คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
การโดยสารเครื่องบินเจ็ทเป็นการเดินทางที่สิ้นเปลืองน้ำมันและปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาในปริมาณที่สูงเมื่อเทียบกับเครื่องบินทั่วไป

ด้วยเหตุนี้ เฟรด ดรายเออร์ ศาสตราจารย์วิศวกรรมเครื่องกลและการบินแห่งมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน กำลังจะทำการทดลองครั้งใหญ่ ที่มีเป้าหมายในการที่จะให้ประเทศชาติไม่ต้องพึ่งน้ำมันอีกต่อไป โดยจะหันไปใช้เชื้อเพลิงชนิดอื่นสำหรับเครื่องบินเจ็ทแทน ถ้าสำเร็จ จะเหมือนการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คือได้ทั้งความมั่นคงทางพลังงาน และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

“ในการจะทำให้ไอเดียเชื้อเพลิงทดแทนสำหรับเครื่องบินเจ็ทมีความเป็นไปได้ เชื้อเพลิงทดแทนจะต้องมีสมรรถนะการเผาไหม้ที่คล้ายคลึงกับน้ำมัน” ศ.ดรายเออร์กล่าว “เพราะฉะนั้นเราจะต้องเข้าใจการเผาไหม้ของทั้งน้ำมันและเชื้อเพลิงทดแทนอย่างถ่องแท้ โดยศึกษาจากความรู้พื้นฐานที่เรามีอยู่”

โครงการของ ศ.ดรายเออร์แบ่งออกเป็นการทดลองที่ยากลำบากสองส่วน

ส่วนแรกซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศสหรัฐ คือการพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์และจลนศาสตร์สำหรับเลียนแบบการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงเครื่องยนต์เจ็ท แบบจำลองสามารถที่จะประเมินสมรรถนะการเผาไหม้และแสดงถึงคุณสมบัติของก๊าซที่ระบบเผาไหม้ปล่อยออกมา

เนื่องจากเชื้อเพลิงเหล่านี้เป็นส่วนผสมที่ซับซ้อนของสารเคมีหลายชนิดที่แตกต่างกันตามแหล่งที่ได้มา ศ.ดรายเออร์ได้วางแผนว่าจะทดลองกับเชื้อเพลิงเพียงไม่กี่แบบโครงสร้างโมเลกุล แล้วใช้เป็นแบบจำลองแทนเชื้อเพลิงจากแหล่งอื่นๆทั้งหมด

ส่วนการทดลองที่สอง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากNetJets บริษัทที่ให้บริการเครื่องบินเจ็ทชื่อดัง คือการพัฒนาเชื้อเพลิงทดแทนสำหรับเครื่องบินที่จะไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิสู่ชั้นบรรยากาศ เชื้อเพลิงทดแทนสองอย่างที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจาราณาคือถ่านหินและเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel)

ถ่านหิน ซึ่งมีราคาถูกและหาได้ง่าย แต่มีลักษณะการปล่อยก๊าซจากการเผาไหม้ที่คล้ายๆกับน้ำมัน ส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพนั้น เป็นทางเลือกที่น่าดึงดูดกว่าเพราะคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาสามารถที่จะถูกกำจัดออกไปจากชั้นบรรยากาศด้วยการปลูกต้นไม้กลับคืน แต่ก็ต้องใช้พื้นที่มากมายในการปลูกต้นไม้เหล่านั้น

ในการที่จะนำจุดแข็งของพลังงานทดแทนทั้งสองที่กล่าวมามาใช้ (ราคาที่ถูกของถ่านหิน บวกกับการปลูกต้นไม้ทดแทนของเชื้อเพลิงชีวภาพ ) นักวิจัยของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันกำลังผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์ (เชื้อเพลิงที่ได้มาจากการแปรรูปเชื้อเพลิงอื่นอีกทีหนึ่ง) ที่รวมถ่านหินกับเชื้อเพลิงชีวภาพเข้าด้วยกัน จุดที่สำคัญของการรวมครั้งนี้คือการแยกและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในกระบวนการสังเคราะห์

การสังเคราะห์เชื้อเพลิงแบบนี้มีจุดเด่นตรงที่ว่า มันใช้มวลชีวภาพแค่ครึ่งเดียวเมื่อเทียบกับการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพในปริมาณเดียวกัน แต่ก็ยังไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิสู่ชั้นบรรยากาศ

ความสำเร็จของโครงการนี้ขึ้นอยู่กับว่าเชื้อเพลิงที่สังเคราะห์มานั้น มีคุณภาพแค่ไหนเมื่อเทียบกับน้ำมันที่ใช้กันทั่วไปในแง่ของราคา ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม

ดัดแปลงจากข่าวของ: มหาวิทยาลัย Princeton
ข่าววันที่: 15 ตุลาคม 2550
เวบไซต์: http://www.sciencedaily.com/releases/2007/10/071014174122.htm
61270


นวัต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 41 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 185 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 8 พ.ย. 2550 (09:28)
ข้อแรกต้องขอบคุณที่นำข้อมูลดีๆมาแบ่งปั่นกัน

ในที่สุดก็ยอมรับว่าเครื่องบินปล่อยไอเสียมาก เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้

ในบทความนี้ เราจะเห็นว่า ในโลกของเทคโนโลยี่ ไม่มีการปิดกั้นความเป็นไปได้ใดๆ ซึ่งคนไทยต้องหัดทำให้เป็นวิสัย ไม่ใช้สิ่งที่ข้ารู้วิเศษ ของคนอื่นไม่ได้เรื่อง

เข้าเรื่อง
ถึงแม้จะรู้ทั้งรู้ว่า กลไกในการทำงานของเครื่องยนต์ไอพ่น คืนการเผาเชื้อเพลิง เพื่อเพิ่มอุณหภูมิของอากาศ ทำให้เกิดการขยายตัวหลายเท่า แล้วบังคับให้พ่นออกไปในทิศทางที่ต้องการ เพื่อให้เกิดพลังงานกลใช้อัดอากาศเข้า และพลังจลใช้ผลักยานไปในทิศทางตรงกันข้าม
ถึงแม้จะรู้ว่า ไม่มีการเผาคาร์บอนวิธีไหน จะไม่เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ ถ่านหินและเชื้อเพลิงชีวมวล ล้วนมีคาร์บอนเป็นหลัก
เขาก็ยังเจาะช่องศึกษาอยู่ดี

คนรุ่นใหม่ของเราต้องจับตาเรื่องนี้ให้ดี ขอทายว่า สุดท้ายจะออกมาทางไฮโดรเจน หรือไนโตรกลีเซอรีน(ถ้าควบคุมได้) ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต จะออกไปทางอากาศมีความชื้นสูงมาก ต้นไม้จะคายน้ำได้ยากขึ้น มนุษย์จะอึดอัดเหมือนวันที่ฝนจะตกแต่ไม่ยอมตก

ในแง่เทคโนโลยี่ การขนไฮโดรเจนมากๆขึ้นเครื่องเป็นภาระ เชื้อเพลิงไฮโดรเจนแข็ง(สารประกอบ)จะถูกถ่ายทอด จะงานสำรวจอวกาศ มาใช้ในเครื่องบิน และมันคือตัวทำลายชั้นโอโซนเพราะครอไรด์ในสารประกอบ

ตัวอัศวินเพลิงสรุปมานานแล้วว่า
การที่ชั้นโอโซนแหว่งหาย เป็นเพราะการสำรวจอวกาศ ไม่เกี่ยวกับสารที่หนักกว่าอากาศมากๆอย่างฟูโอโลคาร์บอน จะลอยขึ้นฟ้า30,000 เมตร ไปทำลายมันได้ เพียงแต่เขากล่าวอ้างเพื่อการค้าในระบบทุนนิยมเท่านั้น
การที่น้ำมันแพง ส่วนหนึ่งเพราะมีการใช้มากขึ้น แต่ที่จริงเพราะการปั่นราคา เพื่อให้เทคโนโลยี่ที่แพงกว่าได้มีตลาด
การเผาไฮโดรเจน จะเป็นเทคโนโลยี่ระยะสั้น เพราะผลกระทบแรงกว่า คาร์บอนไดออกไซด์

ที่เขียนมาทั้งหมด เพื่อให้เด็กไทย มองเห็นว่า ถึงเวลานี้ ฝรั่งไปได้ไม่เร็วกว่าเราแล้ว แค่เพียงมองภาพให้ชัด และมองรอบตัวเราว่ามีอะไร หยิบในเล่นได้เลย
อัศวินเพลิง (IP:125.25.201.54)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 1 ก.พ. 2551 (13:32)
ทำไมเขาไม่คิดนำพลังงานไฟฟ้าแทนเชื้อเพลิงบ้างนะ
อุ๊ด (IP:203.172.188.91)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.