Fat pills give modest weight loss
งานวิจัยเผย ยาเม็ดลดความอ้วนช่วยลดน้ำหนักได้เพียงบางส่วนซึ่งยังทำให้ผู้บริโภคเป็นโรคอ้วนหรือน้ำหนักมากเกินอยู่เหมือนเดิม
ยาเม็ดลดความอ้วนโดยทั่วไปช่วยลดน้ำหนักได้น้อยกว่า 5 กก.หรือ 11 ปอนด์ หรือคิดเป็น 5% ของน้ำหนักตัวทั้งหมด ในผู้ใช้ส่วนใหญ่จึงไม่เห็นผลครับ
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่ายาเม็ดลดความอ้วนไม่ช่วยให้ผู้ทานแข็งแรงขึ้น การทานอาหารให้น้อยลงและออกกำลังกายให้มากขึ้นถือเป็นวิธีที่ดีกว่า
ผู้คนมากกว่าพันล้านคนทั่วโลกมีน้ำหนักตัวมากหรือเป็นโรคอ้วนทำให้ธุรกิจยาลดความอ้วนขยายตัวรวดเร็วขึ้น เมื่อคำนวณดูแล้วมูลค่าเงินที่ต้องจ่ายให้กับยาลดความอ้วนทั่วโลกเหล่านี้ในปี 2005 คิดเป็นจำนวนเงินถึง 1.2 พันล้านปอนด์เชียวครับ
งานวิจัยล่าสุดของศาสตราจารย์ Raj Padwalและลูกทีม จากมหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตาแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่น้ำหนักจะลดลงน้อยมาก
จากการทดลองในอาสาสมัครเกือบ 20,000 รายซึ่งจัดให้เป็นกลุ่มควบคุมโดยให้ยาหลอก ในขณะที่กลุ่มทดลองที่เป็นผู้ใหญ่จะได้รับยาลดความอ้วนชนิดใดชนิดหนึ่งในสามชนิดนี้ คือ orlistat, sibutramine หรือ rimonabant เป็นเวลาหนึ่งปีหรือนานกว่านั้น
ด้านสถาบันด้านสุขภาพและการแพทย์แห่งชาติ แนะให้คนเลิกใช้ยาหากน้ำหนักตัวลดน้อยกว่า 5% ของน้ำหนักทั้งหมดเมื่อใช้ยาเกินสามเดือน
จากการทดลองในผู้เป็นโรคอ้วน น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 100 กก. หรือ 15.7 สโตน (หน่วยวัดน้ำหนักตามมาตราอังกฤษเท่ากับ 14 ปอนด์ครับ) พบว่า Orlistat ช่วยลดน้ำหนักได้น้อยกว่า 2.9 กก. Sibutramine ช่วยลดน้ำหนักได้น้อยกว่า 4.2กก. และ rimonabant ช่วยลดน้ำหนักได้น้อยกว่า 4.7กก.ครับ
โดยส่วนใหญ่แล้วผู้รับประทานยาเม็ดลดความอ้วนน้ำหนักจะลดลงประมาณ 5%-10% เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ให้ยาหลอกแต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการที่น้ำหนักลดลงจะช่วยให้สุขภาพดีขึ้นและช่วยให้มีโอกาสเสียชีวิตน้อยลงหรือไม่
พบว่ายา Orlistat ช่วยลดการเกิดเบาหวาน และยาทั้งสามชนิดช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลได้ ส่วนผลเสียของยาเหล่านี้ก็มีครับ นอกจากนั้นยังพบว่า 30%-40% ล้มเหลวในการรักษา
การศึกษาอีกงานหนึ่งใน Lancet พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยา rimonabant อาจเสี่ยงเป็นโรคจิตได้
ดร. Colin Waine กรรมการงานประชุมโรคอ้วนแห่งชาติ กล่าวว่า จุดประสงค์หลักของการลดน้ำหนักคือการทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น แต่การรักษาอาจแตกต่างกันไปเนื่องจากโรคอ้วนเป็นอีกโรคหนึ่งที่รักษายาก
เป้าหมายหลักไม่ใช่แค่เพียงลดน้ำหนักเท่านั้นแต่ยังช่วยลดอัตราเสี่ยงจากโรคภัยต่าง ๆ ด้วย และยาทั้งสามชนิดนั้นก็มีประโยชน์ช่วยลดอัตราเสี่ยงเกิดโรคบางโรคได้
อย่างไรก็ตามศาสตราจารย์ด้านการแพทย์ Gareth Williams จากมหาวิทยาลัยบริสทอล ได้ออกมาเตือนว่าหากอนุญาตให้ใช้ยาลดความอ้วนโดยไม่มีฉลากประกอบอยู่ด้วยจะทำให้เกิดผลเสียร้ายแรงต่อสังคมดังที่สหรัฐอเมริกาเป็นอยู่ตอนนี้
นอกจากนั้นยังเสริมว่าการขายยาลดความอ้วนบนเคาน์เตอร์ร้านยาจะปลูกฝังความเชื่อที่ว่า โรคอ้วนรักษาได้ด้วยยาเม็ดต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งไม่ดีนักเพราะจะทำให้ความพยายามในการรักษาสุขภาพร่างกายลดน้อยถอยลงไปด้วย ผู้คนจะลืมการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องซึ่งถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการหลีกหนีโรคอ้วนแถมยังได้ผลถาวรอีกด้วย
ขณะนี้ยาลดความอ้วนกระจายตัวอยู่บนแผงร้านขายยากันเกลื่อนกราดแบบไม่มีการควบคุม หากใครใช้มากเกินหรือซื้อยาหมอตี๋อาจเกิดผลเสียร้ายแรงได้ ทางที่ดีที่สุดคือควรมีการรณรงค์กันในสังคม ให้หมั่นออกกำลังกายและบริโภคแต่เพียงน้อยครับ
นักวิทยาศาสตร์พยากรณ์กันเล่น ๆ ว่าก่อนปี 2050 คนส่วนใหญ่ทั่วโลกจะเป็นโรคอ้วนครับ ดังนั้นหมั่นรักษาสุขภาพก่อนที่โรคอ้วนจะถามหาหรือเป็นอย่างที่เค้าพยากรณ์ไว้ดีกว่านะครับ
ที่มา
http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/7095941.stm
เพิ่มเติม
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=46704
http://en.wikipedia.org/wiki/Orlistat
http://en.wikipedia.org/wiki/Sibutramine