอได้แต่เรียกชื่อ "ชู" ที่มีเธอเพียงคนเดียวเรียกเขาซ้ำไปซ้ำมา
ในรถที่โจดี้ก้มหน้าร้องไห้ มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับผ่านมาหยุดเทียบข้างครู่หนึ่ง แล้วจากไปอย่างรวดเร็ว เบลม็อทนั่นเอง
'สองนัดอะไรไม่จำเป็นหรอก....' เบลม็อทผู้เปี่ยมไปด้วยความลับคิด 'ซิลเวอร์บุลเล็ทน่ะ... แค่นัดเดียวก็เหลือเฟือแล้ว....'
ซิลเวอร์บุลเล็ทที่ทำลายองค์กรลงได้ดับสูญไปแล้วหนึ่งนัด อีกนัดหนึ่งทีเหลือนั้นคือซิลเวอร์บุลเล็ทที่ยังไม่มีใครในองค์กรรู้จัก นอกจากเธอเพียงคนเดียว...
ใช่แล้ว....เด็กคนนั้นนั่นล่ะ
วันต่อมา โจดี้นำมือถือไปคืนให้โคนัน แต่เครื่องที่เธอนำไปคืนนั้นไม่ใช่ของโคนัน
ทาคางิบอกกับโจดี้ว่า มือถือเครื่องนี้ตำรวจจะขอยึดไว้ก่อน แต่จะให้มือถือรุ่นเดียวกับของโคนันคุงฝากให้โจดี้เอาไปให้โคนันคุงแทน
โคนันรู้สึกสะกิดใจ จึงแงะหลังเครื่อง แล้วก็พบว่า serial number เปลี่ยนไป โคนันจึงรู้ว่านี่ไม่ใช่มือถือของเขา....
"อ๊ะ อาจารย์โจดี้ฮะ...." โคนันเรียกโจดี้ที่ตั้งท่าจะเดินจากไป
"อะไรจ๊ะ?" โจดี้หันหน้ากลับมา
โคนันจ้อง "อ่ะ...ก็คือว่า...."
สีหน้าของโจดี้ทำให้โคนันสะดุด....
"พยายามเข้านะฮะ!" ในที่สุดโคนันก็ตัดสินใจไม่เอ่ยมันออกมา
"ฮื่อ..." โจดี้ตอบ แล้วจึงเดินจากไป โดยมีสายตาที่ไม่อาจบอกได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ของโคนันตามไป
"นี่โคนันคุง!"
"เล่นงี้อีกแล้วเรอะ!?"
"เดี๋ยวก็สายหรอกครับ!!"
เสียงของแก๊งสามช่าปลุกโคนันให้ตื่นจากห้วงความคิด
โคนันหันไปยิ้มให้เพื่อนร่วมชั้นอย่างเด็กประถมธรรมดาคนหนึ่ง "ฮื่อ!"
สฤคาลา
ร่วมแบ่งปัน23 ครั้ง - ดาว 150 ดวง