|
ปัญหาเกี่ยวกับการถ่ายเลือด
โพสต์เมื่อ:
17:58 วันที่ 12 พ.ย. 2550 ชมแล้ว:
244,656
ตอบแล้ว:
1
วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ > ชีววิทยา
วิชาการ.คอม > สุขภาพ > สุขภาพทั่วไป วิชาการ.คอม > สุขภาพ > โรคภัยไข้เจ็บ
การได้รับการถ่ายเลือดนับเป็นของขวัญชิ้นสำคัญในชีวิต ปีๆหนึ่งในสหรัฐ มีคนที่ได้รับการถ่ายเลือดมากถึง5ล้านคน แต่ถึงอย่างไร การได้รับการถ่ายเลือดก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้
หลังจากที่คนไข้ได้รับการถ่ายเลือด แพทย์จะทำการควบคุมอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของคนไข้อย่างดี แต่กลับกลายเป็นว่า มีกรณีการหัวใจวายของคนไข้ที่เพิ่งได้รับการถ่ายเลือดบ่อยขึ้น ศาสตราจารย์สแตมเลอร์ แห่งมหาวิทยาลัยDukeกล่าว จะมีสาเหตุอะไรสำหรับปัญหาการหัวใจวายของคนไข้ที่เพิ่งได้รับการถ่ายเลือด เพราะเมื่อหมอทุกคนก็รู้จักวิธีการเก็บเลือดในธนาคาร(รูปที่1)ให้ปลอดเชื้อ และรู้จักวิธีการลดอาการแพ้ในผู้ที่ได้รับการถ่ายเลือด คำตอบอยู่ในวารสารของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ที่มีตีพิมพ์งานวิจัยของ ศาสตราจารย์สแตมเลอร์ และ ดร.แม็คมาห์น ที่อธิบายเรื่องดังกล่าวไว้ว่า หลังจากที่ได้ทำการสุ่มตรวจเลือดที่เก็บไว้ในธนาคาร ได้ค้นพบว่าเลือดที่เก็บไว้ในธนาคารมีระดับของสารไนตริกออกไซด์ (NO) ต่ำกว่าระดับที่มีอยู่ในเลือดคนทั่วๆไปเป็นอย่างมาก NO เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในเลือดของคนเรา เพราะ NO ช่วยเซลล์เม็ดเลือดแดง(รูปที่2)ลำเลียงออกซิเจนไปตามส่วนต่างๆของร่างกาย และมีหน้าที่ขยายหลอดเลือดเพื่อให้เซลล์เม็ดเลือดแดงผ่านไปโดยง่าย การขาด NO ไปสามารถทำให้เกิดอาการหัวใจวาย เพราะเซลล์เม็ดเลือดแดงจะไปอุดตันอยู่ในหลอดเลือดที่ไม่ขยายกว้าง ทำให้ออกซิเจนไปไม่ถึงหัวใจ ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เลือดออกมาจากร่างกายคนเรา ระดับของ NO ก็ลดลงไปถึง 70% และพอถึงครบกำหนดวันหมดอายุของเลือดในธนาคาร (42วัน) ก็แทบจะไม่มี NOเหลืออยู่ในเลือดเลย ในความเป็นจริงแล้ว เรากำลังให้เลือดที่ลำเลียงออกซิเจนไม่ได้แก่ผู้ป่วยอยู่ ศาสตราจารย์สแตมเลอร์กล่าว การวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารดังกล่าวศึกษากลุ่มคน 24,000 คนที่มีอาการของโรคหัวใจเฉียบพลัน ในกลุ่มที่เพิ่งได้รับการถ่ายโอนเลือด มีถึง25%ที่มีอาการหัวใจวายภายในหนึ่งเดือนหลังจากที่ได้รับการถ่ายเลือด แต่ในกลุ่มของผู้ที่ไม่ได้รับการถ่ายเลือด มีแค่8%ที่มีอาการโรคหัวใจกำเริบในระยะเวลาเดียวกัน โดยปกติแล้ว แพทย์จะอนุมัติการถ่ายเลือดให้คนไข้ก็ต่อเมื่อความหนาแน่นของปริมาตรเซลล์เม็ดเลือดแดงในเลือด (Hematocrit) ของคนไข้มีระดับต่ำกว่าปกติ 45-55% แต่เมื่อผลการวิจัยดังกล่าวออกมา เลยมีการแนะนำให้รอจนกว่าความหนาแน่นของเซลล์เม็ดเลือดแดงลดลงมาถึง 30%ของระดับปกติก่อนแล้วจึงค่อยถ่ายเลือดให้ อีกวิธีทางหนึ่งที่จะแก้ปัญหานี้ได้ คือการเติมไนตริกออกไซด์เหลวเข้าไปในเลือดที่เก็บไว้ในธนาคารก่อนแล้วจึงถ่ายให้คนไข้ วิธีนี้ได้ผลสำเร็จหลังจากทำการทดลองกับสุนัข อีกหลักฐานที่ทำให้คิดว่าวิธีการเติมNOได้ผลก็คือในกรณีที่เด็กทารกแรกเกิดมีปอดที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ทางแพทย์จะให้รมก๊าซ NO ให้เด็กเพื่อช่วยลำเลียงออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อในปอดและหลอดเลือดของเด็ก ดัดแปลงจากข่าวของ: Alice Park แหล่งข่าว: นิตยสาร TIME ฉบับวันที่: 22 ตุลาคม 2550 ![]() ![]() ![]() จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1- พี่ปัท kotoeki@hotmail.com (IP:124.121.162.239) |