วิชาการดอทคอม ptt logo

ประวัติรำวงมาตรฐาน

โพสต์เมื่อ: 20:07 วันที่ 4 พ.ย. 2550         ชมแล้ว: 40,138 ตอบแล้ว: 17
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ประวัติ
รำวงมาตรฐาน ในปัจจุบันนี้เป็นศิลปะแห่งการรำวงที่งดงาม ซึ่งในสมัยก่อนยังมิได้มีคำว่า "มาตรฐาน" จะเรียกกันเพียงว่า "รำวง" เท่านั้น การรำวงนี้เป็นการละเล่นพื้นบ้านอย่างหนึ่งที่บ่อบอกถึงความสนุกสนาน การเล่นรำวงนั้นสืบเนื่องมาจากการเล่นรำโทน นั้นเพราะในสมัยก่อนเครื่องดนตรีหลักที่ใช้ประกอบจังหวะก็คือ โทน ฉิ่ง และกรับ โดยจังหวะการฟ้อนรำจะมีเสียงโทนเป็นเสียงหลักตีตามจังหวะหน้าทับ จึงเรียกกันว่า "รำโทน" ในด้านของบทร้องจะเป็นบทร้องที่มีภาษาเรียบง่าย ไม่พิถีพิถันในเรื่องถ้อยคำและสัมผัสวรรคตอนแต่อย่างใด ตามลักษณะของเพลงพื้นบ้าน เนื้อหาของเพลงจะออกมาในลักษณะกระเซ้าเย้าแหย่ การเกี้ยวพาราสีหยอกล้อของหนุ่มสาว การเชิญชวน ตลอดจนการชมโฉมความงามของหญิงสาว เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อความสนุกสนานในการเล่น ในเรื่องของเครื่องแต่งกายในสมัยก่อนก็ไม่เน้นถึงความพิถีพิถันมากนัก เน้นเพียงความสะดวกสบายของชาวบ้านเอง ไม่ได้ประณีตแต่อย่างใด

เมื่อประมาณ พ.ศ. 2488 ชาวบ้านนิยมเล่นรำโทนกันอย่างแพร่หลาย ด้วยเหตุความนิยม
เป็นอย่างมากนี้เองจึงได้มีผู้คิดแต่งบทร้องและทำนองขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ก็ยังคงจังหวะหน้าทับของโทนไว้เช่นเดิม ส่วนเนื้อร้องใดที่นิยมก็จะร้องกันอยู่ได้นาน เพลงใดเนื้อร้องไม่เป็นที่นิยมก็จะไม่นำมาร้องเท่าใดนักและก็จะเป็นที่ลืมเลือนไปในที่สุด จากนั้นก็จะมีเนื้อเพลงใหม่ ๆ ขึ้นมาแทนที่

ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2484 - 2488 เป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นที่ตำบลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484 เพื่อเจรจาขอตั้งกองทัพในประเทศไทย โดยใช้เส้นทางต่าง ๆ ในแผ่นดินไทยลำเรียงเสบียงอาหาร อาวุธและกำลังพล เพื่อใช้ในการต่อสู้กับประเทศสัมพันธมิตร ซึ่งในขณะนั้นประเทศไทยมี จอม พล ป. (แปลก) พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจยอมให้ประเทศญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย เพราะเกรงว่าหากปฏิเสธคงจะถูกปราบปรามแน่ ด้วยเหตุนี้เองประเทศไทยจึงได้รับผลกระทบจากการรุกรานของฝ่ายสัมพันธมิตร ที่ส่งกองทัพเข้ามาโจมตีฐานทัพญี่ปุ่นทางอากาศโดยเฉพาะในยามที่เป็นคืนเดือนหงาย จะมองเห็นจุดยุทธศาสตร์ได้ง่าย ข้าศึกมักจะเข้ามาโจมตีอย่างหนักด้วยการทิ้งระเบิด ซึ่งสร้างความเสียหายทำลายชีวิตและทรัพย์สินบ้านเรือนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ใกล้กับฐานทัพญี่ปุ่น

เมื่อช่วงคืนเดือนหงายผ่านไป คืนเดือนมืดเข้ามา ข้าศึกจะมองเห็นจุดยุทธศาสตร์ไม่ชัดเจนจึงพักการรุกราน ประชาชนชาวไทย ได้รับความเดือนร้อน ต่างอยู่ในสถานการณ์ที่หวาดกลัวเป็นอย่างมาก จึงได้หาวิธีการผ่อนคลายความตึงเคลียด ความหวาดผวา ด้วยการนำศิลปะพื้นบ้านที่ซบเซาไป กลับมาร้องรำทำเพลง นั้นก็คือ "การเล่นรำโทน" คำร้อง ทำนองและการแต่งกาย ก็ยังคงเรียบง่ายเน้นความสะดวกสบาย สนุกสนาน เช่นเดิม เพลงที่นิยมได้แก่ เพลงใกล้เข้าไปอีกนิด ช่อมาลี ตามองตา ยวนยาเหล เป็นต้น

ต่อมารัฐบาลได้เล็งเห็นศิลปะพื้นบ้านอันสวยงามของไทยที่มีอยู่อย่างแพร่หลายควรที่จะเชิดชูให้มีระเบียบแบบแผนตามแบบนาฏศิลป์ไทย เพราะหากชาวต่างชาติมาพบเห็นจะตำหนิได้ว่าศิลปะการฟ้อนรำของไทยนี้มิได้มีความสวยงาม ประณีตแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีศิลปะที่แสดงออกว่าเป็นชาติที่มีวัฒนธรรม จึงได้มอบให้ กรมศิลปากรเป็นผู้รับผิดชอบในการปรับปรุงและพัฒนาการรำ (รำโทน) ขึ้นใหม่ให้มีระเบียบ แบบแผน มีความงดงามมากยิ่งขึ้น ทั้งทางด้านเนื้อร้อง ทำนอง ตลอดจนเครื่องแต่งกาย

เมื่อประมาณ พ.ศ. 2487 กรมศิลปากรได้แต่งบทร้องขึ้นมาใหม่ 4 บทคือ " เพลง งามแสงเดือน" "เพลงชาวไทย" "เพลงรำซิมารำ" "เพลงคืนเดือนหงาย" ต่อมาท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้แต่งบทร้องขึ้นมาใหม่อีก 6 บท คือ " เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ" "เพลงดอกไม้ของชาติ" "เพลงหญิงไทยใจงาม" "เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า" "เพลงยอดชายในหาญ" "เพลงบูชานักรบ" ในด้านทำนองนั้นรับผิดชอบโดยกรมศิลปากรและกรมประชาสัมพันธ์ ส่วนท่ารำนั้นนาฏศิลปินอาวุโสของกรมศิลปากร คือ จมื่นมานิตย์นเรศ (เฉลิม เศวตนันท์) และนางลมุล ยมะคุปต์ ร่วมกันคิดท่ารำขึ้นประกอบการรำโดยนำท่ารำมาจากการรำ "แม่บท" และต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อเรียกการ "รำโทน" เป็น "รำวง" ตามลักษณะของการเล่น ซึ่งวิธีการเล่นนั้นจะเล่นรวมกันเป็นวง และเคลื่อนย้ายเวียนกันไปเป็นวงทวนเข็มนาฬิกา เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ชาวไทยก็ยังคงให้ความนิยมการเล่นรำวง สืบมาจนถึงปัจจุบัน และชาวต่างชาติก็นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลาย ทั้งในงานเต้นรำต่าง ๆ จนกระทั้งมีนักประพันธ์ผู้หนึ่งเป็นชาวอเมริกัน ที่ชื่อว่า Foubion Bowers ที่ได้มาพบเห็นศิลปะการรำวงของไทย และนำไปกล่าวไว้ในหนังสือ Theatre in the East ซึ่งมีสำเนียงการเรียก "รำวง" เพี้ยนไปบ้างเล็กน้อยเป็น "รำบอง" (Rombong) ( อมรา กล่ำเจริญ , 2531 : 111)

แต่อย่างไรก็ดี วัตถุประสงค์ของกรมศิลปากร ในการปรับปรุงศิลปะการรำวงทั้งหมด 10 เพลง ก็เพื่อเป็นศิลปะการรำวงที่มีระเรียบแบบแผน ทั้งคำร้อง ทำนอง ท่ารำ ตลอดจนการแต่งกายให้เป็นแบบฉบับมาตรฐาน สะดวกในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของไทยและสืบสานต่อไป ด้วยเหตุผลนี้ เราจึงเรียก "รำวง" ที่มีศิลปะเป็นแบบฉบับมาตรฐาน ว่า "รำวงมาตรฐาน" สืบมาจนถึงปัจจุบันนี้
เพลงรำวงมาตรฐาน
1.เพลงงามแสงเดือน-ท่าสอดสร้อยมาลา
2.เพลงชาวไทย-ท่าชักแป้งผักหน้า
3.เพลงรำมาซิมารำ-ท่ารำส่าย
4.เพลงคืนเดือนหงาย-ท่าสอดสร้อยมาลาแปลง
5.เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ-ท่าแขกเต้าเข้ารัง-ท่าผาลาเพียงไหล่
6.เพลงดอกไม้ของชาติ-ท่ารำยั่ว
7.เพลงหญิงไทยใจงาม-ท่าพรหมสี่หน้า-ท่ายูงฟ้อนหาง
8.เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า-ท่าช้างประสานงา-ท่าจันทร์ทรงกลด
9.เพลงยอดชายใจหาญ-ท่าชะนีร่ายไม้-ท่าจ่อเพลิงกาฬ
10.เพลงบูชานักรบ-ท่าขัดจางนาง-ท่าจันทร์ทรงกลด


miu~miu
ร่วมแบ่งปัน0 ครั้ง - ดาว 150 ดวง





จำนวน 14 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 11 พ.ย. 2550 (20:43)
ชอบรำวง
ก๊อง (IP:125.27.224.73)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 10 ธ.ค. 2550 (21:03)
..........
ปอ (IP:210.86.220.191)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 11 ธ.ค. 2550 (17:07)
กำลังทำรายงานเรื่องนี้อยู่พอดีแต่ต้องการเนื้อหาเยอะกว่านี้ถ้าใครมีกรุณาส่งให้เมลนี้ทีจะส่งครูวันที่ 13 ธันวาคม 2550
oomlovemom@hotmail.com (IP:202.28.181.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 17 มิ.ย. 2551 (17:53)
ขอบคุณค่ะ
palmlove_za@hotmail.com (IP:117.47.109.206)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 23 มิ.ย. 2551 (20:05)
ย่อมาก้ดี
คัยก้ดั้ย (IP:203.118.120.31)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 2 ส.ค. 2551 (22:17)
ขอบคุณค่ะ
savina
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 149 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 3 ส.ค. 2551 (10:40)
อยากได้รูปภาพง่ะ
00100 (IP:118.173.89.195)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 11 พ.ย. 2551 (19:03)

ขอบคุณคะ


เร (IP:58.9.83.212)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 16 พ.ย. 2551 (13:58)

มีรูปภาพมั่งดิ


เจเจ (IP:118.174.106.41)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 30 พ.ย. 2552 (08:14)

ขอขอบพระคุณอย่าง
สูงบุษคุณครั่งนี้จะไม่มีวันลืมเลือน
ทำไห้ผมจบมหาลัยได้

ขอบคุณ...........


pek_guilar@hotmail.com (IP:125.26.137.168)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 16 ธ.ค. 2552 (19:59)
ขอประวัติรำวงมาตรฐานหน่อยคะ
samyp (IP:117.47.166.130)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 5 ก.ย. 2553 (21:09)
ขอบคุนนะข๊...................


ถึงมะมีคนเม้นท์.............นู๋ว์จาเม้นท์เอง




thank 4 it น๊ข๊.............


อิอิ
pooh_poompalm@hotmail.com (IP:118.173.237.237)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 1 มิ.ย. 2554 (18:44)
ดีมากค่ะ จะดีกว่านี้ถ้ามีรูปด้วย
nunbos0222@htmail.com (IP:125.24.255.96)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 15 ส.ค. 2554 (17:27)
ดีค่ะ
นู (IP:125.25.213.134)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม